<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ออก 7 มาตรการผ่อนผัน สำหรับบริษัทประกันที่มีเคลมประกันโควิด เพื่อเสริมสภาพคล่องจ่ายค่าเคลมประกันให้กับประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ครั้งที่ 9/2564 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง มาตรการสำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2564 และประธานบอร์ด คปภ. ได้ลงนามประกาศ คปภ. ดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปัจจุบันที่มีความรุนแรงทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทประกันวินาศภัยจำนวนหนึ่งต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากกรณีดังกล่าวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัท รวมทั้งเพื่อให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการปรับฐานะการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติ และสามารถชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยได้อย่างรวดเร็ว คปภ. จึงได้ออกมาตรการเพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องในการดำเนินงานให้กับบริษัทประกันวินาศภัย&amp;nbsp; 7 มาตรการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.&amp;nbsp; ยกเว้นการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการประกันภัยจากการรับประกันภัย COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp; ให้สามารถนับเงินกู้ยืมด้อยสิทธิ์ตามลักษณะที่กำหนดมาเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp; ผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ขั้นต่ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp; ยกเว้นการนำค่าเผื่อความผันผวนที่เรียกว่า&amp;nbsp; provision of adverse deviation (PAD) มาคำนวณเงินกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.&amp;nbsp; สามารถนำเบี้ยประกันภัยค้างรับที่มีระยะเวลาการค้างชำระไม่เกิน 30 วันมาใช้ในเป็นสินทรัพย์หนุนหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp; สามารถนำเบี้ยประกันภัยค้างรับที่มีระยะเวลาการค้างชำระไม่เกิน 30 วันมาใช้ในการคำนวณเงินสำรอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.&amp;nbsp; อนุญาตให้บริษัทมีสัดส่วนของเงินสดและเงินฝากธนาคารที่บริษัทใช้สำหรับการบริหารสภาพคล่องได้เกินร้อยละ 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 7 มาตรการ เป็นการสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจให้กับบริษัทประกันภัย ทำให้บริษัทประกันภัยมีสภาพคล่องทางการเงินที่จะนำมาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการลดภาระด้านการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันภัยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จาก Buffer ที่ตั้งไว้ ผ่อนผันให้บริษัทถือเงินสดในมือได้มากขึ้น และยังเพิ่มทางเลือกให้กับบริษัทในการจัดหาแหล่งเงินทุนอื่นที่บริษัทสามารถเข้าถึงได้รวดเร็วกว่าการเพิ่มทุน และลดภาระค่าธรรมเนียมในการฝากเงินกับสถาบันการเงินของบริษัท นอกจากนี้ ยังทำให้บริษัทประกันภัยมีเวลามากขึ้นในการดำเนินการปรับปรุงฐานะเงินกองทุนและสภาพคล่องของบริษัทให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทสามารถยื่นคำขอใช้มาตรการผ่อนผันได้ โดยประกาศฯ ได้กำหนดลักษณะของบริษัทประกันวินาศภัยที่สามารถยื่นคำขอใช้มาตรการผ่อนผันไว้ 2 ประการ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ต้องมีค่าสินไหมทดแทน COVID-19 เป็นจำนวนมากกว่า 500 ล้านบาทก่อนการยื่นขอผ่อนผัน และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีการประมาณการว่าอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนของบริษัทในระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2565 อาจต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ไม่น้อยกว่า 75% ของเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ที่มีการยื่นต่อสำนักงาน คปภ. และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีเงินกองทุน และ/หรือสินทรัพย์สภาพคล่องเพียงพอสำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทที่เข้าเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้นสามารถยื่นคำขอผ่อนผันต่อนายทะเบียน โดยจะต้องจัดทำแผนการดำเนินการแก้ไขฐานะการเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 และต้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนต่อนายทะเบียนทุก 15 วัน และต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเพียงพอของเงินกองทุน กระบวนการในการบริหารเงินกองทุนของบริษัท และการประเมินความเพียงพอของเงินกองทุน รวมถึงการประเมินหนี้สินจากสัญญาประกันภัย โดยเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังใช้มาตรการผ่อนผันตามประกาศนี้ด้วย ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานรวม 3 ชุด เพื่อกำกับดูแล กลั่นกรองพิจารณาคำขอ และตรวจสอบติดตามการดำเนินงานของบริษัทที่ได้รับการผ่อนผัน ทั้งนี้ หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด นายทะเบียนมีอำนาจยกเลิกมาตรการผ่อนผันได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการผ่อนผันดังกล่าวเป็นกลไกชั่วคราวที่มุ่งช่วยเหลือบริษัทประกันภัยที่ประสบปัญหาสภาพคล่องรายกรณี โดยจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัทประกันภัยที่รับประกันภัย COVID-19 ให้มีเงินเพียงพอต่อการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะกำกับดูแลและติดตาม ตรวจสอบฐานะการเงินและความมั่นคง รวมถึงสภาพคล่องของบริษัทอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยมาตรการผ่อนผันนี้ไม่ได้เป็นการยกเว้นกลไกของกฎหมายตามปกติ แม้บริษัทประกันภัยจะได้รับมาตรการผ่อนผัน แต่หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด นายทะเบียนก็มีอำนาจยกเลิกการผ่อนผันได้ หรือหากมีการดำเนินการใด ๆ ที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย สำนักงาน คปภ. ก็พร้อมที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายตามช่องทางปกติ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย ซึ่งกลไกทางกฎหมายตามบทบัญญัติต่าง ๆ ที่สำนักงาน คปภ. จะสามารถเข้าไปควบคุมดูแลก็ยังคงอยู่ จึงขอให้มั่นใจว่าสำนักงาน คปภ. จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยและไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัยติดต่อสายด่วน คปภ. 1186&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117630</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 มาตรการผ่อนผัน, คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ค่าสินไหมทดแทน, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, บริษัทประกันวินาศภัย, มาตรการสำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีค่าสินไหมทดแทน COVID-19, เคลมประกันโควิด, เสริมสภาพคล่องจ่ายค่าเคลมประกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c2cdd70ab8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.ย้ำใช้ผลตรวจโควิด RT-PCR เคลมประกันโควิดได้เลย ไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ส.ค.64- ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มมีการปลดล็อกให้ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ในการตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็ทำให้ปริมาณผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งจากการตรวจในหน่วยบริการ การตรวจเชิงรุกโดยหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ก็มีประเด็นเกี่ยวเนื่องในส่วนของผู้ที่ผลตรวจเป็นบวกและต้องการขอใบรับรองแพทย์เพื่อนำไปเคลมสิทธิประโยชน์จากบริษัทประกัน ซึ่งในทางปฏิบัติบริษัทประกันแต่ละบริษัทก็มีเงื่อนไขการเอาประกันต่างกันไป ขณะที่ในส่วนของหน่วยบริการสาธารณสุขเอง บางหน่วยก็ออกให้ บางหน่วยงานออกให้ทางออนไลน์ หรือบางหน่วยงานก็ไม่ได้ออกให้ โดยเฉพาะในส่วนของการตรวจคัดกรองเชิงรุกที่มีบุคลากรจากหลายหน่วยงานมาให้บริการนอกที่ตั้ง ก็ทำให้มีประชาชนจำนวนมากสอบถามไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อขอใบรับรองแพทย์ บางกรณีบริษัทประกันยังมีเงื่อนไขอีกว่าต้องประทับตราของหน่วยงานนั้นๆ ทำให้ผู้ต้องการใบรับรองแพทย์ต้องเดินทางไปถึงที่ตั้งของหน่วยงานดังกล่าว ที่ผ่านมาในส่วนของ สปสช.เองได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการตรวจคัดกรองโควิดเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK เช่น ความร่วมมือกับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งตรวจเชิงรุกที่ลานจอดรถศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 12 ก.ค.-3 ส.ค.64 และมีประชาชนที่ได้รับการตรวจที่นี่ได้ไปขอใบรับรองแพทย์กับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อนำไปเคลมสิทธิประโยชน์ประกันภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.อรรถพร กล่าวว่า กรณีลักษณะนี้ ขอแจ้งให้ทราบว่าประชาชนผู้ทำประกันไม่มีความจำเป็นต้องขอใบรับรองแพทย์แต่อย่างใด เนื่องจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 45/2564 เรื่อง การใช้เอกสารประกอบการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 สำหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2564 เรื่องการใช้เอกสารประกอบการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าให้บริษัทใช้เอกสารการตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งสามารถยืนยันตัวตนของผู้ที่ได้รับการตรวจหาเชื้อได้ จากห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยวิธี RT-PCR แทนใบรายงานหรือรับรองจากแพทย์ สำหรับการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 กรณีผู้เอาประกันภัยเจ็บป่วยหรือตรวจพบเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนเงินที่กำหนดไว้ (แบบเจอ-จ่าย-จบ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.อรรถพร กล่าวว่า อ้างอิงตามประกาศดังกล่าว ทำให้ใบรับรองแพทย์ไม่มีผลในการเอาประกันภัยอีกต่อไป ดังนั้นจึงขอชี้ไปยังประชาชนผู้รับการตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วย ATK ทราบ ซึ่งโดยหลักการแล้ว เมื่อผลตรวจ ATK พบว่าเป็นบวก ทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจด้วยวิธี RT-PCR ซ้ำเพื่อยืนยันผลอยู่แล้ว ดังนั้นจึงสามารถนำผลตรวจ RT-PCR &amp;nbsp;ไปเคลมประกันได้โดยไม่ต้องขอใบรับรองแพทย์อีก ส่วนผู้ที่ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ตั้งแต่แรกก็ยิ่งไม่มีปัญหา สามารถนำไปเคลมประกันได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย &amp;nbsp;(คปภ.) ระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันมีความรุนแรง มีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก ส่งผลให้การขอใบรับรองแพทย์ในสถานพยาบาลเป็นไปได้ยากและมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย จึงได้ออกคำสั่งใช้เอกสารการตรวจพบเชื้อโดยวิธี RT-PCR แทนใบรายงานหรือรับรองจากแพทย์ อันจะเป็นการลดภาระให้กับผู้เอาประกันภัยที่จะต้องใช้หลักฐานแสดงเพื่อเคลมประกันภัยโควิด-19 แบบเจอ-จ่าย-จบ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112958</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., กปภ., ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), เคลมประกันโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_611380567d585.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ปลดล็อคพิสูจน์การติดโควิด-19 เคลมประกัน ‘เจอ-จ่าย-จบ’ ใช้แค่เอกสารการตรวจโดยวิธี RT-PCR</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 2564 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ได้กระจายออกไปเป็นวงกว้าง และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ในขณะเดียวกันระบบสาธารณสุข ก็มีขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยที่จำกัดมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้เอาประกันภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำนักงาน คปภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับมาตรการของรัฐบาลที่ได้ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย โดยการขยายความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ขยายความคุ้มครองการรักษาพยาบาลเนื่องจากการติดเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาลสนามหรือ hospitel ให้ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทั่วไป และขยายความคุ้มครองกรณีผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่กระทำการโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะดําเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ สถานที่ใดก็ตาม ให้ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป&amp;nbsp; รวมทั้ง ขยายความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวันกรณี Home Isolation หรือ Community Isolation หากมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ในสถานพยาบาล ไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp; ในปัจจุบันมีความรุนแรง ทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวนมาก ส่งผลให้การพบแพทย์เพื่อเข้าถึงการรักษาพยาบาลและการขอใบรับรองแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสถานพยาบาลของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp; 2019 (COVID-19) เป็นไปได้ยาก และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรคมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย รวมทั้ง ลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตลอดจนให้เกิดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติการให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย COVID&amp;ndash;19 แบบเจอ จ่าย จบ ซึ่งมีความล่าช้าในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนในหลาย ๆ กรณี ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;45/2564&amp;nbsp; เรื่อง การใช้เอกสารประกอบการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 สำหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2564 เรื่อง การใช้เอกสารประกอบการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดให้บริษัทประกันภัยใช้เอกสารการตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp; ซึ่งสามารถยืนยันตัวตนของผู้ที่ได้รับการตรวจหาเชื้อได้ จากห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยวิธี RT-PCR แทนใบรายงานหรือรับรองจากแพทย์ สำหรับการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 กรณีผู้เอาประกันภัยเจ็บป่วยหรือตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นจำนวนเงินที่กำหนดไว้ (แบบเจอ-จ่าย-จบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับนี้ ได้ดำเนินการโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก กล่าวคือ เริ่มจากการใช้มาตรการขอความร่วมมือไปก่อน แต่ก็ยังพบว่ามีหลายบริษัทประกันภัยที่ยังมีแนวปฏิบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการสับสนและไม่ได้รับความสะดวก ดังนั้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเพื่อให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน อันจะเป็นการลดภาระให้กับประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่จะต้องใช้หลักฐานแสดงเพื่อเคลมประกันภัย COVID-19 แบบเจอ-จ่าย-จบ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายด้วยการออกคำสั่งนี้&amp;nbsp; ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112508</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., เคลมประกันโควิด, เจอ จ่าย จบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608ba3ce61dca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
