<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศุลกากร”เอาจริงซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจยิบสินค้าต่างแดนเข้าไทย ต่อไปตรวจกระเป๋า 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 พ.ค. 2562 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมฯได้ประชุมกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบ customs to home ที่จะใช้ในกระบวนงานศุลกากรไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ และป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์(อีคอมเมิร์ซ) และจัดส่งมาทางไปรษณีย์จากต่างประเทศ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการชำระภาษีให้กับผู้สั่งสินค้าอีคอมเมิร์ซให้สะดวกยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการหารือกับไปรษณีย์ กรมฯจะมีการสั่งซื้อเครื่องตรวจเอ็กซเรย์สินค้าอีคอมเมิร์ซ เพื่อไปติดตั้งที่ศูนย์ไปรษณีย์ หลักสี่เพิ่มเติม เพื่อให้รองรับการตรวจสินค้าอีคอมเมิร์ซ์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันเครื่องเอกซเรย์มีไม่เพียงพอทำให้ตรวจของที่ส่งมาทางไปรษณีย์จากต่างประเทศทำได้เพียง 40% แต่อนาคตเมื่อกรมฯ ซื้อเครื่องเอกซเรย์มาติดตั้งเสร็จ จะทำให้ตรวจสินค้าอีคอมเมิร์ซที่ส่งมาเป็นพัสดุตามกล่องได้ 100% รวมถึงยังสามารถตรวจสอบกล่องพัสดุที่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด หรือสินค้าต้องห้ามว่าด้วยอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้คนไทยนิยมสั่งซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซจากต่างประเทศเข้ามามาก วันหนึ่งเพิ่มขึ้นมาเป็นแสนชิ้น และพบว่ามีความพยายามหลบเลี่ยงภาษีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยแจ้งสำแดงราคาหน้ากล่องไม่ถึง 1.5 พันบาทเพื่อเลี่ยงเสียภาษี เพราะตามกฎหมายมีการยกเว้นเก็บภาษีขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เมื่อตรวจแล้วพบว่าสินค้าที่ส่งมาส่วนใหญ่มีราคาเกินด้วยกันทั้งนั้น บางครั้งพบสินค้าแบรนด์เนม เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า รองเท้าซึ่งมีราคาสูงกว่าหลายเท่า&amp;rdquo; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ต่อไปเมื่อกรมศุลฯ ซื้อเครื่องเอกซเรย์มาติดตั้งเพิ่ม มั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาการหลบเลี่ยง เพราะเครื่องนี้จะสามารถสแกนเห็นรายละเอียดสินค้าที่อยู่ในกล่องพัสดุ ทำให้รู้ทันทีว่าสินค้าเป็นไปตามที่แจ้งสำแดงไว้หรือไม่ และหากพบผิดสังเกตก็จะมีการแจ้งให้มาตรวจค้นเพื่อให้เสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถติดตั้งและสแกนพัสดุอีคอมเมิร์ซได้ครบทั้ง 100% ภายใน 3 เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมศุลฯ ยังได้หารือกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดทำระบบให้สามารถชำระภาษีสินค้าอีคอมเมิร์ซได้ล่วงหน้า โดยต่อไปหากใครสั่งซื้อสินค้าเข้ามาและรู้ว่าจะต้องเสียภาษีเท่าไรก็สามารถมาติดต่อชำระภาษีล่วงหน้าได้เลย จากนั้นเมื่อสินค้าถูกจัดส่งมาถึงก็จะถูกจัดกลุ่มให้มีความเสี่ยงต่ำ และจะส่งต่อไปถึงมือผู้รับทันที โดยวิธีนี้เพียงนำใบชำระเงิน มาแจ้งกรมศุลฯ เพื่อคิดคำนวนการเสียภาษีและสามารถชำระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีปี 2562 คาดว่าจะเก็บภาษีได้ 1.06 แสนล้านบาท ซึ่งเกินกว่าเป็นเป้าหมายที่แจ้งไว้ถึง 6 พันล้านบาท และยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการจัดเก็บภาษีปีก่อนด้วย&amp;rdquo; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า กรมศุลกากรอยู่ระหว่างทำโครงการจัดหาเครื่องเอ็กซเรย์ค่อมสายสะพานลำเลียงกระเป๋ามาใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมด 23 สายพาน เพื่อทำการตรวจสแกนสิ่งของในกระเป๋าโหลดทุกใบที่โหลดมาใต้ท้องเครื่องบิน เพื่อป้องกันหลบเลี่ยงภาษี เพราะเครื่องจะสแกนเห็นของทั้งหมดภายในกระเป๋า โดยหากพบเป็นกระเป๋าน่าสงสัยเครื่องจะติดสัญลักษณ์ทันที เมื่อถูกนำลำเลียงผ่านสายพานถึงมือเจ้าของและเดินผ่านจุดตรวจ หากเลี่ยงไม่ผ่านช่องสีแดงก็จะถูกจับตรวจเพื่อเสียภาษีโดยทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36269</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, กฤษฎา จีนะวิจารณะ, เครื่องเอ็กซ์เรย์สินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab749bb71256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศุลกากร” ดัดหลังซื้อขายแบรนด์เนมผ่านอีคอมเมิร์ซเตรียมซื้อเครื่องเอ็กซ์เรย์สินค้าเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศุลกากร&amp;rdquo; เตรียมซื้อเครื่องเอ็กซ์เรย์สินค้าเพิ่มอีก 2 เครื่อง หวังเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับสินค้านำเข้าโดยละเมิด สินค้าแบรนด์เนมสำแดงราคาต่ำหวังเลี่ยงภาษี หลังพบแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ฟุ้งยอดจัดเก็บรายได้ปีงบ 61 ฉลุยตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรเตรียมสั่งซื้อเครื่องเอ็กซ์เรย์สินค้าที่นำเข้ามาด้วยการจัดส่งไปรษณีย์ (อีคอมเมิร์ซ) จากต่างประเทศเพิ่มเติมอีก 2 เครื่อง จากเดิมมี 1 เครื่อง เพื่อมาใช้ตรวจจับสินค้าที่นำเข้ามาโดยละเมิดกฎหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมที่มีการสำแดงราคาเท็จ โดยแจ้งราคาต่ำกว่า 1.5 พันบาท เพื่อเลี่ยงการเสียภาษีขาเข้าจากกรมศุลกากร รวมถึงสินค้าที่เป็น ยาเสพย์ติด ยาไอซ์ ตลอดจนสินค้าต้องห้ามว่าด้วยอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันยอดสั่งซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซของคนไทยขยายตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว โดยในแต่ละวันมีการสั่งนำเข้ามากกว่า 1 แสนรายการ และพบว่ามีความพยายามหลบเลี่ยงภาษีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมากกว่าครึ่งมักแจ้งเป็นสินค้าราคาต่ำกว่า 1.5 พันบาทเพื่อหลบภาษีแต่พอตรวจจับจริงกลับพบว่า เป็นของแบรนด์เนมชิ้นละหลายหมื่นบาทที่จัดส่งเข้ามา &amp;nbsp;โดยที่พบมาเป็นแว่นตา กระเป๋า รองเท้า ก็มีการนำเข้ามาเยอะ ดังนั้นกรมศุลกากรจึงต้องเพิ่มระบบตรวจสอบเพื่อรองรับการใช้สินค้าอีคอมเมิร์ซ&amp;rdquo; นายกุลิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กรมฯ ยังเพิ่มระบบการเปิดตรวจสินค้าอีคอมเมิร์ซ โดยหากพบว่าที่อยู่ใดมีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามามากจะเปิดตรวจสินค้าทุกครั้งทันที ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่จะยึดข้อมูลจากชื่อคนรับเป็นหลัก เนื่องจากพบว่ามีการหลบเลี่ยงด้วยการเปลี่ยนชื่อคนรับแทน ขณะเดียวกันจะเร่งเชื่อมโยงข้อมูลการตรวจสอบสินค้าอีคอมเมิร์ซตามด่านชายแดนทั่วประเทศ หลังพบมีขบวนการนำเข้าสินค้าแบบทรานซิส หรือนำเข้ามาทางสนามบินและส่งต่อไปประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นค่อยลักลอบนำเข้ามาทางรถยนต์ผ่านด่านชายแดน ซึ่งกรมศุลกากรจะประสานข้อมูลจากสนามบินไปด่านชายแดนเพื่อตามตรวจจับ ซึ่งที่ผ่านมาได้ตรวจจับได้ 2-3 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกรมศุลกากรยังได้พัฒนาระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มอำนวยความสะดวกในเสียภาษีนำเข้าจากอีคอมเมิร์ซ โดยระยะแรกในเดือนม.ค.ปีหน้าจะเริ่มชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดที่ส่งมาพร้อมกับใบแจ้งรับสินค้าได้เลย จากนั้นให้นำใบรับพร้อมข้อมูลการจ่ายภาษีมารับของที่ไปรษณีย์ได้ แต่ในระยะต่อไปเดือนเม.ย.62 จะมีการพัฒนาระบบให้สามารถตัดรอบรายการที่เสียภาษีแล้วได้ จากนั้นจะนำของมาส่งให้ถึงบ้านได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปจ่ายภาษีหรือไปรับของที่ไปรษณีย์หลักสี่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กำลังพิจารณาออกประกาศกรมฯ เรื่องการยกเลิกการระงับการบังคับคดีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายในชั้นศุลกากรกับ 3-4 ประเภท เช่น สินค้าเกษตรบางประเภท สินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สินค้าต้องห้ามของไซเตส เพื่อลงโทษผู้กระทำผิดซ้ำซากให้ได้รับบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น เพราะแต่เดิมหากมีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและถูกจับกุม ผู้ทำผิดก็จะยอมเสียค่าปรับและระงับคดีในชั้นศุลกากรจากนั้นก็กลับมาทำผิดใหม่ ดังนั้นต่อไปถ้ากฎหมายบังคับใช้ &amp;nbsp;เมื่อกระทำผิดเป็นครั้งที่สองจะต้องส่งฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายต่อทันที จะเสียค่าปรับอย่างเดียวไม่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะต้องมีการเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนก่อน เพื่อให้เกิดความรอบคอบเนื่องจากสินค้าหลายชนิดเป็นเรื่องอ่อนไหว และมีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก เช่น การนำเข้าสินค้าเกษตร หรือสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าบางครั้งมีการหิ้วมาใช้เองเพียงใบเดียว หากต้องนำไปดำเนินคดีก็จะต้องดูว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมการเก็บภาษีของปีงบประมาณ 2561 จะได้ตามเป้าหมาย 1.08 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่กระทรวงการคลังปรับลดลงมาจาก 1.1 แสนล้านบาท เนื่องจากมีการผู้นำเข้าใช้สิทธิอัตราภาษีนำเข้าต่ำ จากการข้อตกลงเขตเสรีการค้าอาเซียน (อาฟต้า) ส่วนปีงบประมาณ 2562 กรมฯ มีเป้าหมายเก็บภาษี 1.11 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากที่ผ่านมามีการเร่งประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีในหลายด้าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18453</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, กุลิศ สมบัติศิริ, สินค้าแบรนด์เนม, เครื่องเอ็กซ์เรย์สินค้า, เลี่ยงภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fa3d046b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
