<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกดาวน์10จังหวัด  แห่สละเงิน3ด.ตาม‘บิ๊กตู่’ 10ก.ค.เริ่มห้ามข้ามจว. 12ก.ค.ดีเดย์ใช้เคอร์ฟิว ต่ออายุพรก.อีก2เดือน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ศบค.ไฟเขียวล็อกดาวน์ 10 จังหวัดโซนแดงเข้ม ประกาศเคอร์ฟิว 3 ทุ่ม-ตี 4 บังคับใช้ 14 วันหรือจนกว่าสถานการณ์ดีขึ้น เริ่ม12 ก.ค.นี้ ปิดห้าง-ร้านสะดวกซื้อ 2 ทุ่ม หยุดบริการขนส่งสาธารณะ 3 ทุ่ม ห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน ไม่ให้เดินทางข้ามจังหวัดยกเว้นจำเป็น สั่งหน่วยมั่นคงตั้งด่านสแกนคนเข้า-ออกพื้นที่ตั้งแต่ &amp;nbsp;6 โมงเช้าวันเสาร์ พร้อมชง ครม.ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน นายกฯ สั่ง ศบศ.เยียวยาสถานประกอบการ-พนักงานที่ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. &amp;nbsp;แถลงผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เป็นประธาน ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงสถานการณ์การแพร่ระบาด ทั้งสถานการณ์โลกและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสถานการณ์ในประเทศยังมีความน่าห่วงกังวล มาจากแนวโน้มของจำนวนผู้ป่วยหนักที่ต้องใช้ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;รวมถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การระบาดของสายพันธุ์เดลตาที่มีความรุนแรงและแพร่ระบาดได้ง่าย และการเดินทางกลับภูมิลำเนาของกลุ่มแรงงานจากพื้นที่ กทม.ทำให้เชื้อกระจายไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุม ศบค.จึงมีมติขยายระยะเวลาการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน &amp;nbsp;(พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ต่อไปอีก 2 เดือน ทุกเขตพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-30 ก.ย. จากเดิมที่จะสิ้นสุดเดือน ก.ค. โดยจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ครม.) วันที่ 13 ก.ค. โดยมาตรการที่ออกมาในครั้งนี้อยู่ภายใต้หลักคิดจำกัดการเคลื่อนย้าย การรวมกลุ่มของบุคคลเฉพาะพื้นที่ ที่หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่าล็อกดาวน์ &amp;nbsp;กำหนดเวลาการออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว &amp;nbsp;ควบคู่ไปกับมาตรการเร่งรัดด้านการป้องกันโรค การฉีดวัคซีน การควบคุมโรค การรักษาพยาบาล รวมทั้งการเยียวยาให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังเห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยทั่วประเทศ โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้มยังเป็น 10 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส, พื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือสีแดง 24 จังหวัด คือ กระบี่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตาก &amp;nbsp;นครนายก นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ &amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี &amp;nbsp;ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สระบุรี &amp;nbsp;สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง และอุทัยธานี, พื้นที่ควบคุม &amp;nbsp;หรือสีส้ม 25 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร &amp;nbsp;ขอนแก่น จันทบุรี ชัยภูมิ ชุมพร ตรัง ตราด บุรีรัมย์ พัทลุง &amp;nbsp;พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เลย &amp;nbsp;ศรีสะเกษ สตูล สระแก้ว สุโขทัย สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ &amp;nbsp;หนองบัวลำภู อุดรธานี และอุบลราชธานี, พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด หรือสีเหลือง 18 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ &amp;nbsp;นครพนม น่าน บึงกาฬ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต &amp;nbsp;มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ลำปาง ลำพูน สกลนคร &amp;nbsp;หนองคาย อำนาจเจริญ และอุตรดิตถ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า มาตรการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในพื้นที่ 6 จังหวัด ที่ประกอบด้วย กทม. &amp;nbsp;นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร &amp;nbsp;ได้แก่ จำกัดการเคลื่อนย้ายและดำเนินกิจกรรมให้ได้มากที่สุด, กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนปฏิบัติงานในลักษณะเวิร์กฟรอมโฮมให้ได้มากที่สุด โดยไม่กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน, ให้ระบบขนส่งสาธารณะหยุดบริการตั้งแต่ &amp;nbsp;21.00-04.00 น., ให้ร้านสะดวกซื้อ ตลาดโต้รุ่งปิดตั้งแต่เวลา 20.00-04.00 น., ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์เปิดได้เฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ธนาคาร ร้านขายยา ร้านเครื่องมือสื่อสาร สถานที่ฉีดวัคซีน เปิดได้ถึงเวลา 20.00 น., ห้ามบริโภคอาหารและสุราภายในร้านอาหาร โดยให้เปิดถึงเวลา 20.00 น., ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ได้แก่ &amp;nbsp;นวดเพื่อสุขภาพ สปา สถานเสริมความงาม, สวนสาธารณะให้เปิดบริการได้ถึงเวลา 20.00 น., ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรมทางสังคมที่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ การประกอบอาชีพ กิจกรรมทางศาสนา หรือกิจกรรมตามประเพณีที่มีการรวมตัวกันเกิน 5 คนขึ้นไป&amp;nbsp;
เคอร์ฟิว 10 จังหวัด 3 ทุ่ม-ตี 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทั้ง 10 &amp;nbsp;จังหวัด จะห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็น, ห้ามออกนอกเคหสถาน ในเวลา 21.00-04.00 น. ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยต้องไปรักษาพยาบาล กรณีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ขึ้นเวร หรือไปซ่อมแซมการไฟฟ้า ประปาที่ขัดข้อง, การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง ให้ยังคงเป็นไปตามข้อกำหนดก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ มาตรการที่กล่าวมาให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. อย่างไรก็ตาม ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดลาดตระเวนเพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยให้พร้อมดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. เวลา 06.00 น. &amp;nbsp;หากตรวจพบผู้ฝ่าฝืนให้บังคับใช้บทลงโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.โรคติดต่อ&amp;quot; พญ.อภิสมัยระบุ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่ &amp;nbsp;กทม.และจังหวัดปริมณฑล สาธารณสุขจะปรับแผนการกระจายวัคซีนโดยให้เร่งฉีดวัคซีนผู้ที่มีความเสี่ยงที่อายุเกิน 60 ปี รวมทั้งกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะฉีดให้ได้ 1 ล้านโดส ภายในสองสัปดาห์ และเห็นชอบในการจัดสรรวัคซีนที่ได้รับบริจาคจากต่างประเทศทั้งไฟเซอร์และแอสตร้าเซเนก้าที่ได้รับบริจาคจากญี่ปุ่นมาถึงภายในวันนี้ (9 ก.ค.) แล้ว &amp;nbsp;โดยหลักการจัดสรรมุ่งเน้นไปที่ผู้สูงอายุเกิน 60 ปีและ 7 กลุ่มโรค รวมทั้งชาวต่างชาติที่มีอายุเกิน 60 ปี และมีโรคประจำตัว ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและผู้จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา นักการทูต โดยเน้นย้ำในที่ประชุมที่มีข้อสรุปว่าให้มีการจ่ายวัคซีนไฟเซอร์เป็นบูสเตอร์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ให้เร็วที่สุดด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;และจังหวัดปริมณฑล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเพิ่มความสามารถการรักษาพยาบาลให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ และมีการพูดถึงไอซีสนาม โรงพยาบาลสนามการแยกกักในชุมชน (คอมมิวนิตีไอโซเลชัน) หรือศูนย์พักคอยรอการส่งต่อ รวมทั้งการแยกกักที่บ้าน (โฮมไอโซเลชัน) และการใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรในระหว่างแยกกัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปฏิบัติในจังหวัดอื่น ให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ร่วมกันรับผิดชอบกำหนดมาตรการคัดกรอง และมาตรการสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น &amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้พร้อมดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.เวลา 06.00 น. และให้นำมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ระดับสถานการณ์ต่างๆ ข้อห้ามและข้อปฏิบัติตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 24, 25, 26) ที่มีก่อนหน้านี้มาบังคับเท่าที่ไม่ขัดแย้งกับข้อกำหนดนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า มาตรการทั้งหมดขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการควบคุมเพื่อกำหนดการเดินทางข้ามจังหวัด การจำกัดการเดินทางนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. รายละเอียดจะลงไว้ในราชกิจจานุเบกษาโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอบคุณประชาชนที่เข้าใจและให้ความร่วมมือกับมาตรการต่างๆ มาโดยตลอด &amp;nbsp;ขออภัยกับการติดขัดที่อาจทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดลำบาก แต่ทั้งนี้เพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประเทศไทยต้องชนะไปด้วยกัน &amp;nbsp;
นายกฯ สั่ง ศบศ.เยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการล็อกดาวน์พื้นที่ดังกล่าวเคยปฏิบัติมาแล้วในช่วงเดือน เม.ย.63 ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) &amp;nbsp;เร่งรัดกำหนดมาตรการเยียวยาสถานประกอบการหรือพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการกำหนดมาตรการในครั้งนี้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ให้นำมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ระดับสถานการณ์ต่างๆ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 24, 25, &amp;nbsp;26) มาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดนี้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 ก.ค.64 เป็นต้นไป ระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำ ศบค.ไม่เคยหยุดคิด โดยมีการทำงานต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่มีการพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อู่ฮั่น &amp;nbsp;และมีมาตรการที่สอดคล้องกับสมมุติฐานของการแพร่ระบาด โดยมีการวางแผนและมาตรการล่วงหน้าตั้งแต่ระดับปกติ ปานกลาง รุนแรง รุนแรงมาก เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ และเร่งรัดมาตรการด้านการป้องกันโรค การคัดกรอง การรักษา การฉีดวัคซีน การควบคุมโรค การรักษาพยาบาล รวมทั้งเยียวยาให้ได้มากที่สุด โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละส่วนปฏิบัติงานอย่างรับผิดชอบด้วย ซึ่งหลังจากประกาศใช้ระยะเวลา 14 วัน หลังจากนั้น ศบค.จะประเมินมาตรการทั้งหมดนี้อีกครั้ง&amp;rdquo; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวของ ศบค.จะเรียกว่าล็อกดาวน์ก็ได้ ซึ่งเป็นการล็อกดาวน์ 14 วันในพื้นที่ 10 จังหวัด ซึ่งในวันที่ 10 ก.ค. จะมีการซักซ้อมชุดปฏิบัติการพิเศษที่มีทั้งทหารและตำรวจ ในการคุมเข้มการปิดกั้นการเดินทางข้ามจังหวัดของประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด ในการคุมเข้มไม่ให้ประชาชนเดินทางข้ามจังหวัดและจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์แรกที่มีการล็อกดาวน์จะยังคงพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เนื่องจากยังมีผู้ติดเชื้อที่แฝงอยู่ หลังจากนี้ต้องพิจารณาอีกครั้งว่ามาตรการล็อกดาวน์จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงหรือจะต้องขยายมาตรการล็อกดาวน์ต่อไปอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งด่วนว่า ที่ประชุม ศบค.ได้กำชับเรื่องการปรับลดการให้บริการสาธารณะ โดยมีมติในที่ประชุมให้ดำเนินการหยุดการบริการในช่วงเวลา &amp;nbsp;21.30-04.00 น. ยกเว้นรถที่มีความจำเป็น เช่น รถขนส่งอาหาร, รถส่งสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ 12 &amp;nbsp;ก.ค.นี้ หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบไปดำเนินการออกประกาศรายละเอียดการให้บริการให้ประชาชนได้รับทราบ นอกจากนี้ ให้ลดการบริการขนส่งสาธารณะไปยังต่างจังหวัด หรือจาก กทม.ไปยังจังหวัดในกลุ่มควบคุมสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 12-25 ก.ค. ส่วนหน่วยงานที่มีการดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่แดงเข้ม 10 จังหวัด ขอให้ใช้มาตรการเชิงรุกเข้าไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้มีความชัดเจนเพื่อลดการแพร่ระบาดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า มีความพร้อมที่จะขานรับมาตรการของ ศบค. ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดควบคุมโรค การดูแลเรื่องแคมป์คนงาน การตรวจสถานที่เสี่ยง ร่วมกับหน่วยงานอื่น อีกทั้ง บช.น.มีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว กรณีได้รับแจ้งพบมีผู้กระทำความผิด ทีมงานชุดนี้จะเข้าไปปฏิบัติงาน ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหา ส่วนสายด่วน &amp;nbsp;191 เป็นอีกช่องทางสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 &amp;nbsp;สามารถโทร.มาแจ้ง ก่อนจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการ ไม่ว่าการจัดสถานที่รักษาตัวและสถานที่กักตัว บางครั้งตำรวจก็จะนำส่งสถานพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดว่า จากการที่ ศบค.มีคำสั่งงดการเดินทางเป็นเวลา 14 วัน ในพื้นที่จังหวัดตามที่กำหนดมานั้น จึงได้มีคำสั่งด่วนทันทีให้ตั้งจุดตรวจคนเข้า-ออกเมือง 2 จุดหลักในเบื้องต้น คือที่ อ.บ้านไผ่ และ อ.ชุมแพ โดยให้ดำเนินการตรวจคัดกรองคนเข้า-ออกเมืองขอนแก่น ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขทันที รวมไปถึงการห้ามให้ข้าราชการส่วนภูมิภาคออกนอกพื้นที่เขตจังหวัด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109187</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 จังหวัดโซนแดงเข้ม, 14 วัน, ปิดห้าง-ร้านสะดวกซื้อ 2 ทุ่ม, ล็อกดาวน์10จังหวัด, สละเงิน3ด., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคอร์ฟิว 3 ทุ่ม-ตี 4, เริ่ม12 ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7fdf307ad0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
