<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มิติใหม่จด &#039;เครื่องหมายการค้า&#039; ใช้เวลา 60 นาที จากเดิม 60 วัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เมษายน 2564 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เดินหน้าปฏิรูปบริการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีความรวดเร็วมากขึ้น เพราะเป็นเครื่องมือทางการค้าที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการ และยังเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ประกอบการมีการยื่นขอจดทะเบียนมากที่สุดด้วย โดยได้ทำการเปิดเฟสแรกให้บริการรับจดและต่ออายุเครื่องหมายการค้าแบบเร่งด่วน (Fast Track) แล้ว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเครื่องหมายการค้าไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้เร็วยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการต่ออายุเครื่องหมายการค้าเร่งด่วน ผู้ยื่นสามารถรอรับหนังสือสำคัญได้เลยภายใน 60 นาที จากเดิม 60 วัน เพียงเข้า 2 หลักเกณฑ์ คือ 1.รายการสินค้าที่ขอต่ออายุไม่เกิน 30 รายการ 2.ข้อมูลรายการจดทะเบียนคงเดิม โดยแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ว่าต้องการรับบริการต่ออายุแบบเร่งด่วน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนค่าธรรมเนียมเท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริการจดเครื่องหมายการค้าเร่งด่วน ผู้ยื่นคำขอจะทราบผลการพิจารณาครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นสั่งประกาศโฆษณา แก้ไข หรือปฏิเสธคำขอ ภายใน 6 เดือน จากเดิม 12 เดือน เพียงเข้า 2 หลักเกณฑ์ คือ 1.ระบุรายการสินค้า ไม่เกิน 10 รายการ ตามบัญชีรายการสินค้าจาก https://tmsearch.ipthailand.go.th 2.คำขอไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในภายหลัง โดยสามารถยื่นคำขอได้ทุกช่องทาง อาทิ ระบบ e-Filing , กรมทรัพย์สินทางปัญญา , สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือไปรษณีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระยะต่อไป กรมฯ จะพัฒนาบริการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัลให้มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก เพิ่มความรวดเร็ว และใช้งานง่ายกว่าเดิม เช่น การออกหนังสือสำคัญจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) บริการยื่นคำขอจดเครื่องหมายการค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form) เป็นต้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2559&amp;ndash;2563) มีผู้ยื่นคำขอจดเครื่องหมายการค้ากว่า 47,000 คำขอต่อปี คิดเป็น 64% ของคำขอทุกประเภท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100997</URL_LINK>
                <HASHTAG>60 นาที, รับจดและต่ออายุเครื่องหมายการค้าแบบเร่งด่วน (Fast Track), วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, เครื่องหมายการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088c639aaf6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซักจริยธรรม &#039;อีวานกา&#039; ผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีได้เครื่องหมายการค้าในจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรพลเมืองตั้งคำถามแง่จริยธรรมต่ออีวานกา ทรัมป์ บุตรีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีจีนอนุมัติเครื่องหมายการค้าแบรนด์ของเธอเพิ่มอีก 16 รายการในช่วงยามที่สหรัฐเปิดสงครามการค้ากับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีวานกา ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรพลเมืองเพื่อความรับผิดชอบและจริยธรรมในวอชิงตันเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการตัดสินใจของทางการจีน ที่ให้การอนุมัติเบื้องต้นแก่เครื่องหมายการค้า 16 รายการของบริษัท อีวานกาทรัมป์มาร์กส์ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับระบุว่าการอนุมัติของทางการจีนได้ก่อให้เกิดคำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อีวานกาและจาเรด คุชเนอร์ สามีของเธอ ต่างรับตำแหน่งที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดประเด็นคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจของอีวานกา ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ก็ถูกวิจารณ์เช่นกันกรณีที่เขาไม่ละทิ้งธุรกิจส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคโรไลน์ จาง ผู้จัดการด้านโซเชียลมีเดียขององค์กรนี้กล่าวว่า เนื่องจากอีวานกายังคงได้รับเครื่องหมายการค้าในประเทศอยู่อีก สาธารณชนก็จะยังคงต้องตั้งคำถามว่าประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจด้านนโยบายต่างประเทศโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเขาและธุรกิจของครอบครัวเขาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารระบุว่า เครื่องหมายการค้าที่อีวานกาได้รับเป็นสินค้าหลายประเภท เช่น กระเป๋าถือ, ร่ม,&amp;nbsp; หมวกคลุมผมอาบน้ำ และชุดว่ายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปีเตอร์ มิริจาเนียน โฆษกของแอ็บบี โลเวลล์ ทนายความด้านจริยธรรมของอีวานกา อ้างว่า เครื่องหมายการค้าเหล่านี้บริษัทยื่นขอจดทะเบียนเมื่อปี 2559 ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะชนะเลือกตั้ง และก่อนหน้าที่อีวานกาจะเข้าทำงานในรัฐบาลนานมาก เครื่องหมายการค้าเหล่านี้ขอไว้เพื่อปกป้องชื่อของอีวานกาและป้องกันไม่ให้คนอื่นขโมยชื่อของเธอไปใช้เพื่อขายสินค้าของพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21563</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ผลประโยชน์ทับซ้อน, อีวานกา ทรัมป์, เครื่องหมายการค้า, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be2e9c782da6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลประโยชน์ทับซ้อน? จีนอนุมัติเครื่องหมายการค้า &#039;อีวานกา&#039; เพิ่ม ก่อนทรัมป์ผ่อนปรนให้ ZTE</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ครหาผลประโยชน์ทับซ้อนตามเล่นงานตระกูลทรัมป์อีกครั้ง กลุ่มนักเคลื่อนไหวพลเมืองที่ตามตรวจสอบจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเผย ทางการจีนเพิ่งอนุมัติเครื่องหมายการค้าของ &amp;quot;อีวานกา ทรัมป์&amp;quot; เพิ่มอีก 5 ชนิดเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นไม่กี่วันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ตัดสินใจปุบปับผ่อนปรนการลงโทษบริษัทแซดทีอีของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีวานกา ทรัมป์ แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 กล่าวว่า การอนุมัติเครื่องหมายการค้าของบริษัท อีวานกาทรัมป์มาร์กส์ จำกัด ของอีวานกา ทรัมป์ บุตรีคนโตของประธานาธิบดีสหรัฐเพิ่มเติมในครั้งนี้ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ในตระกูลทรัมป์ที่เกี่ยวโยงกับจีน ทำให้กลุ่มพลเมืองเพื่อความรับผิดชอบและจริยธรรมในวอชิงตัน (CREW) ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรตรวจสอบจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐแห่งนี้เปิดเผยว่า การอนุมัติเครื่องหมายการค้า 5 รายการ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม หรือ 1 สัปดาห์ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะอะลุ่มอล่วยให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่จากจีนแห่งนี้ ซึ่งถูกสหรัฐลงโทษเนื่องจากฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านและเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของ CREW ระบุว่า บริษัทของอีวานกายื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเหล่านี้ในจีนเมื่อเดือนมีนาคม 2550 ซึ่งจะทำให้บริษัทของเธอได้สิทธิ์ประทับตราเครื่องหมายการค้าบนสินค้าหลากหลายชนิด ตั้งแต่แผ่นรองกันลื่นในห้องน้ำ, สิ่งทอ และผ้าห่มเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักธุรกิจหญิงรายนี้ได้รับการแต่งตั้งโดยพ่อของเธอ ให้เป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดี ธุรกิจของเธอสร้างกำไรจากสินค้าหลากหลายชนิดที่มีจีนเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ โดยบริษัท อีวานกาทรัมป์มาร์กส์ จำกัด ถือสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าที่ขายในจีนอยู่แล้วมากกว่า 12 รายการ&amp;nbsp; และยังมีอีกหลายรายการที่รอการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์ได้เสนอให้รัฐบาลออกคำสั่งห้ามขายเทคโนโลยีที่สำคัญของสหรัฐแก่บริษัท แซดทีอี ของจีน คำสั่งห้ามนี้มีเป้าหมายเพื่อลงโทษบริษัทจีนแห่งนี้ กรณีที่แซดทีอีออกคำชี้แจงเท็จเกี่ยวกับการดำเนินการของบริษัทเกี่ยวเนื่องกับการขายสินค้าให้อิหร่านและเกาหลีเหนือที่ละเมิดกฎหมายคว่ำบาตร 2 ประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้ซึ่งมีลูกจ้างมากถึง 80,000 คนเผยว่า การดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐอาจทำให้บริษัทถึงขั้นล้มละลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทรัมป์ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า เขากำลังร่วมมือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน เพื่อช่วยให้แซดทีอีดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และส่วนหนึ่งก็จะช่วยรักษาการจ้างงานลูกจ้างชาวจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีของทรัมป์ต่างจากช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 ที่เขามักกล่าวหาวิธีทำการค้าของจีนว่ากำลังทำลายการจ้างงานคนอเมริกัน คำประกาศของเขาสร้างความงุนงงแก่หลายคนในวอชิงตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีนี้เองทรัมป์ได้เพิ่มแรงกดดันทางการค้าต่อรัฐบาลจีน โดยเฉพาะหลังจากประกาศขึ้นภาษีศุลกากรนำเข้าเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% เมื่อเดือนมีนาคม ทรัมป์ยังขู่ซ้ำๆ ในช่วงหลายสัปดาห์ต่อจากนั้นว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็นมูลค่าสูงถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์ และทำให้รัฐบาลจีนขู่จะใช้มาตรการตอบโต้แบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันศุกร์ที่แล้ว ทรัมป์เผยว่าเขาบรรลุข้อตกลงเพื่อจะช่วยให้แซดทีอีดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยจะยกเลิกมาตรการลงโทษบางอย่างเพื่อแลกกับการค้ำประกัน ทำให้สมาชิกพรรคเดโมแครตรวมถึงรีพับลิกันบางส่วนเป็นเดือดเป็นแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์นี้รัฐบาลทรัมป์เตรียมส่งผู้แทนทางการค้าไปกรุงปักกิ่ง เพื่อเจรจาผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10274</URL_LINK>
                <HASHTAG>CREW, จีน, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ลูกทรัมป์, อิวานกา, อีวานกา ทรัมป์, เครื่องหมายการค้า, แซดทีอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d59790f4d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ห่วงจีนสวมสิทธิ์ชื่อ&quot;หมอนทอง&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทรัพย์สินทางปัญญาหวั่นจีนจสวมสิทธิ์ ชื่อ&amp;quot;หมอนทอง&amp;quot; &amp;nbsp; เร่งร่อนหนังสือถึงสำนักงานเครื่องหมายการค้าจีน &amp;nbsp;แสดงความกังวล หลังมีผู้ประกอบการจีนนำคำว่า &amp;ldquo;หมอนทอง&amp;rdquo; หรือ จินเจิ่นโท ในภาษาจีน ไปจดเครื่องหมายการค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มีหนังสือถึงสำนักงานเครื่องหมายการค้าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (China Trademark Office หรือ CTMO) ลงวันที่ 26 มี.ค.2561 เพื่อแสดงข้อกังวลในการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า &amp;lsquo;หมอนทอง&amp;rsquo; เป็นเครื่องหมายการค้าในจีน เพราะถือเป็นคำที่เล็งเห็นถึงคุณลักษณะของสินค้าที่ยื่นขอโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่ทราบโดยทั่วไปอย่างแพร่หลายทั้งในไทยและต่างประเทศว่า &amp;ldquo;หมอนทอง&amp;rdquo; เป็นชื่อพันธุ์ผลไม้ทุเรียนของไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จึงไม่อาจจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าในจีนได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ไทยยังได้ขอความร่วมมือ CTMO ให้ข้อมูลด้านกฎหมายเครื่องหมายการค้าของจีน และร่วมกันแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและหลีกเลี่ยงไม่ให้บุคคลใดถือครองสิทธิในคำว่า &amp;lsquo;หมอนทอง&amp;rsquo; เป็นเครื่องหมายการค้าต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าว เป็นการลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ในกรณีที่มีการละเมิดเครื่องหมายการค้าของจีน เช่น ผู้ประกอบการไทยส่งออกสินค้าไทยในรายการสินค้าจำพวกอาหาร ขนมขบเคี้ยว ผลไม้อบแห้ง ทุเรียนอบแห้ง หรือผลิตผลทางการเกษตร ที่ใช้คำว่า 金枕头 (จินเจิ่นโท- &amp;nbsp;Jīn zhěntou )ที่แปลว่า หมอนทอง เป็นชื่อแบรนด์หรือแสดงบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้า&amp;rdquo;นายทศพลกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5885</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, จินเจิ่นโท, ทศพล ทังสุบุตร, ทุเรียน, ภาษาจีน, หมอนทอง, เครื่องหมายการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9df040828f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
