<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศุลกากรเตือน!อย่าหลงเชื่อสื่อออนไลน์ อ้างชื่อหลอกขายเครื่องวัดอุณหภูมิและหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 เผยแพร่ข่าว กรมศุลกากร เตือน!! อย่าหลงเชื่อสื่อออนไลน์ อ้างชื่อหลอกขายเครื่องวัดอุณหภูมิและหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่มีสื่อออนไลน์ อ้างชื่อกรมศุลกากรโฆษณาชวนเชื่อในการจำหน่ายเครื่องวัดอุณหภูมิ หน้ากากอนามัย โดยมีรูปภาพและข้อความที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ากรมศุลกากรเป็นผู้จำหน่ายเอง อาทิ &amp;ldquo;ศุลกากรสนามบินกรุงเทพยึดปืนวัดอุณหภูมิมาตรฐานสหภาพยุโรปจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้ขายต่ำกว่าราคาตลาดในเวลาจำกัด ถ้าสั่งซื้อภายใน 24 ชม. นี้ ส่งตรงจากสนามบิน เราจะต่อสู้โควิด 19 ไปด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมศุลกากรขอแจ้งให้ทราบว่า กรมศุลกากรไม่มีการจำหน่ายเครื่องวัดอุณหภูมิ หรือหน้ากากอนามัยผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ แต่อย่างใด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รัฐบาลได้มีนโยบายให้กรมศุลกากรนำของกลางที่เกี่ยวกับการป้องกันเชื้อไวรัสดังกล่าวส่งมอบศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ (ศบค.) และกรมศุลกากรได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับสื่อออนไลน์ดังกล่าวไม่ได้เป็นสื่อภายใต้การกำกับดูแลของกรมศุลกากร และมีการนำตราสัญลักษณ์ (โลโก้) ของโครงการที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของกรมศุลกากรไปใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหาผลประโยชน์ทางธุรกิจซึ่งถือเป็นการหลอกลวงประชาชน ทั้งนี้ การกล่าวอ้างชื่อหรือนำตราสัญลักษณ์ (โลโก้) ของหน่วยงานราชการมาเผยแพร่เพื่อหาผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือเพื่อการอื่นใดโดยมิได้รับอนุญาตจากหน่วยงานนั้นๆ ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบและโปรดอย่าหลงเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากท่านเกิดข้อสงสัยท่านสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมศุลกากร 1164 หรือศูนย์บริการศุลกากร (Customs Care Center) โทรศัพท์ 02-667-6000,02-667-7000 ต่อ 205844-8 หรือ website: ccc.customs.go.th.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63773</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, สื่อออนไลน์, เครื่องวัดอุณหภูมิ, เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e476707ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่านคัดกรองเข้ม‘ชัยนาท’มีเครื่องวัดอันเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ทั่วประเทศตั้งด่านคัดกรองโควิด-19 เข้มข้น &amp;quot;กทม.&amp;quot; วาง 7 จุดรอบกรุง &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ลงพื้นที่ตรวจการปฏิบัติงาน กำชับ ตร.ใช้วาจาสุภาพขอความร่วมมือจาก ปชช. &amp;quot;ชัยนาท&amp;quot; วุ่น! จุดตรวจมีเครื่องวัดอุณหภูมิเครื่องเดียว &amp;quot;กระบี่&amp;quot; ก็ป่วนทั่ว จว.ผู้ป่วยโควิดหนีจาก รพ. เร่งตามหาทั้งเมืองก่อนเจอที่สถานีขนส่ง เดือดร้อนผู้สัมผัสระหว่างทางถูกกักตัว 14 วัน จนท.แจ้งเอาผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ กทม., ตำรวจ, ฝ่ายปกครองและสาธารณสุข รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มดำเนินการตั้งด่านตรวจ 7 จุดสำคัญ ในพื้นที่รอยต่อระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-30 เม.ย.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยด่านตรวจทั้ง 7 จุด ประกอบด้วย 1.สะพานข้ามคลองประปา ถนนแจ้งวัฒนะ เขตรอยต่อจังหวัดนนทบุรี 2.ใต้ทางด่วนมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ เขตรอยต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา 3.ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ซอย 39 เขตรอยต่อจังหวัดสมุทรปราการ 4.หน้าปั๊มเอสโซ่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง &amp;nbsp;ถนนสุขุมวิท เขตรอยต่อจังหวัดสมุทรปราการ 5.หน้าศูนย์โตโยต้า ถนนราชพฤกษ์ เขตรอยต่อจังหวัดนนทบุรี 6.ใต้สะพานภูมิพล ถนนสุขสวัสดิ์ เขตรอยต่อจังหวัดสมุทรปราการ และ 7.หน้าปั๊ม ปตท. ซอยพระราม 2 ซอย 92 ถนนพระรามที่ 2 เขตรอยต่อจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และคณะ เดินทางมาตรวจความพร้อมของจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 บริเวณจุดตรวจแยกใต้ด่วนมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ขาเข้า ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ลำผักชี พร้อมได้นำหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ล้างมือ มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินทางต่อไปที่บริเวณด่านตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 ใต้บีทีเอสแบริ่ง นำอุปกรณ์เวชภัณฑ์ อาทิ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ถุงมือ มามอบให้เจ้าหน้าที่พร้อมให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ยอมรับยังมีปัญหาอุปสรรคบางอย่างที่เจ้าหน้าที่ยังไม่เข้าใจในการปฏิบัติงาน จึงได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติให้ถูกต้องไปแล้ว ซึ่งเมื่อช่วงเช้าในพื้นที่ บก.น.4 มีผู้ที่มีอุณหภูมิสูง 37.5 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจึงแนะนำและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตั้งด่านอาจจะส่งผลให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาไม่ได้รับความสะดวกบ้าง แต่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีการทำความเข้าใจในเรื่องหน้าที่และบทบาทของตัวเองแล้ว หากพบประชาชนที่มีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 ก็จะให้สาธารณสุขเข้าดำเนินการ ส่งตัวไปตรวจเพิ่มที่โรงพยาบาล แต่หากประชาชนขัดขืนเจ้าหน้าที่ก็จะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปได้&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในการตั้งจุดตรวจเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ควบคุมคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงไม่ให้ออกนอกพื้นที่ และขอความร่วมมือประชาชนให้อยู่ในพื้นที่ หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามรอยต่อจังหวัด หัวเมืองใหญ่ หรือสถานที่ที่มีประชากรหนาแน่น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส, ควบคุมการแพร่กระจายตามสถานีขนส่งสาธารณะ รถไฟ ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ สนามกีฬา ชุมชนแออัด เป็นต้น&amp;nbsp;
ทุก จว.ตั้งด่านเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ตร.ได้กำชับผู้บังคับบัญชา หัวหน้าชุดที่ควบคุมการปฏิบัติทุกพื้นที่ กำกับดูแลในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ใช้กิริยาวาจาโดยสุภาพ และให้ความร่วมมือกับ กอ.รมน.จังหวัด และหน่วยร่วมปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลังความสามารถ&amp;quot; รองโฆษก ตร.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ มีหนังสือสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกพื้นที่ทำการตั้งจุดตรวจคัดกรองตามถนนที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด โดยกำหนดไว้ 4 จุด ประกอบด้วย จุดแรกบริเวณถนนสุขุมวิท หน้าศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สำโรงเหนือ, สภ.เมืองสมุทรปราการ และ สภ.บางปู พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเทศบาลเป็นกำลังหลักของการตั้งจุดตรวจคัดกรอง จุดที่ 2 บริเวณหน้าร้านไทยวัสดุ ถนนบางนา-ตราด ขาเข้านครบาล เลยห้างเมกาไปเล็กน้อย &amp;nbsp;ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.บางแก้ว, สภ.บางพลี และ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนจุดที่ 3 &amp;nbsp;บริเวณสามแยกบางบ่อ ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.บางบ่อ, สภ.บางเสาธง และ สภ.คลองด่าน &amp;nbsp;และจุดที่ 4 บริเวณสามแยกพระประแดง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.พระประแดง, สภ.พระสมุทรเจดีย์ และ สภ.สาขลา เป็นกำลังหลักในการตรวจคัดกรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชัยนาท มีการตั้งจุดตรวจคัดกรองคนเดินทางเข้าออกจังหวัดจำนวน 2 จุด โดยจุดแรกบริเวณหน้าสวนนกชัยนาท ถนนพหลโยธิน อ.เมืองชัยนาท เพื่อคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากถนนสายเอเชีย ผ่านเข้าเมืองชัยนาท ส่วนจุดที่ 2 บริเวณสามแยกวังกระชาย ถนน 340 อ.หันคา จ.ชัยนาท เพื่อคัดกรองผู้ที่เดินมาจากจังหวัดสุพรรณบุรีเข้ามาจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตั้งจุดตรวจที่เร่งด่วนทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ &amp;nbsp;เพราะทั้งด่านมีเครื่องวัดอุณหภูมิเพียงเครื่องเดียว จึงทำให้การคัดกรองรถแต่ละคันต้องใช้เวลานาน &amp;nbsp; เบื้องต้น พ.ต.อ.ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองชัยนาท ได้แก้ปัญหาด้วยการตรวจคัดกรองรถที่เป็นทะเบียนต่างจังหวัดก่อน ส่วนรถทะเบียนจังหวัดชัยนาทซึ่งเป็นคนชัยนาทจะปล่อยให้ผ่านไปก่อน หากได้เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิมาเพิ่มเติมมากกว่านี้จึงจะทำการตรวจรถทุกคันอย่างเข้มข้นต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิษณุโลก เริ่มมาตรการตั้งจุดคัดกรองก่อนเข้าจังหวัดพิษณุโลกก่อนเข้าสู่ตัวเมืองพิษณุโลก &amp;nbsp;กำหนด 4 จุดบนถนนสายหลัก ประกอบด้วย จุดตรวจบ้านกร่าง ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก ถนนพิษณุโลก-สุโขทัย ทางหลวงหมายเลข 12 จุดตรวจท่างาม อ.วัดโบสถ์ ถนนพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ทางหลวงหมายเลข 11 จุดตรวจวังเป็ด อ.บางระกำ ถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ ทางหลวงหมายเลข 117 &amp;nbsp;และจุดตรวจหน้าศูนย์ปฏิบัติการสายตรวจ สภ.วังทอง อ.วังทอง ถนนพิษณุโลก-หล่มสัก ทางหลวงหมายเลข 12
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ, สาธารณสุข, ขนส่ง, ฝ่ายปกครองและ กอ.รมน. ตั้งด่านตรวจคัดกรองรถยนต์ทุกคันที่เดินทางเข้ามาในเขต จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดตรวจคัดกรองแบบถาวรทั้งหมด 9 จุดตรวจหลัก ประกอบด้วย หน้า สภ.พล, สภ.แวงน้อย, บนถนนแจ้งสนิท เส้นทางบ้านไผ่-บรบือ, ตู้ยาม &amp;nbsp;ต.01 สภ.หนองเรือ, สภ.ชุมแพ, สภ.เขาสวนกวาง, บนถนนสายขอนแก่น-ยางตลาด บริเวณรอยต่อห้วยสามบาตร และแยกหมู่บ้านทางพาด ถ.เจนจบทิศ พื้นที่ สภ.หนองสองห้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สุรินทร์ ผู้ว่าฯ จังหวัดสุรินทร์ สั่งการให้ทุกอำเภอที่มีพื้นที่รอยต่อติดกับจังหวัดข้างเคียงและอำเภอชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางรอยต่อระหว่างประเทศ เส้นทางการเดินทางจากกรุงเทพฯ &amp;nbsp;จังหวัดปริมณฑลและจังหวัดต่างๆ มายังจังหวัดสุรินทร์ ตั้งด่านคัดกรองประชาชนตามเส้นทางรอยต่อจังหวัดสุรินทร์กับจังหวัดข้างเคียง โดยในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์กำหนดจุดตรวจคัดกรองจำนวน 3 &amp;nbsp;จุด ได้แก่ ถนนทางหลวง หมายเลข 226 หน้า อบต.คอโค, สถานีรถไฟสุรินทร์ และสถานีขนส่งผู้โดยสารเทศบาลเมืองสุรินทร์
กระบี่ป่วนไล่จับผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการตรวจคัดกรองในวันนี้พบประชาชนที่ขับขี่รถผ่านบริเวณถนนดังกล่าวมีการใส่หน้ากากอนามัย และให้ความร่วมมือในการตรวจคัดกรองของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังตรวจพบมีผู้ที่อุณภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียสจำนวน 3 คน จึงได้ให้ลงจากรถมานั่งพักและซักประวัติ พร้อมวินิจฉัยอาการและสอบสวนโรคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กระบี่ นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.โรงพยาบาลกระบี่ ได้แจ้งประสานไปยัง พ.ต.อ.ณรงค์ ลักษณะวิมล ผกก.สภ.เมืองกระบี่ ให้ช่วยติดตามตัวผู้ป่วยชายรายหนึ่ง อายุประมาณ 20-25 ปี หลบหนีออกจาก รพ.กระบี่ โดยเป็นผู้ป่วยที่ถูกกักตัวไว้รักษา หลังตรวจพบผู้ป่วยชายรายดังกล่าวมีเชื้อไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยทีมแพทย์และพยาบาลของ รพ.กระบี่จึงเร่งออกติดตามตัว ต่อมารับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ บขส.กระบี่ พบชายไทยคนหนึ่งเข้ามายังจุดตรวจคัดกรองของ บขส.แล้วเจ้าหน้าที่ตรวจพบร่างกายมีอุณหภูมิสูงผิดปกติ ตำรวจพร้อมด้วยแพทย์และพยาบาล รพ.กระบี่จึงเร่งเดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นผู้ป่วยที่หลบหนีออกจาก รพ. จึงรีบนำตัวกลับไปกักตัวเพื่อรักษา เบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าวพยายามจะเดินทางกลับไปบ้านในพื้นที่ จ.ตรัง แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจคัดกรอง และได้ตัวก่อนจะขึ้นรถโดยสารกลับบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยชายรายนี้ รพ.กระบี่รับตัวเข้ามารักษาอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทราบว่าเดินทางมาจากเกาะพีพี ถูกนำตัวอย่างสารคัดหลั่งส่งตรวจหาเชื้อ พบว่ามีเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงกักตัวไว้รักษาในห้องความดันลบชั้น 1 อาคาร 45 ปี รพ.กระบี่ กระทั่งช่วงเย็นเจ้าหน้าที่พยาบาลกำลังจะเข้าไปตรวจวัดไข้ แต่ไม่พบผู้ป่วยในห้อง คาดว่าผู้ป่วยน่าจะหลบหนีออกทางระเบียงหลังห้อง กระโดดออกจากตัวอาคารไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นิติกรของโรงพยาบาลกระบี่ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ป่วยรายดังกล่าวแล้วด้วย ตามความผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝากถึงผู้ที่ป่วยด้วยไวรัสโควิด-19 ทุกคน ขอให้ทุกคนมีจิตสำนึกในการเก็บตัวรักษา เพราะผู้ติดเชื้อมีโอกาสที่จะรักษาให้หายได้ แต่ต้องให้ความร่วมมือกับทีมแพทย์ด้วย กรณีดังกล่าวจึงต้องดำเนินคดีให้เป็นตัวอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทีมสอบสวนโรคสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ได้ออกติดตามบุคคลกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ทั้งคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่รับผู้ป่วยจากหน้าโรงพยาบาลกระบี่ คนขับรถแท็กซี่ป้ายเขียวที่รับผู้ป่วยจาก บขส.ไปส่งยังท่าเรือ คนขับรถตู้โดยสารสายตรัง-กระบี่ หมายเลข 8 ทะเบียน 10-1790 ตรัง ที่รับผู้ป่วยมาจาก จ.ตรัง พ่อค้าแม่ค้าที่สถานี บขส.กระบี่ ประสานให้กักตัวดูอาการ 14 วัน และประชาสัมพันธ์แจ้งให้ผู้โดยสารจำนวน 8 คนที่เดินทางมากับรถตู้โดยสารคันดังกล่าว ออกจากจังหวัดตรังเวลาประมาณ 08.30 น.เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา และผู้ใกล้ชิดให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านทันทีเพื่อกักตัวดูอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งตั้งด่านตรวจคัดกรองจำนวน 5 ด่านหลัก ประกอบด้วย 1.ด่านตรวจบ้านเขาฝ้าย ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล 2.ด่านตรวจบ้านฉิมหลา ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร 3.ด่านตรวจบ้านคอกวัว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ &amp;nbsp;4.ด่านตรวจสี่แยกกะปาง ตำบลกะปาง อำเภอทุ่งสง และ 5.ด่านตรวจถนนสาย 41 (ขาล่อง) อำเภอถ้ำพรรณรา สำหรับการตรวจจะดูรถที่มีป้ายทะเบียนต่างจังหวัดเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดต่างๆ หรือสถานที่เสี่ยงอื่นๆ หากใครไม่ใส่หน้ากากก็จะแนะนำให้ใส่ทุกราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงพรุพ้อ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง กับ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ตั้งจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 &amp;nbsp; เพื่อจัดระเบียบการเดินทาง การจราจร การเฝ้าระวังหรือสังเกตผู้เดินทางและพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค โดยเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจพรุพ้อเริ่มมาตรการเข้มข้นในการตรวจรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารประจำทาง มีการใช้เครื่องตรวจวัดอุณภูมิของร่างกาย และหากพบกรณีต้องสงสัยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายติดเชื้อโควิด เจ้าหน้าที่จะแยกมาคัดกรองและซักประวัติอย่างละเอียด โดยปฏิบัติตามขั้นตอนการส่งตรวจและการรักษา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61082</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ด่านคัดกรอง, ด่านคัดกรองโควิด, ตั้งด่านคัดกรองโควิด-19, พ.ร.บ.โรคติดต่อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครื่องวัดอุณหภูมิ, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cc3f56ad05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
