<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม ม.33 และ ม.39 เพิ่มอีก 3 เดือน ก.ย.-พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21&amp;nbsp;ก.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขยายเวลาปรับลดอัตราจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเพิ่มอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;3 เดือน ตั้งแต่ 1 ก.ย. -30 พ.ย.64&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมฝ่ายละร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 2.5 ของค่าจ้างผู้ประกันตน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในส่วนผู้ประกันตนตาม ม.39 ให้ปรับลดอัตราจ่ายเงินสมบทจากเดิมในอัตราเดือนละ 432 บาท ลดลงเหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;235 บาท /เดือน&amp;nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 64 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า สำหรับการลดอัตราเงินสมทบงวดเดือน ก.ย.-&amp;nbsp;พ.ย. 64&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ของนายจ้างและผู้ประกันตนจากสถานการณ์การระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ผู้ประกันตนในระบบจ่ายเงินสมทบลดลงเป็น 10,721 ล้านบาท และนายจ้างจ่ายลดลงเป็น 9,629 ล้านบาท&amp;nbsp;ส่งผลดีต่อผู้ประกันตนทำให้สามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่าย ช่วยเสริมสภาพคล่องได้ประมาณ 945-1,575 บาทต่อคน และนายจ้าง มีสภาพคล่องขึ้น เพื่อให้ดำเนินกิจการต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, มติครม., เงินสมทบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9b5227b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบลดอัตราเงินสมทบจากร้อยละ 3 เหลือ 0.5 ช่วยลูกจ้างฝ่าวิกฤตโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่าตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอให้แก้ไขกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2563 โดยเงินสมทบงวดเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม 2564 ให้จัดเก็บเงินสมทบฝ่ายนายจ้างในอัตราร้อยละ 3 ผู้ประกันตนมาตรา 33 ลดลงเหลือร้อยละ 0.5 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ลดลงเหลือ 38 บาท เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อว่า การลดเงินสมทบตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงแก้ไขเพิ่มเติม เรื่อง การกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้คงการลดเงินสมทบนายจ้าง เหลือร้อยละ 3 ผู้ประกันตนมาตรา 33 ลดเงินสมทบเหลือร้อยละ 0.5 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ลดเหลือ 38 บาท (จากที่จ่ายเดือนละ 432 บาท) เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่งวดเดือน กุมภาพันธ์ &amp;ndash; มีนาคม2564 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งการลดเงินสมทบครั้งนี้จะช่วยลดภาระแก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จำนวน 12.9 ล้านคน และนายจ้าง 4.85 แสนราย คาดว่าจะเป็นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวม 23,119 ล้านบาท สำหรับขั้นตอนของกฎกระทรวงดังกล่าว กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคมจะได้เร่งดำเนินการเพื่อให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ทันภายในกำหนด จึงขอให้นายจ้างและผู้ประกันตนมั่นใจการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคมภายใต้ นโยบายเร่งด่วนของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของผู้ประกันตนให้ตรงจุดและทันท่วงที เนื่องจากปัญหาเรื่องความเป็นอยู่ ปากท้องของพี่น้องผู้ใช้แรงงานเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91179</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพล กฤตวงศ์วิมาน, สำนักงานประกันสังคม, เงินสมทบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_6011181c7c0f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลลดเงินสมทบประกันสังคมนาน 3 เดือน บรรเทาเดือดร้อนโควิดรอบ 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;ธ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1.ลดอัตราเงินสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 จากเดิมร้อยละ 5 ลดเหลือร้อยละ 3 สำหรับฝ่ายรัฐบาลส่งเงินสมทบอัตราเดิม คือร้อยละ 2.75 ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 ให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม จากเดิมเดือนละ 432 บาท เหลือเดือนละ 278 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp;2.ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 2.ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ให้รัฐบาล นายจ้างและผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีคลอดบุตร ฝ่ายละร้อยละ 1.05 การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ ในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตน ฝ่ายละร้อยละ 1.85 และรัฐบาลปรับเป็นร้อยละ 1.45,&amp;nbsp;การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตน ฝ่ายละร้อยละ 0.1 และรัฐบาลปรับเป็นร้อยละ 0.25&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า 3.ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 เป็นต้นไป ให้รัฐบาล นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีคลอดบุตร ฝ่ายละร้อยละ 1.5,&amp;nbsp;การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ ในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตนฝ่ายละร้อยละ 3 และรัฐบาล ร้อยละ 1,&amp;nbsp;การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตน ฝ่ายละร้อยละ 0.5 และรัฐบาลร้อยละ 0.25&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า การลดอัตราเงินสมทบจะส่งผลดีต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง โดยช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินไปใช้จ่ายเสริมสถาพคล่อง ประมาณคนละ 460 - 900 บาท เป็นเวลา 3 เดือน คิดเป็นมูลค่ารวม 8,248 ล้านบาท สำหรับนายจ้าง จะทำให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบลดลง รวม 7,412 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและช่วยรักษาการจ้างงานต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87679</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, เงินสมทบ, โควิด-19, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf442f8abf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวลดเงินสมทบ &#039;นายจ้าง-ผู้ประกันตน&#039; มาตรา 33 เหลือร้อยละ 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสนทบของนายจ้าง และผู้ประกันตน กรณีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เหลือฝ่ายละ ร้อยละ 2 ของค่าจ้างผู้ประกันตน และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ส่งเงินสมทบในอัตราเดือนละ 96 บาท จากที่ต้องจ่ายเดือนละ 432 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่งวดค่าจ้างเดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การลดหย่อนการจ่ายเงินสมทบครั้งนี้ จะเป็นการลดภาระให้แก่ผู้ประกันตน จำนวน 12.79 ล้านคน คิดเป็นเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท และนายจ้าง 4.87 แสนราย คิดเป็นเงิน 1.1หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวม 2.4 หมื่นล้านบาท และหากคิดเป็นจำนวนเงินที่จะประหยัดได้ของผู้ประกันตน มาตรา 33 เฉลี่ย 1,022 บาท และผู้ประกันตนมาตรา 39 เฉลี่ย 1,008 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, เงินสมทบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e0c73167da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงแรงงาน ประกาศลดหย่อนการออกเงินสมทบแล้ว เร่งช่วยเหลือนายจ้าง และผู้ประกันตน กระทบโรคโควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานประกันสังคม เผยกระทรวงแรงงานประกาศ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด- 19 ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2563 โดยมีผลใช้บังคับ งวดเดือนมีนาคม &amp;ndash; พฤษภาคม 2563 ตามมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่นายจ้าง และผู้ประกันตน ที่ส่งผลโดยตรงต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในท้องที่ประเทศไทย จึงเห็นควรลดหย่อนการออกเงินสมทบนายจ้าง และผู้ประกันตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประกาศฉบับนี้มีสาระสำคัญ คือการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้รับการลดหย่อนการออกเงินสมทบ เข้ากองทุนประกันสังคมประจำงวดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2563 โดยให้นายจ้างส่งเงินสมทบในอัตราร้อยละ 4 และผู้ประกันตามมาตรา 33 ส่งเงินสมทบในอัตรา ร้อยละ 1 ของค่าจ้างของผู้ประกันตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้รับการลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมประจำงวดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ถึงงวดเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 โดยให้ส่งเงินสมทบในอัตราเดือนละ 86 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในกรณีที่มีการส่งเงินเกินกว่าจำนวนเงินที่กำหนดไว้ตามประกาศนี้ ให้นายจ้าง หรือผู้ประกันตนตามข้อ 1 หรือข้อ 2 แล้วแต่กรณี ยื่นคำร้องขอรับเงินในส่วนที่เกินคืนได้ ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดรวมทั้งรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบภาวะวิกฤต โควิด-19 ทุกด้าน เพื่อหาแนวทางกำหนดมาตรการแก้ไขให้สอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาลที่มีนโยบายที่จะเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนนายจ้าง และผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคมในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้มากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63178</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, เงินสมทบ, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e96749c51134.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2018 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักงานประกันสังคม ส่งข้อความผ่าน SMS เตือนผู้ประกันตน ม.39 ชำระเงินสมทบ ป้องกันการขาดสิทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ รักษาการเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาผู้ประกันตน ม.39 ที่ขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่ครบ 9 เดือน ทำให้สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน โดยสำนักงานประกันสังคมได้หามาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ต้องสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สำนักงานประกันสังคมได้นำระบบการแจ้งเตือนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 กรณีส่งเงินสมทบไม่ตรงตามกำหนดผ่านระบบบริการส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือ (SMS) มาให้บริการ ข้อมูลการส่งข้อความ SMS แจ้งเตือนในเดือนตุลาคม 2561 สำนักงานประกันสังคมได้ส่งแจ้งเตือนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่มียอดค้างชำระเงินสมทบ ทั้งหมดจำนวน 111,757 ราย จากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 39 ในระบบทั้งหมด 1,525,213 ราย อย่างไรก็ตามขอเชิญชวนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 แจ้งข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มือถือเพื่อขอรับบริการ SMS ได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หากผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่ยังมิได้แจ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มือถือไม่เป็นปัจจุบัน (เปลี่ยนเบอร์ใหม่) สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ&amp;rdquo; รักษาการเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอนันต์ชัย กล่าวต่อไปว่า สำนักงานประกันสังคมได้อำนวยความสะดวกในการชำระเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 39 ซึ่งมีกำหนดชำระเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน หลากหลายช่องทางด้วยกัน ดังนี้ จ่ายเงินสมทบได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา หรือหักผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารกสิกรไทย ธนาคาร ไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย และธนาคารกรุงเทพ หรือสามารถจ่ายด้วยเงินสดได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงไทย และธนาคารธนชาต เคาน์เตอร์เซอร์วิส และจ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซ็นเพย์ หรือจ่ายผ่านระบบ Pay at Post ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้สำนักงานประกันสังคมยังมีบริการส่งข้อความ (SMS) แจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาล และแจ้งผลการชำระเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 39 โดยวิธีหักผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารที่ร่วมให้บริการอีกด้วย ผู้ประกันตนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือโทร 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20279</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ, ผู้ประกันตน ม.39, สำนักงานประกันสังคม, เงินสมทบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9971d25aa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
