<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลไม้รสหวานหน้าร้อน ผู้สูงอายุควรกินแต่พอดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(มะม่วง, ทุเรียน, เงาะ, ขนุน และลิ้นจี่ ผลไม้หน้าร้อนที่ควรบริโภคให้น้อยที่สุดเพื่อสุขภาพที่ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มะม่วง, ทุเรียน, เงาะ, ขนุน และ ลิ้นจี่ ถือเป็นผลไม้หน้าร้อนซึ่งกำลังมีผลผลิตเยอะในช่วงนี้ ที่สำคัญหากบริโภคมากเกินไปอาจกระทบต่อสุขภาพของคนทั่วไป รวมถึงผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน ดังนั้นการที่คนสูงวัยกินผลไม้รสหวานจัดเหล่านี้เข้าไป ย่อมถือเป็นความท้าทายต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผลไม้รสหวานจัด อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดของผู้สูงอายุสูงเพิ่มขึ้นหลังรับประทาน หรือการที่บริโภคข้าวเหนียวมะม่วงหรือข้าวเหนียวทุเรียน ที่ให้ทั้งน้ำตาลและไขมันจากกะทิในข้าวเหนียวมูนและน้ำกะทิ และซึ่งร่างกายจะใช้เวลาในการย่อยไขมันนานขึ้น ทำให้ระบบการย่อยทำงานได้ช้าขึ้นอีกด้วย และไม่เพียงทำให้รู้สึกอิ่มท้อง แต่ยังได้รับไขมันในปริมาณที่สูง จากเมนูของหวานดังกล่าวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.กิตติพร พันธุ์วิจิตรศิริ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.กิตติพร พันธุ์วิจิตรศิริ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและโภชนาการ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;การบริโภคผลไม้ที่มีรสหวานจัดเป็นประจำช่วงหน้าร้อนอย่าง ทุเรียน มะม่วงสุก หรือแม้แต่เงาะปริมาณหลายๆ ผลต่อครั้ง ถือเป็นเรื่องท้าทายต่อสุขภาพของผู้สูงวัย อีกทั้งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากคนสูงวัยไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ เช่น ไม่มีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน ก็สามารถรับประทานผลไม้ดังกล่าวได้ แต่ว่าต้องจัดสัดส่วนการรับประทานให้มีขนาด &amp;ldquo;เล็กลง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กินให้น้อยลง&amp;rdquo; กว่าที่เคยทำมาเมื่อตอนเป็นหนุ่มสาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ข้าวเหนียวมูนมะม่วง ประมาณ 210 กิโลแคลอรี หรือข้าวเหนียวมูนประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ และมะม่วงสุกครึ่งลูก อาหารว่างมื้อย่อมที่เพียงพอแล้ว ผู้สูงอายุไม่ควรบริโภคมากกว่านี้ ที่สำ�คัญภายใน 1 อาทิตย์ไม่ควรบริโภคเกิน 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้รับพลังงานที่สูงมากเกินไป)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หากต้องการบริโภค &amp;ldquo;ทุเรียน&amp;rdquo; ก็ให้กินได้ไม่ควรเกิน 1 พู หรือหากเป็น &amp;ldquo;มะม่วงสุก&amp;rdquo; ที่ค่อนข้างมีรสหวานจัด (หวานแสบคอ) น้ำตาลเยอะก็ให้บริโภคเพียงครึ่งผล หรือมากสุดคือ 1 ผลเท่านั้น แต่ถ้าหากกิน &amp;ldquo;ข้าวเหนียวมะม่วง&amp;rdquo; หรือ &amp;quot;ข้าวเหนียวทุเรียน&amp;rdquo; ที่จะไปเพิ่มปริมาณพลังงานและน้ำตาลให้มากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ ข้าวเหนียวมูน 100 กรัม (1 ขีด) จะให้พลังงาน 280 กิโลแคลอรีโดยประมาณ แนะนำว่าถ้าจะให้ดีควรบริโภคข้าวเหนียวมูนเพียงครึ่งขีดเท่านั้น หรือ 50 กรัม (ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ) ซึ่งจะได้พลังงาน 140 กิโลแคลอรี ที่สำคัญให้รับประทานร่วมกับมะม่วงสุกครึ่งลูก และทุเรียนครึ่งพู ที่ให้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 70 กิโลแคลอรี และน้ำตาล 15 กรัม ดังนั้นเมื่อผู้สูงอายุบริโภคข้าวเหนียวมะม่วง-ข้าวเหนียวทุเรียนครึ่งพู จะให้พลังงานโดยรวมอยู่ที่ 210 กิโลแคลอรี จัดว่าเป็นสัดส่วนของว่างมื้อย่อมๆ เพียงพอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าเมื่อคุณตาคุณยายกินข้าวราดแกง 1 จานกับไข่ดาว 1 ฟองจะได้พลังงานอยู่ที่ 400-500 กิโลแคลอรี และกินเมนูของหวานดังกล่าวตบท้าย ก็จะได้พลังงานอีก 210 กิโลแคลอรี เป็นมื้อใหญ่ของวัน ไม่จำเป็นต้องบริโภคของหวานดังกล่าวมากกว่านี้ เพราะถ้าหากบริโภคเมนูข้าวเหนียวมูนมากเกินไป จะทำให้ได้รับปริมาณพลังงานและน้ำตาลมากเกินความจำเป็นต่อมื้อ ส่วนการบริโภค &amp;ldquo;เงาะ&amp;rdquo; ซึ่งจัดเป็นผลไม้รสหวานที่มีน้ำตาลสูง ประมาณ 16-17 กรัมต่อ 100 กรัม ควรบริโภคเงาะประมาณวันละไม่เกิน 6-8 ผลต่อครั้ง ที่สำคัญใน 1 อาทิตย์ผู้สูงวัยควรบริโภคผลไม้รสตามฤดูกาลอย่าง มะม่วงสุก, ทุเรียน และเงาะ เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือไม่เกิน 2 ครั้งเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.กิตติพร กล่าวเสริมอีกว่า หากคุณตาคุณยายต้องการบริโภคผลไม้หน้าร้อนซึ่งให้พลังงานสูงดังกล่าว ก็ควรมีการ &amp;ldquo;แลกเปลี่ยน&amp;rdquo; เช่น จากที่เคยกินขนมหวานที่มีน้ำกะทิ เช่น ลอดช่องน้ำกะทิ หรือพวกขนมเค้กขนมพายไส้ผลไม้ หรือขนมไทยตระกูลทองชนิดต่างๆ ตบท้ายอาหารคาว ก็ต้องงดบริโภคของหวานดังกล่าว หากว่าต้องการที่บริโภคผลไม้อย่างมะม่วงสุก หรือทุเรียน ตลอดจนข้าวเหนียวมะม่วงและข้าวเหนียวทุเรียน รวมไปถึงการบริโภคชา กาแฟเย็นที่มีรสชาติหวานมันดับร้อน เช่น ชาดำเย็น ชามะนาว ชานมเย็นไข่มุก ที่มีความหวานและให้พลังงานอยู่ที่ 100-300 กิโลแคลอรี หรือไลฟ์สไตล์ที่ชอบดื่มน้ำหวานวันละ 1 กระป๋อง ที่ต้องแลกเปลี่ยน หรืองดรับประทาน หากจะกินเมนูของหวานดังกล่าวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับข้อปฏิบัติหลังการบริโภคผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนอย่าง ทุเรียน และมะม่วง อันดับแรกให้งดออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะอาจยิ่งกระตุ้นให้ร่างการร้อนมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ไม่ควรบริโภคผลไม้ดังกล่าวก่อนเข้านอน เพราะอาจจะทำให้นอนไม่หลับ ประการที่สามแนะนำว่าให้กินน้ำเย็น หรือนมจืดตามเข้าไปสักเล็กน้อย (ครึ่งแก้วเล็ก) เพื่อทำให้ร่างกายเย็นลง หรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;คูลดาวน์&amp;rdquo; และล้างความหวานจากผลไม้ดังกล่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผลไม้ที่ผู้สูงอายุควรบริโภคในช่วงอากาศร้อนได้แก่ แตงโม ชมพู่ และฝรั่ง แต่ควรทิ้งระยะในการบริโภค เช่น กินเช้าและกินอีกครั้งใน มื้อเย็น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.กิตติพร ทิ้งท้ายว่า สำหรับผลไม้ที่ผู้สูงอายุควรบริโภคในช่วงอากาศร้อน ได้แก่ ฝรั่ง ที่มีรสจืดสามารถบริโภคได้ทุกวันวันละประมาณ 1 ลูก ถ้าไม่ทำให้ท้องอืดเพราะย่อยยาก รวมถึงผลไม้ที่มีน้ำมาก เพื่อเติมน้ำให้ร่างกายอย่าง แตงโม และ ชมพู่ ทั้งนี้ ต้องบริโภคให้มีระยะห่างกัน เช่น กินตอนเช้าและกินอีกครั้งในช่วงตอนเย็น ที่สำคัญให้บริโภคครั้งละ 1 ชิ้น ( แตงโม 1 ชิ้นยาวยิ้ม หรือชมพู่ 2 ผล) เพราะหลักการกินผักและผลไม้ที่เหมาะสมกับสุขภาพนั้นจะต้องกินให้ได้ 2 ส่วน แต่ต้องกินผักให้ได้ 3 ส่วนของเมนูอาหารในแต่วัน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35137</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ทุเรียน, ผีขนุน, มะม่วง, ลิ้นจี่, เงาะ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190506/image_big_5cd02b6367180.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดินแดนสวรรค์คนรักผลไม้   &#039;ตราด...อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ร้อนแบบนี้ หลายคนนึกถึงท้องทะเลหลายแห่งทางภาคตะวันออก ซึ่งนอกจากจะมีน้ำใสให้คลายร้อนกันแล้ว ยังเป็นช่วงฤดูกาลของผลไม้อร่อย ไล่มาตั้งแต่ระยอง จันทบุรี และอีกหนึ่งจังหวัดคือ ตราด ซึ่งเป็นที่ตั้งของเกาะใหญ่น้อยที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก อาทิ เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก และเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับกิจกรรม &amp;ldquo;ตราด...อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน&amp;rdquo; ประจำปี 2562 ไปด้วยพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด กล่าวว่า ททท. สำนักงานตราด ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด สวนผลไม้จังหวัดตราด และชมรมธุรกิจนำเที่ยวจังหวัดตราด กำหนดจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ตราด...อร่อยทุกไร่&amp;nbsp; ชิมไปทุกสวน&amp;rdquo; เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สวนผลไม้ในจังหวัดตราด และต้อนรับฤดูผลไม้ที่กำลังจะมาถึงในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดยนักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองผลไม้สดๆ จากต้นหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สละพันธุ์ดีรสชาติหวานหอม คัดคุณภาพเน้นๆ ให้นักท่องเที่ยวได้มาลิ้มลอง หรือจะเป็นสุดยอดทุเรียนชะนีเกาะช้าง ทุเรียนคุณภาพดี รสชาติหวาน เนื้อเนียนละเอียด ไม่อมน้ำ โดดเด่นกว่าพื้นที่อื่น อีกทั้งยังมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดตราดอีกอย่างหนึ่งคือ สับปะรดตราดสีทอง รสชาติหวาน กรอบ หอม อร่อย ไม่กัดลิ้น กินได้ทั้งแกน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานตราด กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ในปีนี้ ททท. สำนักงานตราด ยังต้องการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักสวนผลไม้ในจังหวัดตราด ด้วยการชิมผลไม้สดๆ ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สับปะรด ในรูปแบบบุฟเฟต์สวนผลไม้ หรืออยากจะซื้อผลไม้อย่างสละพันธ์สุมาลี ที่มีรสชาติหวานหอมกลับไปฝากคนที่บ้านได้ก็ทำได้ โดยมีสวนผลไม้ 10 แห่งที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้โดยตรง ดังนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.สวนไพฑูรย์ อำเภอเขาสมิง โทร. 08-6006- 0132 ประเภทผลไม้เด่น: ทุเรียน มังคุด ลองกอง&amp;nbsp; พร้อมกิจกรรม บุฟเฟต์ผลไม้ คนละ 250 บาท / นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนได้ 2.สวนผลอำไพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp; โทร. 08-1656-3841 ประเภทผลไม้เด่น: เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง สับปะรดตราดสีทอง กิจกรรม: บุฟเฟต์ผลไม้ คนละ 250 บาท / สวนเกษตรอินทรีย์ Organic Thailand / มีกิจกรรมการเลี้ยงชันโรง ทำปุ๋ยหมัก ทำน้ำหมัก เลี้ยงไส้เดือน ปลูกผักอินทรีย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3.สวนนายอำเภอ อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp; โทร. 08-1996- 8308 เปิดให้เข้าชม เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ประเภทผลไม้เด่น: ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ สละ สับปะรดตราดสีทอง กิจกรรม: บุฟเฟต์ผลไม้ คนละ 250 บาท / มีบริการรถ ATV ครั้งละ 200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;4.สวนหนอนบุ้ง ตำบลเขาสมิง โทร. 08-7141-3923 ประเภทผลไม้เด่น: ทุเรียน มังคุด กิจกรรม: มีผลไม้จำหน่ายหน้าร้าน / สามารถเข้าชมสวนและซื้อผลไม้ที่สวนได้ 5.สวนสละสมโภชน์ อำเภอเมือง โทร. 08- 1438-2015, 08-1942-9695 ประเภทผลไม้เด่น: สละพันธ์สุมาลี ลองกอง มังคุด สะตอ กล้วย ผักปลอดสาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรม: สามารถเที่ยวชมสวนบริเวณที่จัดไว้ / มีสละจัดไว้ให้ชิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;6.สวนคุณปู่ อำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp; โทร. 09-2260- 8517 ประเภทผลไม้เด่น: ทุเรียน ชมพู่ ขนุน ลองกอง มังคุด กิจกรรม: สามารถชมสวนได้ / มีผลไม้จำหน่ายหน้าร้าน 7.สวนบุญศรี อำเภอเกาะช้าง โทร. 08-6151-0442 ประเภทผลไม้เด่น: ทุเรียน ลองกอง มังคุด กิจกรรม: มีผลไม้จำหน่ายหน้าร้าน 8.สวนวิโรจน์ อำเภอเกาะช้าง โทร. 09-5694-5442 ประเภทผลไม้เด่น: ทุเรียน กิจกรรม : สามารถชมสวนได้ / มีผลไม้จำหน่ายหน้าร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;9.สวนสมโภชน์ เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง โทร. 08-6022-6346 ประเภทผลไม้เด่น: ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กล้วย ชมพู่ กิจกรรม: สามารถชมสวนได้ / มีผลไม้จำหน่ายหน้าร้าน&amp;nbsp; และ 10.สวนเกษตร แปลงใหญ่ ท่ากุ่ม-เนินทราย อำเภอเมือง โทร. 06-2559- 9363 ประเภทผลไม้เด่น: ทุเรียน มังคุด เงาะ&amp;nbsp; กิจกรรม: สามารถชมสวนได้ / มีผลไม้จำหน่ายหน้าร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานตราด กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; จังหวัดตราดยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนน่าสนใจ อาทิ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชุมชนบ้านท่าระแนะ&amp;rdquo; เป็นชุมชนนิเวศป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรพืชและสัตว์ เช่น ป่าตะบูน&amp;nbsp; ต้นพันธุ์หัวร้อยรู ปู่ย่าไม้โกงกาง จึงได้ชื่อว่าเป็นแหล่งมหัศจรรย์ป่าชายเลน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น&amp;nbsp; เรียนรู้การทำผ้ามัดย้อมจากลูกตะบูน ด้วยฝีมือการออกแบบลวดลายของตนเอง และนำกลับไปเป็นของที่ระลึกได้, นั่งเรือไปตามเส้นทาง 4 ป่า ได้แก่ ป่าจาก /&amp;nbsp; ป่าชายเลน / ป่าโกงกาง / ป่าลำพู ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติที่มีความสวยงามของป่าโบราณปากแม่น้ำตราด ตื่นตาตื่นใจกับความมหัศจรรย์ของ &amp;ldquo;ลานตะบูน&amp;rdquo; อันกว้างใหญ่ ซึ่งสามารถลงไปเดินชมและนวดเท้ากับรากอันแข็งแกร่งของต้นตะบูน, ชมสาธิตการจับปูดำ &amp;ldquo;จากจอมยุทธคีบปู&amp;rdquo; และการปล่อยปูดำคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมชิมอาหารถิ่นจากชุมชนท่าระแนะ เช่น ปูไข่ตะกายดาว แจงลอน แกงคั่วหอยพอกใบชะพลู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บริเวณใกล้เคียงชุมชนบ้านท่าระแนะ ยังมีหาดทรายดำ พื้นที่ซึ่งธรรมชาติสรรค์สร้างให้มีเพียง 1 เดียวในสยาม เชื่อกันว่า หากได้มานั่งหมกตัวบริเวณหาดทรายดำเป็นประจำ จะทำให้หายปวด หายเมื่อย ส่งผลดีต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต่อด้วย &amp;ldquo;ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว&amp;rdquo; ชุมชน 2 ศาสนา 3 วัฒนธรรม มีชาวพุทธ มุสลิม และไทยเชื้อสายจีนอยู่ร่วมกันมากว่าร้อยปี นับจากชาวมุสลิม (แขกจาม) ที่อพยพจากเขมรมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 และอยู่ร่วมกันด้วยความกลมกลืน เป็นชุมชนประมงในพื้นที่คลองน้ำเชี่ยวที่ไหลออกสู่ทะเล พร้อมมีป่าชายเลนสมบูรณ์ เริ่มทำการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 จนก่อตั้งเป็นกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านน้ำเชี่ยว ช่วยพลิกฟื้นทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย อาทิ สาธิตและทดลองทำ &amp;ldquo;ข้าวเกรียบยาหน้า&amp;rdquo; เมนูของหวานพื้นบ้านของชาวมุสลิมแต่โบราณ, สาธิตและทดลองทำ &amp;ldquo;หมวกงอบ&amp;rdquo; อุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านที่จำหน่ายเป็นสินค้าที่ระลึก,กิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติสองฝั่งคลองน้ำเชี่ยว / ชมสาธิตการจับ &amp;ldquo;หอยปากเป็ด&amp;rdquo;, สาธิตและทดลองทำ &amp;ldquo;ตังเมกรอบ&amp;rdquo; ขนมโบราณรูปร่างแปลกตาที่ให้รสชาติหอมหวานชวนชิม และชิมอาหารพื้นบ้าน เช่น หอยปากเป็ดผัดฉ่า ก๋วยเตี๋ยวผัดบ้านน้ำเชี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด โทร. 0-3959-7359-60 / Facebook Fanpage : tattratOffice&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวเกรียบยาหน้า, ตราด, ตราด...อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน, ททท., ทุเรียน, ผลไม้, มังคุด, หมวกงอบ, เงาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190427/image_big_5cc43a8070100.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
