<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เพื่อไทย&#039;ชง5ข้อย้ำถึงเวลายกเลิกพรก.ฉุกเฉินคลายล็อกผ่อนปรนมาตรการเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.63 -ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการคลายล็อคและผ่อนปรนมาตรการต่างๆ เพราะถือเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนกับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินได้ตามปกติเร็วที่สุด โดยยังต้องเข้มงวดและรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเอาไว้ สำหรับความสำเร็จของมาตรการสาธารณสุขที่ผ่านมา ต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือร่วมใจกัน จนกระทั่งสามารถลดอัตราผู้ติดเชื้อลงมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามมาตรการล็อคดาวน์ของรัฐบาลก็ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างแสนสาหัส เพราะต้องตกงานหรือรายได้ลดลง แม้รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชย 5000 บาทเยียวยาให้กับผู้เดือดร้อน แต่ยังไม่ทั่วถึงและเป็นเพียงการบรรเทาปัญหาเท่านั้น ดังนั้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนก็คือ ต้องปลดล็อคและผ่อนปรนมาตรการต่างๆที่ไม่จำเป็นต่อการควบคุมโรค เพื่อให้ประชาชนกลับมาทำมาหากินได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด โดยพรรคเพื่อไทยมีข้อเสนอแนะดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รัฐต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้กับประชาชนมากเกินไปจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน ถึงวันนี้พิสูจน์แล้วว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตัวเองและผู้อื่น หากรัฐสร้างเงื่อนไขเพื่อควบคุมประชาชนมากเกินไป ย่อมทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้เหมือนเดิม ดังนั้นรัฐควรยกเลิกเงื่อนไขที่ไม่มีประโยชน์ต่อการควบคุมโรคออกไปทุกข้อ ยกตัวอย่างเช่น มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในร้านอาหารที่กำหนดให้ทุกโต๊ะนั่งได้คนเดียว กรณีแบบนี้ควรอนุโลมได้ถ้าลูกค้ามาจากครอบครัวเดียวกัน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รัฐควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆที่ไม่กระทบกับการควบคุมโรคเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับไปทำงานได้เร็วที่สุด โดยต้องใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนการทำมาหากินของประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp; เช่น รัฐควรเพิ่มจำนวนเที่ยวรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชน ขนส่งสาธารณะ&amp;nbsp; เรือ เพื่อลดจำนวนความแออัด หนาแน่นของประชาชน และฉีดพ่นฆ่าเชื้อทุกเที่ยว เป็นตามมาตรการควบคุมโรค และควรมีมาตรการผ่อนปรนให้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สามารถเปิดใช้งานได้ ตามตึกในที่ทำงาน และ ห้างสรรพสินค้า ตามมาตรฐานสาธารสุข เช่น ฟู้ดคอร์ท เพื่อสนับสนุนกับการปลดล็อคดาวน์ให้ประชาชนกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รัฐควรผ่อนปรนเรื่องกำหนดเวลาเคอร์ฟิว ในเมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง และคนไทยมีวินัยในการป้องกันตัวเองและผู้อื่นสูงขนาดนี้ การกำหนดเวลาเคอร์ฟิวที่ใช้อยู่ในขณะนี้ จึงเกินความจำเป็นและกลายเป็นอุปสรรคกับการทำมาหากินของคนหลากหลายอาชีพ เช่น รถรับจ้าง ร้านอาหารรอบดึก สายการบิน รถทัวร์​ ตลาดนัดกลางคืน ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจส่งออกฯลฯ พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่ารัฐบาลควรผ่อนคลายเวลาเคอร์ฟิวให้สั้นลง หรือควรยกเลิกไปได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. รัฐควรมีมาตรการควบคุมเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเข้มงวด ไม่ให้ใช้อำนาจจากมาตรการของรัฐ ถือโอกาสฉกฉวยแสวงประโยชน์จากประชาชน เพราะขณะนี้ทุกคนเดือดร้อนโดยถ้วนหน้า วันนี้คนทำมาหากินลำบากมากขึ้น ต้นทุนสูง กำไรหด หากยังโดนเจ้าหน้าที่รัฐรีดไถด้วยการอ้างเหตุผลจากเงื่อนไขที่รัฐกำหนด ยิ่งเป็นการซ้ำเติมทุกข์ให้หนักมากขึ้น ดังนั้นผู้มีอำนาจต้องเข้มงวด อย่าปล่อยปละละเลยให้ลูกน้องมีพฤติกรรมเช่นนี้กับประชาชนอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. รัฐควรพิจารณายกเลิก พระราชกำหนดการบริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พรก.ฉุกเฉิน และนำ พระราชบัญญัติโรคติดต่อ หรือ พรบ.โรคติดต่อ มาบังคับใช้แทน ทั้งนี้เพราะการบังคับใช้มาตรการสาธารณสุขที่ผ่านมาดำเนินการมาอย่างได้ผล และสถานการณ์แพร่ระบาดมีแนวโน้มดีขึ้นมาเป็นลำดับ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะใช้ พรก.ฉุกเฉินอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลใช้อำนาจออกเป็นพระราชกำหนดถือว่าถูกบังคับใช้แล้ว ดังนั้นการใช้เงินดังกล่าวต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน การที่รัฐยังสร้างเงื่อนไขกับประชาชนเกินความจำเป็น ย่อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคให้กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย พรรคเพื่อไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเสนอของพรรคและฟังเสียงของประชาชน และนำมาสู่การคลายล็อคและผ่อนคลายมาตรการต่างๆตามสถานการณ์ที่แท้จริง ทั้งนี้เพื่อให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65373</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกดาวน์, จ่ายเงินเยียวยา, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, เงินกู้1ล้านล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb4f8e705c48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039;ชี้จับตาเงินกู้1ล้านล้านบาทอย่าให้มีโกง ดักคอฝูงแร้งลงรุมทึ้ง &#039;เชื้อชั่วไม่ยอมตาย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;17 เม.ย.63 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัวหัวข้อ &amp;quot;แร้งลง&amp;rsquo; &amp;lsquo;รุมทึ้ง&amp;rsquo; &amp;lsquo;เชื้อชั่วไม่ยอมตาย&amp;rsquo; - ต้องไม่เกิดขึ้นกับเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท !&amp;quot;ว่าชอบแล้วครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีออกมาแถลงเชิงปรามนักการเมืองเมื่อสองสามวันก่อน และยืนยันหนักแน่นว่าท่านไม่ต้องการให้มีการทุจริตเกิดขึ้นทุกรูปแบบ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เพราะในจำนวนยอดวงเงินเงินกู้ที่จะใช้เยียวยาวิกฤต COVID-19 และพ่วงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมครั้งนี้ 1 ล้านล้านบาท ที่กระทรวงคลังจะเริ่มทยอยกู้ตามพระราชกำหนดที่กำลังจะออกมาเร็ว ๆ นี้นั้น ถือว่ามากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การกู้เงินลักษณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เป็นวงเงินที่มากกว่า &amp;#39;งบลงทุน&amp;#39; ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณแต่ละปีเลยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;งบลงทุนปีงบประมาณ 2563 ตั้งไว้ที่ 6.55 แสนล้านบาท !&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ส่วนที่ผมใช้คำว่า &amp;lsquo;การกู้เงินลักษณะนี้...&amp;rsquo; ในย่อหน้าข้างบนก็เพื่อจะย้ำเตือนว่านี่ไม่ใช่การกู้เงินที่ปรากฎอยู่ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณตามปกติที่มีอยู่เป็นประจำทุกปีในกรณีที่เป็นการจัดทำงบประมาณรายจ่ายแบบ &amp;lsquo;งบประมาณขาดดุล&amp;rsquo; การกู้เงินลักษณะนี้หากให้เรียกเต็มยศก็ต้องเรียกว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;การออกกฎหมายพิเศษกู้เงินและใช้เงินกู้นั้นไปนอกกฎหมายงบประมาณรายจ่าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แต่แม้ว่าจะเป็นเงินกู้นอกงบประมาณ เมื่อได้มาแล้วไม่ต้องส่งเข้าบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 เหมือนรายรับอื่น ๆ ของรัฐ โดยให้แยกบัญชีไว้ที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ มาเบิกไปใช้ตามโครงการตาม &amp;lsquo;วัตถุประสงค์&amp;rsquo; ที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่ก็ถือว่าเป็น &amp;lsquo;เงินแผ่นดิน&amp;rsquo; เช่นกันตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;คงจะจำกันได้นะครับว่าในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจากพรรคการเมืองทั้ง 2 ขั้วได้ออกกฎหมายพิเศษกู้เงินก้อนโต และกำหนดให้ใช้เงินกู้นั้นไปนอกกฎหมายงบประมาณรายจ่ายเริ่มต้นจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ออกพระราชกำหนดไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านเมื่อปี 2552 ส่วนหนึ่งเป็นความจำเป็นเพื่อปิดหีบงบประมาณปีนั้นที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก อีกส่วนเพื่อโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยได้เสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติไทยเข้มแข็งตามเข้ามาอีก 4 แสนล้าน แต่ในที่สุดร่างพระราชบัญญัติถูกแก้ไขหลักการสำคัญในชั้นกรรมาธิการร่วมรัฐบาลจึงไม่ดำเนินการต่อ ต่อมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ออกพระราชกำหนดบริหารจัดการน้ำ3.5 แสนล้านในปี 2555 และเสนอร่างพระราชบัญญัติโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทในปี2556 ทุกครั้งเกิดข้อโต้แย้งและข้อพิพาทมากมายหลายประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ประเด็นสำคัญไม่ใช่ขากู้ แต่คือ &amp;lsquo;ขาจ่าย&amp;rsquo; เงินกู้นั้นออกไป คำถามคือการกำหนดให้จ่ายออกไปตาม &amp;lsquo;ระเบียบ&amp;rsquo; ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเท่านั้น ไม่ต้องนำมาจ่ายตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เพราะเดิมที รัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นฉบับ 2550 (มาตรา 169) ฉบับ 2540 (มาตรา181) หรือฉบับก่อนหน้านั้น กำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่าย &amp;#39;เงินแผ่นดิน&amp;#39; ไว้ให้ต้องกระทำผ่านกฎหมาย 4 ลักษณะเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;1. กฎหมายงบประมาณรายจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;2. กฎหมายวิธีการงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;3. กฎหมายโอนงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;4. กฎหมายเงินคงคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนในปี 2552&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ส่วนยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย เรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 3-4/2557 เมื่อ 12 มีนาคม 2557 ว่าทำไม่ได้ การจ่ายเงินแผ่นดินจะต้องอยู่ภายใต้กรอบแห่งมาตรา 169 รัฐธรรมนูญ 2550 คือต้องจ่ายผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 น่าจะเห็นปัญหานี้ จึงบัญญัติไว้ในมาตรา 140 เพิ่มหลักการใหม่ในการจ่ายเงินแผ่นดินว่านอกจากจ่ายผ่านกฎหมาย 4 ลักษณะแล้ว ยังสามารถจ่ายตามกฎหมายลักษณะที่ 5 ได้อีกหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;5. กฎหมายวินัยการเงินการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่เป็นกฎหมายสำคัญบังคับระยะเวลาไว้เหมือนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับ จึงได้บัญญัติมาตรา 53, 54 ให้รองรับรัฐธรรมนูญมาตรา 140 ที่เปิดขึ้นใหม่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;คือในมาตรา 53 กำหนดให้รัฐบาลออกกฎหมายพิเศษอนุญาตให้กระทรวงการคลังกู้เงินได้ในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจรอกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ทัน โดยเงินนั้นให้กระทรวงการคลังเก็บไว้เพื่อจ่ายออกไปตามโครงการเงินกู้ ไม่ต้องนำส่งคลังเพื่อเข้าบัญชีเงินคงคลัง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;และในมาตรา 54 ของกฎหมายวินัยการเงินการคลังเขียนกำหนดไว้ให้จ่ายไปตาม&amp;lsquo;วัตถุประสงค์&amp;rsquo; และตาม &amp;lsquo;ระเบียบ&amp;rsquo; ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สรุปว่าไม่จำเป็นต้องจ่ายออกไปตามกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แม้จะเขียนเงื่อนไขของการออกกฎหมายพิเศษไว้เข้มข้นพอควรในมาตรา 53 ของกฎหมายวินัยการเงินการคลัง แต่ก็มีข้อย้อนแย้งให้ต้องพิจารณาและระมัดระวังบางประการ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ประการสำคัญที่สุดคือ การให้จ่ายเงินกู้ตามกฎหมายพิเศษออกไปนอกกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ จะทำให้บทบังคับที่สร้างสภาวะขนหัวลุกให้นักการเมืองและข้าราชการประจำมากที่สุดของรัฐธรรมนูญ 2560 คือมาตรา 144 ที่มีโทษหนักถึงขั้นพ้นจากตำแหน่งและชดใช้เงินคืน ไม่ถูกนำมาใช้กับการใช้จ่ายเงินกู้ตามกฎหมายพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เนื่องจากมาตรา 144 ใช้บังคับเฉพาะกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ไม่ได้นำมาใช้กับกฎหมายพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทจึงมีผลเป็นการยกเว้นรัฐธรรมนูญหลายมาตรารวมทั้งมาตรา 144 ไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เป็นการตัดบทบาทของ &amp;lsquo;รัฐสภา&amp;rsquo; ออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เพราะไม่ว่า &amp;lsquo;วัตถุประสงค์&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ระเบียบ&amp;rsquo; ของการใช้เงินก้อนนี้นั้นถูกกำหนดโดยรัฐบาลฝ่ายเดียว ไม่ต้องผ่านรัฐสภา ไม่ว่าสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา รัฐสภาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการใช้เงินตามกฎหมายกู้เงินลักษณะนี้น้อยมาก และเป็นปลายทางเท่านั้น ในกฎหมายกู้เงินลักษณะนี้ฉบับก่อน ๆ กำหนดเพียงให้รัฐบาลรายงานการใช้จ่ายเงินกู้ตามกฎหมายต่อรัฐสภาภายใน 60 วันหลังสิ้นปีงบประมาณเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;และเท่าที่ผ่านมา &amp;lsquo;วัตถุประสงค์&amp;rsquo; ก็จะเขียนไว้สั้น ๆ ชนิดนับบรรทัดได้ ไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าจะใช้เงินไปทำอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เงินจำนวน 1 ล้านล้านบาทนี้ได้รับการกำหนดแยกชัดเจนไปเลยว่าจะลงไป &amp;#39;ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&amp;#39; ในระดับ &amp;#39;พื้นที่&amp;#39; ในชุมชนทั่วประเทศโดยตรง 4 แสนล้านบาท ส่วนอีก 6 แสนล้านบาทนั้นไว้เยียวยาผู้เดือดร้อนทางเศรษฐกิจและจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;น่าจับตาทั้ง 2 ส่วนแหละครับ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โดยหลักคือจะทำอย่างไรให้ถึงชาวบ้านในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์จริงสามารถต่อยอดได้ และในการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ จะไม่มีการชักเปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เบื้องต้นจะต้องไม่ใช่แค่งบประมาณเพื่อหาเสียงหาคะแนนนิยมให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ตามที่ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองในทางปฏิบัติที่เป็นจริงเขาห่วงกัน ต่อมาต้องไม่เป็นการใช้อย่างเบี้ยหัวแตก หรือใช้เหมือนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วไป แบบว่าใช้หมดแล้วหมดไปไม่เหลือไว้เป็นฐานโครงสร้างให้ต่อยอด หรือไม่ก็ใช้ในโครงการแบบคุณพ่อรู้ดีที่หน่วยราชการกำหนดให้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมให้ชุมชนทำ และสุดท้ายต้องไม่มีการชักเปอร์เซนต์ไม่ว่ารูปแบบใดในการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พูดง่าย ๆ ต้องอย่าให้มีการโกง หรือแม้แต่การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ดูท่าทีท่านนายกรัฐมนตรีในการแถลงข่าว และคำสั่งแต่งตั้งกรรมการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขแล้ว เชื่อว่าท่านใช้ความระมัดระวังสูงสุดและสร้างทำนบป้องกันไว้มากพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อยากจะบอกว่าตรงนี้ตัวช่วยสำคัญคือ &amp;lsquo;ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;rsquo; ว่าด้วยการใช้เงินกู้ก้อนนี้ทั้งก้อน 1 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ระเบียบฯนี้ในกฎหมายกู้เงินลักษณะนี้ที่ผ่านมาไม่ได้บัญญัติอยู่ในตัวพระราชกำหนด แม้โดยปกติบางรัฐบาลอาจจะแนบระเบียบฯมาให้รัฐสภาพิจารณาเป็นเอกสารประกอบในวาระพิจารณาพระราชกำหนดที่มีผลบังคับใช้ไปแล้ว แต่สมาชิกรัฐสภาก็คงได้แค่ตั้งข้อสังเกตให้รัฐบาลนำไปปรับปรุงแก้ไขเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ในเบื้องต้นนี้จึงอยากให้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีนี้เข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อย่างต่ำ ๆ ต้องไม่แพ้เกณฑ์การใช้เงินในกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ถ้าเป็นไปได้ ควรพิจารณานำกฎเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 144 มาประยุกต์บรรจุไว้ทั้งหมด หรือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อำนาจตรวจสอบของสมาชิกสภาทั้งสอง ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อย่าลืมนะครับ แม้จะเป็นเงินกู้ที่ใช้ไปได้นอกกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี และเพดานเงินกู้ของประเทศเราก็ยังเหลืออีกพอสมควร แต่ทุกบาททุกสตางค์ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยต้องชำระคืนเวลาชำระคืนก็ทยอยตั้งยอดชำระคืนไว้ในกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีของแต่ละปีที่มาจากภาษีอากรของพวกเราทุกคนนั่นแหละ ซึ่งก็จะมีผลทำให้เงินในกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีแต่ละปีน้อยลงไปเพราะต้องแบ่งไปชำระหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;lsquo;แร้งลง&amp;rsquo; &amp;lsquo;รุมทึ้ง&amp;rsquo; &amp;lsquo;เชื้อชั่วไม่ยอมตาย&amp;rsquo; - ต้องไม่เกิดขึ้นกับเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท !&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;คำนูณ สิทธิสมาน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp2&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp1&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สมาชิกวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xp3&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;17 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63399</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, เงินกู้1ล้านล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a3759a35cc8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
