<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงสุทิน&#039;ลากไส้3นิ้ว หวังโกยทั้งในคุกนอกคุก หาความร่ำรวยกับหมิ่นเจ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64- นายสุทิน วรรณบวร อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กSutin Wannabovorn ว่า หวังรวยทั้งในคุกนอกคุกเรอะ..ก่อนเข้าคุกมีเงินในบัญชีธนาคารสิบล้านบาท ทั้งๆไม่มีงานทำ เป็น น.ศ. เข้าอยู่ในคุกครอบครัวเปิดบัญชีรับบริจากอีก พวกมึงหาความร่ำรวยกับหมิ่นเจ้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93917</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ3นิ้ว, ลุงสุทิน, เงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca395de5c61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสิน นำร่องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภท 0.25 %มอบของขวัญปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออมสิน นำร่องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภท 0.25 %มอบของขวัญปีใหม่ และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน มีผล 24 ธันวาคม 2561 เผยจะปรับดอกเบี้ยกู้เป็นคนสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค. 61- นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง) ครั้งที่ 8/2561 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา มีมติปรับขึ้นอัตรราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อปี และจากการประชุมคณะกรรมการบริหารสินทรัพย์และหนี้สินของธนาคารออมสิน พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้และมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนลูกค้าผู้ฝากเงิน จึงมีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน 24 เดือน และ 36 เดือน ในอัตราร้อยละ 0.25 ต่อปี สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการพยุงค่าใช้จ่ายไม่ให้ผู้กู้ได้รับผลกระทบ จึงยังไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยเงินกู้ในระบบธนาคาร โดยเฉพาะลูกค้าสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน หรือสินเชื่อกลุ่มลูกค้ารายย่อยและฐานราก จะไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24693</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ออมสิน, เงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd4b04b2b17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ออมสินฟุ้งไตรมาสแรกปี61กำไร1.3หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ธนาคารออมสินเผยไตรมาส1/61 กำไร 13,479 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 1 เท่าตัว &amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายปี 61 สู่การเป็น &amp;ldquo;The Best &amp;amp; Biggest Local Bank in Thailand&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
7 พ.ค.61-นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยผลการดำเนินงานช่วง 3 เดือนแรกของปี 2561 (1 ม.ค.-31 มี.ค.) ว่า ธนาคารฯ มีกำไรสุทธิ 13,479 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6,178 ล้านบาท ที่สำคัญมาจากกำไรจากการขายหุ้นสามัญและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ โดย 3 เดือนแรกปล่อยสินเชื่อใหม่ถึง 149,303 ล้านบาท ทำให้สินเชื่อคงเหลือ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 อยู่ที่ 2,059,181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45,058 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น2.24% จากสิ้นปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 2,014,123 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เกิดจากการบริหารพอร์ตสินทรัพย์และหนี้สินให้สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดและการบริหารสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ โดยมาตรการของรัฐบาลมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยให้สินเชื่อขยายตัวได้ เป็นการให้สินเชื่อที่ครอบคลุมทุกกลุ่มประเภท ได้แก่ สินเชื่อภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงิน สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี สินเชื่อธนาคารประชาชน และสินเชื่อธุรกิจห้องแถว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่เงินฝากไตรมาส 1 อยู่ที่ 2,172,538 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2560 ที่ธนาคารฯ มียอดเงินฝากสูงเป็นอันดับ 1 ในระบบสถาบันการเงิน จากเงินฝากครบกำหนด แต่ธนาคารมีแผนระดมเงินฝากทั้งเงินฝากสลากออมสินและเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ออมเงินออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 ธนาคารฯ มีสินทรัพย์รวม 2,620,862 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2560 จำนวน 42,966 ล้านบาท หรือลดลง1.61% ซึ่งเป็นไปตามกรอบทิศทางธนาคารฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย กล่าวว่าในช่วงไตรมาส 1/2561 ยังให้ความสำคัญกับการบริหารสินเชื่อด้อยคุณภาพ และเน้นประสิทธิภาพในทุกกระบวนการตามมาตรการแก้ไขหนี้ มีการแก้ไขตามลำดับความสำคัญ การเจรจาไกล่เกลี่ย และการปรับโครงสร้างหนี้ โดยธนาคารฯ ได้ทยอยเปิดศูนย์ย่อยควบคุมและบริหารหนี้ทั่วประเทศ 80 ศูนย์ ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการหนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 45,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.19% ของสินเชื่อรวม ซึ่งต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของระบบธนาคารพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2561 นี้ ได้มุ่งเป้าหมายสู่การเป็น The Best &amp;amp; Biggest Local Bank in Thailand &amp;quot;ธนาคารที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุด&amp;quot; โดยมุ่งเน้นลูกค้าใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มลูกค้าฐานราก/นโยบายรัฐ มุ่งเน้น กลุ่มผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มผู้มีหนี้นอกระบบ และกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก หรือ พ่อค้า-แม่ค้า 2.กลุ่มลูกค้าบุคคล มุ่งเน้น กลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มบุคคลรายได้ปานกลาง กลุ่มผู้สูงวัย และ 3.กลุ่มลูกค้า SME มุ่งเน้น กลุ่ม SMEs Start Up&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8684</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ดอกเบี้ย, ธนาคาร, รัฐบาล, สินทรัพย์, ออมสิน, เงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af01c2521295.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเต็มๆ ฐานะแบงก์ออมสิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 พ.ค.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศธนาคารออมสิน ซึ่งลงนามโดยนายกุลิศ สมบัติศิริอธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เรื่อง รายงานประจำปี พ.ศ. 2560 ของธนาคารออมสินแล้ว โดยประกาศดังกล่าวจะเป็นการเปิดเผยฐานะของธนาคาร โดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อปฏิบัติตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2560 คณะกรรมการธนาคารออมสินประกาศรายงานประจำปี พ.ศ. 2560 ของธนาคารออมสิน ดังต่อไปนี้ 1. ธุรกิจในระหว่างปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 เงินรับฝากคงเหลือเปรียบเทียบกับปีก่อน ธนาคารออมสินมียอดเงินรับฝากคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 2,185,122.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47,781.19 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.24 มีบัญชีผู้ฝากคงเหลือ 40,610,945 บัญชี เพิ่มขึ้น 2,770,839 บัญชี หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.32 โดยจำแนกธุรกิจการรับฝากเงิน ดังนี้ (1) ประเภทเผื่อเรียก มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 442,706.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,383.63 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 26,957,187 บัญชี เพิ่มขึ้น 2,458,161 บัญชี (2) ประเภทเผื่อเรียกพิเศษ มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 308,607.54 ล้านบาท ลดลง 13,296.75 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 2,096,026 บัญชี เพิ่มขึ้น 116,657 บัญชี (3) ประเภทประจำ มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 410,990.34 ล้านบาท ลดลง 7,759.40 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 685,111 บัญชี ลดลง 12,577 บัญชี (4) ประเภทกระแสรายวัน มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 2,941.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 184.38 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 49,120 บัญชี เพิ่มขึ้น 1,639 บัญชี (5) ประเภทสลากออมสินและพันธบัตร มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 900,286.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66,721.14 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 7,194,592 บัญชี เพิ่มขึ้น 353,278 บัญชี (6) ประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 116,502.14 ล้านบาท ลดลง 7,629.28 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 1,414,444 บัญชี ลดลง 270,241 บัญชี (7) ประเภทอื่น ๆ มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 3,087.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.47 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 2,214,465 บัญชี เพิ่มขึ้น 123,922 บัญชี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ธนาคารออมสิน มียอดคงเหลือ จำนวน 1,704,415.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 197,588.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.11 ประกอบด้วย ลูกหนี้เงินให้สินเชื่อสุทธิ 1,675,243.55 ล้านบาท และลูกหนี้ เงินเบิกเกินบัญชีสุทธิ 29,172.01 ล้านบาท 1.3 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ตามธุรกรรมนโยบายรัฐสุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ธนาคารออมสินมียอดคงเหลือ จำนวน 186,202.00 ล้านบาท ลดลง 893.16 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 0.48 1.4 เงินลงทุนทั้งสิ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ประกอบด้วยเงินลงทุนสุทธิ และเงินลงทุนในบริษัทร่วมสุทธิ รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 236,738.31 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 46,730.53 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 16.49&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จำนวนดอกเบี้ยที่จ่าย ในรอบปี 2560 ธนาคารออมสินมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินรับฝาก เงินรางวัลสลากออมสินรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน เงินนำส่งกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และตราสารหนี้ ที่ออกและเงินกู้ยืม จำนวน 42,448.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,110.74 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.23&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ผลประโยชน์ที่ได้รับ ในรอบปี 2560 ธนาคารออมสินมีรายได้รวม จำนวน 114,511.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,566.30 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้ดอกเบี้ย จำนวน 98,364.63 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ จำนวน 6,450.58 ล้านบาท และรายได้อื่น ๆ จำนวน 9,695.89 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงานเมื่อสิ้นงวดบัญชีปี 2560 ธนาคารออมสินมีกำไรสุทธิจำนวน 31,210.07 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้รวม 114,511.10 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ค่าใช้จ่ายจากธุรกรรมนโยบายรัฐและหนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญ และขาดทุนจากการด้อยค่า รวมทั้งสิ้น 83,301.03 ล้านบาท เมื่อนำกำไรสุทธิประจำปี 2560 ไปรวมกับกำไรสะสมปี 2559 หลังหักเงินนำส่งกระทรวงการคลังแล้ว ธนาคารมีกำไรสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 168,483.71 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การขยายการดำเนินงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ธนาคารออมสินมีสำนักงานสาขารวมทั้งสิ้น 1,059 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3 แห่ง ประกอบด้วย สำนักงานใหญ่ 1 แห่ง สำนักงานสาขา 1,058 แห่ง และมีสำนักงานหน่วยให้บริการ 23 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไร, ฐานะการเงิน, ดอกเบี้ย, ธนาคารออมสิน, ผลดำเนินงาน, รายจ่าย, รายได้, สาขา, เงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb09a65ad74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธอส. ผุด “เงินฝากออมทรัพย์ ทำให้คนไทยมีบ้าน” ชูดอกเบี้ยสูงสุด1.875%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธอส. ผุด &amp;ldquo;เงินฝากออมทรัพย์ ทำให้คนไทยมีบ้าน&amp;rdquo; ชูดอกเบี้ยสุดพิเศษ 1.40- 1.875% พร้อมชวนผู้ฝากร่วมตอบแทนสังคม สมทบ 0.1% ของยอดเงินฝากสมทบเข้าโครงการ ธอส. ขออาสาช่วยชุมชนสร้าง ซ่อมที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดทำ เงินฝากออมทรัพย์ ทำให้คนไทยมีบ้าน ดอกเบี้ยพิเศษ 1.40-1.875% ต่อปี โดยในช่วงแรกผู้เปิดบัญชีรับดอกเบี้ย 1.40% ต่อปี ตั้งแต่วันที่เปิดบัญชีถึงวันที่ 8 พ.ย. 2561 และตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2561 ถึง 8 เม.ย.2562 รับอัตราดอกเบี้ย 1.875% ต่อปี หรือคิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเท่ากับ 1.60% ต่อปี โดยต้องเปิดบัญชีเงินฝากครั้งแรกขั้นต่ำ 500 บาท และมียอดเงินฝากคงเหลือในบัญชีสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ผู้ฝากยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคม โดย ธอส.จะสมทบเงิน 0.1% &amp;nbsp;ของยอดเงินฝากเข้า โครงการ ธอส. ขออาสาช่วยชุมชนสร้าง &amp;nbsp;ซ่อมที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ จัดทำขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้สูงอายุในด้านที่อยู่อาศัยตามชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งตลอด 65 ปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือในการสร้าง ซ่อมที่อยู่อาศัยแก่ผู้ด้อยโอกาสและผู้ยากไร้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปแล้ว 2,000 ราย ทั่วประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถเปิดบัญชี เงินฝากออมทรัพย์ ทำให้คนไทยมีบ้าน ได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 15 ส.ค.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธอส. ขอให้ลูกค้านำบัตรเอทีเอ็ม รูปแบบเดิมซึ่งเป็นแถบแม่เหล็ก มาเปลี่ยนเป็น วิมาร การ์ด ซึ่งเป็นบัตรเอทีเอ็มชิปการ์ดรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ผู้ทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็ม โดยลูกค้าปัจจุบันที่นำบัตรเอทีเอ็มมาเปลี่ยน หรือมาทำบัตรใหม่ ภายในวันที่ 30 ธ.ค.61 รับฟรีข้าวสารหอมมะลิ ไอ-ไรซ์ ขนาด 1 กก. จำนวน 1 ถุง โดยข้าวมีจำนวนจำกัด โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ &amp;nbsp;โทร 0-2645-9000&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7725</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย ศิริไล, ดอกเบีั้ย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธอส., เงินฝาก, เงินฝากออมทรัพย์ ทำให้คนไทยมีบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab389253a223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีไอเอ็มบี ไทยยันไม่มีแผนลดพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซีไอเอ็มบี ไทย&amp;rdquo; สวนกระแส! ยันไม่มีแผนลดพนักงาน แย้มอาจขยายกำลังคนเพิ่ม มองแบงกิ้ง เอเย่นต์ให้คุณประโยชน์ทั้งประชาชน-สถาบันการเงิน ยืนยันหาก ธปท. ไฟเขียวพร้อมดำเนินการทันที วาดแผนปี 2561 ปั้นสินเชื่อ-เงินฝากโต 5% ปรับกลยุทธ์ชู &amp;ldquo;FAST FORWARD&amp;rdquo; ดันติดท็อป 3 แบงก์ขนาดกลางทุบตลาดอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 มี.ค. 61- นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารยังไม่มีแผนที่จะปรับลดสาขาแต่อย่างใด โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั่วประเทศรวมกันประมาณ 80 กว่าสาขา รวมถึงยังไม่มีแผนที่จะปรับลดพนักงาน แต่อาจจะมีการเพิ่มพนักงานอีกด้วย เนื่องจากแผนระยะกลาง (5ปี) ตั้งเป้าหมายขยับเป็นธนาคารขนาดกลางที่แข็งแกร่งที่สุดด้านอาเซียนในประเทศไทย ดังนั้นแต่แต่ปี 2560 ที่ผ่านมา ธนาคารจึงได้มีการปรับฐานและปรับกระบวนการวิธีการทำงาน รวมถึงเพิ่มอัตรากำลังในธุรกิจที่ธนาคารมีศักยภาพ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับกรณีการแต่งตั้งตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ (Banking Agent : แบงกิ้ง เอเย่นต์) ว่า เรื่องดังกล่าวจะเป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชนผู้รับบริการทางการเงินให้มีโอกาสและช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมากขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินเอง ก็จะได้ประโยชน์ในแง่การลดต้นทุนในการเปิดสาขาด้วย ส่วนกรณีที่จะมีการแต่งตั้งแบงกิ้ง เอเย่นต์ของแต่ละสถาบันการเงินนั้น เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ตามหลักเกณฑ์อย่างละเอียด โดยยืนยันว่าหาก ธปท. มีการประกาศเรื่องนี้ออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ซีไอเอ็มบี ไทย ก็พร้อมจะดำเนินการได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในปี 2561 ธนาคารตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อและเงินฝากให้เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และจะรักษาระดับส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) ให้อยู่ประมาณ 3.8% รวมถึงจะควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 5% หลังจากปี 2560 สินเชื่อขยายตัวได้ที่ระดับ 3.2% ขณะที่กำไรก่อนหักสำรองปรับเพิ่มขึ้น 5% เป็น 5.7 พันล้านบาท จาก 5.5 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้อย่างดี และการกระจายตัวมากขึ้นจากภาคการส่งออกและท่องเที่ยว รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปี 2561-2562 ถือเป็นก้าวแรกของโครงการ FAST FORWARD คือ การเดินหน้าสู่เป้าหมายการก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของธนาคารระดับกลางที่แข็งแกร่งที่สุดด้านอาเซียนในประเทศไทย ภายในปี 2565-2566 นั่นหมายความว่าจะต้องมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 1.2-1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราไปสู่เป้าหมายได้ เพราะเป้าหมายถือเป็นความหวัง และความฝัน แม้ว่าหนทางจะยังไม่ชัด แต่การปรับกลยุทธ์การทำงานน่าจะทำให้เราดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งเมื่อรวมกับปัจจัยเสริมจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นก็น่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ธนาคารเติบโตได้ตามแผน&amp;rdquo; นายกิตติพันธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4310</URL_LINK>
                <HASHTAG>CIMB, ซีไอเอ็มบี, ธนาคาร, ลดพนักงาน, สินเชื่อ, อดิศร เสริมชัยวงศ์, เงินฝาก, แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9cfb78e9da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
