<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เม็ดเงินไหล4แสนล้านดันจีดีพีโต1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คลังอัดฉีด 2.4 แสนล้านกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ดูแลประชาชนได้ครอบคลุมกว่า 51 ล้านคน ส่งผลเม็ดเงินไหลลงระบบ 4 แสนล้าน ครึ่งปีหลังปูพรม 4 มาตรการ ดันจีดีพี 1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบโควิด-19 และกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย รวมเป็นวงเงินกว่า 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งสามารถดูแลประชาชนได้ครอบคลุมกว่า 51 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้จะส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 4 แสนล้านบาท สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 1% ของจีพีดี ดังนั้นจึงคาดว่าในปี 2564 นี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวมากกว่า 2.3% ต่อจีดีพี ซึ่งในวันที่ 17 พ.ค.นี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะมีการแถลงปรับประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในระยะแรก กระทรวงการคลังจะเสนอ ครม.ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ เพื่อเพิ่มวงเงินโครงการเราชนะ ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระประชาชนในช่วงโควิดอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท ระยะเวลา 2 สัปดาห์ รวมเป็นวงเงิน 2,000 บาท โดยจะโอนเงินเข้าให้ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการ และใช้จ่ายผ่านบัตรประชาชน ในวันที่ 21 และ 28 พ.ค.64 ส่วนกลุ่มที่มีแอปเป๋าตัง ในวันที่ 20 และ 27 พ.ค.นี้ รวมเป็นเงินงบประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โครงการม33เรารักกัน กระทรวงแรงงานจะเสนอ ครม.อนุมัติเพิ่มวงเงิน 2,000 บาท ในวันที่ 11 พ.ค.นี้เช่นกัน โดยจะเริ่มจ่ายเงินในวันที่ 24 และ 31 พ.ค.นี้ ใช้งบประมาณรวมกว่า 1.85 หมื่นล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการดังกล่าวสามารถใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในไตรมาส 2 จะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการเราชนะ และม33เรารักกันกว่า 2.4 แสนล้านบาท และจะมีเม็ดเงินเพิ่มเข้ามาอีก 8.5 หมื่นล้านบาท จากการเพิ่มวงเงิน 2,000 บาท ให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนสาเหตุที่ยังไม่ออกโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ออกมากระตุ้นการใช้จ่ายในเดือน พ.ค.64 เลยนั้น เป็นเพราะว่าไม่อยากให้ประชาชนเดินทางออกมาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการระบาดโควิด-19&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังก็ได้เตรียมมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง หรือ ก.ค.-ธ.ค.64 โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ครม.ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังจะพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อีกครั้ง หากสถานการณ์โควิดดีขึ้น ก็จะเสนอ ครม.เพื่ออนุมัติโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายต่อไป ผ่าน 4 มาตรการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ 1.การเติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.65 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน 2.เติมเงินให้กลุ่มเปราะบาง ที่เป็นผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งเคยเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมทั้งกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุด้วย จำนวน 2.5 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เป็นการกระตุ้นกำลังซื้อผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยด้วย โดยจะเป็นการใช้จ่ายแบบ copay รัฐช่วยจ่ายวันละ 150 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการรวมเป็นเงิน 3,000 บาท ซึ่งจะแบ่งเป็นช่วงแรก ไตรมาส 3 ของปีนี้ จะทยอยจ่าย 1,500 บาท และไตรมาส 4 อีก 1,500 บาท ครอบคลุมประชาชน 31 ล้านคน โดยที่ผ่านมามีประชาชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 15 ล้านคน สำหรับโครงการเฟส 3 นั้น จะเปิดให้เข้ามาลงทะเบียนรับสิทธิอีก 16 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 4.มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านผู้ที่มีกำลังซื้อ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะมีการเปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ w ww.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หลังจากที่ ครม.อนุมัติโครงการ กลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีหลักการรัฐสนับสนุน e-Voucher ค่าสินค้า อาหาร ค่าเครื่องดื่ม และค่าบริการ (ไม่รวมลอตเตอรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับยานพาหนะ ค่าบริการนำเที่ยว ค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบิน) ในอัตรา 10-15% สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน โดยยอดใช้จ่ายเพื่อคำนวณ e-Voucher ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวันต่อคน แบ่งเป็น 2 ต่อ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อที่ 1 ใช้จ่าย 1-40,000 บาทแรก จะรับ e-Voucher 10% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อที่ 2 ใช้จ่าย 40,001-60,000 บาท รับ e-Voucher 15% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วิธีการใช้จ่ายผ่านโครงการ จะต้องนำเงินเข้ามาในวอลเลตบนแอปเป๋าตัง โดยใช้จ่ายในการซื้อสินค้า/บริการ ที่จะได้รับ e-Voucher ช่วง ก.ค.-ก.ย. จากนั้นจะได้รับ e-Voucher คืนทุกต้นเดือนถัดไปหลังมีการใช้จ่าย หรือช่วง ส.ค.-ธ.ค.64 โดยวงเงินสิทธิที่ได้รับนั้น ก็จะเข้ามาในวอลเลตบนแอปเป๋าตังเช่นกัน ซึ่งไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102242</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, กุลยา ตันติเตมิท, ดันจีดีพี, สถานการณ์โควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินไหลลงระบบ 4 แสนล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608ac1bb7abdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
