<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวอยากสวยพึงระวัง เจอโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ คอลลาเจนเถื่อน อย.-ดีเอสไอ ทะลาย12แหล่งนำเข้าผิดกม.สวมสิทธิ์ทะเบียนผู้อื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มิ.ย.62- นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย) &amp;nbsp;พร้อมด้วย นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการ อย. &amp;nbsp;ร่วมกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นำโดย ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)นำโดย พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายมณฑล แก้วเก่า รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และพันตำรวจโท นิรุติ พัฒนรัฐ รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. ธเรศ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 12 จุด จากการสืบสวนพบว่าเป็นขบวนการนำเข้าและตัวแทนจำหน่ายสินค้าเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ฯลฯ ลักลอบนำเข้าและเป็นผลิตภัณฑ์ยาที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว ในราชอาณาจักร จำหน่ายให้กับลูกค้าหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้าที่เป็นคลินิกกลุ่มลูกค้าที่ซื้อยาไปใช้เอง และกลุ่มลูกค้าที่นำยาไปรับจ้างฉีดให้กับบุคคลอื่นทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด &amp;nbsp;โดยเป้าหมายดังกล่าวได้กระจายสินค้าทางไปรษณีย์เอกชน หรือฝากให้รถจักรยานยนต์รับจ้างนำส่งสินค้าให้กับลูกค้าอีกต่อหนึ่ง ส่วนลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดจะฝากส่งต่อให้กับรถตู้โดยสารประจำทาง หรือรถทัวร์ประจำทางตามสถานีขนส่งแล้วแต่กรณี พบยังมีเครือข่ายที่เป็นลูกค้ารับสินค้ามาจำหน่ายให้กับลูกค้าผ่านอินสตาแกรม (IG) แอพพลิเคชั่นไลน์ โดยเช่าห้องพักในอาคารเป็นสถานที่เก็บสินค้าและส่งสินค้าประเภทยาฉีดโบท็อกซ์ ยาฉีดกลูตาไธโอน ยาฉีดสเต็มเซลล์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาฉีดรกแกะ และยาฉีดลดไขมัน และยาเสริมความงามประเภทอื่น เป็นต้น โดยนำสินค้าไปกระจายเก็บซุกซ่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสถานที่ต่าง ๆ หลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร ซี่งในการตรวจค้นครั้งนี้ได้แบ่งกำลังกันเข้าตรวจค้นเป้าหมาย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเลขที่ 167 (หมู่บ้านการเคหะนคร ซอย 46) ซอยพัฒนาการ 52 แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ บ้านพักอาศัย 1 ชั้น มีบริเวณเป็นสถานที่หลักในการเก็บและกระจายสินค้าไปยังลูกค้า
2. &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเลขที่ 122/142 (หมู่บ้านศรีวรา) ซอยรามคำแหง 63/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ (ลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น)
3. &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเลขที่ 146/94 (หมู่บ้านคอลเลจทาวน์ ซอย 10) ซอยรามคำแหง 24 แยก 34 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ (ลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ไม่มีผู้พักอาศัย)
4. &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเลขที่ 769 (หมู่บ้านสินธร ซอย 3) ถนนแฮปปี้แลนด์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ (ลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ไม่มีผู้พักอาศัย)
5. &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเลขที่ 1240 (หมู่บ้านเสนาวิลล่า 84 ซอย 24) ซอยแฮปปี้แลนด์ 1 แยก 3 ถนนแฮปปี้แลนด์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ (ลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ไม่มีผู้พักอาศัย)
6. &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเลขที่ 13/301(1015) ถนนอินทราภรณ์ แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (ลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 ชั้น ไม่มีผู้พักอาศัย)
7. &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเลขที่ 85/95 (หมู่บ้านเกนุติการ์เด้น) ซอยลาดพร้าว 94 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (ลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ไม่มีผู้พักอาศัย)
8. &amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเดอร์มาลิงค์ จำกัด อาคาร AIA CAPITAL CENTER บ้านเลขที่ 89 ห้อง 804 ชั้น 8 ถนนรัชดาภิเษก แขวง/เขตดินแดง กรุงเทพฯ (บริษัทเซ่าพื้นที่อยู่ในอาคาร)
9. &amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเอเมค อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด อาคาร AIA CAPITAL CENTER บ้านเลขที่ 89 ห้อง 804 ชั้น 8 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถนนรัชดาภิเษก แขวง/เขตดินแดง กรุงเทพฯ (บริษัทเซ่าพื้นที่อยู่ในอาคาร)
10. อาคารรัชดาเพลส อพาร์ทเมนท์ เลขที่ 335 ชั้น 1 (ห้องที่ 3 ขวามือ) ซอยรัชดาภิเษก 13 ถนนรัชดาภิเษก แขวง/เขตดินแดง กรุงเทพฯ (ห้องเช่าอพาร์ทเมนท์)
11. คลินิก เอเมค สาขาทองหล่อ อาคารฟิฟตี้ฟิฟ (fifty fifth) ชั้นที่ 2 เลขที่ 90 ซอยทองหล่อ สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
12. คลินิก เอเมค สาขาสีลม อาคารดวงทิพย์ เลขที่ 68/1 ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคดีนี้ ดีเอสไอ ได้สืบสวนติดตามการกระทำความผิดของขบวนการนี้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งเมื่อมีพยานหลักฐานว่ามีการกระทำความผิดจริง จึงได้รับไว้เป็นคดีพิเศษที่ 30/2560 ซึ่งจากการตรวจค้นในครั้งนี้ พบของกลางเป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยาที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร นอกจากนี้ &amp;nbsp;ยังพบเครื่องสำอางที่ไม่จดแจ้งและไม่มีฉลากภาษาไทย เช่น ยาฉีด &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลูตาไธโอน ยาฉีดสเต็มเซลล์ ยาฉีดรกแกะ ยาฉีดโบท็อกซ์ และยาฉีดลดไขมัน โดยมูลค่าของกลางรวมทั้งสิ้นประมาณ 80 ล้านบาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.25101. &amp;nbsp; &amp;nbsp;นำเข้าและขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ2. &amp;nbsp; &amp;nbsp;นำเข้าและขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคิดตามพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.25581. จำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่จดแจ้ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท &amp;nbsp;2. จำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่แสดงฉลากภาษาไทยและเครื่องสำอางที่แสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดตาม &amp;nbsp;พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 คือ1. &amp;nbsp;จำหน่าย เสนอจำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษ จำคุก ไม่เกิน 4 ปีหรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือ &amp;nbsp; ทั้งจำทั้งปรับ2. &amp;nbsp;จำหน่าย เสนอจำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มีความผิดตามกฎหมายของศุลกากรฐานนำเข้าของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้าย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศุลกากร โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับ 4 เท่า ของราคาของที่รวมค่าอากรด้วยแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับและริบของนั้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการอย. กล่าวว่า อย.พร้อมร่วมมือกับทาง DSI และ สบส. กวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพราะผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ทราบว่าผลิตที่ใด สถานที่ผลิต &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้มาตรฐานหรือไม่ ตัวยาเป็นตัวยาจริงหรือไม่ อาจมีการปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตราย การเก็บรักษาไม่อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมอาจส่งผลต่อคุณภาพของตัวยาที่ก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้ และทาง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี กรมสบส.ได้กล่าวเตือนไปยังผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและสถานพยาบาลทุกแห่ง ทั้งแพทย์ผิวหนัง แพทย์ศัลยกรรม แพทย์ด้านความงาม จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต้องมีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ต้องใช้ยาที่มีทะเบียนตำรับยาและให้การบริการเป็นไปตามมาตรฐาน หากพบการกระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด กรณีแพทย์เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายจะถูกส่งไปยัง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพทยสภาให้ดำเนินการเอาผิดทางจรรยาบรรณแพทย์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี ดีเอสไอ แจ้งการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าว จึงเข้าเป็นความผิดทางอาญาฐาน &amp;ldquo;จำหน่าย เสนอจำหน่าย และมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร&amp;rdquo; จึงขอเตือนผู้ที่ลักลอบนำเข้ายาที่ผิดกฎหมายเข้ามาราชอาณาจักร ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก และระบบเศรษฐกิจของประเทศอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสิทธิพิเศษทางการค้าทำให้สินค้าไทยบางรายการไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ เนื่องจากประเทศไทยได้รับการจัดอันดับตามมาตรา 301 พิเศษของประเทศสหรัฐอเมริกาให้อยู่ในระดับ Watch List (WL) ซึ่งดีเอสไอ มุ่งหวังจะให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากทุกบัญชีที่ถูกจับตามองของต่างประเทศ นอกจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษพร้อมที่จะดำเนินการกับผู้กระทำความผิด โดยใช้กฎหมายทุกประเภทกับผู้กระทำความผิด รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการอย. &amp;nbsp;กล่าวในตอนท้ายว่า ปัจจุบันพบว่าสาวไทยส่วนใหญ่ชอบที่จะเข้ารับบริการเสริมความงามตามคลินิกที่มีอยู่มากมาย ทำให้มีโฆษณาขายยาฉีด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดคอลลาเจน ฉีดกลูตาไธโอน และเครื่องสำอางอย่างแพร่หลายผ่านทางเว็บไซต์ ติดหน้าร้านเสริมความงาม จึงขอเตือนประชาชนโดยเฉพาะสาว ๆ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ให้ระวังการเข้ารับบริการ หากผู้บริโภครายใดมีความประสงค์ที่จะฉีดสารใด ๆ เพื่อความสวยงาม ควรเข้ารับบริการฉีดกับสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลตามกฎหมายและเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและต้องอยู่ประจำ ก่อนการฉีดควรสอบถามและขอดูตัวยาที่ใช้ว่ามีการอนุญาตขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจาก อย. หรือไม่ และขอย้ำเตือนไปยังผู้บริโภคอย่าซื้อยาไปใช้เอง หรือฉีดกับหมอเถื่อน อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิต เพราะการฉีดบนใบหน้าต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคบนใบหน้าเป็นอย่างดี เนื่องจากบนใบหน้ามีกล้ามเนื้อเล็ก ๆ และเส้นเลือดมากมาย จึงต้องฉีดด้วยความระมัดระวัง หากเกิดอันตรายจากการแพ้ ทางสถานพยาบาลจะได้รับผิดชอบและช่วยเหลือได้ทันท่วงที &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ผ่านมา อย. ได้ตรวจสอบคลินิกและสถานพยาบาลเสริมความงาม พบว่ามีการนำสารฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ คอลลาเจน กลูตาไธโอน ที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียน มาใช้ในสถานพยาบาล ซึ่ง อย. มีการตรวจจับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายอยู่เสมอ และหากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย หรือพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail:1556@fda.moph.go.th หรือตู้ ปณ.1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11000 หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือ Line @FDAthai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อ อย. จะทำการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38470</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., คอลลาเจน, ฉีดฟิลเลอร์, ดีเอสไอ, สบส., เครื่องสำอางเถื่อน, โบท็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d0206e283f02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดครีมทาหน้าผลิตจากเวียดนาม 40 กระสอบมูลค่านับล้าน ไม่มี อย. คาดวางขายตามตลาดนัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.62 - ที่อาคารคลังสินค้า ด่านศุลกากรหนองคาย นายสมบัติ ฆ้อนทอง หัวหน้าฝ่ายปราบปรามทางศุลกากรหนองคาย&amp;nbsp;พันเอกประภาส อ้อชัยภูมิ รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำจังหวัดหนองคาย (รองผบ.กกล.รส.จ.หนองคาย) พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากร และทหาร ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสุพจน์ ตันนารัตน์ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 230 หมู่ 3 ต.หินโงม อ.เมืองหนองคาย และนายธนวัฒน์ วิเศษสุนทร อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 214 หมู่ 11 ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย พร้อมของกลางเครื่องสำอางประเภทครีมทาหน้า 40 กระสอบ รถกระบะซูซูกิ แครี่ สีขาว ทะเบียน บธ 7392 หนองคาย และเรือยนต์ 1 ลำ มูลค่าของกลางเฉพาะเครื่องสำอางรวมภาษีประมาณ 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติ&amp;nbsp;กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศุลกากร ทราบว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าหนีภาษีศุลกากรจากประเทศเพื่อนบ้านโดยทางเรือ มาขึ้นฝั่งที่บ้านปะโค ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย จึงประสานทหารและนำกำลังไปตรวจสอบ ก็พบผู้ต้องหาทั้งสองคนกำลังช่วยกันขนกระสอบสิ่งของขึ้นจากเรือมาใส่รถกระบะ เจ้าหน้าที่แสดงตัวและตรวจสอบ พบว่าภายในกระสอบเป็นเครื่องสำอางประเภทครีมทาหน้าผลิตจากประเทศเวียดนาม รวม 40 กระสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามทั้งสองคนให้การว่า มีแม่ค้าคนลาวชื่อ จันทร์ ว่าจ้างให้ทั้งสองคนนำสินค้ามาส่งให้กับลูกค้าคนไทยที่หนองคายจำนวน 3 เที่ยว จะได้เงินค่าจ้างขนเที่ยวละ 3,000 บาท โดยกำลังขนเที่ยวแรกก็มาเจอเจ้าหน้าที่เสียก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขนสินค้าข้ามประเทศมาแล้วหลายครั้ง มีสินค้าหลายประเภทที่ลักลอบนำเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องสำอางประเภทนี้ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขอเตือนประชาชนระมัดระวังการซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน คาดว่าเครื่องสำอางเหล่านี้จะไปวางขายตามตลาดนัด โดยหลังจากนี้จะส่งตัวอย่างให้คณะกรรมการ อย.ตรวจสอบว่ามีสารปนเปื้อนอันตรายหรือไม่ และยึดของกลางทั้งหมดไว้ดำเนินการตามกฎระเบียบศุลกากร ส่วนผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกตั้งข้อหาลักลอบนำของต้องห้ามเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28370</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, จับสินค้าหนีภาษี, ศุลกากรหนองคาย, เครื่องสำอางเถื่อน, เครื่องสำอางเวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c593899942c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
