<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำแตกตื่น สหรัฐส่งเอฟ-15 ประกบบินโดยสารอิหร่านเหนือซีเรีย (มีคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ใหญ่คับฟ้า กองบัญชาการกลางสหรัฐส่งเครื่องบินรบ 2 ลำ ประกบเครื่องบินโดยสารของอิหร่านเหนือน่านฟ้าซีเรียเมื่อวันพฤหัสบดี นักบินรีบลดระดับทำผู้โดยสารแตกตื่น บางรายได้รับบาดเจ็บ สหรัฐอ้างเป็นการเข้าสกัดกั้นอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;วิดีโอที่สำนักข่าวไออาร์ไอบีของอิหร่านเผยแพร่อ้างว่าเครื่องบินรบบินตามประกบเครื่องบินโดยสารอิหร่านเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / Twitter&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563 อ้างแถลงการณ์ของกองทัพสหรัฐที่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เครื่องบินเอฟ-15 ลำหนึ่งของสหรัฐที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจทางอากาศตามปกติได้ตรวจสอบด้วยสายตาตามมาตรฐานกับเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งของสายการบินมาฮานแอร์ในระยะห่างอย่างปลอดภัยประมาณ 1,000 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองบัญชาการกลาง (เซนต์คอม) ออกแถลงการณ์ภายหลังสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเผยแพร่วิดีโอที่แสดงภาพผู้โดยสารบนเครื่องกรีดร้องเมื่อดูเหมือนว่าเครื่องบินเปลี่ยนทิศกะทันหัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีวิดีโออีกชิ้นที่ถ่ายด้วยโทรศัพท์เผยให้เห็นเครื่องบินขับไล่อย่างน้อย 2 ลำบินอยู่ข้างเครื่องบินโดยสารลำนี้ รายงานเบื้องต้นประกอบวิดีโอของทีวีอิหร่านกล่าวว่า เชื่อว่าเครื่องบินรบเป็นของอิสราเอล ที่บินอย่างอันตราย และทำให้นักบินเครื่องบินพาณิชย์ต้องลดระดับความสูงอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการชน ทำให้ผู้โดยสารบาดเจ็บหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของทางการอิหร่านกล่าวว่า นักบินมาฮานแอร์ติดต่อวิทยุสื่อสารกับเครื่องบินรบของสหรัฐ 2 ลำนี้ และเครื่องบินโดยสารลงจอดอย่างปลอดภัยที่กรุงเบรุตของเลบานอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเซนต์คอม ซึ่งดูแลครอบคุมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง ยืนกรานว่าเป็นการบินสกัดกั้นอย่างมืออาชีพสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ &amp;quot;ทันทีที่นักบินเอฟ-15 พิสูจน์ทราบว่าเป็นเครื่องบินโดยสารมาฮานแอร์ เอฟ-15 ก็เปิดระยะห่างอย่างปลอดภัยจากเครื่องบินลำนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการยั่วยุและก่ออันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับบาส มูซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านติดต่อไปยังองค์การสหประชาชาติและสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำกรุงเตหะรานที่ดูแลผลประโยชน์ของสหรัฐในอิหร่านแล้ว &amp;quot;หากเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบินโดยสารในขากลับ อิหร่านจะถือว่าสหรัฐต้องรับผิดชอบ&amp;quot; มูซาวีกล่าวกับไออาร์เอ็นเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สื่อของทางการซีเรียรายงานว่า เครื่องบินหลายลำที่เชื่อว่าเป็นของกองกำลังผสมภายใต้การนำของสหรัฐบินสกัดกั้นเครื่องบินโดยสารของอิหร่านเหนือเขตอัลทานัฟ บริเวณชายแดนจอร์แดนและอิรัก ทำให้กัปตันเครื่องบินโดยสารต้องลดระดับลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีกล่าวว่า สายการบินเอกชนของอิหร่านรายนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2534 สหรัฐกล่าวหาสายการบินนี้ว่าให้การสนับสนุนทางการเงิน, วัตถุและเทคโนโลยีแก่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน และออกมาตรการคว่ำบาตรเมื่อปี 2554 ต่อมาในปี 2562 หลายประเทศในยุโรปห้ามสายการบินนี้ดำเนินการในสนามบินของตน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72415</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, มาฮานแอร์, เครื่องบินรบสหรัฐ, เครื่องบินโดยสารอิหร่าน, เซนต์คอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1abcd256f12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 00:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลัดกัน สหรัฐส่งบินรบสกัดฝูงบินทิ้งระเบิดของรัสเซียนอกฝั่งอะแลสกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศอเมริกาเหนือของสหรัฐเผยว่า กองทัพอากาศสหรัฐต้องส่งเครื่องบินรบหลายลำขึ้นบินสกัดกั้นเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียหลายลำที่จัดรูปขบวนบินเข้าใกล้ชายฝั่งรัฐอะแลสกาของสหรัฐ 2 รอบเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งเครื่องบินรบขึ้นบินสกัดกั้นของสหรัฐครั้งนี้เกิดไล่หลังไม่ถึง 2 สัปดาห์จากเหตุการณ์ที่เครื่องบินทิ้งระเบิดบี-1บี 2 ลำของสหรัฐ โดนเครื่องบินรบของรัสเซียบินสกัดกั้นที่ทะเลดำเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำแถลงของกองบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศอเมริกาเหนือ (โนแรด) เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า เครื่องบินเอฟ-22 แรปเตอร์ของสหรัฐบินเข้าสกัดฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียฝูงหนึ่งเมื่อเช้าวันพุธ ขณะที่เครื่องบินฝูงนี้บินเข้าใกล้ชายฝั่งอะแลสกาของสหรัฐในระยะ 20 ไมล์ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โนแรดกล่าวว่า รูปขบวนของเครื่องบินรัสเซียฝูงแรกประกอบด้วย เครื่องบินทิ้งระเบิดตู-95 จำนวน 2 ลำ, เครื่องบินขับไล่ซู-35 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้าและควบคุมในอากาศ เอ-50 อีก 1 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรูปขบวนที่สองประกอบด้วย เครื่องบินทิ้งระเบิดตู-95 จำนวน 2 ลำ และเอ-50 จำนวน 1 ลำ บินเข้าใกล้ชายฝั่งอะแลสกาในระยะ 32 ไมล์ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โนแรดกล่าวว่า เครื่องบินรบของรัสเซียเหล่านี้บินอยู่ในน่านฟ้าสากลตลอดเวลาและไม่ได้รุกล้ำน่านฟ้าของสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68366</URL_LINK>
                <HASHTAG>บินสกัดกั้น, เครื่องบินทิ้งระเบิดรัสเซีย, เครื่องบินรบสหรัฐ, โนแรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
