<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นส่งเรือพิฆาตคุ้มกันทะเล ตอ.กลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลญี่ปุ่นแถลงเมื่อวันศุกร์ว่าญี่ปุ่นจะส่งเรือพิฆาต 1 ลำ และเครื่องบินลาดตระเวน 2 ลำ คุ้มกันเส้นทางเดินเรือในภูมิภาคตะวันออกกลางตั้งแต่ปีหน้า โดยเป็นภารกิจของญี่ปุ่นเองไม่เกี่ยวกับกองกำลังผสมของสหรัฐและจะไม่ยุ่งกับช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาโร โคโน รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นแถลงข่าวที่กระทรวงเมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมกล่าวว่า ตามแผนที่ผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีของนายกฯ ชินโซ อาเบะ เรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ และเครื่องบินลาดตระเวน พี-3 ซี 2 ลำ จะถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจรวบรวมข่าวกรองสำหรับการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือสำหรับเรือสินค้าญี่ปุ่นที่เดินทางผ่านในภูมิภาคนั้น แต่หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน รัฐมนตรีกลาโหมจะมีคำสั่งพิเศษอนุญาตให้ใช้อาวุธเพื่อปกป้องเรือที่ตกอยู่ในอันตรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โยชิฮิเดะ ซูกะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวขณะแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันศุกร์ว่า สันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลางมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ก็สำคัญมากเช่นกันที่จะต้องสร้างความมั่นใจว่าเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุนสามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัยในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านและสหรัฐมีความบาดหมางกันมากขึ้นนับแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 เมื่อปีที่แล้ว แล้วรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ เดือนพฤษภาคมและมิถุนายนปีนี้ มีเรือสินค้าของหลายประเทศถูกโจมตีหลายครั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันโคกุกะ เคอเรเจิส ของญี่ปุ่น สหรัฐกล่าวโทษการโจมตีเหล่านี้ว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน แต่อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐได้จัดตั้งกองกำลังผสมทางทะเลขึ้นเพื่อปกป้องเรือในภูมิภาคนี้ โดยอังกฤษและออสเตรเลียเป็นกำลังหลักของหุ้นส่วนสหรัฐในโลกตะวันตกที่ตกลงจะส่งเรือรบมาช่วยคุ้มกันเรือสินค้าในอ่าวอาหรับ แต่ประเทศยุโรปส่วนใหญ่ปฏิเสธจะเข้าร่วมภารกิจนี้ ด้วยหวั่งเกรงว่าจะบั่นทอนความพยายามประคับประคองความตกลงนิวเคลียร์ที่ทำใว้กับอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนญี่ปุ่นนั้น แม้จะเป็นพันธมิตรของสหรัฐ แต่ยังรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอิหร่านไว้ และเลือกที่จะเปิดปฏิบัติการของตนเองแทนที่จะเข้าร่วมภารกิจที่สหรัฐเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว อาเบะเพิ่งให้การต้อนประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่านที่มาเยือนกรุงโตเกียว และเขาได้แจ้งต่อผู้นำอิหร่านถึงแผนการส่งเรือรบไปยังภูมิภาคอ่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของกระทรวงกลาโหมคนหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า ตามแผนนี้ ปฏิบัติการของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจะครอบคลุมน่านน้ำสากลในอ่าวโอมาน, ตอนเหนือของทะเลอาหรับ และอ่าวเอเดน แต่จะไม่รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกองกำลังผสมของสหรัฐและเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมรายหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นวางเป้าหมายว่าจะเริ่มปฏิบัติการบินลาดตระเวนได้ในเดือนมกราคม ส่วนเรือพิฆาตนั้นน่าจะเริ่มปฏิบัติการได้ในเดือนกุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจที่รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัตินี้มีระยะเวลา 1 ปี จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2563 หากจะขยายเวลาภารกิจจะต้องให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับรักสันติของญี่ปุ่นที่เริ่มใช้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จำกัดขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของญี่ปุ่นไว้อย่างเข้มงวด แต่นายกฯ อาเบะพยายามแก้ไขข้อจำกัดส่วนนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการของชาติยุโรปเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในภูมิภาคอ่าวจะเริ่มต้นในเดือนหน้าเช่นกัน โดยฝรั่งเศสจะส่งเรือรบ 1 ลำลาดตระเวนในภูมิภาคนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53387</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบฮอร์มุซ, ญี่ปุ่น, ตะวันออกกลาง, ทะเลอาหรับ, อิหร่าน, อ่าวโอมาน, เครื่องบินลาดตระเวน, เรือพิฆาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05ffa2e1b62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบจุดเครื่องบินลาดตระเวนตก!จนท.ออกเดินเท้าเข้าพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.61 - เวลา 18.00 น. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่เครื่องบินลาดตระเวนแบบทั่วไป (บ.ท.17) ของกองทัพบกประสบอุบัติเหตุตกที่จ.แม่ฮ่องสอนว่า เบื้องต้นกองทัพภาคที่ 3 ได้นำเฮลิคอปเตอร์รุ่นเบลล์212 ทำการลาดตระเวนตามเส้นทางที่เครื่องบินดังกล่าวบิน และพบเครื่องบินแล้ว ซึ่งจุดพบอยู่ทางทิศเหนือของสนามบินแม่ฮ่องสอนห่างไปราว 30 กิโลเมตร ก่อนถึงต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 2 กิโลเมตร ซึ่งยังอยู่ในฝั่งไทย ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปตรวจสอบจุดดังกล่าวก่อนจึงจะมีรายละเอียดมาแจ้งให้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ ด่วน!เครื่องบินลาดตระเวนชายแดนหายจากจอเรดาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12812</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ.ท.17, พ.อ.วินธัย สุวารี, เครื่องบินลาดตระเวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e046f61968.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
