<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กบัญชีด่วน ผู้ประกันตน ม.33  ‘เงินเยียวยารอบ 2’ เข้าวันนี้อีก 2,500 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2564 หลังจากที่คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน จ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ใน 9 กิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐ ในพื้นที่ควบคุม 29 จังหวัด &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันที่ 27-28 กันยายน ประกันสังคม ได้โอนเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่ 13 จังหวัด ที่ประกาศล็อกดาวน์ 2 เดือน คือ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา จำนวน 3,017,296 คน รอบที่ 2 อีกคนละ 2,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีมีผู้ประกันตนที่ตกหล่น และอยู่ในพื้นที่ได้รับการเยียวยา แต่ได้ไม่รับเงินเยียวยา ให้ผู้ประกันตนสามารถยื่นแบบทบทวนสิทธิ โดยผู้ทบทวนสิทธิสามารถดาวน์โหลดเอกสารแบบคำขอทบทวนสิทธิเยียวยาได้ที่ www.sso.go.th พร้อมกรอกแบบ ลงลายมือชื่อ ระบุเลขบัตรประชาชนให้ชัดเจน &amp;nbsp;หรือแนบสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเสร็จ สลิปชำระเงินสมทบ (ถ้ามี) พร้อมหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมติดต่อกลับได้ นำแบบที่กรอกครบถ้วนแล้วส่งมาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงสำนักงานประกันสังคมที่สะดวก 29 จังหวัดสีแดงเข้ม (ยึดวันประทับตามไปรษณีย์เป็นสำคัญ)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117959</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, ม.33, เงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115cda572710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายก&#039;ย้ำก.แรงงาน  เร่งโอนเงินเยียวยา ม.33,39,40 ภายใน ก.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการเร่งกำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ทั่วถึงทุกกลุ่ม ในส่วนของการดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ,39 และ40 ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศล็อกดาวน์ 2 เดือน ในรอบ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 64 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานประกันสังคมได้กำหนดระยะเวลาในการทยอยโอนเงินเยียวยาเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชนของผู้ประกันตน ดังนี้​ วันที่ 20 &amp;ndash; 21 กันยายน 2564 นี้ โอนเงินเยียวยาม. 40 ในพื้นที่ 16 จังหวัดสีแดงเข้ม ที่ขึ้นทะเบียนใหม่และจ่ายเงินสมทบเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ระหว่างวันที่ 4 ส.ค.- 24 ส.ค. 64 จำนวน 2.3 ล้านคน กลุ่มนี้ได้รับเงินเยียวยา 1 เดือน คนละ 5,000 บาท, วันที่ 21 กันยายน 2564 โอนเงินเยียวยา ม. 39 ที่ประกาศล็อกดาวน์ 2 เดือนในพื้นที่ 13 จังหวัดสีแดงเข้มคนละ 5,000 บาท จำนวน 1.17 ล้าน, วันที่ 22-23 กันยายน 2564 โอนเงินเยียวยา ม.40 รอบ 2 ในพื้นที่ 13 จังหวัด จำนวน 4 ล้านคน จะได้รับเยียวยารอบ 2 อีกคนละ 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 27 กันยายน 2564 โอนเงินเยียวยาผู้ประกันตน ม. 33 ในพื้นที่ 13 จังหวัด ที่ประกาศล็อกดาวน์ 2 เดือน &amp;nbsp;จำนวน 3.5 ล้านคน จะได้รับเยียวยารอบ 2 อีกคนละ 2,500 บาท, วันที่ 28 กันยายน 2564 โอนเงินเยียวยา ม.40 ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา จำนวน 3.45 แสนคน ที่ขึ้นทะเบียนใหม่และจ่ายเงินสมทบเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ระหว่างวันที่ 4 &amp;ndash; 24 สิงหาคม 2564 จะได้รับเยียวยารอบ 2 อีกคนละ 5,000 บาท รวมเป็น 10,000 บาท
นายธนกร &amp;nbsp;กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตน ม. 33 ม.39 และ ม.40 ไปแล้วเกือบ 10 ล้านคน แบ่งเป็น 1.ผู้ประกันตน ม. 33 จำนวนโอนแล้ว 3,292,889 ราย จำนวนเงิน 8,388.22 ล้านบาท 2.นายจ้าง จำนวนโอนแล้ว 150,472 ราย จำนวนเงิน 6,270.09 ล้านบาท 3.ผู้ประกันตน ม. 39 &amp;nbsp;จำนวนโอน 1,342,519 ราย จำนวนเงิน 6,712.60 ล้านบาท และ 4.ผู้ประกันตน ม. 40 จำนวนโอน 4,377,972 ราย จำนวนเงิน 21,889.86 ล้านบาท รวมจำนวนผู้ประกันตนและนายจ้างที่ได้รับเงินโอนแล้ว จำนวน 9,163,852 ราย จำนวนเงินทั้งสิ้น &amp;nbsp;43,104.77 ล้านบาท ซึ่งทำการโอนสำเร็จประมาณ ร้อยละ 97 ของยอดตั้งโอนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำเสมอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการช่วยเหลือให้ทั่วถึงทุกกลุ่ม หากมีผู้ประกันตนที่ตกหล่น และอยู่ในพื้นที่ได้รับการเยียวยา แต่ได้ไม่รับเงินเยียวยา ยังสามารถยื่นแบบทบทวนสิทธิเยียวยาได้ที่ www.sso.go.th ได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม นี้&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117140</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำหนดโอนเงิน, ประกันสังคม, เงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613752f672877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กบัญชีเลย  ม.40  ใน 13 จังหวัด ประกันสังคมเริ่มทยอนโอนเงินแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;24 ส.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ สำนักงานประกันสังคม เริ่มโอนเงินเยียวยาให้ ผู้ประกันตน มาตรา 40 คนละ 5,000 บาท ที่ได้รับสิทธิตามเงื่อนไขโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ใน 9 กิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยในระหว่างวันที่ &amp;nbsp;24-26 ส.ค.2564 จ่ายเงินให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 &amp;nbsp;ใน 13 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ชลบุรี อยุธยา และฉะเชิงเทรา ได้รับเงินเยียวยาคนละ 5,000 บาท โดยโอนให้วันละ 1.5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันที่ 27 ส.ค.2564 จ่ายเงินให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 ใน 16 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง ได้รับเงินเยียวยาคนละ 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พร้อมกันนี้ทางสำนักงานประกัน ได้แจ้งว่า &amp;nbsp; ผู้ประกอบอาชีพอิสระใน 19 จังหวัด สมัครและชำระเงินสมทบ ภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เพื่อรับเงินเยียวยาผ่านทางพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชน &amp;nbsp;ประกอบไปด้วย 19 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี อ่างทอง นครนายก ปราจีนบุรี ลพบุรี ระยอง สิงห์บุรี สระบุรี นครราชสีมา เพชรบูรณ์ ตาก ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กดตรวจสอบสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114324</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, ผู้ประกันตนมาตรา40, เงินเยียวยา, เช็กสิทธิ์รับเงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115cda572710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยุธยา ชลบุรี และ ฉะเชิงเทรา เตรียมรับเงินเยียวยา ม.33 วันพรุ่งนี้ ส่วนกลุ่มตกหล่นรีบผูกพร้อมเพย์ด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ส.ค. 2564 &amp;nbsp; จากกรณีที่ สำนักงานประกันสังคม ได้โอนเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ลูกจ้างนายจ้างในพื้นที่สีแดงเข้มจำนวน 13 จังหวัด โดยแบ่งโอนเงินเยียวยาดังนี้
10 จังหวัดแรกที่เริ่มจ่าย ตั้งแต่วันที่ 4-6 สิงหาคม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานคร
นครปฐม
นนทบุรี
นราธิวาส
ปทุมธานี
ปัตตานี
ยะลา
สงขลา
สมุทรปราการ
สมุทรสาคร
&amp;nbsp;
ส่วนพื้นที่สีแดงเข้มอีก 3 จังหวัด เริ่มโอนวันจันทร์ที่ 9 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระนครศรีอยุธยา
ชลบุรี
ฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำนักงานประกันสังคมโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ดังนี้
นายจ้างได้รับ 3,000 บาทต่อคนจำนวนลูกจ้างสูงสุดไม่เกิน 200 คน
ส่วนลูกจ้างได้รับ 2,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอนเงินผ่านพร้อมเพย์ผูกบัตรประชาชน
&amp;nbsp;
9 ประเภทกิจการ ดังนี้
กิจการก่อสร้าง
&amp;nbsp;กิจการที่พักแรมบริการด้านอาหาร
กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ
กิจกรรมบริการด้านอื่นๆ
การขายส่งขายปลีก ซ่อมยานยนต์
การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า
กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน
กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์
กิจกรรมทางวิชาการ สาขาข้อมูลข่าวสาร และการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ผู้ประกันตน ม.33 ที่ตกหล่นเงินเยียวยารอบแรก ไม่ต้องกังวล 13 สิงหานี้ โอนเงินอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ตกหล่นในการโอนเงินรอบแรกนี้ ขอให้ท่านเร่งตรวจสอบข้อมูลตนเอง หากเช็คแล้วว่าเงินยังไม่เข้าบัญชี ให้รีบไปติดต่อธนาคารด่วน ท่านที่ยังไม่ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน ให้รีบไปดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน โดยสามารถทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ของธนาคารที่ท่านมีบัญชีอยู่ หรือบัญชีปิด/ไม่เคลื่อนไหวแล้ว ให้ดำเนินการเปิดบัญชี และผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนให้แล้วเสร็จ ก่อนวันที่ 9 สิงหาคม 2564 เพื่อรอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งสำนักงานประกันสังคม จะโอนให้อีกรอบในวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม ทั้งนี้้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 7 สิงหาคม นี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลได้ที่ https://www.sso.go.th/eform_news/ สปส.จะแจ้งสาเหตุของกลุ่มที่ตกหล่น ว่าเหตุใดจึงโอนเงินเข้าบัญชีไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112551</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, พร้อมเพย์, ม.33, เงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f2a3679ce8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กเลย ลูกจ้าง ม.33 รับเงินเยียวยา จากประกันสังคมวันนี้ ผ่านพร้อมเพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ส.ค.2564 &amp;nbsp;จากที่เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า &amp;nbsp;ในวันที่ &amp;nbsp;4 ส.ค. สำนักงานประกันสังคมจะโอนเงินเยียวยานายจ้าง และผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สงขลา นราธิวาส ยะลา และปัตตานี เป็นวันแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกิจการที่ได้รับการเยียวยา ประกอบไปด้วย 9 กิจการ ประกอบไปด้วย
1.ก่อสร้าง
2.ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร
3.ศิลปะความบันเทิงและนันทนาการ
4.กิจกรรม บริการด้านอื่นๆ
5.การขายส่ง ปลีก ซ่อมยานยนต์
6.การขนส่งและสถานที่เก็นสินค้า
7.กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน
8.กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และกิจกรรมทางวิชาการ
9.ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวงเงินที่ได้รับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ลูกจ้าง ม.33 รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท ต่อคน (สัญชาติไทย) ผ่านพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายจ้าง ม.33 รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาท ต่อหัว สูงสุดไม่เกิน 200 คน นายจ้างบุคคลธรรมดา รับเงินผ่านพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น นายจ้างนิติบุคคล รับเงินผ่านบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้กับสำนักงานประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในวันที่ 4 ส.ค.จะเป็นการเริ่มต้นโอนเงิน เป็นวันแรก โดยใน &amp;nbsp;กลุ่ม 10 จังหวัด กรุงเทพฯ นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สงขลา นราธิวาส ยะลา และ ปัตตานี เริ่มรับเงินเยียวยา วันที่ 4 สิงหาคม โดยจะโอนวันละไม่เกิน 1 ล้านคน เสร็จสิ้นไม่เกิน 6 สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กลุ่มจังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ พระนครศรีอยุธยา จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีวันที่ 9 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนช่องทางรับเงิน ประกันสังคมจะจ่ายเงินผ่านพร้อมเพย์ ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น โดยจะสามารถผูกกับบัญชี 1 หมายเลขต่อ 1 บัญชี โดยแต่ละธนาคารมีวิธีต่างๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาได้ที่ https://www.sso.go.th หรือโทรศัพท์ สายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112141</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, ม.33, รับเงินวันนี้, เงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_6109f0c01758a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10จังหวัดแดงเข้มรอเลย 4ส.ค.เริ่มโอนเงินม.33แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บิ๊กตู่ถกทีมเศรษฐกิจ ลั่นงบประมาณยังคล่อง พร้อมดูแลกลุ่มพิเศษดึงให้พ้นวิกฤติ ขณะที่สมาคมธนาคารไทยประสานธนาคารสมาชิก พร้อมรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมผ่านระบบพร้อมเพย์ เริ่ม 4-6 ส.ค.โอนเงินเข้ากระเป๋า 10 จังหวัดสีแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านคณะทำงานซึ่งเป็นการบันทึกเทปไว้ในช่วงเวลา 17.00 น. โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการประชุมทีมเศรษฐกิจเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีหน้าที่หลายอย่างด้วยกัน ทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สาธารณสุข เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ค.ได้หารือกับคณะทำงานด้าน เศรษฐกิจ เพื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในภูมิภาค รวมทั้งประเทศรอบบ้านของเราในทุกมิติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ในส่วนของเงินงบประมาณตนเองได้สอบถามไป ก็ได้รับการยืนยันว่างบประมาณของประเทศยังมีเพียงพออยู่ ซึ่งเราใช้งบประมาณก้อนแรกไปแล้วจากวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเหลืออยู่ประมาณกว่า 2 พันล้านบาท ส่วนงบประมาณงวดใหม่กว่า 500,000 &amp;nbsp;ล้านที่ได้ขออนุมัติเงินกู้มานั้นยังไม่ได้ใช้อะไรเลย จึงสั่งการว่าต้องเตรียมมาตรการให้พร้อมทั้งมาตรการเดิมและมาตรการใหม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการพุ่งเป้าลงไปในบางกิจการหรือบางกลุ่มเป็นพิเศษให้ทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้มีการหารือกันในเรื่องการเพิ่มเติมวัคซีนให้ภาคธุรกิจ เจ้าของโรงงาน รวมทั้งแรงงานต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็มีมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ไปแล้ว ทั้ง ม.33, ม.39, &amp;nbsp;ม.40 ซึ่งคนที่ไม่ได้อยู่ใน ม.33 ก็สามารถไปขึ้นทะเบียนได้ ยังมีเวลาอีก &amp;nbsp;3 วัน สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือ ทำอย่างไรจะไม่ทำให้ภาคการผลิตเสียหาย &amp;nbsp;แต่ก็มีหลายโรงงานที่จำเป็นต้องปิดเนื่องจากมีการแพร่ระบาด ซึ่งก็ต้องมาพิจารณาว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้หลายโรงงานให้ความร่วมมือในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม &amp;nbsp;แต่บางโรงงานทำไม่ได้ก็ต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้ เพื่อแยกไปอยู่ในโรงพยาบาลสนาม ซึ่งมีทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงานและกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ทั้งนี้การพูดคุยกันในวงเศรษฐกิจนี้มีหลายประเด็น มีรายละเอียดค่อนข้างมาก เป็นการเตรียมการไว้ล่วงหน้า รวมทั้งแก้ปัญหาปัจจุบันด้วย&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สมาคมธนาคารไทยได้มีการประสานธนาคารสมาชิก &amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินการรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมเข้าบัญชีธนาคารผ่านระบบพร้อมเพย์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้นายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกปิดกิจการตามประกาศคำสั่งของ ศบค. โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะทำการโอนให้ผู้ประกันตนตาม ม.33 ที่ได้รับสิทธิ์ในวันที่ 4-6 สิงหาคม 2564 เฉพาะ 10 &amp;nbsp;จังหวัด จำนวนผู้ประกันตนกว่า 2.87 ล้านราย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา สำหรับ 3 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี &amp;nbsp;และพระนครศรีอยุธยา จะแจ้งการโอนเงินให้ทราบอีกครั้งในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือนี้ ต้องเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ตามคุณสมบัติและเงื่อนไข โดย สปส.จะเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ์บนเว็บไซต์ของ สปส. โดยผู้ประกันตนที่มีบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชนจะได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ &amp;nbsp; ไม่จำเป็นต้องติดต่อธนาคารเพื่อเปิดบัญชีใหม่ หรือลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนใหม่ สำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิ์และมีบัญชีธนาคาร แต่ยังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน หรือเดิมผูกด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ สามารถดำเนินการผูกบัญชีหรือเปลี่ยนพร้อมเพย์จากโทรศัพท์มือถือมาเป็นผูกกับหมายเลขบัตรประชาชนด้วยตนเอง ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารที่มีบัญชีอยู่ เช่น Mobile &amp;nbsp;Application, Internet Banking และเครื่อง ATM ตามช่องทางที่แต่ละธนาคารให้บริการ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคาร เพื่อความสะดวกและลดความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิ์และยังไม่เคยมีบัญชีเงินฝาก สามารถใช้บริการเปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ จากนั้นค่อยลงทะเบียนผูกพร้อมเพย์ด้วยหมายเลขบัตรประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อขอรับสิทธิ์ตามมาตรการเยียวยาดังกล่าว หากมีข้อสงสัยเรื่องการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชนหรือช่องทางที่สามารถทำได้ &amp;nbsp;สามารถศึกษาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ หรือติดต่อสอบถามผ่านคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารที่ใช้บริการอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) มีมติดังนี้ 1.เห็นชอบแนวทางการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิ์จากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเป็นการจ่ายย้อนหลังให้แก่ผู้มีสิทธิ์จำนวน 4.7 ล้านคน รายละเอียดคือ ปีงบประมาณ 2563 จ่ายเงินสงเคราะห์ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ก.ย. อัตรา 100 บาท/เดือน สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และอัตรา 50 บาท/เดือน สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้มากกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี และปีงบประมาณ 2564 เป็นอัตราเช่นเดียวกับปีก่อน จ่ายเดือนเว้นเดือน (6 งวด) เริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดาระบุว่า 2.เรื่องการรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซ้ำซ้อนกับสวัสดิการอื่นที่เคยเป็นประเด็นก่อนหน้า ที่ประชุมมีมติตามคำวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คือคืนเงินที่เรียกเก็บจากผู้สูงอายุที่รับเงินซ้ำซ้อนกับสวัสดิการอื่น ซึ่งมีจำนวนประมาณ 1.5 หมื่นราย &amp;nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลังหาแนวทางดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือน หลัง ครม.พิจารณาเห็นชอบมติดังกล่าว, ถอนฟ้องหรือระงับการบังคับคดีในกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการดำเนินคดีเรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไปแล้ว และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ เพื่อศึกษาแนวทางการกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ในการจ่ายเบี้ยยังชีพฯ แบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ 3.เห็นชอบขยายเวลาการพักชำระหนี้ของลูกหนี้กองทุนผู้สูงอายุ ต่อไปอีก 6 เดือน จากที่จะหมดเวลาในเดือน 30 ก.ย.ปีนี้ ไปจนถึง 31 &amp;nbsp;มี.ค.65 4.เห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 (พ.ศ.2566-2580) พร้อมรับสังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111683</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมเศรษฐกิจ, ธนาคารสมาชิก, นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลั่นงบประมาณยังคล่อง, สมาคมธนาคารไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103fc0d6d4c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดกระทู้ถาม 097  &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ซักเดือด &#039;ขุนคลัง&#039; เคลียร์ปมใช้งบกลาง-ยอดเงินเยียวยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กระทู้ถามที่ 097 ร. สภาผู้แทนราษฎร 18 พฤษภาคม 2563 เรื่อง &amp;quot;การแก้ไขใช้งบกลาง และยอดเงินเยียวยา ในปีงบประมาณ 2563&amp;quot; ของ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส. พรรคก้าวไกล &amp;nbsp;ถามไปยังนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุพิศาล ตั้งคำถามว่า สืบเนื่องมาจาก นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ได้เปิดเผยไว้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 31 มีนาคม 2563 เกี่ยวกับการรายงานสถานการณ์งบประมาณ ปี 2563 ว่างบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2563 ขณะนี้มีรายจ่ายที่ผูกพันไว้ใกล้ครบ 96,000 ล้านบาทแล้ว ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 - 25 มีนาคม 2563) รัฐบาลได้มีการอนุมัติเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 11 ครั้ง รวมวงเงินประมาณ 96,835 ล้านบาท เรียกว่าเต็มพิกัดแล้ว หากรัฐบาลไม่ตัดสินใจอาจไม่มีงบใช้จ่ายในมาตรการใหม่เพื่อแก้ภัยแล้งและวิกฤตโรคโควิด 19 จึงขอเรียนถามว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การอนุมัติเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 11 ครั้ง จ่ายให้กับหน่วยรับงบประมาณใด เมื่อใด ผลสัมฤทธิ์คือประการใด และกระทรวงการคลังจะแก้ไขปัญหางบกลางอย่างไร และขอให้ชี้แจงว่าเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นของงบกลางทั้งหมดในครั้งนี้ได้ถูกนำไปใช้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุดแล้วหรือไม่ ภายใต้แผนงาน กิจกรรมโครงการใดและของหน่วยรับงบประมาณใด ขอทราบรายละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จากมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 10 มีนาคม 2563 ได้มีคำสั่งให้ส่วนราชการบริหารงบประมาณกรณีที่ไม่ได้ใช้จ่ายและให้ตัดออกเพราะได้รับผลกระทบจากโรคโควิด 19 เช่น งดเดินทางประชุมในต่างประเทศ ดูงาน สัมมนา การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ โดยขอตัดงบ 10% และโอนย้ายงบประมาณมาที่งบกลาง การแก้ไขด้วยวิธีตัดโอนงบประมาณนี้มีผลสัมฤทธิ์อย่างไร มีหน่วยรับงบประมาณใดบ้างที่ส่งรายงานระบุว่าได้ตัดงบบริหารได้และไม่ได้ตัดงบ มีเหตุผลใดและเกิดปัญหาใดๆ ในการดำเนินงานหรือไม่ กระทรวงการคลังจะมีการบูรณาการระหว่างปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพเพียงพอในการควบคุมสถานการณ์ รวมถึงเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้รอดพ้นช่วงวิกฤติในครั้งนี้และที่อาจตามมาในอนาคตอย่างไร โดยขอให้จัดทำรายละเอียดในการเยียวยากลุ่มต่างๆ ให้ปรากฏเป็นยอดเงินที่แต่ละกลุ่มได้รับและภาพรวมทั้งสิ้นเท่าใด ขอทราบรายละเอียด ขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอาคม ตอบกระทู้ถาม ของพล.ต.ต.สุพิศาล &amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบข้อ 1 และข้อ 2 กระทรวงการคลัง ขอเรียนว่า ผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินส ารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น พ.ศ. 2562 หมวด 1 การขอรับจัดสรร งบกลาง ข้อ 5 การขอจัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น บัญญัติไว้ว่าให้กระทำได้ในกรณีที่เป็นรายจ่าย เพื่อป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ เพื่อการเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง เป็นรายจ่ายที่ได้รับจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว แต่มีจำนวนไม่เพียงพอและมีความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐต้องใช้จ่ายหรือ ก่อหนี้ผูกพันงบประมาณโดยเร็ว และเป็นรายจ่ายที่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณแต่มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องดำเนินการและต้องใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันงบประมาณโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจ าเป็น ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ จำนวน 96,000.00 ล้านบาท รับโอนจากพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 88,452.60 ล้านบาท รวมงบประมาณรายจ่ายประจำปีทั้งสิ้น จำนวน 184,452.60 ล้านบาท ผลการปฏิบัติงาน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งสนับสนุนภารกิจส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในพื้นที่ 76 จังหวัด มุ่งเน้นการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนและพัฒนาพื้นที่กักเก็บน้ำให้สามารถรองรับน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฟื้นฟู เยียวยา เกษตรกร ผู้ประสบภัยจากภาวะฝนทิ้งช่วงและอุทกภัย รวมทั้งการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต ทั้งทางด้านการเกษตร ด้านปศุสัตว์ และด้านการประมง การฟื้นฟูโครงการสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบรรเทาและแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID- 19)เพื่อป้องกัน บรรเทาปัญหา และเยียวยาสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ที่แพร่ระบาดทั่วโลกตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2563 เป็นการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนตามมาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้าง ของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID- 19) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 ที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 3 ล้านคน รายละ 5,000 บาทต่อเดือนเป็น ระยะเวลา 3 เดือน และการเตรียมความพร้อมเสริมความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขและระบบคัดกรอง การส่งเสริมการป้องกันให้กับประชาชนทั่วไป การจัดตั้งสถานกักตัวของรัฐ (State Quarantine) การแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนในช่วงวิกฤต และโครงการจ้างงานของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนที่ตกงานได้มีงานทำในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยีวัคซีน และการเตรียมความพร้อมในการรองรับการระบาดในระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ภารกิจจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการและต้องใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันงบประมาณโดยเร็ว ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าใช้จ่ายทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ที่มีความเร่งด่วนจำเป็นต่างๆ เช่น มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจทางด้านการท่องเที่ยว และทางด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การสร้างความเข้มแข็ง และลดภาระหนี้ให้แก่เกษตรกร และลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว แก้ไขปัญหาการระบาดทางด้านการเกษตรและปศุสัตว์ แก้ไขปัญหา การทำการประมงผิดกฎหมาย การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจ าเป็นเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งมาตรการต่างๆ ดังกล่าว ส่งผลให้มีเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและช่วยพยุงสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมทั้งปัญหาต่างๆ ของประชาชนได้รับการแก้ไขและ/หรือบรรเทาความรุนแรงลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการภาครัฐ โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องปฏิบัติตามภาระผูกพันตามกฎหมายที่ภาครัฐจำเป็นต้องจ่าย และค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ สำหรับรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ภาครัฐสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ตรงกับความต้องการของพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างทันท่วงที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107172</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทู้ถาม, งบกลาง, พรรคก้าวไกล, สุพิศาล ภักดีนฤนาถ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, เงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1501a5a034.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
