<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; พอใจ ศธ.จ่ายเงินเยียวยา2พัน ทะลุ 97% ดูแลกลุ่มตกค้าง ขยายเวลาได้รับเงินไปถึงธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ต.ค.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือ บรรเทาผลกระทบของประชาชน ในโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 จำนวน 2,000 บาท ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ทั้งในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนอกสังกัด ศธ.ทุกคน ทั่วประเทศ จำนวน 10,952,960 คน รวมเป็นเงินประมาณ 21,905,920,000 บาท ซึ่งขณะนี้ในภาพรวมมีการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว จำนวน 10,258,424 คน รวมเป็นเงิน 20,516,848,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 93.66 ของนักเรียนที่มีสิทธิทั้งหมด โดยจำแนกเป็นหน่วยงานในสังกัด ศธ. จ่ายเงินเยียวยาแล้ว จำนวน 9,569,466 คน เป็นเงินประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท และคิดเป็นร้อยละ 97.75 จากนักเรียนที่มีสิทธิทั้งหมด 9,709,019 คน สำหรับหน่วยงานนอกสังกัด ศธ.ได้จ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว จำนวน 688,958 คน เป็นเงินประมาณ 1.3 พันล้านบาท และคิดเป็นร้อยละ 59.24 จากนักเรียนที่มีสิทธิทั้งหมด 1,162,941 คน ซึ่งนายกฯได้ชื่นชมที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ดิฉันได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน ทุกสังกัด เร่งรัดดำเนินการจ่ายเงิน 2,000 บาท ให้เงินถึงมือนักเรียน นักศึกษา หรือ ผู้ปกครองโดยเร็ว ทั้งนี้ ยืนยันว่านักเรียนที่มีสิทธิทุกคนจะได้รับเงิน และหากมีปัญหาให้ติดต่อที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)ในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ และการเบิกจ่ายเงินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย &amp;nbsp;เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และมติคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;ดิฉันจึงได้เสนอขอขยายระยะเวลาดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของ ศธ. จากเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 เป็นเดือน สิงหาคม-ธันวาคม 2564&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118428</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #บิ๊กตู่, เงินเยียวยานักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61569e7a5ee87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.จ่ายเงินเยียวยา รร.ในสังกัด 2,000บาท ครบเกือบ 100% คาดอีก1-2วันจ่ายครบทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13ก.ย.64 - นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งสายสามัญศึกษาและสายอาชีพ ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คนละ 2,000 บาท ตามโครงการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่า การจ่ายเงินในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ขณะนี้มีการจ่ายเงินให้กับนักเรียนและผู้ปกครองเกือบครบ 100% แล้ว คาดว่าในอีก 1-2 วันน่าจะจ่ายได้ครบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ในส่วนของ สพฐ.การจ่ายเงินเยียวยาเป็นไปตามแผน เกือบครบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงไม่กี่แห่ง เช่นในพื้นที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) แม่ฮ่องสอน เขต 2 มี 1-2 โรงเรียนยังไม่สามารถจ่ายเงินให้นักเรียน และผู้ปกครองได้ เนื่องจากผู้อำนวยการโรงเรียนติดเชื้อโควิด-19 ประกอบกับในบางหมู่บ้านมีการปิดหมู่บ้านห้ามคนเข้าออก ดังนั้นจึงได้มีการพูดคุยกับทางนายอำเภอเพื่อทำความเข้าใจกับทางผู้ปกครองว่าเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจะรีบจ่ายเงินให้ทันที ซึ่งผู้ปกครองก็เข้าใจ อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมแล้วการจ่ายเงินของ สพฐ.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ช่วงแรกยอมรับว่าอาจจะเกิดปัญหาอยู่บ้านเนื่องจากแต่ละโรงเรียนก็นัดไปถอนเงินเพื่อนำมาแจกให้กับนักเรียน และผู้ปกครองในวันเดียวกัน ทำให้ทางธนาคารเตรียมเงินไว้ไม่เพียงพอ แต่หลังจากทำความเข้าใจกันแล้วทุกอย่างก็ราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ในส่วนของ สอศ.ได้รับรายงานว่าพบปัญหาติดขัดการจ่ายเงินเยียวยา จำนวน 7 แห่ง แบ่งเป็นอาชีวศึกษาเอกชน 4 แห่ง ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองว่าทางโรงเรียนไม่ยอมจ่ายเงินให้กับนักเรียน และผู้ปกครองที่ยังค้างชำระค่าเทอม โดยตนได้ส่งหนังสือทำความเข้าใจกับทางโรงเรียนแล้ว และได้รับการยืนยันว่าจะจ่ายเงินให้กับนักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนโดยเร็วที่สุด ส่วนวิทยาลัยของรัฐพบปัญหาการโอนเงินต่างธนาคาร ซึ่งบางแห่งมีเด็กจำนวนหลายพันคนจึงเกิดความล่าช้า แต่ทุกแห่งแจ้งว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116542</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., เงินเยียวยานักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ef631a4f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; จี้ต้นสังกัด รร.รัฐ-เอกชน กำชับต้องจ่ายเงินเยียวยาครบ2,000 บาท ห้ามหักเด็ดขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10ก.ย.64-&amp;ldquo;นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ติดตามการจ่ายเงิน ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งสายสามัญศึกษาและสายอาชีพ ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ คนละ 2,000 บาท ตามโครงการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งตนได้รับข้อมูล ว่า ขณะนี้มีสถานศึกษาบางแห่งทั้งในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ยังไม่จ่ายเงินให้แก่ผู้ปกครอง หรือ หักเงินดังกล่าวไว้ส่วนหนึ่ง โดยใช้เหตุผลต่าง ๆ เช่นระบุว่า เป็นการหักค่าบำรุงการศึกษา หรือ ค่าธรรมเนียมการเรียน ที่ผู้ปกครองค้างชำระสถานศึกษาไว้ เป็นต้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการจ่ายเงินเยียวยานี้ รัฐบาลและ ศธ. มีเจตนาให้เป็นการชดเชยค่าใช้จ่ายในการเรียนที่เพิ่มขึ้นในช่วงโควิด-19 เงินนี้ต้องถึงมือนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองเต็มจำนวน เพื่อนำไปใช้ตามความจำเป็น สถานศึกษาไม่มีสิทธิ์หักเงินนี้ไว้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อรับทราบข้อมูล ว่า สถานศึกษาบางแห่ง ยังไม่จ่ายเงินให้ผู้ปกครอง หรือ มีการหักเงินส่วนหนึ่งไว้ ดิฉันจึงได้ประชุมร่วมกับนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายอัมพร พินะสา&amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) และนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) โดยได้กำชับให้สั่งการไปยังแต่ละส่วนราชการในสังกัดให้ดำเนินการตามหนังสือแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินตามโครงการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ได้มีหนังสือจากต้นสังกัดแจ้งไปยังสถานศึกษาก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัด รวมถึงดำเนินการจ่ายเงินเยียวยา 2,000 บาท ให้ถึงมือนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครองเต็มจำนวนโดยเร็ว หากพบปัญหาการแจกจ่ายเงินขอให้แจ้งมาที่สายด่วน ศธ. 1579&amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116274</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, อัมพร พินะสา, เงินเยียวยานักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b605426f90b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สช.ซักซ้อม การรับเงิน 2 พัน ช่วยเหลือ ผปค.-นร. เผย มี นร. กว่า 5 พันคนไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ก.ย.64-นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ในการประชุมซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเพิกจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียน ด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ผ่านระบบออนไลน์ ตนได้ชี้แจงให้ที่ประชุมเข้าใจ ว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้รับการจัดสรรให้นักเรียน จำนวน 2,134,978 คน เป็นเงิน 4,269,956,000 บาท ซึ่งจากข้อมูลที่ตนตรวจสอบ พบว่ามีรายชื่อนักเรียนที่ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินจำนวน 2,000 บาทได้ จำนวน 5,107 คน แบ่งเป็นกลุ่มรายชื่อซ้ำซ้อน จำนวน 73 คน ไม่ระบุห้องเรียน 37 คน กรอกข้อมูลทีหลังจากที่มีการเสนอรายชื่อ 4,622 คน เด็กครบ 3 ขวบแต่ระบุเตรียมอนุบาล 375 คน ซึ่งนักเรียนในกลุ่มนี้จะได้รับเงินต่อเมื่อมีเงินเหลือจ่ายในกรณีที่มีผู้ปกครองสละสิทธิ์ไม่รับเงิน หรือเงินที่โรงเรียนตรวจพบว่าเด็กไม่มีตัวตนและคืนกลับมา และ สช.จะทยอยจ่ายโดยให้ไปตามลำดับเวลาที่กรอกข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ คือ โรงเรียนจะต้องจัดทำข้อมูลนักเรียน ผ่านโปรแกรม Regis ของ สช. ตรวจสอบที่รับโอนเงินจาก สช./ศธจ.เข้าบัญชีโรงเรียน แจ้งช่องทางการจ่ายให้กับผู้ปกครอง ถ้ามีการสละสิทธิ์ให้รวบรวมหนังสือสละสิทธิ์จากผู้ปกครอง และตั้งผู้จ่ายเงินอย่างน้อย 2 คน โดยจะต้องมีคำสั่งแต่งตั้ง เพื่อรับผิดชอบการจ่ายเงิน ทั้งนี้การดำเนินการจ่ายเงินให้ผู้ปกครอง จะต้องเป็นบัญชีของโรงเรียนเท่านั้น หรือกรณีรับเงินสด จะต้องทำหลักฐานการจ่ายและผู้รับ ภายใน 15 วัน หากผู้ปกครองคนใดที่ต้องการให้โรงเรียนโอนเงินและมีค่าธรรมเนียมการโอนผู้ปกครองต้องรับสภาพจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวในส่วนของศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสช.จังหวัด จะตรวจสอบการโอนเงินจาก สช.เข้าบัญชีเงินอุดหนุนรายบุคคล ออกใบเสร็จรับเงินส่งให้ สช.ภายใน 10 กันยายน โอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนภายใน 7 กันยายน จากนั้นรวบรวมใบเสร็จรับเงินของโรงเรียนให้แล้วเสร็จภายใน 21 กันยายน หากเป็นไปได้ตนต้องการที่จะเห็นทุกจังหวัดตั้งคณะทำงานติดตาม กำกับ การจ่ายเงินของโรงเรียน ส่วนกรณีที่ต้องส่งคืนด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ให้ ศธจ.ส่งคืนโดยเร็วอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมรับทราบว่ามีบางโรงเรียนใช้วิธีการจ่ายเงินในรูปแบบ Drive Thru คือ ผู้ปกครองขับรถมารับเงินที่โรงเรียนใส่ซองพลาสติกไว้ให้ ซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้สำหรับกรณีที่มีการร้องเรียน ว่า มีการข่มขู่จากโรงเรียน และเตรียมหักเงินจำนวน 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าที่ค้างการชำระค่าธรรมเนียมนั้น ตนต้องร้องขอโรงเรียนเอกชนเป็นพิเศษ เพราะการที่เราได้รับความช่วยเหลือจากรัฐไม่ง่าย และสังคมต่างจับตามอง รวมถึงมีความคาดหมายว่าเมื่อไรที่ได้รับเงิน จำนวน 2,000 บาท ก็เรียบร้อยโรงเรียนเอกชน ดังนั้นเราต้องช่วยกันอย่าให้เกิดปัญหานี้ ต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าไม่ได้ตะกละตะกลามที่จะเอาเงินส่วนนี้ ซึ่งการดำเนินการนี้ เป็นไปตามที่บอร์ด กช.มอบหมาย ดังนั้นหากมีโรงเรียนใดจ่ายเงินนอกลู่นอกทาง ทำผิดกติกาถือว่าเป็นการขัดคำสั่ง จำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เช่น การสั่งหยุดกิจการ สั่งเพิกถอนใบอนุญาต เป็นต้น&amp;quot;เลขาฯ กช.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115271</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สช., นายอรรถพล ตรึกตรอง, เงินเยียวยานักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adefe1c5580.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเยียวยา นร.   2,000 บาท ถึงศธ.แล้ววันนี้( 30ส.ค.)โอนให้ผู้ปกครองไม่เกิน 7 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ส.ค.64- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาท ตามโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ขณะนี้งบประมาณตามโครงการดังกล่าว มาถึงยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรียบร้อยแล้ววันนี้ (30 ส.ค.) โดยตนได้ส่งงบประมาณไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแล คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ให้กระจายไปสู่สถานศึกษาในสังกัดแล้ว สำหรับประเด็นก่อนหน้านี้ ศธ.ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ว่า เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนนี้มีความสะดวกขึ้น ศธ. จึงเสนอให้มีการจ่ายเงินทั้งในรูปแบบโอนผ่านบัญชีธนาคาร และเงินสดนั้น อยู่ระหว่างการติดตามว่าจะสามารถดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวได้หรือไม่ ทั้งนี้ตนคาดว่าเงินดังกล่าวจะถึงมือผู้ปกครองโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้โอนเงินดังกล่าวไปยังสถานศึกษา ในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทุกแห่งแล้วทั้งรัฐและเอกชน โดยทุกวิทยาลัยจะต้องดำเนินการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ สพฐ. จะโอนเงินไปยังบัญชีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และให้เขตฯ โอนต่อไปยังโรงเรียน เมื่อถึงบัญชีโรงเรียนแล้ว ขอให้โรงเรียนโอนเงินหรือจ่ายเงินถึงมือผู้ปกครอง โดยกระบวนการทั้งหมดขอให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115045</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, สุภัทร จำปาทอง, เงินเยียวยานักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f92c6298f72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.จี้ติดสภาพัฒน์ฯทวงถาม จ่ายเงินเยียวยา2พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

13ส.ค.64-&amp;nbsp;&amp;quot;รมว.ศธ.&amp;quot; มอบ &amp;quot;ปลัด ศธ.&amp;quot; ติดตาม การจ่ายเงินเยียวยา ผู้ปกครอง-นักเรียนจากสภาพัฒน์ฯ ภายในสัปดาห์นี้ คาด เป็นไปตามไทม์ไลน์ที่วางไว้

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้ประชุมติดตามงานเรื่องการบริหารจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ร่วมกับนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ซึ่งตนได้มอบหมายให้นายสุภัทร เร่งติดตามกระบวนการขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาทจากสำนักงานสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ ดังนั้นจะเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่เราวางไว้ว่าเงินเยียวจำนวนดังกล่าวจะส่งถึงมือเด็กและผู้ปกครองไม่เกินเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้ ซึ่งขณะนี้ ศธ.รอการอนุมัติการจัดสรรเงินเยียวยาเพียงอย่างเดียว เพราะได้สั่งหน่วยงานที่สถานศึกษาในสังกัดเตรียมความพร้อมขั้นตอนการจัดส่งเงินแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังมอบให้ปลัด ศธ.ไปจัดทำหลักเกณฑ์การรับเงินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเงิน จำนวน 99,900,000 บาท เพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 โดยในส่วนของ ศธ.ได้รับเงินพระราชทานจำนวน 70,000,000 บาท ดังนั้นเงินพระราชทานจำนวนนี้จะต้องมีการจัดทำหลักเกณฑ์ เพื่อให้การจัดสรรเงินพระราชทานไปยังสถานศึกษาที่ถูกจัดให้เป็นโรงพยาบาลสนามทั่วถึงอย่างเหมาะสม &amp;nbsp;

&amp;ldquo;ขณะเดียวกันยังให้เร่งประสานงานหาที่พักคอย กักตัว ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19เพิ่มเติมจาก The Letter Park เมืองเอก จ.ปทุมธานีที่ดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้ เพราะในอนาคตสถานที่ที่มีอยู่อาจเต็มจึงต้องมีการสำรองสถานที่ไว้เพิ่มเติม ซึ่งให้ดร.สุภัทร ไปประสานที่สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา วัดไร่ขิง จ.นครปฐม และหอพัก สกสค.ใน ศธ. ส่วนประเด็นที่ผู้บริหารหอพักสกสค.ไม่สนับสนุนนโยบายนี้จนทำให้ต้องไปใช้สถานที่ &amp;nbsp;Letter Park &amp;nbsp;นั้นไม่อยากให้คิดเช่นนั้น ดิฉันเชื่อว่าผู้บริหารทุกคนพร้อมสนับสนุนและยินดีช่วยแก้ปัญหาโควิดกันอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากหอพัก สกสค.อยู่ใจกลางเมืองและตั้งในสถานที่ราชการจึงต้องมีการทำประชาพิจารณ์จากชุมชนโดยรอบก่อน&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113143</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, สภาพัฒน์, เงินเยียวยานักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114e2346e92e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
