<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสศ.ยกย่องรร.อัปสรสวรรค์ตัวอย่างบริหารเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ มีการสอนทักษะอาชีพเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ม.ค.62- ที่โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ - กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จัดเสวนาติดตามเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ จัดสรรช่วยเหลือแล้วแก้ปัญหาตรงจุดอย่างไร โดยนพ. สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า หัวใจสำคัญของเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ คือ การดูแลและพัฒนาเด็กนักเรียนรายบุคคล ตามสภาพที่แตกต่าง โดยมีเงื่อนไข เช่น เด็กผู้ได้รับเงินดังกล่าวจะต้องเข้าเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 และมีพฤติกรรมไม่ขาดเรียนหรือมาสาย เป็นต้น เพื่อที่การข่วยเหลือจะดำเนินการอย่างถูกคน และทำให้เด็กอยู่ในระบบการศึกษา นอกจากนี้การดำเนินการต้องสามารถตรวจสอบได้ด้วย ซึ่งในส่วนของการบริหารจัดการภายหลังได้รับเงินอุดหนุน ทาง กสศ. จะแบ่งการจัดสรรเงินออกเป็น 2 ส่วน เท่าๆ กัน คือส่วนที่ 1 เป็นเงินอุดหนุนช่วยเหลือค่าครองชีพระหว่างเรียน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาเรียน และส่วนที่ 2 เป็นเงินอุดหนุนแก่โรงเรียนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการศึกษา เสริมสร้างพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ โดยโรงเรียนสามารถคิดค้นและดำเนินกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพให้แก่นักเรียน แล้วสามารถต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อขยายผลเงินอุดหนุนให้เป็นประโยชน์แก่นักเรียนกลุ่มนี้ในระยะยาวก้าวต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสุภาณี ธรรมาธิคม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์มีนักเรียนยากจนพิเศษที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการสถานศึกษาจำนวน 64 คน จากนักเรียนทั้งหมด 2,104 คน ซึ่งโรงเรียนได้นำเงินอุดหนุนที่ได้รับจากทาง กสศ. โรงเรียนบริหารการใช้จ่ายเงินเป็น 2 ส่วน คือ จัดให้นักเรียนในรูปแบบคูปองอาหารกลางวัน และจัดกิจกรรมพัฒนานักเรียนยากจนพิเศษ โดยประเมินจากความสนใจของนักเรียนเป็นหลัก จึงจัดให้มีการสอนทักษะการทำเบเกอรี่และขนมอบต่างๆแก่นักเรียนยากจนพิเศษ ซึ่งตนมองว่าหากเด็กสามารถทำขนมปังได้ก็จะสามารถต่อยอดไปได้อีกจำนวนมาก ทั้งการทำขนมปังไส้ต่างๆ หรือทำเป็นอาหารว่าง เช่น แฮมเบอร์เกอร์ขนาดเล็ก เป็นต้น ทางโรงเรียนเห็นว่าหลักการของเรื่องนี้ คือ เราต้องทำให้เด็กรู้จัก และสนุกกับการทำ สอนให้เด็กที่เป็นผู้รับ รู้จักการให้ โดยหลังจากนี้โรงเรียนจะเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้สามารถจำหน่ายขนมต่างๆ ในโรงเรียนอาหารของโรงเรียนได้ และจะสร้างกองทุนเพิ่มนำเงินในส่วนนี้ เข้ามาให้เด็กบริหารจัดการกันภายในกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวชูสะอาด กันธรส ผู้อำนวยการสำนักบริหารเงินอุดหนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กสศ. กล่าวว่า กสศ. ได้โอนเงินอุดหนุนในรอบแรกให้แก่โรงเรียนและผู้ปกครองที่ส่งข้อมูลเข้ามาและผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน เสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 393,932,400 บาท ครอบคลุมโรงเรียนจำนวน 16,759 โรง แต่ก็ยังมีโรงเรียนที่ยังไม่ได้ส่งข้อมูลเข้ามาเลยจำนวนกว่า 4,400 โรง กสศ. จึงขอประชาสัมพันธ์ให้สถานศึกษาเร่งจัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อส่งผลการรับรองรายชื่อนักเรียนยากจนพิเศษเข้ามา และดำเนินการเปิดบัญชีสถานศึกษาพร้อมทั้งระบุชื่อ-เลขบัญชีให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้นักเรียนเสียโอกาสในการรับเงินอุดหนุนยากจนพิเศษในปีการศึกษานี้ โดยระบบจะยังเปิดไปจนถึงวันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ.2562 นี้ โดยโรงเรียนสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้แล้ว จาก User ของ Admin โรงเรียน และสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ที่ยังไม่ได้จัดทำข้อมูล นักเรียนยากจนพิเศษได้ที่ https://www.eef.or.th/thaieduforall/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 02-079-5475 กด 1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.), นพ.สุภกร บัวสาย, รร.อัปสรสวรรค์, เงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20190114/image_mid_5c3c725ca18a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
