<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮเออร์เปิดแบรนด์ใหม่“แคนดี้” เจาะอีคอมเมิร์ซ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค. 2564 นายจาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ &amp;lsquo;แคนดี้&amp;rsquo; ภายใต้สโลแกน&amp;ldquo;Simplify Your Life ชีวิตง่าย สไตล์คุณ&amp;rdquo; โดยมีจุดขายคือฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวก ดีไซน์ทันสมัย และมีสีสันสวยงามอย่าง &amp;nbsp;มุ่งจับกลุ่มลูกค้าเจนเนอเรชันวาย รวมถึงคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่มีความทันสมัยและชื่นชอบการแต่งบ้าน เพราะสินค้าของแคนดี้มีดีไซน์ที่สวยงาม สามารถใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านได้ในตัว อีกทั้งมาพร้อมกับราคาที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปี 2563 ที่ผ่านมา ไฮเออร์ สามารถทำยอดขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ถึง 290 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นถึง 131 % จากปีก่อน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของผู้บริโภคและสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน ส่งผลให้รูปแบบการขายในช่องทางออนไลน์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัจจัยดังกล่าว บริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการทำตลาด จึงได้เลือกนำสินค้าแบรนด์แคนดี้มาจัดจำหน่ายโดยเน้นผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือแอปพลิเคชันต่างๆเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชอบเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกรวดเร็วและมีสิทธิพิเศษที่มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราตั้งเป้ายอดขายแบรนด์แคนดี้ในปีแรกไว้ที่ 310 ล้านบาท และเตรียมทุ่มงบการตลาดกว่า 100 ล้านบาทโดยจะเน้นทำการตลาดออนไลน์และจัดโปรโมชันร่วมกับอีคอมเมิร์ซ แพลทฟอร์มต่างๆ&amp;rdquo; นายจาง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แคนดี้จะมีการเปิดตัว 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และสมาร์ททีวี พร้อมโปรโมชันช่วงเปิดตัว มอบส่วนลดสูงสุด 50% และคูปองส่วนลดอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 30มีนาคม 2564 ที่ช้อปปี้ ลาซาด้า และเจดี เซ็นทรัล ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ Candy Thailand หรือโทร. 1789
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90623</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาง เจิ้งฮุ้ย, เครื่องใช้ไฟฟ้า, แคนดี้, แบรนด์ใหม่, ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a3cbcaba31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮเออร์แตกไลน์ธุรกิจเปิดตัวสมาร์ท พลัส บริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไฮเออร์&amp;rdquo; เปิดตัวสมาร์ท พลัส บริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เล็งเจาะแหล่งชุมชน พร้อมเตรียมนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเทคโนโลยีไอโอทีทำตลาดเมืองไทยเป็นปีแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค. 62- นายจาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ไฮเออร์&amp;rdquo; (Haier) เปิดเผยว่า แนวทางในการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ จะขยายเข้าสู่ภาคบริการให้มากขึ้น เพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าแก่สินค้าที่มีอยู่ โดยล่าสุดได้มีการเปิดให้บริการ สมาร์ท พลัส บาย ไฮเออร์ (Smart Plus by Haier) บริการซักและอบผ้า ขนาด 50 ตารางเมตร ภายใต้เงินลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท ประกอบด้วยเครื่องซักผ้า 10 ตู้ พร้อมกับเครื่องอบผ้า ตั้งอยู่ในบริเวณซอยมหาดไทย เบื้องต้นเป็นโมเดลต้นแบบที่จะพัฒนาไปสู่ร้านค้าที่สมบูรณ์แบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายในระยะแรกต้องการขยายให้ได้ 10 แห่ง โดยทำเลที่มองว่ามีศักยภาพจะอยู่ในบริเวณชุมชน ไม่ว่าจะเป็นหอพักนักศึกษา หรือตามแหล่งที่เห็นว่ามีความต้องการบริการดังกล่าว และเฟสถัดไปจะมีการแนะนำโมเดลดังกล่าวให้กับตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัท เพื่อนำไปเปิดให้บริการในร้านของคู่ค้าต่อไป &amp;nbsp;มีทั้งรูปแบบที่บริษัทลงทุนเอง หรือเริ่มตั้งแต่การติดตั้ง และอาจมีโอกาสขายแฟรนไชส์ ขณะที่การชำระเงินสามารถหยอดเหรียญด้วยเงินสด และอี-เพย์เม้นท์ผ่านแอพลิเคชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนปัจจัยที่ทำให้บริษัทเข้ามาสู่ตลาดดังกล่าว เพราะมองเห็นว่าเริ่มมีบางแบรนด์ทำมาก่อนหน้าหลายปี ขณะเดียวกันสินค้าของบริษัทยังไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องซักผ้า แต่ยังมีตู้แช่ที่อาจนำเข้ามาอยู่ในช็อปเดียวกันได้อีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางของการสร้างแบรนด์ รวมถึงยังทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีผลต่อการนำเสนอขายสินค้าได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาง กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทพยายามรุกหนักในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียม แต่สำหรับปลายปี 2562 จะเป็นปีแรกของการทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเทคโลยีไอโอที (IOT : Internet of Things) เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งทางด้านยอดขายในประเทศไทย เบื้องต้นน่าจะเริ่มที่กลุ่มเครื่องปรับอากาศก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ เพื่อผลักดันสัดส่วนยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียมให้เป็นไปตามแผน หรือเพิ่มเป็น 35-40% ในปี 2563 จากปัจจุบัน 25% บริษัทเตรียมสินค้าใหม่ช่วงครึ่งปีหลังรวมกว่า 20 รายการเข้าทำตลาด โดยบรัทมีเป้าหมายที่จะครองมาร์เก็ตแชร์เครื่องปรับอากาศ 10% หรือติดท็อป 3 ขณะที่ตู้เย็นมีส่วนแบ่งอยู่ 7% จะเพิ่มเป็น 8% เครื่องซักผ้า 5-6% เป็น 6-8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภาพรวมการดำเนินธุรกิจครึ่งปีแรกมีอัตาการเติบโต 40% หรือคิดเป็น 2,593 ล้านบาท เป็นผลมาจากสินค้ากลุ่มทำความเย็นมีการเติบโตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ 1,544 ล้านบาท เพิ่ม 50% ตู้เย็น 434 ล้านบาท เพิ่ม 29% เครื่องซํกผ้า 323 เพิ่ม 38% รวมถึงตู้แช่มีรายได้ 209 เพิ่มขึ้น 19% และสินค้าชิดอื่นๆ มีรายได้กว่า 84 ล้านบาท เพิ่ม 9% จากยอดขายที่เติบโตดังกล่าว สะท้อนว่าแบรนด์ไฮเออร์เป็นที่ยอมรับแก่ผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40426</URL_LINK>
                <HASHTAG>เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ไฮเออร์, ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22e9080b1a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศุลกากร”เข้มลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งฟ้องอาญา-แพ่งทันที </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศุลกากร&amp;rdquo; เข้มส่งฟ้องอาญา-แพ่งทันที ไม่มียอมความ ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ลุยมาตรการเร่งด่วนห้ามและลดการนำเข้าขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 62- นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ประเทศไทยได้มีมาตรการห้ามและลดการนำเข้าเศษพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการลักลอบหรือหลีกเลี่ยงการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวัน&amp;nbsp;11 มิ.ย. 2562 ซึ่งมีมติเห็นชอบมาตรการห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเข้ามาในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ผู้นำเข้าจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนการนำเข้า แต่ที่ผ่านมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระงับการอนุญาตนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากโรงงานที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ทำให้เหลือผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เป็นต้นมา มีการลดโควตาการนำเข้าของเศษพลาสติกจากหลายแสนตัน เหลือเพียง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมื่นตันเท่านั้น จากข้อมูลสถิติการนำเข้าของขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการนำเข้า เศษพลาสติก ตั้งแต่ปี พ.ศ.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน ของประเทศไทย พบว่ามีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มมีแนวโน้มลดลงในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เนื่องจากมีการควบคุมการนำเข้าอย่างเข้มงวดจากภาครัฐ&amp;rdquo; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี คาดว่าความต้องการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศยังคงมีอยู่&amp;nbsp;และอาจมีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ และมีแนวโน้มในการนำเข้าโดยไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน กรมศุลกากรจึงมีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ดังนี้&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;กรมศุลกากรได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ดำเนินการติดตาม กำหนดเป้าหมายต้องสงสัยที่จะกระทำความผิดทางศุลกากร และเข้าตรวจสอบเพื่อติดตามและขยายผลอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;สั่งการให้ กอง สำนักงาน และด่านศุลกากรทุกแห่ง เข้มงวดในการตรวจสอบประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก หรือของที่มีการสำแดงพิกัด หรือมีรูปลักษณ์ ใกล้เคียงกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเพื่อป้องกันการลักลอบหรือหลีกเลี่ยงทางศุลกากร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;กรณีที่ตรวจพบการกระทำความผิดทางศุลกากรที่เกี่ยวกับของประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก กรมศุลกากรจะดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป โดยไม่เปรียบเทียบงดการฟ้องร้องในชั้นศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมามีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก พอถูกกรมศุลกากรจับได้ ก็ยอมเสียค่าปรับโดนยึดของกลางก็จบกันไป แต่ตอนนี้กรมศุลกากรไม่ให้ยอมความในชั้นศุลกากรอีกแล้ว จะส่งฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งและอาญาทันที&amp;quot; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในช่วงปีงบประมาณ&amp;nbsp;2561-2562&amp;nbsp;กรมศุลกากรสามารถจับกุมคดีลักลอบและหลีกเลี่ยงนำเข้าเศษพลาสติกได้ทั้งสิ้น&amp;nbsp;103&amp;nbsp;คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด&amp;nbsp;17.5&amp;nbsp;ล้านบาท (น้ำหนักรวม&amp;nbsp;4,043&amp;nbsp;ตัน) โดยในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;จับกุมได้ถึง&amp;nbsp;86&amp;nbsp;คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น&amp;nbsp;14.5&amp;nbsp;ล้านบาท (น้ำหนักรวม&amp;nbsp;3,664&amp;nbsp;ตัน) และในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2562 (ต.ค.2561 &amp;ndash;พ.ค.2562)&amp;nbsp;สามารถจับกุมได้แล้วถึง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท (น้ำหนักรวม&amp;nbsp;379&amp;nbsp;ตัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40172</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, กฤษฎา จีนะวิจารณะ, ขยะอิเล็กทรอนิกส์, พลาสติก, สิ่งแวดล้อม, สุขอนามัย, เครื่องใช้ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab861a3aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟน. เตือนระมัดระวังการใช้ไฟฟ้าเพื่อป้องกันอัคคีภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟน. ห่วงใยผู้ใช้ไฟฟ้าช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงแห้งแล้งและมีเหตุเพลิงไหม้บ่อยครั้ง หากอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด ไม่มีคุณภาพ และการใช้งานไม่เหมาะสม อาจทำให้นำไปสู่การเกิดอัคคีภัยได้ แนะทุกบ้านตรวจสอบและดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 62 - นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยว่า กฟน. ห่วงใยผู้ใช้ไฟฟ้าเนื่องจากในระยะนี้สภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงแห้งแล้งและมีเหตุเพลิงไหม้บ่อยครั้ง ทั้งนี้หากอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด ไม่มีคุณภาพ และการใช้งานไม่เหมาะสม อาจทำให้นำไปสู่การเกิดอัคคีภัยได้
&amp;nbsp;
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและเพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัย กฟน. จึงขอเแนะนำให้ทุกบ้านตรวจสอบและดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟ ปลั๊กไฟให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ปลอดภัย หากพบว่าชำรุดต้องซ่อมแซมทันที ก่อนออกเดินทางควรปิดสวิตช์ไฟและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานออกทุกครั้ง และระมัดระวังการใช้ไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนควรหมั่นตรวจสอบเป็นพิเศษ ควรปิดสวิตช์ทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน ไม่ปรับอุณหภูมิความร้อนเกินความจำเป็น &amp;nbsp;ปิดแก๊สหุงต้มเมื่อเลิกใช้งาน ไม่จุดธูปเทียนบูชาพระ หรือจุดบุหรี่ทิ้งไว้ โดยที่ไม่มีคนอยู่ในบ้าน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น ควรวางเว้นระยะจากผนังเพื่อระบายความร้อน ควรมีถังดับเพลิงที่ได้มาตรฐานในจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดของบ้าน พร้อมศึกษาวิธีการใช้งานให้เข้าใจอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สามารถสอบถามได้ที่ช่องทางสื่อโซเชียล กฟน. หรือศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 &amp;nbsp;ได้ตลอด 24 &amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26738</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟน., การไฟฟ้านครหลวง, ผาสุก สัมปุณณะโชติ, สายไฟ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ไฟฟ้า, ไฟฟ้าชำรุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3ef799d6199.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮเออร์ ลุยขนทัพเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวบุกไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไฮเออร์ เล็งขนสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเข้าไทย เสริมแกร่งหลังสร้างแบรนด์เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ฟุ้งครึ่งปีแรกรายได้โตสวนกระแส 20% ทุ่มงบการตลาดมากสุด หวังดันยอดแตะ 4,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 นี้ เตรียมเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องครัวที่กำลังจะทำตลาดช่วงเดือน ส.ค. นี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องทอดไร้น้ำมัน เครื่องดูดควัน และเตาแก๊ส ส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่หลากหลายกว่าเดิม จากที่ผ่านมามีสินค้าประเภทเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น และทีวี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทแม่ได้เข้าไปถือหุ้นในบริษัท จีอี ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงบริษัทบริษัท ฟิชเชอร์แอนด์พายเคิล แอพพลายแอนเซส ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งทั้งสองรายเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ แน่นอนว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่จะเข้ามาเติมเต็มตลาดเมืองไทยได้ในอนาคต อยู่ระหว่างการศึกษาถึงความเหมาะสมว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจครึ่งปีแรกพบว่าบริษัทมีอัตราเติบโตมากขึ้น 20% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากวางสินค้าได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งยังเตรียมแผนการตลาดล่วงหน้า จึงมีความพร้อมมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องปรับอากาศที่ได้เปิดตัวปลายปี 2560 นับเป็นผลดีกับการทำตลาดช่วงต้นปี ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศเติบโตสูงขึ้น 19% หรือคิดเป็น 1,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ในกลุ่มตู้เย็นมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก 11% หรือคิดเป็น 350 ล้านบาท ตู้แช่มีรายได้ 200 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10% รวมถึงเครื่องซักผ้ามีรายได้ 240 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 61% และสินค้าชนิดอื่น ๆ มีรายได้กว่า 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเดียวกันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจัยที่ทำให้ครึ่งปีแรกมียอดขายประสบความสำเร็จ ซึ่งนับว่าสวนทางกับภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทย เนื่องจากเรามีความพยายามสร้างแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภคทั่วไปให้มากขึ้น จนเกิดการยอมรับ และทำให้ลูกค้ามีความสนใจจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์มากขึ้น&amp;rdquo; นายจาง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากนี้บริษัทยังเตรียมออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเดิมที่ทำตลาดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็นรุ่นใหม่กลุ่มพรีเมียมรุ่นภายใต้ชื่อ &amp;ldquo; NAVICOOLING&amp;rdquo; และผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าจะเปิดตัวรุ่นใหม่ 10 รุ่นในครึ่งปีหลัง แบ่งเป็นฝาหน้า 6 รุ่น และฝาบนอีก 4 รุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หลังจากบริษัททุ่มงบในการทำตลาดเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 40% จากปกติใช้ประมาณ 100-200 ล้านบาท มากสุดตั้งแต่เข้าทำตลาดเมืองไทย เพื่อทำตลาดแบบครบวงจร ทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งในแบบของทีวีซี โซเซียลเน็ตเวิร์ค รวมถึงการทำกิจกรรมโรดโชว์ตามต่างจังหวัด และการจัดดิสเพลย์ โปรโมชั่น และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ให้เติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 40% หรือมียอดขายรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12779</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาง เจิ้งฮุ้ย, ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, ไฮเออร์, ไฮเออร์ อีเลคทริคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3d7dbf7b248.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพาเวอร์มอลล์รับอานิสงส์บอลโลก ยอดขายทีวีพุ่งกระฉูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟุตบอลโลกดันยอดทีวีพุ่งกระฉูด เพาเวอร์มอลล์เผยตลาดโต 25% ชี้สูงกว่า 4 ปีก่อน ที่ได้เพียง 10% เผยผู้ประกอบการแห่ปรับราคาลดลง 30-60% สร้างแรงกระตุ้นความต้องการซื้อมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้าเพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 พบว่ายอดขายทีวีมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 25% นับว่าสูงกว่าช่วงเดียวกันของ 4 ปีก่อน หรืิอการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 เนื่องจากผู้ประกอบการเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยเฉพาะทีวีจอขนาดใหญ่ตั้งแต่ 50 นิ้วขึ้นไป ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจทีวีมีการออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; โดยเฉพาะการปรับลดราคาขายทีวีจอใหญ่ เช่น ขนาด 50-59 นิ้วลด 30% และขนาด 60 นิ้วขึ้นไปลด 50-60% ทำให้ผู้บริโภคสนใจซื้อทีวีจอขนาดใหญ่มากขึ้น มีผลให้ขนาด 50-59 นิ้วมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 40% ขณะที่ทีวีขนาด 60 นิ้วขึ้นไปมีอัตราการเติบโตที่ 106% อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้ว่าตอนนี้ตลาดรวมทีวีจะมีการขยายตัวที่ดี แต่หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากไม่มีคอนเทนต์ที่สร้างความสนใจแก่ผู้บริโภค แต่จากยอดขายในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่มีอัตราการเติบโตสูง คาดว่าสิ้นปี 2561 นี้ตลาดรวมทีวีน่าจะมีอัตราการเติบโตที่ 12-15% จากมูลค่าตลาดรวม 3 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ 3% สูงกว่าปีที่แล้วที่มีอัตราการเติบโตทรงตัวหรือมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2.3-2.4 แสนล้านบาท เนื่องจากสินค้าหลายรายการมียอดขายดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นทีวี หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าปีนี้ยอดขายโทรศัพท์มือถือจะลดลง เนื่องจากไม่มีสินค้าเทคโนโลยีใหม่ที่ผู้โภคต้องการเข้ามาทำตลาดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของแผนการทำตลาดของเพาเวอร์มอลครึ่งปีหลังนี้ จะทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มีการใช้งบไม่ต่ำกว่า 120 ล้านบาท ในการจัดงานเพาเวอร์มอลล์ อีเล็กโทรนิก้า โชว์เคส นำสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำกว่า 200 แบรนด์มาจำหน่ายในราคาพิเศษลดสูงสุด 60% เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคย่านกลางเมือง เนื่องจากง่นดังกล่าวจะจัดขึ้นใน 2 สาขา คือ เพาเวอร์มอลล์ สยามพารากอน และดิ เอ็มโพเรียม ระหว่างวันที่ &amp;nbsp;22 มิ.ย. - 15 ก.ค.นี้ ซึ่งหลังจากจบงานดังกล่าวคาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 410 ล้านบาท ส่วนภาพรวมยอดขายของเพาเวอร์มอล์สิ้นปีนี้คาดว่าจะเติบโตที่ 5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11806</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟุตบอลโลก, ยอดขายทีวี, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เดอะมอลล์, เพาเวอร์ มอลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2b07a77535a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โตชิบายิ้มออกเศรษฐกิจดีหนุนยอดขายครึ่งปีแรก โต 20% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โตชิบา มั่นใจเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้น หนุนยอดขายปี 2561โต 20% สูงสุดในรอบ 4-5 ปี หลังจากทรงตัวมาตลอด ขนสินค้ากว่า 60 รุ่น โกยรายได้ พร้อมดันมาร์เก็ตแชร์ขึ้นท็อป 3 กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไบรอัน จ้าว ประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัวและมีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะเติบโตสูงถึง 4.1% เป็นผลเชิงบวกว่าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าไตรมาสแรกของปี 2561 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านยังคงทรงตัวที่อัตราการเติบโต 0.2% เนื่องจากสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่มเครื่องปรับอากาศ ที่ทำให้ติดลบ 9% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้สินค้าบางกลุ่มจะมีผลกระทบ แต่สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ยังมีการเติบโตสูงขึ้นถึง 7% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าอนาคตจะเป็นไปในเชิงบวก โดยผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโตขึ้นถึงกว่า 20% &amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนมากเติบโตจากตู้เย็น 38% เครื่องซักผ้า 35% ไมโครเวฟ 189% และเครื่องทำน้ำอุ่น 146% ขณะที่เครื่องปรับอากาศเติบโตเพียง 1% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการตลาดตลอดปี 2561 บริษัทจะพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บริโภค ตอกย้ำสโลแกนนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต โดยรวมจะนำสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด 64 รุ่น ครึ่งปีหลังจะอยู่ที่ประมาณ 34 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตู้เย็นที่มีมาร์เก็ตแชร์เจ้าตลาดใรตู้เย็นประตูเดียวมาต่อเนื่อง ครอบคลุมไปถึงเครื่องซักผ้าที่จะมีไลน์อัพใหม่ๆเข้ามา รวมถึงหม้อหุงข้าว เครื่องปั่นน้ำผลไม้ และเครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามองว่าตลาดอาเซียนกำลังเติบโตได้ดี โดยประเทศไทยเองก็เป็นอีกหนึ่งฐานที่มีความสำคัญ จึงพร้อมจะเดินหน้าลงทุนด้านการขาย การผลิตในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจากการออกสินค้าใหม่ พัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพทางด้านงานขายมากขึ้น จะทำให้ปีนี้เติบโต 20% หรือคิดเป็น 120 ล้านเหรียญฯ นับว่าเติบโตมากสุดในรอบ 4-5 ปีจากที่ทรงตัวมาตลอด&amp;quot; นายไบรอัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มของยอดขายกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่เติบโตค่อนข้างสูง บริษัทมีเป้าหมายขึ้นมาเป็นท็อป 3 ภายใน 3 ปี แน่นอนว่าจะมาจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด โดยอิงจากความต้องการและแนวโน้มให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11725</URL_LINK>
                <HASHTAG>หม้อหุงข้าว, เครื่องทำน้ำอุ่น, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, โตชิบา, ไบรอัน จ้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b29bb7e6ea1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
