<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉาก! คลังแจกโชคล้านบัตรเดบิต ปลื้มกระตุ้นยอดใช้พุ่ง 62.1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปิดฉาก! คลังแจกโชคล้านบัตรเดบิต ปลื้มกระตุ้นยอดผู้ใช้บัตรพุ่ง 62.1% ปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น 38.3% มูลค่าธุรกรรมทะลักแตะ 1.48 แสนล้านบาท พร้อมเร่งติดตั้งเครื่องอีดีซี หลังประชาชนใช้บริการคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 61 ๐ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตครั้งที่ 12 ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้าย นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (อีเพย์เม้นต์) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้บัตรเดบิตและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนเงินสด รวมถึงส่งเสริมให้ร้านค้าติดตั้งเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ใช้บัตรและร้านค้าขนาดเล็กที่ติดตั้งเครื่องอีดีซี จะได้รับรางวัลทุกเดือน อย่างละ 1 ล้านบาท มาเป็นเวลา 12 เดือน โดยกระทรวงการคลังจะไม่ต่ออายุมาตรการนี้ออกไปอีก เพราะมาตรการที่ดำเนินมาได้กระตุ้นให้มีผู้ใช้บัตรเดบิต และยอดเงินผ่านเดบิตเพิ่มขึ้นสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนมีมาตรการจับรางวัลบัตรเดบิตมีผู้ใช้บัตรเพียง 10 ล้านใบ แต่ล่าสุดเดือนเม.ย. 2561 มีผู้ใช้บัตรเดบิตเพิ่มขึ้นเป็น 62.1 ล้านใบ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 11.2% ประกอบกับธุรกรรมตลอดโครงการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีปริมาณธุรกรรมทั้งสิ้น 80.2 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 38.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนดำเนินโครงการ และมูลค่าธุรกรรมรวม 1.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;rdquo; นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้โครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตได้สิ้นสุดลง แต่ประโยชน์จากการรับจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด ทั้งในการลดต้นทุนการบริหารจัดการ การเพิ่มความรวดเร็ว ปลอดภัยในการชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวมยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสดต่อไป รวมถึงให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยส่งเสริมการใช้บัตรเดบิตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการติดตั้งเครื่องอีดีซี ตอนนี้ติดตั้งไปแล้ว 2 แสนเครื่อง โดยมีการเพิ่มเป้าหมายจะติดตั้งให้ได้ 5 แสนเครื่อง เนื่องจากมีร้านค้าเข้าโครงการร้านธงฟ้าเพื่อรับบัตรสวัสดิการภาครัฐจากผู้มีรายได้น้อยมาซื้อของได้ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอีกจำนวนมากที่มีเครื่องอีดีซีอยู่แล้ว แต่ต้องการติดเพิ่มเนื่องจากมีลูกค้ามาใช้บริการมาก ทำให้การชำระเงินไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของการติดตั้งเครื่องอีดีซีภาครัฐ ขณะนี้ได้ดำเนินการไปหมดแล้ว 1.8 หมื่นเครื่อง โดยการชำระเงินต่าง ๆ ต้องทำผ่านบัตรเดบิต ไม่สามารถรับเงินสดได้อีกต่อไป เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และลดปัญหาการรั่วไหลเงินของรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10387</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, บัตรเดบิต, ประสงค์ พูนธเนศ, ปลัดกระทรวงการคลัง, รูดบัตร, อีเพย์เมนต์, เครื่องอีดีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad612ed4d523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้อนรัฐติดเครื่องรูดบัตรบนรถพุ่มพวง หวังสู้รายใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมค้าปลีก-ส่งไทย จี้รัฐเร่งติดตั้งเครื่องอีดีซีรถเร่ ช่วยรับมือการแข่งขันจากรายใหญ่ หลังพบว่าตอนนี้ร้านโชห่วยที่ไม่ได้รับบัตรคนจน ยอดขายลดวูบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า อยากเสนอให้รัฐบาลเข้าไปติดตั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรืออีดีซี &amp;nbsp;ให้กับทางผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคบนรถยนต์ ซึ่งเคลื่อนที่ไปยังตามซอยต่างๆ ของหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาให้รถเร่ในไทยที่มีอยู่เกือบ 1 แสนคัน มีความทันสมัยสามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น พร้อมทั้งเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยหาทางรอดในการรับมือการแข่งขันของตลาด จากผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่จะเข้ามาชิงส่วนแบ่งลูกค้าได้ทุกรูปแบบ อาทิ การเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกตามแหล่งชุมชน รวมทั้งส่งหน่วยรถเข้าไปขายเช่นเดียวกับรถเร่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลมีแนวคิดดังกล่าวบ้างแล้ว แต่ยังไม่เริ่มดำเนินการแต่อย่างใด จึงอยากให้ช่วยผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพราะจำนวนรถเร่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากร้านโชห่วยที่ปิดตัวลง โดยได้รับผลกระทบจากการเข้าไปขยายสาขาของร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ จากสถิติพบว่าหากร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชม.เข้าไปเปิดทำเลใด ร้านโชห่วยในละแวกนั้นขายสินค้าไม่ได้จนต้องปิดตัวลงประมาณ 10-15 ร้านค้า ดังนั้น บางรายจึงปรับตัวด้วยการนำสินค้าในร้านไปขายตามตลาดนัด หรือใส่รถยนต์เร่ขายเพื่อหาลูกค้าถึงหน้าบ้านแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ร้านโชห่วยที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ต่างบอกกันว่าลูกค้าเข้ามาซื้อของน้อยลง อาทิ จากเดิมมีลูกค้าวันละ 10 คน ลดเหลือ 3-4 คน โดยแห่ไปซื้อร้านที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตร ส่วนลูกค้าที่ไม่มีบัตรคนจน ก็นิยมซื้อผ่านออนไลน์จัดส่งถึงบ้านเพิ่มมากขึ้นจนกระทบร้านโชห่วย ทำให้บางรายต้องปิดตัวลง และบางรายเปลี่ยนไปขายแบบเคลื่อนที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ควรให้รถเร่ของไทยทั่วประเทศเข้ามาตีทะเบียนรถเช่นเดียวกับวินมอเตอร์ไซต์และแท็กซี่ให้ถูกต้อง เพื่อเข้าสู่ระบบและง่ายในการตรวจสอบจำนวนรถ รวมถึงวางแผนติดตั้งเครื่องอีดีซีได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดค้าปลีกไทยต้นปีที่ผ่านมา มองว่ายังติดลบแม้ทางรัฐบัตรจะเข้ามาช่วยโดยให้เงินคนจนผ่านโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ แต่รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากส่งออกที่บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยแล้วส่งออกไปขายมากกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6252</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรคนจน, รถพุ่มพวง, รถเร่, สมชาย พรรัตนเจริญ, สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย, เครื่องรูดบัตรคนจน, เครื่องอีดีซี, โชห่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac195f9c1a21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 23:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. ไฟเขียวงบ 257 ล้านติดอีดีซีเพิ่มอีก 2 หมื่นเครื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. ไฟเขียวงบ 257 ล้านบาท ตั้งลุยติดตั้งเครื่องอีดีซีเพิ่มอีก 2 หมื่นเครื่องทั่วประเทศ เหตุพบปริมาณการใช้ต่อวันสูง พร้อมขู่ร้านธงฟ้าประชารัฐทำผิดเงื่อนไขไล่ออกจากโครงการ หลังยังพบมีตุกติกขายสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 257 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวางเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) อีก 2 หมื่นเครื่อง แบ่งเป็น ร้านธงฟ้าประชารัฐ 1 หมื่นเครื่อง และร้านประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีก 1 หมื่นเครื่อง จากก่อนหน้านี้ได้มีการติดตั้งไปแล้ว 2.63 หมื่นเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้มีการรายงานผลการดำเนินโครงการประชารัฐสวัสดิการ การให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่ ต.ค. 2560 พบว่า ยังมีปัญหาและอุปสรรคในส่วนของการร้องเรียนจากประชาชนผู้ถือบัตรว่า ไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ เนื่องจากร้านธงฟ้าประชารัฐที่รับบัตรสวัสดิการมีไม่เพียงพอ ซึ่งจากการตรวจสอบปริมาณการใช้บัตรสวัสดิการในช่วง 15 วันแรกของเดือน ต.ค. 2560 &amp;ndash; ก.พ. 2561 พบว่า มีผู้มีสิทธิมาใช้สิทธิบัตรสวัสดิการสูงสุดประมาณ 124 รายต่อร้านต่อวัน ทำให้ผู้มีสิทธิที่มาใช้สิทธิจะต้องเสียเวลารอนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังมีอุปสรรคด้านเทคนิคที่ติดขัดอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องความล่าช้าในการติดตั้งเครื่องอีดีซี ซึ่งในส่วนนี้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยอยู่ระหว่างการแก้ไข และยังมีปัญหาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งได้ประสานไปยัง บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ขยายสัญญาณให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนปัญหาเรื่องจริยธรรม โดยเฉพาะในร้านธงฟ้าก็ยังมีให้พบบ้าง เช่น บางรายไม่รับชำระเงินด้วยบัตรสวัสดิการ เนื่องจากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ทำให้ต้องเสียภาษีกับกรมสรรพากร บางรายมีการจัดชุดสินค้า ไม่ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าตามต้องการ บางรายไม่วางเครื่องอีดีซี บางรายยึดบัตรโดยให้แลกเป็นเงินสดและหักเงินด้วย หรือบางรายที่เป็นผู้ประกอบการจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ก็เอาของอื่นวางขายแล้วหักเงินค่าก๊าซหุงต้มในบัตร 45 บาทแทน โดยแนวทางก็คือหากพบผู้ประทำผิดก็จะเรียกมาตักเตือนก่อน แต่หากยังทำอีกก็จะให้ออกจากโครงการ และคลังจังหวัดจะเก็บเครื่องอีดีซีคืน&amp;rdquo; นายณัฐพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ผ่านคุณสมบัติทั้งสิ้น 11.4 ล้านราย มีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติมารับบัตรสวัสดิการแล้ว 10.8 ล้านราย คิดเป็น 95% และมีการจ่ายเงินผ่านสวัสดิการและร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแล้วทั้งสิ้น 8.92 พันล้านบาท แบ่งเป็น ร้านธงฟ้าประชารัฐ 8.8 พันล้านบาท ค่าก๊าซหุงต้ม 6.2 ล้านบาท ค่ารถ บขส. 28 ล้านบาท และค่ารถไฟอีก 45 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5465</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงไทย, ครม., ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, ธนาคารกรุงไทย, ร้านธงฟ้าประชารัฐ, เครื่องอีดีซี, โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab13c940206a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 23:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กดปุ่ม 27 มี.ค. ทุกหน่วยงานราชการรับ-จ่ายและนำส่งเงินเข้าคลังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; ร่อนหนังสือจี้ทุกหน่วยงานราชการเตรียมความพร้อมในการรับ-จ่าย และนำส่งเงินเข้าคลังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ 27 มี.ค. นี้เป็นต้นไป รับนโยบาย&amp;nbsp;e-Payment&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชต อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยกรมบัญชีกลาง ได้ทำหนังสือถึงผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานราชการทุกแห่งให้เตรียมความพร้อมเพื่อรับจ่ายเงินและนำส่งคลังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ทันในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มี.ค. นี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเตรียมพร้อมและซักซ้อมการรับจ่ายเงินผ่านเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกซ์ (อีดีซี) และ คิวอาร์โค้ด ผ่านธนาคารกรุงไทยมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อให้การเริมรับจ่ายเงินและนำส่งคลังให้เป็นไปอย่างไม่มีปัญหา และได้ตามวันเวลาที่กำหนดไว้ จึงให้หน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมให้แบ่งเป็น กรณีหน่วยงานได้มีการสมัครการใช้ระบบการเงินออนไลน์&amp;nbsp;KTB Online&amp;nbsp;และมีสถานะการใช้งานได้แล้ว ให้สามารถรับจ่ายเงิน และนำเงินส่งคลังได้ก่อนในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2561ส้สรกรณีหน่วยงาน ติดตั้งเครื่องอีดีซี และ คิวอาร์โค้ด จากธนาคารกรุงไทยเรียบร้อยแล้ว และที่ผ่านมาได้ซักซ้อมการดำเนินภายในจนไม่มีปัญหาแล้ว ก็ให้สามารถรับจ่ายเงินและนำเงินส่งคลังได้ก่อนวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ที่กำหนดไว้ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรับจ่ายเงินเป็นส่วนหนึ่งของโครงการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (e-Payment) ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่ออำนายความสะดวกรวดเร็วในการชำระเงิน และลดการรั่วไหลและการทุจริตได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความคืบหน้าในการติดตั้งเครื่องอีดีซีล่าสุดติดตั้งได้แล้วประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;&amp;nbsp;แสนจุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;คิดเป็นจำนวน&amp;nbsp;4.8&amp;nbsp;แสนเครื่อง ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยสาเหตุมาจากการติดตั้งเครื่องอีดีซีในหน่วยงานรัฐทำได้ล่าช้าจากเดิมจะติดตั้งครบเดือนต.ค.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1.8&amp;nbsp;แสนเครื่อง แต่เลื่อนมาถึงเดือนมี.ค.นี้เพราะติดปัญหาทางเทคนิค โดยกระทรวงการคลังตั้งเป้าติดเครื่องอีดีซีให้ได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้ลงนามความร่วมมือให้บริการใช้เครื่องอีดีซีในการรับชำระภาษีอาการธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย โดยจะมีการนำเครื่องรับชำระเงิน หรืออีดีซีของทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธนาคารรวมเกือบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พันเครื่อง ไปติดที่สำนักงานสรรพากรทั่วประเทศกว่า&amp;nbsp;1พันแห่ง เพื่อรองรับการชำระภาษีอากรทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มี.ค.นี้ ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5373</URL_LINK>
                <HASHTAG>e-Payment, กรุงไทย, คลัง, คิวอาร์โค้ด, ธนาคารกรุงไทย, บัญชีกลาง, รัฐบาลดิจิทัล, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, หน่วยราชการ, เครื่องอีดีซี, เบิกจ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
