<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ลั่น ปชป.เตรียมพร้อมเลือกตั้ง เคาะผู้สมัคร ส.ส.กทม.-ภาคใต้ใกล้ครบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะร่วมพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 5 แสนล้านบาท ซึ่งส.ส.พรรคคงไม่มีปัญหาอะไร โดยจะทำหน้าที่อภิปรายอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้นำเงินนี้ไปใช้ประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมาย เพราะอย่างน้อยที่สุดเจตนารมณ์ของพ.ร.ก.ต้องการนำเงินใช้ไปในกิจกรรม3ส่วน ทั้งแก้ปัญหาโควิดเกี่ยวกับสาธารณสุข สองการเยียวยา สามฟื้นฟูเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่มีการวิจารณ์ ว่าพ.ร.ก.เงินกู้นี้อาจจะซ้ำรอย พ.ร.ก.กู้เงิน 1ล้านล้านบาท นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นเสมือนกับภาคสองของฉบับแรก ซึ่งคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเพื่อเข้าไปแ้กปัญหาในภาพรวมปัญหาโควิดที่ควบคู่ไปกับปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องมีความต่อเนื่องกันอยู่ ก็เป็นเรื่องปกติเพราะพ.ร.ก.ทั้ง2ฉบับที่ออกมาก็เพื่อออกมาแก้ปัญหาโควิดและเศรษฐกิจที่ทับซ้อนกันอยู่ในสถานการณ์และเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่กับกระแสการยุบสภาที่เริ่มมาแรงมากขึ้น ทางพรรคประชาธิปัตย์เตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง นายจุรินทร์ กล่าวว่าการยุบสภาเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ว่ามีหรือไม่มี หรือถ้ามีการยุบสภาจะมีเมื่อไหร่ แต่สำหรับการเตรียมความพร้อมในฐานะพรรคการเมือง เรามีความพร้อมและได้มีการเตรียมการมาต่อเนื่อง ซึ่งการเตรียมผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.คืบหน้าไปมาก เกือบจะเรียกได้ว่าในกรุงเทพที่มีทั้งหมด 30 เขต พรรคเคาะไป 20 กว่าเขตแล้ว ถือว่าประมาณเกือบ90เปอร์เซนต์แล้ว และส่วนในภาคใต้ 50 เขต ยังขาดอีกไม่กี่เขต&amp;nbsp;ขณะที่ภาค อื่นๆก็ดำเนินไปคืบหน้าเช่นเดียวกัน โดยจะมีการประกาศว่าใครจะลงสมัครส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์เป็นลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในกทม. ผมได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องเป็นเดือนแล้ว สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จากนี้ไปก็จะทยอยการเปิดตัวผู้ที่พรรคพิจารณาแล้วเห็นว่าจะลงสมัครในนามพรรคทั้ง ส.ส.และ ส.ก.&amp;nbsp;โดยในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าจะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.และ ส.ก.รุ่นใหม่ของกทม.อีกชุดหนึ่ง&amp;rdquo; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่มีการระบุว่ารอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นสัญญาณว่าจะมีการยุบสภาในเร็วๆนี้ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องการแก้ปัญหาเป็นหน้าที่ของนายกฯที่เป็นแกนนำรัฐบาล และในฐานะประธานที่นำพรรคการเมืองมาประกอบเป็นรัฐบาลผสม ฉะนั้นเบอร์หนึ่งก็ต้องมีหน้าที่คลี่คลายปัญหานี้ เท่าที่ตนติดตามนายกฯท่านก็พยายามทำอยู่ ตรงไหนที่มีปัญหาและมีประเด็นความไม่เข้าใจเกิดขึ้น ท่านก็ทำหน้าที่อยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105695</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พรรคประชาธิปัตย์, เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5a2426c974.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศช.แจงเงินกู้1ล้านล.เหลือสู้ &quot;โควิด&quot; รอบใหม่ 2.8 แสนล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ.2564 &amp;nbsp;นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองแผนงาน ภายใต้แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 เปิดเผยถึง การใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท จากสถานการณ์โควิด-19 พบว่า ขณะนี้ ภาพรวมเบิกจ่ายได้แล้ว 55% เป็นการใช้เงินกู้ในส่วนของการเยียวยา ครบวงเงิน 5.5 แสนล้านบาท ส่วนวงเงินเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท เบิกจ่ายได้ประมาณ 30% ส่วนใหญ่นำไปใช้ในโครงการคนละครึ่ง แต่ในส่วนโครงการลงทุนเบิกจ่ายได้เพียง 10% ซึ่งถือว่าน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่มีสภาพัฒน์เป็นประธาน จะติดตามการใช้จ่ายเงินของทุกหน่วยงาน ภายในเดือน มี.ค.นี้ หากพบว่ามีหน่วยงานใด เบิกจ่ายได้ไม่เป็นไปตามแผนที่เสนอ ก็จะต้องดึงวงเงินในส่วนที่เบิกจ่ายไม่ทันกลับมาส่วนกลาง เพื่อใช้กับมาตรการเยียวยาอื่นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อไป โดยโครงการลงทุนตามแผนฟื้นฟู ต้องอนุมัติภายใน เดือนก.ย. และเบิกจ่ายได้ถึงสิ้นปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่มีปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้มีการเบิกจ่ายล่าช้าออกไป เช่น โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ อนุมัติ 9,000 ล้านบาท ก็ทำได้ 4,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือก็ดึงกลับมา, โครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท เป้าหมาย 2.6 แสนราย ก็จ้างได้แค่ 1 หมื่นคน ก็ต้องตัดกลับมาดูใหม่ หรือกรณีเบิกจ่ายตาม พ.ร.บ.ถ่ายโอนงบประมาณ ส่งผลให้มีกว่า 200 โครงการทำไม่ทัน เสนอแผนปรับใช้เงินกู้ ซึ่งเรื่องนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองเร่งทยอยแก้ไข และเบิกจ่ายได้ไปเกือบหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณที่ถูกดึงกลับมา คณะกรรมการจะนำไปใช้ในโครงการที่เหมาะสม เช่น กรณีข้อเสนอภาคเอกชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่ต้องการให้ภาครัฐร่วมจ่ายค่าจ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ว่าจะดำเนินการอย่างไร ต้องทำให้รอบคอบ ดูกลไกให้รอบคอบ จะได้ไม่เกิดเรื่องไม่ดีไม่งาม มีการทุจริต เช่น กรณี คนละครึ่ง ที่แม้ว่าทุกอย่างจะทำภายในระบบแอพลิเคชั่น แต่ก็ยังสามารถโกงกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้วงเงินตาม พ.ร.ก.กู้ 1 ล้านล้านบาท เหลืออีกแค่ 2 แสนล้านบาท ในส่วนวงเงินเพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟู ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ จะพิจารณาเห็นชอบ มาตรการ &amp;quot;ม.33 เรารักกัน&amp;quot; จ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตน โดยเสนอขอใช้งบ 3.7 หมื่นล้านบาท ในส่วนนี้ จะเป็นการโยกงบจากแผนฟื้นฟู มาใช้ในการเยียวยา 3.5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้งบจากแผนเยียวยาที่ยังเหลืออยู่&amp;rdquo; นายดนุชา กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93100</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดนุชา พิชยนันท์, เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f630acf7b16f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้โม้เงินกู้แค่3วันท้ายนไม่ไว้วางใจแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดับฝันฝ่ายค้าน วิปรัฐบาลเสียงแข็งประชุมสภาเห็นชอบ 3 พ.ร.ก.โควิดแค่ 3 วัน ลั่นไม่ใช่ญัตติซักฟอก กร้าวหากไม่พอใจก็ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเลย &amp;quot;เทพไท-ปชป.&amp;quot; เตรียมอภิปราย อ้างหวั่นรัฐบาลตีเช็คเปล่า ใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงก่อนสิ้นเดือน พ.ค.นี้ ที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมสภาเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 โดยท่าทีของฝ่ายค้านต้องการขอเวลาการอภิปรายมากกว่า 3 วัน ไม่ใช่แค่ 27-29 พ.ค.เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่วิปฝ่ายค้านขออภิปราย พ.ร.ก. 3 ฉบับ 10 วัน ว่าฝ่ายค้านคงเสนอความเห็นตามความรู้สึก แต่โดยข้อเท็จจริง การประชุมสภาต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่ซ้ำประเด็นต้องอภิปรายสลับกัน ประธานสภาฯ สามารถยุติการอภิปรายได้ หรือที่ประชุมเสนอปิดอภิปรายได้ เพราะฉะนั้นจำนวนวันที่จะอภิปรายต้องมีการหารือกันก่อน ซึ่งพระราชกำหนดทั้ง 3 ฉบับนั้น เป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหาร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ฝ่ายค้านมีหน้าที่ในการพิจารณาว่าจะยืนยันอนุมัติหรือไม่ พ.ร.ก. 3 ฉบับนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ และสามารถอภิปรายถึงรายละเอียดของแผนงานว่าเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถึงมือประชาชนหรือไม่ ดังนั้นจึงไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และอีกประการคือการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับได้ดำเนินการไปแล้ว หากฝ่ายค้านไม่อนุมัติก็ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินการที่ได้ทำมาแล้ว ดังนั้นฝ่ายค้านอย่าหลงประเด็น แต่ขอให้เตรียมอภิปรายได้เต็มที่โดยต้องอยู่ในกรอบดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่สำคัญฝ่ายค้านยังสามารถติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ผ่านกรรมาธิการชุดต่างๆ หากพบความบกพร่อง ผิดพลาด ทุจริตคอร์รัปชัน ก็สามารถยื่นให้องค์กรอิสระต่างๆ ตรวจสอบตามหลักธรรมาภิบาลได้ นอกจากนี้ ฝ่ายค้านก็ยังมีดาบอาญาสิทธิ์กล่าวคือสามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ทันที แต่โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว สนับสนุนให้มีการอภิปรายในสภามากกว่า เพราะมีสิทธิ์พูดสลับกันทั้งสองฝ่าย หากฝ่ายค้านเข้มแข็ง &amp;nbsp;มีข้อมูลดี ก็จะเกิดประโยชน์ในการตรวจสอบและถ่วงดุล เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งวิปรัฐบาลจะได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้&amp;rdquo; นายชินวรณ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า แม้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะใช้เอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส.ในการอภิปราย ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อ พ.ร.ก.ดังกล่าว โดยจะต้องขออนุญาตจากที่ประชุม ส.ส.ของพรรคก่อน เพราะ พ.ร.ก.เงินกู้ทั้ง 3 ฉบับ มีวงเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งมากเป็นประวัติการณ์ แต่ยังไม่มีรายละเอียดประกอบ พ.ร.ก.เหล่านี้ เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่า จึงจำเป็นต้องอภิปรายซักถามข้อสงสัยให้รัฐบาลได้ชี้แจงรายละเอียด เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศที่ต้องรับภาระหนี้สินทั้งหมดได้รับทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กำหนดวันประชุม 3 วันนั้น นายเทพไทกล่าวว่า น่าจะเพียงพอสำหรับการประชุมในครั้งนี้ โดยเปิดให้มีการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ เพราะช่วงวิกฤติโรคโควิด-19 ส.ส.จำนวนมากลงพื้นที่ช่วยรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายแง่มุม น่าจะนำมาสะท้อนปัญหาเพื่อเป็นประโยชน์กับรัฐบาล เชื่อว่า ส.ส.ทุกคนจะเน้นการอภิปรายที่มีคุณภาพ ถ้าไม่มีการประท้วงหรือตีรวนกันจาก 2 ฝ่ายให้เสียบรรยากาศของการประชุม ก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งต้องเปิดการประชุมตั้งแต่เวลา 09.30-21.00 น. แต่ถ้ารัฐบาลยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว ก็สามารถขยายเวลาประชุมได้ถึงเวลา 24.00 น. แต่หากการประชุมไม่จบภายใน 3 วัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสามารถใช้ดุลพินิจขยายเวลาการประชุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก @Patricia Mongkhonvanit แจงถึงเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ฯ โดยย้ำว่า 1.รัฐบาลกู้ 1.9 ล้านล้านจริงเหรอ? ไม่จริงค่ะ พ.ร.ก.ที่รัฐบาลออกมามีอยู่ 3 ฉบับ แบ่งเป็น 1.พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้าน 2.พ.ร.ก. Softloan 500,000 ล้าน 3.พ.ร.ก. Bond Stabilization Fund BSF 400,000 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าถ้าบวกกันจะมีมูลค่ารวม 1.9 ล้านล้าน แต่มีเพียง พ.ร.ก. ฉบับที่ 1 ฉบับเดียวเท่านั้นที่จะใช้เงินกู้ ส่วนอีก 2 ฉบับ เป็นการใช้สภาพคล่องของ ธปท.ค่ะ ดังนั้น การบอกว่ารัฐบาลกู้เงิน 1.9 ล้านล้าน เป็นการเข้าใจที่ไม่ถูกต้องค่ะ 2.รัฐบาลจะกู้เงินจากที่ไหน? รัฐบาลมีเครื่องมือในการกู้เงิน ทั้งเครื่องมือระยะยาว เช่น การขายพันธบัตร ตั้งแต่อายุ 5-50 ปี ให้นักลงทุนสถาบัน การขายพันธบัตรออมทรัพย์ให้ประชาชน การกู้จากองค์การระหว่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และเครื่องมือระยะสั้น เช่น การออกตั๋วเงินคลัง การกู้เงินผ่านสถาบันการเงินในรูป PN หรือ Term loan&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.รัฐบาลกู้เงินมา 1 ล้านล้านแล้วหรือยัง? ยังค่ะ รัฐบาลจะทยอยกู้เงินตามความต้องการใช้เงิน ซึ่งในขณะนี้มีเพียง 2 โครงการเท่านั้นที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินกู้ คือการเยียวยาประชาชน และเกษตรกร ในปัจจุบัน ได้ทำการกู้เงินไปแล้ว 170,000 ล้านบาท ผ่านตั๋วสัญญาใช้เงินและพันธบัตรออมทรัพย์ เครื่องมืออื่นจะทยอยตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.จำเป็นต้องกู้ทั้ง 1 ล้านล้านไหม? อาจจะไม่จำเป็น ทั้งนี้ จะต้องกู้เป็นจำนวนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้เงิน ถ้า COVID ทำให้เศรษฐกิจฟุบนาน งบประมาณปี 2564 ใช้ไม่เพียงพอในการดูแลประชาชนและเศรษฐกิจ ก็อาจจะต้องกู้จนครบจำนวน 1 ล้านล้าน แต่ถ้าพวกเราช่วยกันแล้วคุมโรคอยู่ ทุกๆ อย่างค่อยๆ ผ่อนคลาย เศรษฐกิจเริ่มหมุน คนกลับมามีรายได้ เงินงบประมาณ 2564 ดูแลได้อย่างเพียงพอ ก็อาจจะไม่ต้องกู้จนครบ 1 ล้านล้านบาทก็เป็นได้ เป็นต้น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66197</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตีเช็คเปล่า, ประชุมสภา, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13799998d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
