<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมใช้มาตรฐาน ตู้เก็บวัคซีนส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด สมอ.ไฟเขียวมาตรฐานตู้เก็บวัคซีน เร่งเดินหน้าประกาศใช้ภายในเดือน ส.ค.นี้ รองรับความต้องการโรงพยาบาล-หน่วยงานทางการแพทย์ทั่วประเทศ คงคุณภาพวัคซีนในอุณหภูมิ 2-8 &amp;nbsp;องศาเซลเซียส ก่อนบริการฉีดให้คนไทยสู้โควิด ระบุผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาร่วมกลั่นกรอง หนุน ส.อ.ท.ผลักดันผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ-เครื่องทำความเย็นผลิตตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า บอร์ด สมอ.มีมติเห็นชอบมาตรฐานรวมทั้งสิ้น 48 มาตรฐาน ซึ่งมีมาตรฐานสำคัญๆ อาทิ มาตรฐานตู้เก็บวัคซีน, เครื่องจักรกลการเกษตร, สุราแช่, สุรากลั่น, ทีวีสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ, สุขภัณฑ์เซรามิก, คอนกรีตบล็อก, กล้องติดรถยนต์ และเครื่องยนต์ก๊าซโซลีนขนาดเล็ก เป็นต้น โดยเฉพาะมาตรฐานตู้เก็บวัคซีน ตนได้เร่งให้ สมอ.ดำเนินการประกาศใช้มาตรฐานโดยเร็วที่สุด เพื่อรองรับปริมาณความต้องการของโรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ในการเก็บรักษาวัคซีน เพื่อคงคุณภาพของวัคซีนก่อนนำไปฉีดให้ประชาชน
นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) กล่าวว่า สำหรับมาตรฐานตู้เก็บวัคซีน เฉพาะด้านสมรรถนะ เล่ม 1 ช่วงอุณหภูมิที่ยอมรับ &amp;nbsp;2 องศาเซลเซียส ถึง 8 องศาเซลเซียส มอก. 3245 &amp;nbsp;เล่ม 1-2564 นี้ สมอ.ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งเป็นองค์กรกำหนดมาตรฐานขั้นสูงของ สมอ. หรือ SDOs จัดทำมาตรฐานดังกล่าวขึ้น&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการวิชาการ (กว.) รายสาขา เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานร่วมกันพิจารณากลั่นกรองมาตรฐานดังกล่าว อาทิ&amp;nbsp;แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, &amp;nbsp;สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ไทย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวต่อว่า ทั้งนี้มาตรฐานครอบคลุมตู้เก็บวัคซีนแบบ 2 ประตู กระจกสองชั้น ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 250 โวลต์ สำหรับเก็บรักษาวัคซีนในช่วงอุณหภูมิ 2 องศาเซลเซียส ถึง 8 องศาเซลเซียส &amp;nbsp;รวมไปถึงยาและเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ชนิดที่มีการใช้ครั้งเดียว&amp;nbsp;(disposable &amp;nbsp;use) และปิดสนิท (sealed package) ซึ่งมีข้อกำหนดที่สำคัญคือ ข้อกำหนดทั่วไปของตู้เก็บความเย็น &amp;nbsp;อุณหภูมิช่องเก็บ อุณหภูมิหลังเปิดประตู อุณหภูมิภายในตู้เมื่อไฟฟ้าดับ สัญญาณเตือนเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่าหรือสูงกว่าช่วงอุณหภูมิที่ยอมรับได้ อุปกรณ์เตือน และการแสดงผลกับผู้ใช้ ทั้งนี้ สมอ.คาดว่ามาตรฐานพร้อมประกาศใช้ภายในเดือน ส.ค.นี้ และจะร่วมกับ ส.อ.ท.ผลักดันให้ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นนำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้ เพื่อให้สามารถผลิตตู้เก็บวัคซีนที่มีคุณภาพตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก รองรับความต้องการของโรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ในการเก็บรักษาวัคซีน ที่จะมีการนำเข้ามาฉีดให้ประชาชนจำนวนมากในอนาคตอันใกล้นี้
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบมาตรฐานสุรากลั่นและสุราแช่ ที่ได้ให้ กว.สาขาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นผู้จัดทำมาตรฐานดังกล่าว กลับไปทบทวนเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่กำหนดในมาตรฐานฉบับแก้ไขใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่ามาตรฐานเดิม โดยบอร์ดได้เห็นชอบให้คงค่าเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรฐานเดิมคือ สุรากลั่นให้คงเกณฑ์ในรายการเมทิลแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;ไม่เกิน 420 มิลลิกรัมต่อลิตร และแอลดีไฮด์ไม่เกิน &amp;nbsp;160 มิลลิกรัมต่อลิตร สำหรับสุราแช่กำหนดปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อลิตร เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากศูนย์ข้อมูล COVID-19 นับจากประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก ตั้งแต่วันที่ 28 &amp;nbsp;กุมภาพันธ์ 2564 จำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 &amp;nbsp;ก.พ.-21 ก.ค.64) รวม 15,084,696 โดส ใน 77 &amp;nbsp;จังหวัด ภาพรวมยอดฉีดวัคซีน วันที่ 21 กรกฎาคม &amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ยอดฉีดทั่วประเทศ 279,576 โดส เข็มที่ 1 อยู่ที่ 246,287 ราย เข็มที่ 2 อยู่ที่ 33,289 ราย จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 11,538,866 &amp;nbsp;ราย (จำนวนผู้ได้รับวัคซีนทั้งหมด) จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม 3,545,830 ราย (จำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์) ผลการดำเนินการให้บริการวัคซีนโควิด-19 (COVID-19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ค.64&amp;nbsp;ยอดผู้รับวัคซีนเพิ่ม &amp;nbsp;87,549 โดส ยอดผู้รับวัคซีนสะสม 4,910,388 โดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตู้เก็บวัคซีน, ส.อ.ท., สู้โควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุณหภูมิ 2-8  องศาเซลเซียส, เครื่องปรับอากาศ, เดือน ส.ค., เตรียมใช้มาตรฐาน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d58d53af504.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องจริง! MEA เผยผลทดสอบแอร์ ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งกินไฟมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (31 มีนาคม 2564) นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยถึงผลการทดสอบอัตราการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลให้ใช้พลังงานสูงขึ้นจากเดิมกว่าร้อยละ 14&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร MEA กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีที่จะมีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดนั้น หนึ่งในปัจจัยสำคัญ เกิดจากเครื่องปรับอากาศที่ต้องทำงานหนักในสภาวะแวดล้อมภายนอกที่มีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการทดสอบครั้งนี้ เป็นการวัดผลการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ ในสภาพอุณหภูมิที่แตกต่างกัน โดยการติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ได้มาตรฐาน ขนาด 12,000&amp;nbsp; BTU ตั้งค่าเครื่องปรับอากาศให้มีอุณหภูมิภายในห้องที่ 26 องศาเซลเซียส และวัดผลการใช้ไฟฟ้าในขณะที่อุณหภูมิภายนอกห้องมีการตั้งค่าไว้ที่ 35 และ 41 องศาเซลเซียส &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลการทดสอบ พบว่า การตั้งเครื่องปรับอากาศให้มีอุณภูมิภายในห้องที่ 26 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิภายนอกห้อง 35 องศาเซลเซียสต่อเนื่อง จะใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 0.69 หน่วยต่อชั่วโมง แต่หากอุณหภูมิภายนอกห้องเป็น 41 องศาเซลเซียสต่อเนื่อง เครื่องปรับอากาศดังกล่าวจะใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 0.79 หน่วยต่อชั่วโมง หรือกล่าวได้ว่า เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงขึ้น 6 องศาเซลเซียส เครื่องปรับอากาศจะใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นประมาณร้อยละ 14&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากผลการทดสอบดังกล่าว หากคำนวณเป็นค่าไฟฟ้าในอัตราเฉลี่ยหน่วยละ 3.9 บาท จะพบว่า การใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ ในขณะที่อุณหภูมิภายนอกห้อง 35 องศาเซลเซียส จะทำให้เสียค่าไฟฟ้าประมาณ 2.69 บาทต่อชั่วโมง ขณะที่ การใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ ในขณะที่อุณหภูมิภายนอกห้อง 41 องศาเซลเซียส จะทำให้เสียค่าไฟฟ้าประมาณ 3.08 บาทต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากค่าไฟฟ้าที่แตกต่างกัน หากสมมติการใช้งานเครื่องปรับอากาศเป็นระยะเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน นาน 30 วัน จะพบว่า การใช้เครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิภายนอกห้อง 35 องศาเซลเซียส จะมีค่าไฟฟ้าประมาณ 646 บาท และการใช้เครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิภายนอกห้อง 41 องศาเซลเซียส จะมีค่าไฟฟ้าประมาณ 739 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าเดิม 93 บาทต่อการใช้เครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การคิดค่าไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบัน มีการคิดค่าไฟฟ้าในรูปแบบอัตราก้าวหน้า ซึ่งจะมีการคิดค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงขึ้นเมื่อมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ดังนั้น การคำนวณค่าไฟฟ้าในรูปแบบที่ยกตัวอย่างดังกล่าว จึงอาจต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่ง MEA ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า มีข้อแนะนำวิธีการใช้เครื่องปรับอากาศในช่วงฤดูร้อน คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าควรตั้งค่าเครื่องปรับอากาศขั้นต่ำที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส รวมถึงควรดูแลเครื่องปรับอากาศ ล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอ ตลอดจนการเปิดพัดลมแทนการปรับอุณหภูมิให้ลดต่ำลง ก็จะเป็นการช่วยให้ประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟฟ้า และช่วยลดโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการเกิดมลภาวะทางอากาศ PM2.5 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97870</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, PM2.5, การไฟฟ้านครหลวง, นายจุมภฎ หิมะเจริญ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, เครื่องปรับอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60640e8940a65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2018 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>LG มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 แอร์อินเวอร์เตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;แอลจี&amp;quot; ส่ง 18 รุ่น ชิงแชมป์แชร์ตลาดแอร์อินเวอร์เตอร์อันดับ 1 เทงบ 300 ล้านบาท หวังโกยสัดส่วนรายได้เพิ่ม 25% หรือ 3,500 ล้านบาท ของเป้ารายได้รวม 23,000 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปียอดขายแตะ 200,000 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2561นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นอันดับ 1 ของส่วนแบ่งทางการตลาด หรือ มาเก็ตแชร์ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ซึ่งจากปีที่แล้วบริษัทมีสัดส่วน 17% อยู่ในอันดับ 2 ปีนี้คาดว่าจะสามารถทำได้ถึง 25% จากการพัฒนาระบบการทำงานของสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ประหยัดพลังงานถึง 70% ลดเสี่ยงรบกวน และเน้นความทนทาน โดยในไตรมาส1/2561 จะเปิดตัวทั้งหมด 18 รุ่น ใน 5 ซีรี่ส์ ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 12 รุ่น ใน 3 ซีรี่ส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนกลยุทธ์การทำตลาดนั้น ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะเจาะทั้งกลุ่มออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการจัดไวรัลแคมเปญ (Viral) เพื่อกระตุ้นการซื้อ และยังคงใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ในการสร้างการรับรู้สินค้าเช่นเดิม ทั้งนี้ มั่นใจว่าภายในปีนี้จะสามารถดันยอดขายของเครื่องปรับอากาศในบ้านให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 25% หรือ มีรายได้ 3,500 ล้านบาท จากรายได้รวมบริษัทที่ตั้งเป้าปีนี้ไว้ที่ 23,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตรวม 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับยอดขายนั้น เชื่อว่าปีนี้จะเติบโตจากปีก่อน 30% หรือมียอดขายจำนวน 200,000 เครื่อง ซึ่งเครื่องปรับอาการกลุ่มอินเวอร์เตอร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2553 ที่มีการนำเข้ามาทำตลาดในไทย โดยปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดานั้น มีการใช้งานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2559 มีการใช้งาน 70% และมาในปี 2560 มีการใช้งาน 50% ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีการใช้งานลดลงอีก ส่วนระบบอินเวอร์เตอร์ในปี 2559 เติบโต 29% ในปี 2560 เติบโตถึง 43% และในปีนี้เชื่อว่าสามารถเติบโตได้ถึง 60% ส่วนด้านราคาขายยังคงไม่มีการปรับขึ้น ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 - 25,000 บาทต่อเครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1648</URL_LINK>
                <HASHTAG>LG, ตลาด, ธุรกิจ, เครื่องปรับอากาศ, แอร์, แอลจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a6808c2918a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2018 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2018 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โตชิบาแคเรียร์ ท้าชิงเบอร์ 2 ตลาดแอร์ VRF</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โตชิบา แคเรียร์ &amp;nbsp;ประกาศรุกตลาด เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ระบบ VRF &amp;nbsp;หลังเปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รุ่นรวด ตั้งเป้ายอดขายโต 100% หวังเบียดมาร์เก็ตแชร์ขึ้นอันดับ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 ม.ค. 61 -นายอดิศักดิ์ รัมมณีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคเรียร์(ประเทศไทย) จำกัด &amp;nbsp;ในฐานะดูแลธุรกิจร่วมระหว่างเครื่องปรับอากาศแคเรียร์ และโตชิบา &amp;nbsp;โดยบริษัท โตชิบา แคเรียร์ คอร์ปอเรชั่น &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทจะรุกทำตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ระบบ VRF เนื่องจาก ในปีนี้ โตชิบา ได้เปิดตัวเครื่องปรับอากาศระบบ VRF รุ่นใหม่ล่าสุด ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ SMMS-7 และ Mini-7 ซึ่งเป็นการเปิดตลาดเครื่องปรับอากาศระบบ VRF ในเซกเมนต์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่มีจุดเด่นเรื่องขนาดเล็กและประหยัดไฟ &amp;nbsp;ซึ่งจะขยายตลาดกลุ่มลูกค้าจากเดิมเป็นโครงการขนาดใหญ่ ก็สามารถลดมาจับตลาดกลุ่มเครื่องปรับอากาศ โฮมออฟฟิศ หรือ บ้านพักอาศัยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การเปิดสินค้าใหม่ในรอบ 3ปี ทำให้บริษัทมั่นใจว่า จะสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น โดยเชื่อว่า การรุกทำตลาดอย่างหนักในปีนี้ จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 3 ขึ้นไปเป็นอันดับที่ 2ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการตลาด ในปีนี้จะเน้นการโรดโชว์ตามจังหวัดหัวเมือง และเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม และ ร้านอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสินเมธ อิ่มเอม &amp;nbsp;ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายขาย บริษัท แคเรียร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศระบบ VRF &amp;nbsp;เมื่อปี 2560 อยู่ที่ราวๆ 3,000 ล้านบาท ยอดขายราวๆ 10,000 เครื่อง ส่วนในปี 2561 คาดว่า ตลาดจะเติบโต ราวๆ 15% ส่วนเป้าหมายของ โตชิบา แคเรียร์ &amp;nbsp;สำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศ VRF ในปีนี้ มองเป้าหมายเติบโต 100% หรือ 2 เท่า จากปีก่อน ที่เติบโตเพียง 5% เท่านั้น &amp;nbsp;โดยมีปัจจัยหลัก ที่มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ รวมถึงการรุกทำตลาดมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/770</URL_LINK>
                <HASHTAG>เครื่องปรับอากาศ, แคร์เรียร์, แอร์, โตชิบา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://tpn-data.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/uploads/photos/big/20180109/5a54700510dc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
