<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดวิสัย! กรมศิลป์ สั่งหยุดกระทำการใดๆ&quot;เจดีย์ฯ &quot;ตรวจพบแตกร้าวเสียหายหมด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ก.ย.61-กรมศิลป์รุดตรวจสอบโครงสร้างหอระฆังวัดพระยาทำ &amp;nbsp;พบเจดีย์แตกร้าวเสียหายหมด สั่งหยุดงานทั้งหมด ระดมทีมค้ำยันโบราณสถานไม่ให้พังทลายเพิ่ม ก่อนเข้าบูรณะเสริมความมั่นคงให้แข็งแรง &amp;nbsp;มั่นใจกลับคืนงดงามดังเดิม สั่งหาสาเหตุสุดวิสัยหรือประมาท ให้ บ.ผู้รับจ้างเยียวยาผู้ตาย-บาดเจ็บทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ที่วัดพระยาทำวรวิหาร นายอนันต์ ชูโชติ &amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยนายอารักษ์ &amp;nbsp;สังหิตกุล &amp;nbsp;อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมโครงสร้าง กรมศิลปากร ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายหอระฆังของวัดพระยาทำวรวิหาร ซึ่งมีลักษณะศิลปกรรมแบบพระราชนิยมสมัยรัชกาลที่ 3 ที่พังถล่มลงมาทับคนงานระหว่างที่มีการปรับยกระดับของหอระฆัง โดยมีทีมวิศวกรของกรมศิลปากร และวิศวกรของบริษัทผู้รับจ้างเข้าร่วมตรวจสอบสภาพความเสียหาย
นายอนันต์ กล่าวว่า ก่อนที่จะลงพื้นที่ได้มีการประชุมหารือกับทีมวิศวกรของกรมศิลปากรและวิศวกรผู้รับจ้าง โดยได้เชิญนายอารักษ์ สังหิตกุล อดีตอธิบดีกรมศิลปากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างวิศวกรรมมาเป็นที่ปรึกษา และกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาไว้ 3 ด้าน คือ 1.สั่งให้หยุดการปฏิบัติงานทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุ 2. หามาตรการเร่งด่วนปกป้องคุ้มครองตัวโบราณสถานไม่ให้พังทลายเพิ่มโดยให้วิศวกรของทั้งสองทีมไปร่างแบบตัวค้ำยันให้แล้วเสร็จ และ 3. สำรวจสภาพพื้นที่โดยละเอียดเพื่อจัดทำแผนบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่เนื่องจากโครงสร้างของเจดีย์เสียหายทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อธิบดีกรมศิลปากร &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า สำหรับแผนการบูรณนั้น &amp;nbsp;กรมศิลปากรได้มีการถอดแบบ &amp;nbsp;ด้วยการสแกนภาพสามมิติของโบราณสถาน ก่อนที่จะทำการบูรณะไว้แล้ว โดยจะนำมาใช้ประกอบการบูรณะให้คงเอกลักษณ์เดิมมากที่สุด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งตามขั้นตอนอาจจะต้องถอดตัวองค์เจดีย์หรือใส่โครงสร้างเข้าไปใหม่ซึ่งจะต้องมีการหารือและออกแบบการบูรณะอีกครั้ง เมื่อแบบแล้วเสร็จจะเริ่มดำเนินการทันที ซึ่งค่าใช้จ่ายของการดำเนินการใหม่ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ส่วนการเอาผิดกับบริษัทผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบรายละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้งว่าเป็นเหตุสุดวิสัย หรือความประมาทของผู้รับจ้าง เบื้องต้นทราบว่าทางบริษัทที่รับจ้างได้มีการจ้างทีมวิศวกรมาเป็นที่ปรึกษา &amp;nbsp; ซึ่งผ่านการยกปรับระดับตัวโบราณสถานและงานสถาปัตยกรรม ถือว่ามีประสบการณ์และทำงานกับกรมศิลปากรเป็นเวลาหลายสิบปี ที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทั้งนี้ทราบว่าทางบริษัทผู้รับจ้างจะเข้าไปเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่งถือเป็นคนงานของบริษัทอย่างเต็มที่ ขณะที่กรมศิลปากรขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสีย และขอให้กำลังใจกับญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุกคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นายอารักษ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวว่า ก่อนที่เข้ามาดำเนินงานบูรณะ &amp;nbsp;กรมศิลปากร &amp;nbsp;มีการวางแผนงานที่เป็นระบบ &amp;nbsp; โดยให้บริษัทผู้รับจ้างจัดทำรายการรูปแบบการบูรณะ วิธีการบูรณะ และส่งช่างเข้ามาควบคุม โดยมีคณะกรรมการของกรมศิลปากรร่วมตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรายงานให้แก่ผู้บริหารรับทราบอยู่แล้ว &amp;nbsp;กรณีนี้คิดว่าไม่ได้มีความผิดพลาดที่กระบวนการ ส่วนบริษัทผู้รับเหมาที่รับจ้างงานนี้ &amp;nbsp;พบว่า มีประสบการณ์การทำงานลักษณะนี้มาพอสมควร &amp;nbsp;สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เท่าที่ตรวจสอบ การทำงานด้านเทคนิค ไม่มีความผิดพลาด &amp;nbsp;รวมทั้งบุคลากรที่เข้ามาทำงานนี้ มีความน่าเชื่อถือ แต่ สันนิษฐานว่า สาเหตุหลักอาจเกิดจากเครื่องมืออุปกรณ์ ไฮโดรลิคและความโชคร้ายของคนทำงานที่อยู่ๆ ยกแล้ว แก้ปัญหาความเอียงแล้ว ก็ยังทำให้โบราณสถานทรุดตัวลงได้ ทั้งๆ ที่โครงสร้างได้มีการตอกเข็ม คานเหล็กรองรับไว้ก่อนหน้านี้แล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอารักษ์ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp; จากการประเมินโครงสร้างโบราณสถาน หอระฆังภาพรวม พบว่า รวน แตกร้าว หมดแล้ว ทั้งอิฐก่อ ฐาน โบราณสถาน ซุ้ม ประตู &amp;nbsp;จนมีความน่าห่วงและมีความอันตรายมาก โอกาสจะให้กลับคืนที่เดิมคงจะยากแล้วจึงได้ให้มีการค้ำยัน ตัวโบราณสถานเพื่อกันไว้ไม่ให้ทรุดตัวเพิ่ม &amp;nbsp;หลักการบูรณะจากนี้ต้องเร่งเสริมความมั่นคงตัวโบราณสถานให้แข็งแรง &amp;nbsp;จัดทำโครงสร้างใหม่ และตัดแต่งส่วนประดับออกมาทั้งหมด &amp;nbsp;จัดทำโครงสร้างใหม่ในระดับแนวดิ่งที่ต้องการด้วยการยึดอิฐเก่าและอิฐใหม่ให้เข้ากัน เสร็จแล้วค่อยนำส่วนประดับไปติดให้คืนสู่สภาพเดิมตามหลักการ เช่นเดียวกับการบูรณะพระธาตุพนม จ. นครพนม &amp;nbsp;ที่เคยล้มลงมาได้นำส่วนประดับตกแต่งองค์พระธาตุออกมาก่อน แล้วจึงเสริมความมั่นคงโครงสร้างองค์พระธาตุ ก่อนนำส่วนตกแต่งไปประดับตามเดิม &amp;nbsp; ซึ่งเป็นการคงจิตวิญญาณ &amp;nbsp;และคงเอกลักษณ์ของโบราณเอาไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18481</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กรมศิลปากร, นายอนันต์ ชูโชติ, หอระฆังของวัดพระยาทำวรวิหาร, เจดีย์ล้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab44c7441a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
