<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังช่วยธุรกิจรายย่อยสู้โควิดอัดเงินกู้ 20,000 ล้านดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน พร้อมสั่งแบงก์รัฐเปิดพักหนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค. 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบมาตรการเยียวยาโควิด-19 รอบใหม่ ประกอบด้วยมาตรการทางการเงิน ได้แก่ 1. มาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งผู้ที่มีรายได้ประจำผู้ประกอบอาชีพอิสระผู้ประกอบการรายย่อยรวมไปถึงเกษตรกรรายย่อยโดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)แห่งละ 10,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อแก่ประชาชนรายละ 10,000 บาท ด้วยหลักเกณฑ์ที่ผ่อนปรนกว่าสินเชื่อปกติดอกเบี้ย0.35% ต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 ปีปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก ในโครงการนี้รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณชดเชยความเสียหายไว้ 10,000 ล้านบาท ตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขยายระยะเวลาพักชำระหนี้โดยการพักชำระเงินต้นให้แก่ลูกหนี้ตามความสมัครใจออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 เพื่อลดภาระการชำระหนี้เป็นการชั่วคราวให้แก่ลูกหนี้หรือนำเงินที่จะต้องชำระหนี้ไปเป็นสภาพคล่องเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือประกอบธุรกิจในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยกระทรวงการคลังขอความร่วมมือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ รวมถึงประสานงานกับผู้ประกอบการนอนแบงก์ ช่วยดำเนินการพักหนี้้ ในลักษณะเดียวกับธนาคารของรัฐดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. โครงการการเราชนะ ขยายเวลาต่อไปถึงสิ้นเดือนมิ.ย. 2564 และเพิ่มวงเงินให้อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยจะเสนอรายละเอียดให้ ครม. เห็นชอบสัปดาห์หน้า และ4. มาตรการอื่น ๆ ด้านการเงินที่อยู่ระหว่างดำเนินการได้แก่ 1.พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ซึ่งประกอบด้วยมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท และมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 1 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS9 ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) 3. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ ของ ธปท.4. มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 5.การปรับวิธีคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ 6.การแก้ไขเพิ่มเติมอัตราดอกเบี้ยในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการด้านภาษีที่ดำเนินการอยู่ประกอบด้วย การลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับปีภาษี 2564, การขยายเวลาเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับปีภาษี 2564, มาตรการลดค่าธรรมเนียมการทำนิติกรรมที่อยู่อาศัย การจดจำนอง และการโอน, การขยายเวลาการยื่นแบบและเสียภาษีบุคคลธรรมดาถึงเดือน มิ.ย. 2564,การขยายเวลาการยื่นแบบและเสียภาษีนิติบุคคล, มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน และการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับการรักษาโควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101918</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, พักหนี้, มาตรการสู้โควิด, เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092a89f3595f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สช.เตรียมชงรัฐบาลอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 4,000 ล้าน ช่วยเหลือ รร.เอกชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25มิ.ย.63-นายอรรถพล &amp;nbsp; ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) &amp;nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 6/2563 ที่มีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมยังได้รายงานว่า สช.ได้ดำเนินการขอวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน จำนวนกว่า 4,000 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ สช.ยังได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนฝ่าวิกฤตโควิด-19 โดยศูนย์ดังกล่าวได้ตั้งคณะทำงานติดตามการปฏิบัติตามมาตรการการรองรับการเปิดเรียนในสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น การตรวจสอบข้อมูลครูและนักเรียนของโรงเรียนในสังกัด สช. เป็นต้น ซึ่งมีคณะทำงานจำนวนกว่า 1,000 คณะ และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบไปแล้วกว่า ร้อยละ 50 พบปัญหาหลายเรื่อง เช่น โรงเรียนเอกชนหลายแห่งเลิกกิจการแล้วแต่ไม่แจ้งมายัง สช., โรงเรียนเอกชนหลายแห่งย้ายที่อยู่ แต่ไม่มีได้มีการแจ้งขออนุญาต เป็นต้น ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอให้ สช.ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ตนคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะรวบรวมข้อมูลต่างๆ เสนอให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการรายงานเรื่องการแก้ปัญหาครูต่างชาติ ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อมาทำการสอนในโรงเรียนนานาชาติ หรือโรงเรียนเอกชน ทั้งนี้ยังมีส่วนของนักเรียนนานาชาติ ที่จะเดินทางเข้ามาเรียนในประเทศไทยด้วย ซึ่ง สช.ได้เสนอ รมว.ศธ. เพื่อลงนามถึงกระทรวงต่างประเทศ เพื่อดูแลครูกลุ่มนี้ และ รมว.ศธ. ยังได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ศธ. ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย ทั้งนี้กองทุนสงเคราะห์ ได้รายงานว่า ได้พิจารณาจ่ายเงินกู้ตามเงื่อนไขไปแล้ว วงเงิน 261 ล้านบาท และยังมีเงินพอที่จะให้ครูเอกชนที่เป็นสมาชิกกองทุนสามารถยื่นขอกู้ได้ด้วย&amp;ldquo;เลขาฯ กช.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69598</URL_LINK>
                <HASHTAG>#รร.เอกชน, นายอรรถพล ตรึกตรอง, เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d14836848160.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เผยรัฐบาลเตรียมมาตรการช่วยภาคท่องเที่ยว ลดผลกระทบจากโวรัสโคโรนาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.63- &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีภาคเอกชนร้องขอรัฐบาลพิจารณาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจท่องเที่ยว หลังได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาว่า ครม.ได้พิจารณาช่วยเหลือภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมการไว้แล้วเพื่อลดผลกระทบด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เราต้องใช้เวลาช่วงที่มีนักท่องเที่ยวน้อยมาพัฒนาโรงแรม สถานประกอบการต่างๆเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เรื่องของเศรษฐกิจตนได้ให้แนวทางว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบันในแผนงานต่างๆให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจฐากราก ผู้ประกอบการรายเล็ก และผู้ประกอบการในชุมชนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน การตลาดให้ได้ โดยความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชน ร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ผู้นำทางธรรมชาติที่มีการประกอบการก็ต้องทำให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56266</URL_LINK>
                <HASHTAG>#นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e392c9705087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
