<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีเนียน!&#039;พิชัย&#039;อ้างพม่าคืนเงินกู้แล้ว&#039;ทักษิณ&#039;รอดผลประโยชน์ทับซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.61-นายพิชัย นริทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเอ็กซิมแบงค์ได้แจ้งว่า ประเทศพม่าได้คืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยของเงินกู้ 4,000 ล้านบาทที่ยืมสมัยรัฐบาลทักษิณคืนเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2559 แสดงว่าไม่มีความเสียหายใดๆเกิดขึ้น อีกทั้งเอ็กซิมแบงค์ยังบอกด้วยว่า เงินกู้ดังกล่าว เอ็กซิมไม่ได้สั่งซื้อสินค้าของเอกชนเจ้าใด ทางพม่า เลือกเอง และ จากข้อมูลที่ได้รับทราบว่าในขณะนั้นพม่าสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทชินแซท เป็นจำนวนเงินประมาณ 100 กว่าล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก แค่ 2-3% ของเงินกู้เท่านั้น และเป็นความต้องการของพม่าเองที่จะซื้อสินค้าและบริการเฉพาะทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากความเสียหายไม่มี และพม่าต้องการซื้อเอง &amp;nbsp;การดำเนินคดีกับอดีตนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ทั้งนี้ แนวทางที่ประเทศไทยต้องการเป็นประเทศศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ การต้องเล่นบทประเทศพี่ใหญ่ในภูมิภาค โดยให้ประเทศเพื่อนบ้านกู้เงินเพื่อนำไปพัฒนาประเทศเป็นเรื่องจำเป็นและสมควรทำ เพราะเมื่อประเทศเพื่อนบ้านเจริญและพัฒนาขึ้นก็จะค้าขายกับประเทศไทยมากขึ้น สินค้าไทยก็จะสามารถขายไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ การค้าชายแดนของไทยก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการค้าขายกับประเทศในกลุ่มอาเซียนก็มีจำนวนและสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นมาโดยตลอด และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์เองก็ได้ปล่อยกู้รัฐบาลพม่าเป็นเงิน 4,500 ล้านบาทเช่นกันแถมยังไม่คิดดอกเบี้ยด้วย ถ้าชี้ว่าการปล่อยกู้ประเทศเพื่อนบ้านแล้วผู้นำผิด ทั้งที่ไม่เกิดความเสียหาย ผู้นำปัจจุบันที่ปล่อยกู้ประเทศเพื่อนบ้านเช่นกันจะต้องผิดด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีเอ็กซิมแบงค์นี้ไม่ต่างอะไรกับคดีทีพีไอ ที่รัฐบาลในขณะนั้นมีหน้าที่ต้องแก้ไขหนี้จำนวนมโหฬารของประเทศที่ผ่านภาวะล้มละลายมา โดยให้กระทรวงการคลังเข้าจัดการหนี้เสียก้อนใหญ่ที่สุดในประเทศในขณะนั้น และให้ บมจ. ปตท. เข้าซื้อและดำเนินกิจการจนประสพความสำเร็จในการฟื้นฟูทำให้ บมจ. ปตท. ที่เป็นรัฐวิสาหกิจได้ประโยชน์และรัฐได้ประโยชน์ ปัจจุบันสร้างกำไรให้อย่างมากกับ บมจ. ปตท. และรัฐ แต่ผู้นำประเทศที่ตัดสินใจแก้ไขปัญหาของประเทศในขณะนั้นกลับถูกดำเนินคดี ทั้งที่ไม่มีความเสียหาย ตรงกันข้ามกับ คดี ปรส ที่เอาทรัพย์สินจำนวนมากไปขายถูกๆให้กับต่างประเทศเพื่อขายเอากำไรและนำกลับประเทศไปโดยไม่ต้องเสียภาษี แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดี ความยุติธรรมในประเทศจะถูกต้องหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งคดีทีพีไอนี้อัยการยังเห็นต่างจาก ป.ป.ช. ในการฟ้องคดีนี้ ดังนั้นการที่ประเทศไม่เสียหายแต่ได้ประโยชน์ แต่ผู้นำถูกดำเนินคดี จะทำให้มาตรฐานหลักปฏิบัติการของผู้นำในอนาคตมีปัญหาได้ และจะถูกมองได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง ตนไม่ได้ต้องการแก้ตัวให้ผู้นำในอดีต แต่อยากเห็นบรรทัดฐานที่ชัดเจนสำหรับอนาคต ผู้นำจะได้กล้าติดสินใจทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ของประเทศโดยไม่ต้องกังวล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งสองเรื่องนี้เกิดมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว แต่พึ่งจะมารื้อฟื้นคดีในช่วงนี้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในต้นปีหน้า อดไม่ได้ที่จะต้องคิดว่าเป็นความต้องการที่จะดีสเครดิตนายทักษิณเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของ พรรคเพื่อไทยที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากความล้มเหลวในการบริหารประเทศของรัฐบาลปัจจุบันใช่หรือไม่ นโยบายสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านและช่วยกันพัฒนาเพื่อประโยชน์ร่วมกัน จะเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ห่วงแต่ว่าหากเป็นเหมือนในปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านอาจจะพัฒนาแซงไทยไปหมดก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10617</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินแซท, ทักษิณ, ผลประโยชน์ทับซ้อน, พิชัย นริพทะพันธุ์, เงินกู้พม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหวง&#039;หน้ามืด!ช่วย&#039;แม้ว&#039;อ้างข้อมูลมั่ว คนไทยกว่า90%ยากจนข้นแค้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.61 - นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ทักษิณ ตกเป็นจำเลยคดีร้ายแรง ใน คดีอาญาของนักการเมือง ในคราวที่ประเทศไทยเจิรญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ งบประมาณเกินดุล เป็นประเทศเจ้าหนี้ จึงพิจารณาให้ประเทศเพื่อนบ้านกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เศรษฐกิจเพื่อนบ้านดีขึ้นเป็นมาตรการอันได้ผลในการลดปริมาณคนเพื่อนบ้านอพยพทั้งถูกและผิดกฏหมายเพื่อมาทำมาหากินในไทยที่มีภาวะเศรษฐกิจและมาตรฐานการทำงานและครองชีพดีกว่าประเทศเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ำว่าโดนคดีอาญาร้ายแรง แต่มาปีพศ.นี้ฐานะประเทศย่ำแย่ งบประมาณขาดดุลทุกปี สี่ปีต่อเนื่องกัน ต้องกู้เงินเขาเป็นประเทศลูกหนี้ กลายเป็นภาระหนี้สินของประชาชนทั้งประเทศ ประเทศขาดดุลงบประมาณภายในสี่ปีนี้เกือบสองล้านล้าน เศรษฐกิจของประชาชนส่วนใหญ่(กว่า90%)ยากจนข้นแค้น &amp;nbsp;คน5%เป็นเจ้าของความมั่งคั่งของประเทศกว่า90% แต่รัฐบาลให้ประเทศเพื่อนบ้านกู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย ไม่เป็นความผิดอาญาทางการเมืองที่ร้ายแรงแต่อย่างใด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัดเจนไหมครับ? ในเรื่องสองมาตรฐาน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัดเจนไหมครับ? ในเรื่องเลือกปฏิบัติ?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, นปช., นพ.เหวง โตจิราการ, สองมาตรฐาน, หมอเหวง, เงินกู้พม่า, เศรษฐกิจแย่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab724c2e62f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
