<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สช. พบทุจริตเงินอุดหนุนรายหัว รร.เอกชน ใน กทม. - นราธิวาส เสียหายเฉียด 16 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16เม.ย.64-ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) - นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) แถลงข่าวเรื่องการทุจริตเงินอุดหนุนรายหัวโรงเรียนเอกชน โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) และผู้บริหาร สช. เข้าร่วมแถลงข่าวผ่านโปรแกรม Zoom โดยนางกนวรรณ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับรายงานจาก สช.ว่ามีการตรวจสอบพบการทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน 2 แห่ง คือที่ สช.จังหวัดนราธิวาส และ สช.กรุงเทพมหานคร ซึ่งตนได้มอบหมายให้ สช.ไปดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียดต่างๆ และดำเนินการทางวินัยและตามกฏหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ตนได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.ฉ รับทราบแล้ว พร้อมทั้งให้ทาง สช.ดำเนินการติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ไปยังจังหวัดอื่น ๆ ด้วย โดย รมว.ศธ. ได้กำชับให้ดำเนินการให้เต็มที่ รวมถึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นอีก เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้น หลายโรงเรียนได้รับผลกระทบในส่วนของงบพัฒนาการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า โดยในส่วนของการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนที่ จ.นราธิวาส นั้น พบห้วงเวลาของการทุจริตเกิดขึ้นเมื่อเดือน ตุลาคม 2561- มีนาคม 2563 ในจำนวน 3 รายการ ได้แก่ เงินอุดหนุนพัฒนาคุณภาพ (เบี้ยเสี่ยงภัย) จำนวน 1,120,000 บาท เงินอุดหนุนรายบุคคล 11,433,933.72 บาท และเงินอุดหนุนพัฒนาประสิทธิภาพ 1,081,738.66 บาท ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 13,635,672.38 บาท จนส่งผลให้ขณะนี้โรงเรียนเอกชนในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 31 แห่ง ยังได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนไม่ครบ เพราะผู้กระทำความผิดมีการโอนเงินอุดหนุนเกินจำนวนที่จะได้รีบให้กับบางโรงเรียน และให้โรงเรียนดัวกล่าวถอนเงินสดส่วนเกินออกมาให้ผู้กระทำความผิด ส่งผลให้บางโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนไมาครบตามที่ควรจะได้รับ สำหรับการสอบสวนกรณีนี้ สช.พบเจ้าหน้าที่ผู้กระทำการทุจริต มีตำแหน่งเป็นพนักงานราชการ และข้าราชการอีก 6 คน ที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีส่วนร่วมทุจริตหรือไม่ หรือเป็นเพียงปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้อง ปลัด ศธ.ได้มอบหมายให้ ผอ.สช.จ.นราธิวาส ลงโทษไล่ออกจากราชการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้รับสารภาพแล้ว พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้รับผิดทางละเมิดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99682</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การทุจริต, #โรงเรียนเอกชน, นายอรรถพล ตรึกตรอง, เงินรายหัวนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60795ca64a9da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กวาดล้างอุดหนุนรายหัวซ้ำซ้อน รร.เอกชนใส่รายชื่อ&quot;นร.ผี&quot;รับเงิน /ส่วนขรก.ทำงานลูบหน้าปะจมูกตรวจพบไม่เอาผิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; เอาจริง กวาดล้าง ปัญหาเงินอุดหนุนรายหัวซ้ำซ้อน โรงเรียนเอกชน สั่ง ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ชี้ ไม่ใช่เป็นปัญหาเชิงระบบหรือข้อมูล แต่เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจังของเจ้าหน้าที่ทำงานลูบหน้าปะจมูก &amp;nbsp;ตรวจพบแล้วแต่ไม่เอาผิดซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 2/2561 ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องการทุจริตเงินอุดหนุนของภาคเอกชน ที่เกิดขึ้นในบางสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) โดยได้มอบมาตรการให้มีการสุ่มตรวจในแต่ละพื้นที่ รวมถึงให้มีการติดตามทางการข่าว และจะขึ้นบัญชีโรงเรียนที่แต่งตัวเลขนักเรียนด้วย นอกจากนั้นจะเน้นให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะที่ผ่านมาเรื่องการทุจริต ส่วนใหญ่เกิดจาก การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง และมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง ตรวจพบแล้วแต่ไม่เอาผิดซึ่งกันและกัน เป็นการลูบหน้าปะจมูก ไม่ได้ใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จึงทำให้เกิดปัญหาการทุจริตขึ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องปัญหาเงินอุดหนุนรายหัวซ้ำซ้อน ไม่ใช่เป็นปัญหาเชิงระบบหรือข้อมูล เพราะขณะนี้มีข้อมูลที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วพอสมควร ว่าโรงเรียนไหนซ้อนกับใคร และมีการเชื่อมกับกระทรวงมหาดไทยผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) ได้ แต่กระบวนการที่ลงไปจัดการเวลามีปัญหาการทุจริตต่างหากที่ล่าช้าและไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ อนาคตต้องมีข้อมูลที่ทุกหน่วยต้องเป็นข้อมูลเดียวที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ ซึ่งขณะนี้แต่ละหน่วยงาน กำลังดำเนินการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากนี้จะเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะไม่มีการปฏิบัติงานอย่างละหลวมเช่นที่ผ่านมา โดยในส่วนของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ผมจะมอบอำนาจส่วนการศึกษาทั้งหมด ให้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบทั้งหมด เพื่อจะได้ตรวจสอบเรื่องนี้และบูรณาการเรื่องอื่นๆ ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนั้นจะให้ทาง สช.ในพื้นที่รายงานข้อมูลต่อรัฐมนตรีที่กำกับ โดยสช.ต้องให้ข้อมูลที่รวดเร็วในทุกเรื่อง เช่น คนที่แจ้งข้อมูลเท็จเรื่องจำนวนรายหัวของนักเรียนจะต้องถูกลงโทษ และจะมีการขึ้นแบล็คลิสต์ว่าเป็นโรงเรียนที่มีการส่งข้อมูลเท็จ จะมีการจับตารายงานของโรงเรียน และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพะโยม ชินวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กล่าวว่า สำหรับระบบการติดตามและตรวจสอบเรื่องการอุดหนุนรายหัวซ้ำซ้อนอยู่แล้ว โดยที่โรงเรียนจะต้องรายงานจำนวนนักเรียนพร้อมเอกสารหลักฐานมาที่ สช.อำเภอ เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นก่อนที่จะส่งข้อมูลให้ สช.จังหวัด และนำข้อมูลมารวบรวมไว้ที่ระบบฐานข้อมูลกลางของ สช. ซึ่งเมื่อเข้าระบบแล้วจะทราบทันทีว่าพื้นที่ไหนมีความซ้ำซ้อนหรือไม่ แต่จะทราบเฉพาะโรงเรียนในสังกัดของ สช.เท่านั้น สำหรับการเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับระบบฐานข้อมูลกลางของ ศธ. ซึ่ง สป. เป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของ สช. จะใช้วิธีการสุ่มแจงนับ คือ สุ่มโรงเรียนและลงพื้นที่โรงเรียนไปนับจำนวนนักเรียนว่าตรงกับที่เอกสารที่รายงานหรือไม่ เพราะเมื่อมีการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างจริงจัง จะส่งให้ให้พื้นที่อื่นๆ ไม่กล้าที่จะกระทำผิด อีกทั้ง สช.เองให้โรงเรียนรายงานเอกสารหลักฐานของนักเรียนมาปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงเดือนแรกของการเปิดภาคเรียน ทั้งภาคเรียนที่ 1 และ 2 เพราะจำนวนนักเรียนมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ซึ่งตนเชื่อว่าการดำเนินการในลักษณะจะทำให้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8999</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โรงเรียนเอกชน, นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.), เงินรายหัวนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72748ff1501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
