<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สมพงษ์ &#039;จี้ศธ.ปรับเงินอุดหนุนรายหัวนร. หลังใช้มากว่า 10ปี   ไม่สอดคล้องกับรายจ่ายจริงปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 มิ.ย.64- นายสมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า กสศ.ดูแลนักเรียนยากจนพิเศษ เส้นรายได้ต่ำว่า 3,000 บาทลงมา จากวิกฤตโควิด-19 ทำให้เกิดปรากฎการณ์ความยากจนที่ซ้ำซ้อน ทั้งยากจนเฉียบพลัน &amp;nbsp;จนถาวร และเกือบจน &amp;nbsp;สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบเศรษฐกิจ โดยในปีการศึกษา 2564 &amp;nbsp;เบื้องต้นเราพบว่าจะมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาประมาณ &amp;nbsp;6,568 คน แต่อีกเดือนเศษจะเพิ่มเป็นหมื่นคน และคาดการณ์ว่าสิ้นปีการศึกษา 2564 จะมีเด็กหลุดจากระบบ 65,000 คน &amp;nbsp;ถ้าหลุดจากระบบประถมศึกษาอาจจะไม่มากเพราะเป็นการศึกษาภาคบังคับราว ร้อยละ 4 มัธยมศึกษาตอนต้นอยู่ที่ ร้อยละ 19-20 มัธยมปลายอยู่ที่ ร้อยละ 48 และในจำนวนนี้โอกาสเข้ามหาลัยได้เพียง ร้อยละ 8-10 ซึ่ง กสศ.อุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอยู่ที่ &amp;nbsp;ปีละ 3,000 บาท &amp;nbsp;ต้นทุนการศึกษานั้นมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร &amp;nbsp;อยู่ประมาณ 2,058-6,034 บาท ทำให้การเรียนต่อเป็นไปไม่ได้ นโยบายการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวก็ใช้อัตราเดิมมา 10 กว่าปีไม่มีการปรับเพิ่มท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;รายได้ลด หนี้นอกระบบเพิ่ม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงคิดว่าจะต้องเร่งแก้ปัญหาจริงจัง โดยการปรับเงินอุดหนุนรายหัว ค่าเล่าเรียน ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน ให้สอดรับกับค่าใช้จ่ายจริง &amp;nbsp;ตอนนี้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงเกือบ 2-3 พัน &amp;nbsp; ไม่เช่นนั้นในภาคเรียนที่สองจะเห็นการหลุดจากระบบมากกว่านี้ เด็กที่ใกล้เสี่ยงหลุดหรือหลุดแล้ว ทัศนคติ ความมุ่งมั่นทางการศึกษาน้อยมาก การดึงกลับมาเรียนหนังสือ ถ้าไม่ทำแบบประณีด สามารถเข้าถึงวิธีคิดหรือปัญหาจริง &amp;nbsp; เทอม 2 จะเห็นเด็กหลุดมากขึ้นและเป็นวิกฤติของประเทศอย่างแท้จริง &amp;nbsp;และตนขอเสนอให้มีการประนอมหนี้การศึกษา เรียนฟรีแบบไม่มีค่าเทอม และการหาทางช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบัน มีจังหวัดพิษณุโลก และภูเก็ตได้เป็นโมเดลการทำงานเชิงรุก บูรณาการเชื่อมโยงไปสู่การทำงานในพื้นที่ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบเช่น ค่าน้ำมันรถไปกลับ วันละประมาณ 40 บาท เดือนละ 800 บาท &amp;nbsp;ผู้ปกครองมีรายได้ 1,077 บาทต่อคนต่อเดือน จะไปรอดหรือ นี่เป็นปัญหาหนักมาก เด็กที่เพิ่มมากขึ้น 7-8 แสนคนที่ยากจน ถ้าเอาเส้นรายได้ 1,021 บาท &amp;nbsp; จะมีเด็กยากจนพิเศษ 9 แสนคน &amp;nbsp;ถ้าใช้เส้นแบ่ง 1,388 บาท จะเกิดเด็กยากจนและยากจนพิเศษ 1.9 ล้านคน &amp;nbsp;เด็กเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า แต่เราดูแลได้เพียง ร้อยละ 10-15 เท่านั้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ กสศ.จะมีการประชุมคณะกรรมการ กสศ. เพื่อกำหนดทิศทางใน 3 ปีข้างหน้าในท่ามกลางวิกฤติโควิดที่ไม่ลดลง จะกำหนดบทบาทภารกิจอย่างไรเพื่อช่วยเหลือเยียวยา ครอบครัวเปราะบางยากจนให้ดียิ่งขึ้นให้ได้&amp;rdquo;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106704</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ, สกศ., เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb0dd355ff1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกศ.เตรียมชงเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนร.1.2-1.3หมื่นล.ขยายไปถึงชุดพละ ลูกเสือ เนตรนารี รร.ชนบท  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ส.ค.63- สกศ. วิจัยเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน 5 รายการ &amp;nbsp;หลังใช้ฐานตัวเลขเก่ามา 10ปี ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างเกือบ 200 โรง ครอบคลุมโรงเรียนทุกสังกัด เล็งขยายการอุดหนุนเพิ่มในชุดพละ ชุดลูกเสือ เนตรนารี &amp;nbsp;ในโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครอง คาดต้องเพิ่มบฯอีก 1.2-1.3 ล้านบาท เตรียมเสนอ ให้รมว.ศธ. พิจารณา ก.ย.นี้

นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สกศ. ได้ทำโครงการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเงินอุดหนุนการเรียนการสอน (เงินอุดหนุนรายหัว) ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยกระบวนการตอนนี้ สกศ.ได้ตรวจสอบอัตราเงินเฟ้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่า การจัดเก็บรายได้ของประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ 40-50 แต่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ 16 แสดงให้เห็นว่าประเทศมีความสามารถในการสนับสนุนงบประมาณในเรื่องนี้ ทั้งนี้ สกศ.ยังได้ส่งทีมงานลงพื้นที่เก็บข้อมูลในโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างประมาณเกือบ 200 โรง ครอบคลุมโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมถึงสำรวจโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลด้วย

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ซึ่งการสำรวจข้อมูลค่าใช้จ่ายรายหัวทำใน 5 หัวข้อเดิม คือ 1.ค่าเล่าเรียน 2.ค่าหนังสือเรียน 3.อุปกรณ์การเรียน 4.เครื่องแบบนักเรียน และ 5.กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ว่าแต่ละโรงเรียนได้รับสนับสนุนเท่าไร อย่างไร ซึ่งทั้ง 5 รายการนี้ ถือว่าใช้มาเป็นระยะเวลา 10 ปี แล้ว หรือตั้งแต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เมื่อปี 2552 ดังนั้นหากจะปรับปรุงตามสภาพการจ่ายจริงควร ที่จะปรับให้เป็นไปในทิศทางไหนอย่างไร นอกจากนี้ สกศ.ยังสำรวจค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบ เช่น ค่าชุดนักเรียนที่รัฐสนับสนุนให้ปีละ 2 ชุด แต่นักเรียนก็จะต้องมีชุดพละและชุดลูกเสือ เนตรนารี เพิ่มขึ้นมา หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น ซึ่ง สกศ.จะจัดทำเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อที่จะให้เห็นภาพชัดว่าค่าใช้จ่ายในเรื่องใดที่รัฐควรจะสนับสนุน และสนับสนุนจำนวนเท่าไรในแต่ละระดับชั้น โดย สกศ.จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

&amp;ldquo;ทั้งนี้ในส่วนของวงเงินที่จะต้องใช้เพิ่มเติม สกศ.จะพิจารณาให้ไม่เกินอัตราเงินเฟ้อ ผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่ 12,000-13,000 ล้านบาท แต่อาจจะไม่ได้เพิ่มในลักษณะนี้ทุกปี เนื่องจาก ปัจจุบันอัตราการเกิดของประชาชนลดลด คือ เมื่อ ครม.เริ่มอนุมัติค่าใช้จ่ายเรื่องนี้ ในปีการศึกษา 2553 &amp;nbsp;รัฐใช้เงินงบประมาณอยู่ที่ 64,000 ล้านบาท และปัจจุบันงบประมาณที่ใช้สนับสนุนเรื่องนี้ อยู่ที่ 55,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อรายงานนี้ได้ผ่านการพิจารณาจาก รมว.ศธ.แล้ว ก็จะต้องเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป ซึ่งในส่วนของ สกศ.เองเราได้จัดทำงานวิจัยเพื่อรองรับเรื่องนี้ รวมถึงมีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ สกศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73247</URL_LINK>
                <HASHTAG>สกศ., สุภัทร จำปาทอง, เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a6712a68e6e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาธิต มก. อินเตอร์ ต่อยอดเงินอุดหนุนรายหัวเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาล ให้ กสศ. ช่วยเด็กยากจนด้อยโอกาส “</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3ก.พ.63- นางสาวดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานกรรมการดำเนินงานโครงการศึกษานานาชาติในโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ตามที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มีโครงการบริจาคเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่เป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนมาให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ (นักเรียนทุนเสมอภาค) นั้น เนื่องจากเป็นฉลองครบรอบ 25 ปี ของการจัดตั้งโครงการนานาชาติ โรงเรียนสาธิตแห่ง มก. ตรจึงได้เชิญชวนผู้ปกครองร่วมบริจาคสิทธิ์ค่าเครื่องแบบนักเรียนและค่าอุปกรณ์การเรียน ในโครงการเรียนฟรี 15 ปี ที่ได้รับจัดสรรจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ด้วยความสมัครใจตามระเบียบของโครงการฯ เพื่อนำไปสนับสนุนความเสมอภาคและพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษตามรายชื่อของ กสศ. โดยในปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนที่ 1 มีผู้ปกครองกว่าร้อยละ 90 จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 400 คน ยินดีร่วมบริจาคเงินในส่วนดังกล่าวเข้าร่วม กสศ. เป็นเงินกว่า 150,000 บาท โดยโครงการบริจาคเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่เป็นค่าใช้จ่าย ด้านการศึกษาของนักเรียนมาให้กับนักเรียนยากจนพิเศษของ กสศ. มีเป้าหมายสำคัญที่โรงเรียนต้องการสร้างจิตสำนึกของการแบ่งปัน การให้ และการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้เด็กสาธิตเกษตรมีจิตใจอ่อนโยน พร้อมแบ่งปันในเรื่องต่างๆ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะเงินเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการดังกล่าวเริ่มต้นมาจากตอนที่ดิฉันเคยเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนสาธิตแห่ง มก. ภาคปกติ และเคยรณรงค์ให้นักเรียน ผู้ปกครองเห็นว่ายังมีเด็กอีกกลุ่มที่ยังขาดแคลนด้อยโอกาสอีกจำนวนมาก ในอดีตมีนักเรียนและผู้ปกครองร่วมบริจาคเงินมานับล้านบาท โดยในการดำเนินการครั้งนี้การที่มีกองทุน กสศ. จะช่วยให้โรงเรียนสามารถบริหารจัดการ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เด็กและผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่า เงินบริจาคจะถูกนำไปช่วยเด็กยากจนด้อยโอกาสในแต่ละพื้นที่ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง และยังสามารถติดตามผลการช่วยเหลือเป็นรายบุคคลได้อย่างต่อเนื่อง เพราะ กสศ. มีกลไกเครือข่ายการทำงานกับสถานศึกษา พร้อมทั้งมีระบบสารสนเทศที่ทันสมัยที่ช่วยให้การบริหารจัดการเงินบริจาคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใสตรวจสอบได้&amp;quot;ประธานกรรมการดำเนินงานโครงการศึกษานานาชาติในโรงเรียนสาธิตแห่ง มก.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56174</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดารณี อุทัยรัตนกิจ, สาธิตอินเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e37f1d1c8e1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
