<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีใหม่หงอยเงินสะพัดแค่ 9หมื่นล้านลดลง33.6% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ที่สำรวจจากประชาชน 1,223 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 14-23 ธ.ค.25 พบว่า จะมีเงินสะพัดอยู่ที่ 91,467 ล้านบาท ลดลง 33.6% จากปี 2563 ที่มีมูลค่าการใช้จ่าย 137,809 ล้านบาท เป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 15 ปี และมีมูลค่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี เพราะประชาชนมีความกังวลในเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการระบาดรอบใหม่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้กิจการในช่วงปีใหม่น้อยลง ใช้จ่ายลดลง อยู่บ้านมากขึ้น เพราะไม่กล้าออกจากบ้าน จึงส่งผลต่อการใช้จ่ายในช่วงปีใหม่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การสำรวจในปีที่ผ่านๆ มา มูลค่าใช้จ่ายช่วงปีใหม่จะเกินกว่า 100,000 ล้านบาท เพราะมีเงินที่ประชาชนไปจ่ายในการท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย โดยใช้เฉลี่ยกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ ไม่มีการไปเที่ยวต่างประเทศ เม็ดเงินส่วนนี้หายไป เหลือแต่เงินใช้จ่ายในประเทศ จึงทำให้อัตราการติดลบลดลงมากถึง 33.6% แต่ถ้าตัดเม็ดเงินท่องเที่ยวต่างประเทศออก มูลค่าใช้จ่ายปีนี้จะเหลือติดลบเพียง 10.3% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสมุทรสาครเพิ่มขึ้น มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้เงินสะพัดในช่วงปีใหม่เหลือเพียง 80,937 ล้านบาท ลดลง 41.3% แต่หากมีการล็อกดาวน์พื้นที่อื่นใกล้เคียงกับสมุทรสาครมากขึ้น จะมีเงินสะพัดเพียง 65,143 ล้านบาทลดลง 52.7% และกรณีร้ายแรงที่สุด คือ ล็อกดาวน์ทั่วประเทศ จะเหลือเงินสะพัด 38,819 ล้านบาท ติดลบ 71.8% แต่ศูนย์ฯ สนับสนุนรัฐบาลไม่ให้มีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ เพราะการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ จะทำให้เศรษฐกิจเสียหายมากถึงเดือนละ 200,000 ล้านบาท หรือวันละเกือบ 7,000 ล้านบาท เพราะคนจะตกงานมากขึ้น ธุรกิจเสียหายมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจไทยที่คาดจะขยายตัวเป็นบวกได้ในปีไตรมาส 2 ปี 2564 ต้องเลื่อนออกไปเป็นไตรมาส 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาการระบาดในครั้งนี้ หากมีการล็อกดาวน์สมุทรสาคร และจังหวัดอื่นๆ ที่พบผู้ติดเชื้อเป็นเวลา 14 วัน และสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ จะทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดที่ถูกล็อกดาวน์เสียหายราว 30,000-60,000 ล้านบาท แต่หากควบคุมการระบาดไม่ได้ภายใน 1 เดือน จะทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดที่ถูกล็อกดาวน์เสียหาย 60,000-121,000 ล้านบาท และถ้าล็อกดาวน์ทั้งประเทศนาน 1 เดือน จะเสียหายราว 200,000 ล้านบาท โดยมองว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564 น่าจะอยู่ในกรอบ 1.8-3.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87986</URL_LINK>
                <HASHTAG>2564, ธนวรรธน์ พลวิชัย, เงินสะพัดปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22f75e34e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีใหม่เงินสะพัด  1.35 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพลมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดเงินสะพัดช่วงปีใหม่ปี 62 มูลค่า 1.35 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 2.5% เหตุคนกล้าจับจ่ายใช้สอย ทำให้บรรยากาศสุดคึกคัก เผยเป็นการใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยวมากสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจประชาชน 1,210 ตัวอย่างทั่วประเทศ เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ว่า จะมีการจับจ่ายใช้สอยมูลค่า 1.35 แสนล้านบาท มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับการจับจ่ายใช้สอยช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา แบ่งเป็นการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ 6.22 หมื่นล้านบาท และคนต่างจังหวัด 7.30 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่มองว่าบรรยากาศปีนี้จะคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการใช้จ่ายช่องปีใหม่ เป็นการใช้จ่ายเพื่อไปท่องเที่ยวมากสุด โดยท่องเที่ยวในประเทศ 5.86 หมื่นล้านบาท เที่ยวต่างประเทศ 3.83 หมื่นล้านบาท รองลงมา คือ ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 1.74 หมื่นล้านบาท เลี้ยงสังสรรค์ 1 หมื่นล้านบาท ทำบุญ 7,394.86 ล้านบาท ซื้อสินค้าคงทน 2,206 ล้านบาท และซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย 1,178.74 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงแหล่งที่มาของเงินนำมาใช้จ่ายผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่า มาจากเงินเดือนและรายได้ปกติ รองลงมา คือ เงินออม และโบนัส รายได้พิเศษ ส่วนแผนการใช้เงิน เป็นการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว 2.52 หมื่นบาท/คน ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย 1.6 หมื่นบาท/คน สังสรรค์ 5,814 บาท/คน ซื้อสินค้าคงทน 4,375 บาท/คน ซื้อเสื้อผ้า/รองเท้า 1,756 บาท/คน เป็นต้น ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว เป็นการเที่ยวในประเทศ 1.44 หมื่นบาท/คน ต่างประเทศ 6.19 หมื่นบาท/คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต พบว่า สถานการณ์ปัจจุบันที่น่าเป็นห่วง โดยผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุปัญหาด้านเศรษฐกิจมากสุด แต่ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นปานกลาง โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยปี 2562 จะโต 4-4.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปีใหม่ปีนี้ถือว่าคึกคักมาก เม็ดเงินสะพัดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มาจากการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมากสุด และยังมีเงินสะพัดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้คนละ 500 บาท ประมาณ 11-14 ล้านคน โดยมีการกดเงินช่วงเดือนธ.ค. ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดจากส่วนนี้ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท และเงินให้กับผู้สูงอายุอีก 1,000 บาท รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรบางรายการ เช่น ข้าว ราคาดีขึ้น ช่วยทำให้การจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มคนฐานรากดีขึ้น โดยมั่นใจว่าปีนี้เศรษฐกิจจะยังโตได้ 4.2% และเกิน 4% ในรอบ 6 ปี ส่วนปีหน้า คาดว่าจะโต 4-4.5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25101</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว, คนกล้าจับจ่ายใช้สอย, สูงสุดเป็นประวัติการณ์, เงินสะพัดปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b763237a3a48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
