<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;สะกิดส.ส.หยิบปัญหา&#039;เงินคนแก่&#039;พูดในสภาฯบ้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.64-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง &amp;quot;เงินคนแก่(2)&amp;quot; ระบุว่า สิทธิของมนุษย์บางเรื่องมันเป็นสิทธิตามธรรมชาติ มันติดตัวมาไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหนสิทธินั้นก็ติดตามตัว &amp;nbsp;ความแก่ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าคุณอยู่เมืองไทย หรืออเมริกา ถ้าคุณอายุ 60 มันก็ 60 อยู่นั่นแหละ เงินผู้สูงอายุ มันเป็นเงินที่ได้ตามสิทธิเพราะคุณเป็นคนแก่ พอคุณแก่รัฐก็ให้เงินตอบแทนความแก่คุณเดือนละ 600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า สมมุติว่า คนแก่นั้นอายุ 62 ปี ได้เงินคนแก่มาแล้ว 2 ปี แต่ต่อมาลูกตายในสงคราม คนแก่นั้นก็ได้รับเงินสงเคราะห์ที่เกิดจากความตายของลูกในหน้าที่ราชการ สมมุติว่าได้เดือนละ 5,000 บาท แต่พอได้เงินจากความตายของลูกเดือนละ 5,000 บาท กลับไปตัดเงินคนแก่ที่เขาเคยได้มาเดือนละ 600 บาท ทั้งที่สิทธิในการรับเงินมันคนละสิทธิกัน ผมสมมุติใหม่ ถ้าข้าราชการเกษียณแล้ว ได้บำนาญเดือนละ 40,000 บาท แต่ข้าราชการคนนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นส.ว. ได้เงินเดือนอีกเดือนละ 100,000 บาท เข้าไปในสภานั่งหลับๆตื่นๆ เขาก็รับเงินเดือน 2 ทางนะครับ รัฐไม่ได้ตัดบำนาญเขา แต่พอคนแก่ได้เงินสงเคราะห์เดือนละ 600 พอลูกตายในหน้าที่ ได้เงินช่วยเหลือจากรัฐสมมุติว่าเดือนละ 5,000 บาท กลับไปตัดเงินคนแก่เขาเดือนละ 600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โถๆๆๆ วิธีการคิดอย่างนี้ นี่แหละครับ คือการคิดของระบบราชการ ท่านส.ส.นอกจากไปงานบวช งานศพ งานแต่งแล้ว ก็ควรทำ ควรพูด เรื่องอย่างนี้ด้วย ผมนี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาหรอก วันนี้ขอเสือกเรื่องของส.ส.ท่านหน่อย ท่านส.ส.อย่าด่าผมก็แล้วกัน เพราะผมยังไม่ได้ยินท่านส.ส.คนไหนพูดเรื่องนี้ในสภาเลยสักคน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91535</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ส.ส., สภาฯ, เงินคนแก่, เบี้ยคนชรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_60164e736fe04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2019 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2019 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตใหม่ชูเงินเดือนคนชรา 1,800 บาททำได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่สวนหลวง ร.9&amp;nbsp; นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกเสนอรายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค พร้อมด้วย นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์&amp;nbsp; ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ นายมณฑล โพธิ์คาย ผู้สมัคร ส.ส. เขต 20 กรุงเทพฯ (สวนหลวง ประเวศ) น.ส.ณิชชา บุญลือ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 กรุงเทพฯ (บางกะปิ วังทองหลาง)&amp;nbsp; ชวนประชาชนในพื้นที่วิ่งออกกำลังกาย โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งเด็ก วัยุรุ่น และผู้สูงอายุที่ออกกำลังกาย ให้ความสนใจและมาขอถ่ายรูป เป็นจำนวนมาก

นายธนาธร กล่าวถึง นโยบายรัฐสวัสดิการและการดูแลผู้สูงอายุ ว่า พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องคน เราเชื่อว่าคนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ ใครก็ตามที่เกิดมาต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน เราจึงมีนโยบายรัฐสวัสดิการ ที่อยากผลักดันให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นระบบสวัสดิการที่เป็นสิทธิสำหรับทุกคน ไม่ใช่การสงเคราะห์ ไม่ต้องมาพิสูจน์ความยากจนใดๆทั้งสิ้น แต่รัฐดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยสิ่งที่เราตั้งใจจะทำก็ครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนกระทั่้งเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มสิทธิลาคลอดให้ 180 วัน มีเงินเดือนสนับสนุนการเลี้ยงดูลูกอายุ 0-6 ปี เดือนละ 1,200 บาท ค่าครองชีพเยาวชน 12-18 ปี ให้เขาได้เอาไปใช้ในการเรียน หรือเป็นต้นทุนเริ่มต้นชีวิตได้ ยังมีการขยายสิทธิประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ ยามเจ็บป่วยเพิ่มงบรายหัวในระบบประกันสุขภาพเป็น 4,000 บาท ต่อคนต่อปี

&amp;quot;สำหรับผู้สูงอายุ วันนี้ถามว่าเบี้ยคนชรา อายุ 60 ปี รับ 600 บาท อายุ 70 ปี รับ 700 บาท คือเพิ่มขึ้นปีละ 100 บาท เพียงพอไหมสำหรับค่าครองชีพ ไม่มีทางพอแน่นอน แล้วเงินที่ให้ก็เรียกว่าเบี้ย เหมือนไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ ซึ่งนโยบายพรรคอนาคตใหม่เสนอ เราจะเพิ่งเงินค่าครองชีพผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,800 บาท อายุถึง 60 ปีปุ๊บมีเงินโอนเข้าบัญชีทันที ซึ่งทั้งหมดนี้เรามั่นใจว่าสามารถทำได้ โดยไม่เสียวินัยทางการคลัง มีที่มาของรายได้ชัดเจน แน่นอน เช่น ลดงบกองทัพที่นำไปซื้ออาวุธ เป็นต้น&amp;quot; นายธนาธร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายธนาธร นายมณฑลและคณะลงพื้นที่ตลาดสดพาราไดซ์ปาร์ค พูดกับกับพ่อค้าแม่ขายและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาดสดยามเช้า โดยได้รับการตอบรับอย่างเป็นกันเอง ทั้งมาขอถ่ายรูปและสนับสนุนแนวทางนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ที่จะลบล้างผลพวงรัฐประหารและทำลายการสืบทอดอำนาจของ คสช. หลายคนร่วมแสดงความยินดีที่นายมณฑล ลงสมัครเป็น ส.ส. ในนามพรรคอนาคตใหม่ เพราะเป็นคนที่ทำงานใกลล้ชิดกับชุมชนมาอย่างยาวนาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28736</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.บห.พรรคอนาคตใหม่, ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ, เงินคนแก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190210/image_big_5c5fc79ea1e74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สูงวัย...ต้องหยุดซิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องน่าประหลาดใจเลยทีเดียว เมื่อมีข่าวมนุษย์ป้าวัย 64 ปี ขับกระบะซิ่งฝ่าไฟแดงจนเป็นเหตุให้มีการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนรถหลายคัน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะโดยปกติแล้ว ผู้หญิงมักจะไม่ค่อยขับรถเร็ว และอายุที่มากขึ้นก็จะทำให้ต้องระมัดระวัง หรือขับรถช้าลง เพราะสายตานั้นไม่อำนวย อีกทั้งอารมณ์คึกคะนองที่เคยมีอยู่นั้นมันค่อยๆ หายไปตามฮอร์โมนของวัยนั่นแหละ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดขึ้นที่แยกโพธิ์พระยา ต้องนับว่ามนุษย์ป้าจอมซิ่งท่านนี้เป็นกรณีพิเศษ หรือไม่ท่านก็ตัดสินใจผิดพลาด คิดว่าเมื่อเบรกไม่ทันแล้ว ไปโลดเสียดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มันกลับตาลปัตร คือ ชนระเนนระนาดน่ะสิ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังโชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ความตาย แต่ถ้ามนุษย์ลุงป้าน้าอาที่เข้าสู่โหมดผู้สูงวัย มีสิทธิ์รับเงินคนแก่เดือนละ 600 บาทแล้ว หากยังไม่รู้จักหยุดจักพอกับการขับรถที่เร็วเกินไป อาจจะเจอเหตุการณ์อับโชคก็ได้ใครจะไปรู้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เราต้องเตือนตัวเองนะคะว่า การขับรถด้วยความคึกคะนอง ประมาท ไม่สนใจในกฎ กติกา มารยาทนั้น ไม่ใช่เพียงแต่ตัวเราที่จะทำตัวเองเดือดร้อน ทว่าเราอาจจะสร้างความทุกข์แสนสาหัสให้กับบางครอบครัวก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่จินตนาการว่า ลูกที่รอแม่กลับบ้าน รอแล้วรอเล่าก็ไม่มาสักที ผิดเวลาจนร้อนอกร้อนใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายพบว่า แม่ไปนอนอยู่ในโรงพยาบาล หรือรอชี้ตัวอยู่ที่แผนกนิติเวช สำนักตำรวจแห่งชาติ หรือตามโรงพักต่างๆ มันก็แสนเศร้าแล้ว...จริงไหม???&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชีวิตที่เหลือน้อย ที่สามารถเรียกได้ว่านับถอยหลัง ต้องตายวันตายพรุ่งนั้น เราจะรีบเร่งแข่งขันไปไหนกับใครกัน โดยเฉพาะคนที่เกษียณอายุแล้ว ชีวิตควรจะค่อยเป็นค่อยไป ที่เรียกว่า Slow Life จะดีกว่าเป็นไหนๆ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และไม่ทำให้ตัวเองต้องทุกข์ระทม เป็นสิ่งที่ต้องเตือนตัวเองค่ะ เพราะการเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ มันไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับคนวัย 60 ขึ้นไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอบอกว่ามันต้องแยกประเด็นกับการที่เคยเชียร์อัพว่า อายุเป็นเพียงตัวเลขนะคะ ...เข้าใจตรงกันนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การสะกิดเตือนว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข ส่งเสริมให้ผู้สูงวัยไม่จับเจ่า กอดเข่านั่งเศร้า รอวันตาย แต่ให้ลุกขึ้นทำกิจวัตรประจำวันที่ตัวเองชอบเหมือนเดิมทุกประการ ด้วยการประเมินตามกำลังความสามารถ เช่น เคยวิ่ง ก็เปลี่ยนเป็นเดินเร็ว การขับรถซิ่ง ก็เปลี่ยนเป็นขับรถแบบค่อยเป็นค่อยไป ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เที่ยวไปได้ทุกแห่งเหมือนเดิม เคยกระโดดโลดเต้นถ่ายรูป ก็เหลือแค่เกาะเก้าอี้ยืนทำท่าให้งดงาม &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่อยเป็นค่อยไป ตัวเองไม่เจ็บป่วย ลูกหลานก็ไม่เดือดร้อน..จริงไหมคะ.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17979</URL_LINK>
                <HASHTAG>slow life, ป้าเอง, มองมุมสูง, เงินคนแก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บัญชีกลาง” การันตี ก.ค. นี้จ่ายเงินคนแก่พื้นที่กรุงเทพฯ ตรงผ่านบัญชีธนาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; การันตี ก.ค. นี้ พร้อมจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แก่ผู้มีสิทธิในกรุงเทพมหานครตรงผ่านบัญชีธนาคาร พร้อมจี้ผู้มีสิทธิกว่า 7.39 แสนรายตรวจสอบข้อมูล หลังพบบางส่วนยังมีปัญหาหวั่นกระทบจ่ายเงินไม่ทันตามกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค. 61 - นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้เตรียมจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แก่ผู้มีสิทธิในกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-Social Welfare) ในเดือน ก.ค. 2561 ซึ่งกรมฯ จะทำหน้าที่พัฒนาและดูแลระบบงาน ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและธนาคารต่าง ๆ เพื่อช่วยแก้ไขปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้อง มีความสมบูรณ์ ด้วยความรวดเร็ว และโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้ผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรงตามข้อมูลที่มีการตรวจสอบสมบูรณ์แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้มีสิทธิที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของกรุงเทพมหานคร มีจำนวน 7.39 แสนราย แต่จากการตรวจสอบข้อมูล ผู้มีสิทธิพบว่ามีข้อมูลบางส่วนยังไม่สมบูรณ์ทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินได้ในวันที่ 10 ก.ค. นี้ โดยพบปัญหา เช่น รายชื่อไม่ปรากฏในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง, มีรายชื่อที่อายุไม่ถึง 60 ปี เป็นผู้ขอรับเงิน, หนึ่งรายชื่อขอรับเงินมากกว่า 1 สำนักงานเขต และเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้อง เป็นต้น ดังนั้น หากผู้ที่เคยได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเดือน มิ.ย. 2561 แต่ไม่ได้รับเงินในเดือน ก.ค. นี้ ขอให้ติดต่อสำนักงานเขตที่ตนมีทะเบียนบ้านอยู่ เพื่อแก้ไขปรับปรุงข้อมูลให้สมบูรณ์ และจะได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้โดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13050</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, กรุงเทพมหานคร, จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, เงินคนแก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังกุมขมับ! ผ่าน 6 เดือนคนแก่บริจาคเบี้ยยังชีพหลักพันราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังกุมขมับ! หลังพบผ่าน 6 เดือน คนแก่บริจาคเบี้ยยังชีพแค่หลักพันรายเท่านั้น วืดจากเป้าหมายที่ตั้ง 5 แสนคน อ้างการประชาสัมพันธ์ยังไม่ถั่วถึง จี้ปรับแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพิ่งช่องทางการบริจาคให้สะดวกขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุถึง ความคืบหน้าการเปิดรับบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ เพื่อนำเงินจากผู้สูงอายุที่มีฐานะพอเพียงไปช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนธ.ค. 2560 ว่า ขณะนี้การเปิดรับบริจาคจะผ่านไป 6 เดือน แต่ยอดผู้สูงอายุที่แจ้งบริจาคเบี้ยยังมีเพียงแค่หลักพันคนเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ ว่า ภายในปีแรกจะมีผู้สูงอายุเข้ามาบริจาคเบี้ยถึง 5 แสนคน หรือคิดเป็น 10% ของผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยแต่ไม่ยากจนที่มีกว่า 5 ล้านคนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมรัฐประมาณการว่า ปีแรกจะมีเงินรับบริจาคเบี้ยผู้สูงอายุเข้ามา 4 พันล้านบาท เมื่อนำมารวมกับเงินจากภาษีบาปที่หักจากยาสูบเข้ากองทุนผู้สูงอายุ 2% อีกปีละไม่เกิน 4 ล้านบาท จะทำให้มีเงินเข้ากองทุนเพิ่มปีละ 8 พันล้านบาท ซึ่งสามารถนำไปเพิ่มค่าเบี้ยยังชีพ ช่วยเหลือผู้สูงวัยที่มีฐานะยากจนและลงทะเบียนรับสวัสดิการรัฐ 3.6 ล้านคนได้เพิ่มไม่ต่ำกว่าเดือนละ 200 บาท อย่างไรก็ตามขณะนี้เมื่อมีคนบริจาคน้อยกว่าเป้าหมายมาก โดยจากหลักหลายพันล้าน เหลือเพียงหลักสิบล้านบาททำให้อาจต้องทบทวนแผนเพิ่มเบี้ยยังชีพกันใหม่&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้ได้รับเบี้ยสูงอายุเข้ามาบริจาคกันน้อย ส่วนหนึ่งมาจากการประชาสัมพันธ์อาจยังไม่ทั่วถึงทำให้คนยังไม่รับรู้เรื่องการบริจาคมากนัก อีกทั้งก่อนหน้านี้ช่องทางรับแจ้งบริจาคเบี้ยยังชีพยังมีจำกัดทำให้ไม่รับความสะดวก เช่น ในเขตกรุงเทพฯ จะบริจาคได้เฉพาะสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ขณะที่ต่างจังหวัดจะบริจาคได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะต้องมีการเร่งปรับแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพิ่มขึ้น รวมถึงกระทรวงการคลัง ได้มีการเพิ่มช่องทางการบริจาคให้สะดวกขึ้น โดยขณะนี้เริ่มให้บริจาคผ่านธนาคารของรัฐได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เพิ่มช่องทางรับแจ้งบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ โดยผู้ที่ประสงค์จะแจ้งบริจาคใน กทม. สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแจ้งบริจาคได้ที่สถาบันการเงินของรัฐ 7 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่ประสงค์แจ้งบริจาคในต่างจังหวัดสามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแจ้งบริจาคได้ที่หน่วยงานของคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด (คบจ.) ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานสรรพากรพื้นที่ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ด่านศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาคและจังหวัด และสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่งดังกล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ที่ประสงค์จะแจ้งบริจาคในต่างประเทศสามารถนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ไปแจ้งบริจาคได้ที่สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ ในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนให้นำหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน่วยงานของ คบจ. และสถาบันการเงินของรัฐใน กทม. จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 15 พ.ค. 2561 เป็นต้นไป ส่วนในต่างประเทศซึ่งดำเนินการโดยสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ของไทยในต่างประเทศ จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2561 เป็นต้นไป&amp;rdquo; น.ส. กุลยา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11098</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, กุลยา ตันติเตมิท, ขโมยตู้บริจาคเงิน, เงินคนแก่, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180129/image_big_5a6ee6b5a9e6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
