<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูพรมค้นหาครอบครัว &#039;ซาไก&#039; หนีออกจากรพ.ตรัง หลังเพิ่งคลอดลูก ยังไม่รู้ชะตากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายณัฐวุฒิ &amp;nbsp;สังข์สุข ป้องกันจังหวัดตรัง หัวหน้าชุดปฏิบัติการทีมค้นหาครอบครัวมันนิ หรือซาไก ภายใต้การอำนวยการของนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง และนายกองตรีไพโรจน์&amp;nbsp;ไกรทอง ผู้บังคับกองร้อย อส.จ.ตรัง ที่ 1 ได้สั่งการให้สมาชิก อส.จ.ตรัง. ที่ 1 และสมาชิก อส.อ.เมืองตรัง ที่ 3 ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 และ ม.5 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง เป็นวันที่ 3 ร่วมภารกิจปฏิบัติการค้นหาติดตามตัว นายปู ศรีสันติราษฎร์ อายุ 31 ปี น.ส.บ๊วย ศรีสันติราษฎร์ อายุ 31 ปี และลูกน้อยเพศหญิงวัย 77 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้งสองเป็นชาวชนเผ่ามันนิ หรือซาไก อาศัยอยู่ริมเทือกเขาบรรทัดเขตระหว่างรอยต่อ จ.ตรัง และ จ.พัทลุง บริเวณเขาหัวสุม ม.14 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน โดยทั้งสองได้แอบพาลูกน้อยหลบหนีจากห้อง เอ็นไอซียู รพ.ตรัง หลังเพิ่งคลอดลูกน้อยวัย 77 วัน โดยปฏิบัติการเริ่มต้นในพื้นที่ ต.นาตาล่วง ตั้งแต่คืนวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังมีผู้แจ้งเบาะแสว่าพบบุคคลทั้งสอง&amp;nbsp;ทั้งนี้ฝ่ายปกครอง อ.ปะเหลียน ได้ประสานพาพี่น้องชาวชนเผ่ามันนิ หรือซาไก รวมกันกว่า 10 คน ร่วมปฏิบัติการค้นหาด้วยแต่ไม่พบตัว การค้นหายังไร้วี่แวว พบรองเท้า ทิ้งร่องรอยขุดเผือก-หัวมัน เพื่อประทังชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถาม นายณัฐวุฒิ สังข์สุข ป้องกันจังหวัดตรัง หัวหน้าชุดปฏิบัติการทีมค้นหาครอบครัวมันนิ หรือซาไก กล่าวว่า เมื่อวานนี้เราได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าสำรวจในพื้นที่ ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง ตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสเข้ามาแต่ก็ยังไม่พบวี่แวว วันนี้ช่วงเย็นเราก็ต้องออกไปดูอีกรอบหนึ่ง หากไปช่วงกลางวันเชื่อว่าทางครอบครัวซาไกที่ซ่อนตัวอยู่น่าจะไม่ออกมา อย่างไรก็ตามเราก็ได้มีการประสานไปยังเครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านให้แจ้งเบาะแสในการค้นหาต่อไปตลอด 24 ชม. อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองตรัง รวมถึงชุดสืบสวน ภ.จว.ตรัง ได้สนธิกำลังร่วมกันเฝ้าติดตามค้นหาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงอาการของทารกน้อย วัยประมาณ 77 วัน แม่ตั้งท้องได้เพียงแค่ 6 เดือน ทำให้คลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกเกิด 700 กรัม จนกระทั่งมีน้ำหนักขึ้นมาถึง 1,400 กรัม มีอาการผิดปกติทางร่างกาย ตัวซีด&amp;nbsp;ตาเหลือง และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทำให้ต้องทำการรักษาอยู่ในตู้อบ ภายในห้องเอ็นไอซียู (NICU) หอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิด โดยต้องมีทีมแพทย์พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด และระหว่างเตรียมที่จะนำตัวส่งไปรักษาตัวต่อที่ รพ. สงขลานครินทร์ (มอ.) สงขลา แต่พ่อและแม่ของเด้กซึ่งเป็นชาวชนเผ่ามันนิ ได้แอบนำเอาตัวลูกน้อยออกจากตู้อบเด็ก และปีนรั้วกำแพง ก่อนแอบหลบหนีออกไป เหตุเกิดเมื่อช่วงย่ำรุ่ง เวลา 04.09 น.ของวันที่ 26 มี.ค.64 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงเหตุที่ซาไก หลบหนีจาก รพ. ตรังว่า เราได้ทราบเรื่องที่มีชนเผ่าซาไกที่กำลังรักกษาตัวที่ รพ.ตรังหลบหนีออกจาก รพ. แล้ว ตอนนี้ทางนายอำเภอปะเหลียนก็ได้แจ้งความไปยังสถานีตำรวจภูธร แล้ว ทั้งนี้ยังไม่ได้ประสานงานไปยังผู้นำของซาไกว่าพอจะมีญาติอยู่ที่ไหนบ้าง ตอนนี้เราได้ประสานไปยัง สพอ. สถานีตำรวจทุกที่ หาเบาะแสพยายามเร่งหาฐานข้อมูล ให้เจอตนคิดว่าทั้งสองคนกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ไม่ได้มีปัญหาอะไร ตนก็ไม่รู้ว่าหลบหนีไปเพราะอะไร ซึ่งทางเราเองก็ให้ความสำคัญและเฝ้าติดตามยู่ ชนเผ่าซาไกกลุ่มนี้นั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร ก็จะเรียนไว้ว่าหากใครพบเห็นช่วยแจ้งเบาะแสกับสถานีตำรวจใกล้บ้านได้เราจะได้รีบไปช่วยเหลือ อยากฝากทั้งสองคนว่าหากทราบข่าวแล้วกลับมาเถอะเราพร้อมจะดูแล เวลาผ่านไปนานกว่า 13 วันแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98766</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ชาวมันนิ, ซาไก, เงาะป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e994b32d96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปดู&quot;โลมาสีชมพู &quot;ที่นครศรีธรรมราช </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ปลาโลมาสีชมพูโผล่ขึ้นมาทักทายนักท่องเที่ยว เป็นระยะๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เมืองคอน&amp;quot; หรือนครศรีธรรมราช เมืองที่ดูเผินๆ เป็นแค่ทางผ่านก่อนไปหาดใหญ่ สงขลา จริงๆ แล้วเมืองนครเป็นเมืองธรรมะ เพราะมีวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแถบจังหวัดภาคใต้ มีธรรมชาติซ่อนอยู่ ทั้งภูเขา น้ำตก ทะเล และที่ขึ้นหน้าขึ้นตาก็คือ หมู่บ้านคีรีวง อ.ลานสกา ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่ที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย ที่ใครๆ ก็อยากจะไปสูดสักครั้ง กระทั่งมีโอกาสไปนครศรีธรรมราชกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึงได้รู้ว่าอากาศดีที่เขาพูดกันมีอยู่จริง ไม่ใช่แค่หมู่บ้านคีรีวงแต่หลายแห่งในเมืองคอน มองไปทางไหนก็รู้สึกสดชื่นจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันแรกเริ่มต้นในตัวอำเภอเมืองก่อน จุดหมายแรกอยู่ที่ &amp;ldquo;ร้านโพธิ์เสด็จเครื่องถม&amp;rdquo; ร้านนี้เป็นร้านจำหน่ายเครื่องเงินเครื่องถม เครื่องประดับ สร้อย กำไล แหวน ต่างหู และ &amp;quot;หัวนะโม&amp;quot; พอได้ยินชื่อก็ชะงักว่าคืออะไร หน้าตาแบบไหน พอสอบถามก็ได้รู้ว่าเป็นเครื่องรางของขลังตามความเชื่อโบราณ มีเรื่องเล่าว่าในอดีตเคยใช้ปราบโรคห่า หรือโรคอหิวาตกโรคมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ธรรมชาติบริสุทธิ์ที่คีรีวง )&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พี่แอ๊ด-วันทนา อนุโต ผู้ดูแลร้าน เล่าเรื่องหัวนะโมว่า เป็นเครื่องรางของขลังตามความเชื่อโบราณ มีอายุ 700 ปี มีเรื่องเล่าว่าในอดีตเคยใช้ปราบโรคห่า หรือโรคอหิวาตกโรคมาแล้ว ส่วนรูปร่างหน้าตาก็คือ สร้อย กำไล แหวน ทำด้วยเม็ดเงินหรือโลหะ ในอดีตหัวนะโมเคยถูกใช้เป็นเงินตราแลกเปลี่ยนสินค้า คล้ายๆ กับเงินพดด้วงหรือเบี้ย แต่ละเม็ดจะมีอักขระเหมือนรูปตะขอ มองดูละม้ายคล้ายกับตัว T ภาษาอังกฤษ แต่ที่จริงแล้วเป็นอักษรปารวะของอินเดียโบราณ น่าจะเกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา พอถามพี่แอ๊ดว่าทำไมถึงเชื่อว่าปราบโรคห่าได้ แกตอบกลับมาว่า เพราะทุกคนเชื่อว่ามีหัวนะโมไว้ก็เหมือนมีพุทธคุณครอบจักรวาล ช่วยเรื่องเมตตามหานิยม โชคลาภและแคล้วคลาดต่างๆ ตอนนี้หัวนะโมกลายเป็นของฝากที่ระลึกประจำจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อกลับไป อย่างเดือนก่อนลูกค้ามา.ซื้อเยอะจนผลิตไม่ทัน แต่ถ้าอยากได้ของแท้ต้องนครศรีฯ เท่านั้น แม้แต่นางงามนครศรีฯ ยังเคยสวมใส่ประกวดบนเวที คว้ามงกุฎชนะเลิศมาแล้ว ได้ยินเช่นนี้แล้วอยากจะรีบซื้อมาครอบครองเลย เผื่อได้โชคลาภบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชุมชนคีรีวง กำลังลงลวดลายผ้าบาติก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเราไปที่ &amp;ldquo;กลุ่มมัดย้อมคีรีวง&amp;rdquo; หมู่บ้านคีรีวง อ.ลานสกา ชมเครื่องแต่งกายสวยๆ จากผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ขอบอกว่าผ้ามัดย้อมที่นี่มีลวดลายและสีสันสวยงาม ดูชิกๆ คูลๆ คนรุ่นใหม่สวมใส่ได้ จุดเริ่มต้นของกลุ่มมัดย้อมคีรีวง มาจากการทำอาชีพเกษตรเป็นอาชีพหลักอย่างเดียวไม่พอกิน และที่นี่เคยเกิดอุทกภัยใหญ่ๆ สลับกับแล้งไปมา จนการทำอาชีพเกษตรกลายเป็นความไม่แน่นอน ชาวบ้านเลยพากันตั้งกลุ่มมัดย้อมที่ทำจากสีธรรมชาติล้วนๆ ขึ้นมา ใช้วัตถุดิบจากใบไม้ใบหญ้ารอบๆ บ้านมาทำเป็นสี เช่น สีม่วงได้จากเปลือกมังคุด สีเทาจากสะตอ สีน้ำตาลเข้มจากลูกเนียง สีเขียวจากหูกวาง สีเข้มหน่อยก็ใบเพกา หรือสีเหลืองจากแกนขนุน ฯลฯ แล้วยังมีทำผ้าบาติก ที่นี่ต่างจากที่อื่น เพราะส่วนใหญ่ลายเป็นรูปพืชผักใบไม้ที่อยู่รอบๆ ดูทันสมัยมากกว่าบาติกทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สถานีรถไฟเรือนผักกูด แหล่งพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คืนนี้เราพักกันที่ &amp;ldquo;เรือนผักกูด&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่ ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง เป็นบ้านพักที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก ตกแต่งเรือนนอนเหมือนกับบ้านไม้โบราณสมัยก่อน ยกพื้นสูง มีอยู่หลังหนึ่งแปลกหน่อย เป็นเรือนนอนรถไฟ ชื่อว่าสถานีรถไฟเรือนผักกูด ไม่ได้เข้าไปดูด้านในแค่ชมด้านนอกก็รู้แล้วว่าเก๋สุดๆ อีกอย่างดีตรงที่มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน มองเห็นวิวภูเขาชัดเจน ตกค่ำนอนสบาย อากาศเย็นจนไม่ต้องเปิดแอร์นอน ถ้าเปิดก็หนาวสั่นเลยล่ะ อาจจะด้วยช่วงนี้หน้าฝนด้วยอากาศเลยดี แต่ไม่ได้ดูว่ากี่องศา เอาเป็นว่ามันเย็นกว่ากรุงเทพฯ มากก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แวะสูดอากาศยามเช้าที่ LYN Cafe)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่สอง เริ่มต้นสูดอากาศที่ &amp;ldquo;LYN CAFE&amp;rdquo; มันคือร้านคาเฟ่ที่มีที่พัก อยู่ตรงปั๊มน้ำมันพีทีบ้านนา อ.ช้างกลาง จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่ต้นไม้ที่อยู่รอบๆ มองไปตรงไหนก็เขียวไปหมด เราแวะที่นี่เพื่อชิมเมนูขนมจีนน้ำยาใต้ และข้าวยำ พร้อมจิบกาแฟเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการเริ่มต้นของวัน ก่อนเดินทางต่อไปชมสวนผลไม้ของชมรมท่องเที่ยวช้างกลาง แต่ไปแล้วไม่ได้ชมสวนผลไม้เลยเพราะมัวแต่ไปดูเด็กเล่นสไลเดอร์ในน้ำตก ว่ากันตามจริงสวนแห่งนี้เหมาะกับการเดินป่ามากกว่า &amp;nbsp;เวลาก็น้อยเกินไปเลยไม่ได้เดินชมอะไรมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ไต่ผาความสูง 60 ฟุต ที่ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขยับไปต่อกันที่ &amp;ldquo;กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล&amp;rdquo; อาจจะงงๆ ว่ามาค่ายทหารทำไม ก็ด้วยพื้นที่ฝึกของทหารนี่แหละที่มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้ลองเยอะแยะมากมาย ทั้งไต่หน้าผา กระโดดหอ เลื่อนช่วยชีวิต ฟังแค่ชื่อสามกิจกรรมบอกเลยว่าจะเป็นลม เพราะอย่างไต่หน้าผา เป็นกิจกรรมให้ไต่ลงมาจากหน้าผาสูงด้วยการไต่ลงแบบหันหลัง และไต่ลงแบบเอาหน้าลง จากความสูง 60 ฟุต ราวตึก 4-5 ชั้น บอกตามตรงลำพังแค่ชั้นเดียวเรายังไม่รู้จะรอดไหม เลยไม่ได้ทดสอบความกล้า คนอื่นอีกหลายคนก็ไม่กล้าเล่น แต่สำหรับคนที่ชอบความท้าทายแนะนำให้ลอง เพราะพี่ๆ ทหารเขาอยากสอนวิธีไต่หน้าผา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เงาะป่ากำลังสาธิตการเอาตัวรอดเมื่อหลงป่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ที่ชอบและไม่ต้องเสี่ยงบนที่สูงเลยในค่ายก็คือ การสาธิตเอาชีวิตรอดเมื่อหลงป่า จู่ๆ ชนเผ่าหนึ่งหน้าตาเหมือนเจ้าเงาะป่า 5-6 คนโผล่ออกมา สาธิตใช้ชีวิตในป่าตั้งแต่การก่อไฟ ล่าสัตว์ กินพืชผักในป่าให้ดู ชนเผ่ากลุ่มนี้กำลังบอกว่าพืชแต่ละชนิดที่สัตว์กินแล้วไม่ตาย คนก็กินได้ทั้งนั้น ถ้าไม่กินอดตายแน่ อย่างเปลือกกล้วยก็กินได้ ใบตองก็กินได้ ถ้าจะดื่มน้ำ ต้นเถาวัลย์เมื่อตัดเป็นท่อนๆ แล้วน้ำจะไหลออกมาให้เราดื่มได้ แต่ต้องดูว่ามียางไม้หรือไม่ นี่เป็นสูตรการใช้ชีวิตของพรานป่าเลย ได้ความรู้ไม่พอ แถมยังได้หัวเราะจากมุกตลกโปกฮาของบรรดาเงาะป่าทั้งหลายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จาก อ.ช้างกลาง วันที่สามเราก็มาอยู่ที่ อ.ขนอมซะงั้น ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยว่า มาขนอมต้องไม่พลาดมาดูโลมาสีชมพู เพราะที่หาดขนอมเป็นแหล่งของปลาโลมาสีชมพูที่อาศัยอยู่ประมาณ 50 ตัว เขาเรียกเจ้าโลมานี้อีกชื่อคือโลมาขาวเทา หรือโลมาหลังโหนก ลักษณะเด่นของมันก็คือ มีสีชมพูเฉพาะตัว ในตอนเกิดมีสีเทาเหมือนโลมาทั่วไป แต่เมื่ออายุมากสีขาวเผือกหรือสีชมพูจะเกิดขึ้นจากสีของหลอดเลือดที่ช่วยไม่ให้อุณหภูมิร่างกายสูงจนเกินไป จึงทำให้เห็นเป็นสีชมพูปลาโลมาสีชมพู ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การมาดูคือช่วง 9 ถึง 10 โมง เรานั่งเรือน้อยหางยาวออกจากท่าเรือเขาออกราว 40 นาที ถึงจุดหมายเห็นโลมาสีเทาบ้างสีชมพูบ้าง ผลุบๆ โผล่ๆ ขึ้นมาให้เห็นเป็นช่วงๆ ไม่ถึง 2 วินาที บางตัวแหวกว่ายเข้ามาปรากฏโฉมให้เห็นในระยะใกล้ชิดอย่างน่ารัก ติดตามเรือหางยาวไม่ห่างไปไหน เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากๆ จนเพื่อนร่วมทริปร้องว้าว! ไม่หยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ความงดงามอลังการภายในถ้ำเขาวังทอง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าจะมาดูสามารถขึ้นเรือมาได้จากหลายฝั่ง จำไม่ได้ว่าฝั่งไหนบ้าง นอกจากท่าเรือเขาออกที่เรามา ก็เห็นมีเรือท่องเที่ยวจากสมุยนี่แหละมาชมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายก่อนกลับเราขอปิดท้ายทริปที่ ถ้ำเขาวังทอง ไม่ไกลจากท่าเรือเขาออกเท่าไร อยู่ชุมชนบ้านเขาวังทอง เป็นถ้ำที่มีความงดงามทางธรรมชาติมาก ต้องเดินขึ้นบันไดกว่า 140 ขั้นกว่าจะถึงปากถ้ำ ชาวบ้านบอกว่าถ้ำที่นี่อยู่สูง เป็นถ้ำแห้งไม่มีน้ำ โอกาสน้ำจะท่วมถ้ำไม่มี พอเดินเข้ามาภายในถ้ำตั้งแต่จุดแรกก็พบกับความพิเศษแล้ว เห็นหินงอกหินย้อยที่ยังคงไม่หยุดงอกเงย ทั้งยังมองเห็นลวดลายสุดแปลกของหินแต่ละชนิดอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ถ้ำไหนมาก่อน ภายในมีโถงเล็กใหญ่ โถงใหญ่สุดมีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ สวยอลังการจริงๆ เหมือนกับว่ารูปทรงการย้อยของหินเป็นงานประติมากรรมที่มนุษย์ทำขึ้น แต่จริงๆ แล้วธรรมชาติสร้างล้วนๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หน้าตา มะโน ของขลังโบราณเมืองคอน ในรูปสร้อย กำไล แหวน )&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43026</URL_LINK>
                <HASHTAG>LYN Cafe, กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล, ถ้ำเขาวังทอง, ททท., นครศรีธรรมราช, ปลาโลมาสีชมพู, ผ้าบาติก, วันทนา อนุโต, เงาะป่า, เรือนผักกูด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4c137c5a65b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
