<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กวิ้น’หักศาล!ลุยปฏิรูปสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เงื่อนไขประกันตัวไร้ความหมาย &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; ออกสาส์นฉบับแรกโจมตีศาล เอาเรื่องทางการเมืองมาตั้งเงื่อนไขสกัดการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย&amp;nbsp; แต่ไม่วายเย้ยเป็นการวางบรรทัดฐานว่าคดี ม.112 กฎหมายป่าเถื่อน ก็มีสิทธิได้ประกันตัว ซื่อตาใสไม่เคยสร้างความเสื่อมเสียอะไรให้กษัตริย์ ยันต่อสู้ปฏิรูปสถาบันฯ ต่อ ส่วน &amp;quot;รุ้ง&amp;quot; แจ้งข่าวตัวเองติดโควิดแต่ยังไปม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 พ.ค.2564 นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;ldquo;สาส์นแรกแห่งอิสรภาพ&amp;rdquo; ระบุว่า สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน การคุมขังผม 93 วัน และการอดอาหารประท้วงความอยุติธรรมเป็นเวลา 57 วันของผมสิ้นสุดลงแล้ว โดยที่เมื่อวานนี้ ศาลได้คืนสิทธิประกันตัวให้ผมและพี่แอมมี่แล้ว แม้จะเป็นการประกันตัวโดยที่ศาลกำหนดเงื่อนไขมาบางประการ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นเพื่อสกัดกั้นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผมจะถือว่าการที่ศาลเอาเรื่องทางการเมืองมาตั้งเงื่อนไขนี้เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องพิจารณาตัวเองว่าดำรงตนในความยุติธรรมหรือไม่ อย่างไรก็ดี นี่คือการวางบรรทัดฐานว่าคดีมาตรา 112 ก็มีสิทธิได้รับการประกันตัว จากเดิมที่ในอดีตนั้นแทบไม่มีการได้ประกันตัวเลย และผมเชื่อว่ากฎหมายป่าเถื่อนมาตรานี้จะถูกยกเลิกไปในไม่ช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของเงื่อนไขนั้น ผมเห็นว่าไม่ได้ขัดข้องอะไรต่อการเคลื่อนไหว เพราะเงื่อนไขข้อที่ว่าห้ามมิให้สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์นั้น ผมก็ไม่เห็นว่าผมจะสร้างความเสื่อมเสียอะไรให้สถาบันกษัตริย์ เพราะผมไม่คิดว่าสถาบันกษัตริย์จะเสื่อมเสียลงเพียงเพราะการที่ประชาชนพูดความจริง เช่นเดียวกับเรื่องการเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ทวงคืนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (เช่น หุ้น SCB) ยกเลิกกองกำลังส่วนพระองค์ เหล่านี้ผมไม่เห็นว่าจะสร้างความเสื่อมเสียให้สถาบันกษัตริย์ได้อย่างไร หากจะมองว่าการเรียกร้องให้กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องเสื่อมเสีย ก็คงจะต้องถามกันต่อว่าประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขหรือปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กันแน่ ดังนั้นแล้ว สำหรับผม การต่อสู้เพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จะดำเนินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเงื่อนไขเรื่องห้ามเข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้น ผมยืนยันว่าตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา ผมยึดมั่นในหลักการไม่ใช้ความรุนแรง การชุมนุมที่ผมเข้าร่วม หรือได้มีส่วนร่วมจัดนั้นล้วนแต่เป็นการชุมนุมโดยสงบ สันติ และปราศจากอาวุธทั้งสิ้น เท่าที่เห็นก็มีแต่จะไม่สงบบ้าง เพราะถูกเจ้าหน้าที่ ผู้ชุมนุมฝ่ายรัฐ และผู้ไม่ประสงค์ดีมาใช้กำลังเพียงเท่านั้น ดังนั้น ผมจึงเห็นว่าเงื่อนไขข้อนี้จะไม่เป็นอุปสรรคในการต่อสู้ของผมเช่นกัน และผมพร้อมที่จะเข้าร่วมทุกกิจกรรมหลังจากที่วิกฤตการณ์โรคระบาดระลอกนี้ (ซึ่งเกิดจากความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล) ได้ผ่านพ้นไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจะยังดำเนินต่อไปด้วยความเข้มข้นและเข้มแข็ง การต่อสู้ของเราดำเนินอยู่บนสัจธรรมความจริง เพราะไม่มีพลังใดจะยิ่งใหญ่เท่าพลังแห่งความจริง และความจริงย่อมเป็นสิ่งนิรันดร์ประดุจดวงดาว เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่มุมใดของฟ้า ดวงดาวก็จรัสแสง เช่นเดียวกับความจริง ไม่ว่าจะอยู่ในกรงขัง ในเครื่องทรมาน หรือที่หลักประหาร ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงที่ทรงพลังและไม่มีวันตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก้าวต่อไปเฉพาะหน้า เราจะต้องช่วยกันปลดปล่อยผู้พูดความจริงอีกหลายคนที่ยังถูกจองจำอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นทนายอานนท์ พี่ไมค์ ระยอง แฟรงค์ ณัฐชนน และอีกหลายๆ ท่าน เราผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายยังจะต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ให้เห็นอย่างสมบูรณ์ว่าการพูดความจริงไม่ผิด และความเท็จไม่อาจคุมขังปิดบังความจริงได้ตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมยังคงเป็นผม และยังคงศรัทธาในความจริงที่ว่าไม่มีใครหมุนเข็มนาฬิกากลับได้ และสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงซึ่งกำลังพัดโบกจะพาเราไปสู่อีกด้านหนึ่งของขอบฟ้าในไม่ช้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในระหว่างนี้ ตัวผมขอพักฟื้นร่างกายและหาอะไรกินก่อนจะเดินไปกับพี่น้องทุกท่านอีกครั้ง ผมยังคงเป็นคนเดิม สู้เพื่ออุดมการณ์ดังเดิม และจะมุ่งมั่นต่อการต่อสู้มากกว่าเดิมครับ ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สวัสดีค่ะทุกคน มีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนทราบนะคะว่าหลังจากที่ออกจากทัณฑสถานหญิงกลางเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา หนูเพิ่งได้รับทราบผลตรวจโควิด และพบว่าหนูติดเชื้อค่ะ กำลังเข้ารับการรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์ทันที และตอนนี้หนูได้แจ้งคนที่ใกล้ชิดหนูทุกคนแล้วค่ะ หนูขอโทษทุกคนที่ได้มาสัมผัสหรือใกล้ชิดหนูจริงๆ นะคะ หนูไม่คิดว่าตัวเองจะติดเลย เพราะไม่มีอาการจนช่วงค่ำของเมื่อคืน และเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อทุกคนหนูเลยมาแจ้ง timeline ให้ทุกคนทราบค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Timeline&amp;nbsp; 6 พ.ค. ทัณฑสถานหญิงกลาง ศาลอาญารัชดา โรงพยาบาลพระราม 9 บ้าน 7 พ.ค. อยู่บ้าน 8 พ.ค. อยู่บ้าน 9 พ.ค. อยู่บ้าน 10 พ.ค. อยู่บ้าน ไป swap drive thru เวลา 13.30 น. 11 พ.ค. ไปบริเวณหน้าเรือนจำ ช่วงเวลา 18.30-20.30 น. รู้ผลว่าติดโควิด 20.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังโรงพยาบาลสนามราชทัณฑ์ กับนายปริญญา ชีวินปฐมกุล หรือพอร์ท ไฟเย็น อายุ 36 ปี ในคดีที่นายปริญญาโพสต์เฟซบุ๊กชื่อ Richadan Port เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2559 เป็นภาพข่าวการทำรัฐประหารในประเทศตุรกี พร้อมข้อความประกอบ...กับวันที่ 30 มิ.ย.2559 ได้โพสต์เนื้อหาเพลง สถาบัน &amp;hellip; และวันที่ 27 เม.ย.2559 ได้โพสต์ข้อความวิจารณ์สถาบันกษัตริย์และกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลให้ประกันตัวมีเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยทำกิจกรรมหรือใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในทางที่จะเกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมใดที่อาจก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล ให้มาศาลตามกำหนดนัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงกรณี นายพริษฐ์ ว่าทีแรกก็มองเจตนาดีว่า นายเพนกวินจะกลับตัวกลับใจ หลังจากติดคุกติดตะรางมา 91 วันก็คงจะสำนึกผิดที่ได้ก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงอันมิบังควร แต่พอเห็นข่าวและภาพนายเพนกวินชูสามนิ้วกับแม่ และสวมเสื้อ ยกเลิก ม.112 และมีข้อความปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เท่านั้นแหละ ตนและประชาชนส่วนใหญ่ที่ปกป้องสถาบันฯจึงมีความรู้สึกตรงกันว่า ทำไมนายเพนกวินจึงยังไม่มีจิตสำนึก ที่ศาลท่านเมตตาปล่อยออกมา ราชทัณฑ์เขาก็ไม่อยากขังเพราะกลัวจะไปตายคาเรือนจำเพราะไปอดข้าวประท้วง แต่นายเพนกวินออกมาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็แสดงสันดานแบบเดิมคือ ก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ได้ยืนยันต่อศาลแล้ว แบบนี้เป็นการโกหกหลอกลวงศาลและต้มคนทั้งประเทศกันชัดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวต่อว่า อยากให้หน่วยงานความมั่นคงจับตาให้ดีๆ เพราะคนเหล่านี้คงจะมีท่อน้ำเลี้ยง เพราะเงินทองไม่ขาดมือ พอออกมากันหมดจะมาก่อการใหญ่สร้างความรุนแรงขึ้นมาอีก เพราะมี &amp;quot;นายทุน&amp;quot; ใหญ่เป็นแบ็กคอยหนุนหลังเพื่อต้องการที่จะล้มล้างสถาบัน จาบจ้วงก้าวล่วงอยู่ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าคนพวกนี้หนักแผ่นดิน อยู่ไปก็ทำลายความสุขและบรรยากาศที่ดีของประเทศไทย ทำไมไม่ย้ายประเทศไปให้หมดๆ เสียที บ้านเมืองจะได้สูงขึ้น นี่ขนาดนายเพนกวินยังโกหกใครต่อใครอีก มิหนำซ้ำคนเป็นแม่ยังพลอยส่งเสริมลูก ทำไมไม่เคยคิดห้ามปรามลูกบ้าง แล้วตอนที่ขอกับศาลว่าอย่างไร วันนี้ทำไมลืมหมดแล้ว คงอีกไม่นานถ้าถูกถอนประกันอีกอย่ามาโทษว่ากฎหมายหรือกระบวนการศาลไม่เป็นธรรมก็แล้วกัน&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธานี แสงรัตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการดำเนินการต่อผู้ให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ว่า กระทรวงการต่างประเทศตระหนักดีว่าสถาบันฯ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย หากมีผู้ล่วงละเมิดหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบันฯ แล้วหลบหนีไปต่างประเทศ ย่อมเป็นงานสำคัญเร่งด่วนที่จะติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย เช่น ขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไม่เคยนิ่งนอนใจตามที่มีการกล่าวหา แต่ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่างๆของไทยมาอย่างต่อเนื่อง และติดตามความคืบหน้าโดยตลอด โดยคำนึงถึงหลักปฏิบัติสากล ในกระบวนการนี้ กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้นำส่งคำขอผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศที่เกี่ยวข้องตามคำขอของหน่วยงานรับผิดชอบหลัก เช่น การขอตัวผู้หลบหนีหมายจับตาม ป.อาญา มาตรา 112 ได้ดำเนินการไป 8 ราย แต่การจะได้ตัวคนเหล่านั้นมาดำเนินคดีได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลในประเทศนั้นๆ หากความผิดตามกฎหมายไทยไม่เป็นความผิดตามกฎหมายท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ รวมถึงข้อยกเว้นทางกฎหมายอื่น ศาลมักปฏิเสธคำขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การปกป้องสถาบันฯ ไม่ได้มีแต่วิธีไล่จับพวกล้มเจ้า โดยปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น คนไทยทุกคนสามารถช่วยกันคนละไม้คนละมือเท่าที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย โดยการไม่ส่งต่อข้อมูลพาดพิงสถาบันฯ ที่ปราศจากหลักฐานยืนยัน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไม่ก่อกวนให้เกิดความสับสนอลหม่านจนกระทบต่อการดำเนินการใดๆ ที่มีอยู่ เข้าทำนองมือไม่พาย ให้เสียขบวน&amp;rdquo; โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายป่าเถื่อน, ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย, ปฏิรูปสถาบัน, ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกสาส์น, เงื่อนไขประกันตัว, เงื่อนไขประกันตัวไร้ความหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609be59495ee7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
