<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อายุ18ปีถึงได้ขี่บิ๊กไบค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนส่งฯ รับลูก ครม. เตรียมบังคับใช้ใบอนุญาตขับขี่รถบิ๊กไบค์ ภายในปี 62 หวังควบคุมความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน แจงผู้ขี่บิ๊กไบค์ต้องเข้าอบรมทฤษฎี-ปฏิบัติเพิ่ม กำหนดกำลังเครื่องยนต์เกิน 400 ซีซีขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 22 ส.ค.61 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ตามที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบปรับปรุงแก้ไขร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ.2548 และผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง หรือบิ๊กไบค์ ต้องมีการผ่านการฝึกอบรมและทดสอบการขับรถด้วย พร้อมแยกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วไปและรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์นั้น ในขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการเตรียมประกาศกฎกระทรวงก่อนที่จะออกบทบัญญัติของกรมการขนส่งทางบก และมีผลบังคับใช้ภายในปี 2562 ทั้งนี้ สามารถเข้าไปดำเนินการได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ โดยยืนยันว่าจะไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว ถือเป็นการควบคุมตัวรถในแต่ละขนาดกำลังของเครื่องยนต์ (ซีซี) รวมถึงเป็นการกำหนดวุฒิภาวะในการรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ในการป้องกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บนท้องถนน ทั้งนี้ ในส่วนของเกณฑ์ผู้ที่จะขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์นั้น รถจะต้องมีขนาดกำลังเครื่องยนต์เกิน 400 ซีซีขึ้นไป โดยจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของกฎหมายจราจร และมีทักษะในการขี่รถบิ๊กไบค์ด้วย อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกได้รับความร่วมมือจากสมาคมบิ๊กไบค์ ในการกำหนดหลักเกณฑ์และใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะออกกฎกระทรวงแยกใบขับขี่รถจักรยานยนต์และใบขับขี่รถบิ๊กไบค์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเป็นการแบ่งโดยใช้เกณฑ์ขนาดซีซีของรถ ซึ่งผู้ที่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์เดิมแล้วมีรถบิ๊กไบค์ ต้องเข้ามาฝึกอบรมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติเพิ่มเติม ก่อนที่จะได้รับใบขับขี่ใหม่และถือใบเดียวเท่านั้น ไม่ต้องมี 2 ใบ&amp;quot; นายสนิทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดี ขบ. กล่าวว่า หลังจาก ครม.เห็นชอบในหลักการแล้วจะนำเสนอร่างดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาร่าง คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 เดือน โดยสาระสำคัญนั้นจะมีการจำแนก จยย.ที่มีกำลังสูงมีเครื่องยนต์ 400 ซีซีขึ้นไป หรือกำลังตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือบิ๊กไบค์นั้น ผู้ที่ขอรับต้องผ่านการอบรมและทดสอบจาก ขบ. ซึ่งเป็นเงื่อนไขกำหนดเพิ่มเติมขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกมลกล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุที่แยกทำใบขับขี่กับรถ จยย.ทั่วไป เพราะเป็นข้อเรียกร้องจากสังคมเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากในต่างประเทศ การขอรับใบขับขี่บิ๊กไบค์จะแยกประเภทกับใบขับขี่รถ จยย.ทั่วไปเช่นกัน สำหรับข้อมูลจดทะเบียนบิ๊กไบค์ ณ วันที่ 31 ก.ค.61 มีจำนวน 166,868 คันทั่วประเทศ ซึ่งตัวกฎหมายใหม่จะแยกใบขับขี่บิ๊กไบค์กับใบขับขี่รถ จยย.ทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะขณะนี้กฎหมายปัจจุบันใบขับขี่บิ๊กไบค์ยังอยู่กับใบขับขี่รถ จยย.ทั่วไป ยังไม่แยกให้เห็นชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอบรมนี้จะต่างจากการขอรับใบขับขี่ จยย.ทั่วไป ขบ.จัดเตรียมหลักสูตรที่จะรองรับไว้แล้ว ซึ่งผู้ขอรับต้องมีทักษะพอสมควร เพราะรถนี้มีสมรรถนะค่อนข้างสูง กำลังแรง และน้ำหนักค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นการใช้รถต้องอาศัยความชำนาญ เพราะไม่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย&amp;quot; นายกมลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกมลกล่าวอีกว่า การอบรมหลักสูตรจะต่างด้วย เช่น เพิ่มชั่วโมงการอบรมมากขึ้น ปรับปรุงข้อสอบข้อเขียนเพิ่มจำนวนมากขึ้น เกี่ยวกับกฎหมายจราจร กฎหมายรถยนต์ กฎหมายขนส่ง การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ และเครื่องหมายจราจร มีสัดส่วนในการนำมาสอบข้อเขียน ซึ่งปัจจุบันผู้มาขอรับใบขับขี่ต้องมีสอบข้อเขียน 50 ข้อ และต้องสอบผ่านได้ 45 ข้อ หรือ 90% ตอนนี้ข้อสอบปัจจุบันมีการใช้มา 2-3 ปีแล้ว ส่วนอายุต้องมีเกณฑ์ 18 ปีขึ้นไป เพราะมีเรื่องขนาดรถใหญ่กว่ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งต่างจากขอรับใบขับขี่รถ จยย. ที่อายุ 15 ปีสามารถมาทำใบขับขี่ได้ ที่มีเครื่องยนต์ 110 ซีซีขึ้นไป รวมทั้งการออกแบบใบขับขี่บิ๊กไบค์จะแตกต่างรถ จยย.ทั่วไป อยู่ระหว่างออกแบบให้แตกต่างจากปัจจุบัน ใบขับขี่จะเป็นแบบสมาร์ทการ์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้ประสานงานกับค่ายจำหน่ายรถต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ที่จำหน่ายรถบิ๊กไบค์ด้วย เพราะการขี่รถบิ๊กไบค์ต้องมีทักษะในการขับขี่เพิ่มเติมจากการขับขี่รถ จยย.ทั่วไป เพราะสภาพรถมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก และมีสมรรถนะสูง สำหรับผู้ที่จะขอรับใบขับขี่บิ๊กไบค์จะต้องเข้ามาอบรมหลักสูตรเพิ่มเติม จากนั้นสามารถรับใบขับขี่ได้โดยไม่ต้องสอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติเหมือนกระบวนการมาขอรับใบขับขี่ จยย.ใหม่ โดยใช้เอกสารประกอบการทำใบขับขี่ และจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกบัตรเหมือนกับการขอรับใบขับขี่ จยย.ทั่วไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15964</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนิท พรหมวงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครื่องยนต์เกิน 400 ซีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7d657eb7157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
