<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บัญชีกลาง” กดปุ่ม 1 พ.ค. โอนเงินสงเคราะห์เข้าบัญชีผู้มีสิทธิโดยตรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; กดปุ่ม 1 พ.ค. โอนเงินสงเคราะห์เข้าบัญชีผู้มีสิทธิโดยตรง

&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; กดปุ่ม 1 พ.ค. เป็นต้นไปโอนเงินเงินสงเคราะห์ที่เคยได้รับจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิโดยตรง หวังเพิ่มความโปร่งใส และลดความซ้ำซ้อน

2 พ.ค. 61 - นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2561 เป็นต้นไป ส่วนราชการในสังกัดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเริ่มจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้มีสิทธิโดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้มีสิทธิเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับจ่ายเงินภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment ภาครัฐ) ตามแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment อีกด้วย

สำหรับเงินสงเคราะห์ที่จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิ ประกอบด้วย เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน ของสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง&amp;nbsp; ค่าใช้จ่ายโครงการรณรงค์เพื่อป้องกันเอดส์&amp;nbsp; เงินทุนประกอบอาชีพ&amp;nbsp; ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับตัวชาวเขา และเงินอุดหนุนช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

เงินช่วยเหลือสตรีหรือครอบครัวที่ประสบปัญหาทางสังคม ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, เงินอุดหนุนสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, เงินสงเคราะห์เด็กครอบครัวยากจน/ขาดแคลน/ฝากเลี้ยงตามบ้าน ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน และเงินที่จ่ายให้แก่ผู้สูงอายุตามความจำเป็น ของกรมกิจการผู้สูงอายุ

&amp;ldquo;การเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินแบบเดิมเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิโดยตรง ถือเป็นมาตรการหนึ่งในการดูแลผู้ประสบปัญหาทางสังคมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเกิดความโปร่งใส และลดความซ้ำซ้อน ซึ่งจะทำให้ผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย และคาดว่าจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง&amp;rdquo; นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8336</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, อธิบดีกรมบัญชีกลาง, เงินสงเคราะห์คนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้างโกงเงินสงเคราะห์คนจน&#039;พม.&#039;สั่งปูพรมทั่วประเทศ1เดือนจบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20 ก.พ.61- ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ &amp;nbsp;รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการปลอมลายมือชาวบ้านเพื่อเซ็นรับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอดส์ ของศูนย์ คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่นและจ.เชียงใหม่ ว่า เรื่องดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก เราทำจริงจังอยู่แล้ว และมีการลงพื้นที่ตรวจสอบเต็มที่ควบคู่ไปด้วย ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ &amp;nbsp;เราตรวจสอบหมดอยู่แล้ว และตรวจสอบก่อน ป.ป.ท. แต่เราเป็นหน่วยราชการมีขั้นตอน ถ้าพูดไปก่อนจะไม่ดี ป.ป.ท.เป็นหน่วยงานตรวจสอบสามารถพูดไปก่อนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากศูนย์ที่ จ.เชียงใหม่และจ.ขอนแก่น แล้วยังมีศูนย์ที่จังหวัดไหนที่ผิดปกติอีกหรือไม่ พล.อ.อนันตพร ตอบว่า &amp;nbsp;เราลงพื้นที่ทั้งหมดทุกจังหวัด และเรายังไม่อยากพูด เมื่อเจ้าหน้าที่กลับมาเขาจะมารายงานให้ทราบ เราจะมาวินิจฉัยว่ามีมูลหรือไม่ ถ้ามีมูลจะให้ย้ายไปช่วยราชการก่อน &amp;nbsp;ซึ่งที่ จ.ขอนแก่นและ จ.เชียงใหม่เราได้สั่งย้ายผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่งและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว ยืนยันว่าผลตรวจสอบจะแล้วเสร็จไม่เกิน 1 เดือน เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน ขณะเดียวกัน ระบบราชการจะมีทั้งอุธรณ์และฎีกา ซึ่งต้องยอมรับสภาพตรงนี้ด้วย แต่ถ้าของป.ป.ท.จะลงโทษได้เลย &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขอให้ป.ป.ท.แจ้งเรามาเรายินดี ถ้าออกข่าวทางสื่ออย่างเดียวแล้วไม่แจ้งเรา เราไม่กล้าที่จะดำเนินการทันที เพราะต้องไปตรวจสอบซ้ำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ป.ป.ท.ไม่ได้แจ้งรายละเอียดให้เราเป็นทางการ มีเพียงการแจ้งผ่านสื่อ ซึ่งพอเป็นแบบนี้เราลำบากต้องไปตรวจสอบซ้ำ ให้มีหลักฐานเพื่อให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการ หากป.ป.ท.แจ้งเรามาเป็นทางการจะถือว่ามีมูลดำเนินการได้ทันที &amp;nbsp;ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งเฉยถ้าพบลงโทษแน่นอน วันนี้เราก็เริ่มดำเนินการแล้ว&amp;rdquo;พล.อ.อนันตพร กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า พบว่ามีการทำเป็นกระบวนการหรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า กำลังตรวจสอบแบบเจาะลึกอยู่ เราไม่ทิ้งประเด็นนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3495</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ป.ป.ท., ปูพรมทั่วประเทศ, พม., เงินสงเคราะห์คนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8bc6d3dbbd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
