<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; พล่านวิจารณ์ ก.ยุติธรรม พาลผลคดีทำเสี่ยงโดนถอดถอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พาลพาโลตำหนิกระทรวงยุติธรรมและเอฟบีไอ กรณีการสอบสวนที่บานปลายจนอาจทำให้เขาโดนถอดถอน เจอ &amp;quot;เจฟฟ์ เซสชันส์&amp;quot; รัฐมนตรียุติธรรม สวนกลับ ตราบใดที่เขาเป็นรัฐมนตรีจะไม่ยอมให้การเมืองมีอิทธิพลครอบงำกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp; เจฟฟ์ เซสชันส์ มองประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวภายหลังเสร็จพิธีสาบานตนรับตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมของเขา วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตอบโต้กันอย่างเปิดเผยระหว่างทรัมป์กับรัฐมนตรียุติธรรมยิ่งตอกย้ำความขัดแย้งระหว่างทั้งคู่และมีความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะสั่งปลดเซสชันส์ ซึ่งรายงานของรอยเตอร์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 อ้างคำกล่าวของ ส.ว.ลินด์ซีย์ เกรแฮม จากรีพับลิกันที่ใกล้ชิดกับทั้งทรัมป์และเซสชันส์ซึ่งเคยเป็นเพื่อน ส.ว.ร่วมพรรค ว่าทรัมป์อาจเปลี่ยนตัวรัฐมนตรียุติธรรมภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 8 พฤศจิกายน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าววิจารณ์กระทรวงยุติธรรมล่าสุดในการให้สัมภาษณ์สถานีฟอกซ์นิวส์ที่ออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดี โดยกล่าวหาอย่างไม่มีหลักฐานว่ากระทรวงและสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่เป็นธรรม และยังกล่าวโจมตีเซสชันส์ว่าไม่เคยควบคุมกระทรวงยุติธรรมได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเซสชันส์ตอบโต้ทรัมป์ทันควันว่า ตราบใดที่เขายังเป็นรัฐมนตรียุติธรรม การดำเนินการของกระทรวงยุติธรรมจะไม่ยอมตกอยู่ใต้อิทธิพลของการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซสชันส์ทำให้ทรัมป์ไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อเดือนมีนาคม 2560 เมื่ออดีต ส.ว.หลายสมัยรายนี้ถอนตัว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการสอบสวนคำกล่าวหาแทรกแซงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งทำให้เขาไม่ได้เข้าไปกำกับดูแลการสอบสวนของอัยการพิเศษของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความโกรธแค้นของทรัมป์ถูกกระพือขึ้นอีกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ภายหลังศาลพิพากษาว่าพอล มานาฟอร์ต อดีตประธานคณะหาเสียงของทรัมป์ มีความผิดหลายกระทงคดีฉ้อโกง และอีกคดีที่ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความส่วนตัวของทรัมป์ รับสารภาพต่อศาลว่าเขาทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ด้วยการจ่ายเงินให้คู่กรณีของทรัมป์ เพื่อปิดปากไม่ให้เปิดโปงเรื่องอื้อฉาวที่อาจกระทบต่อคะแนนเสียงของทรัมป์ คำรับสารภาพผิดของโคเฮนยังพาดพิงทรัมป์ด้วยว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด โดยระบุว่าทรัมป์เป็นผู้สั่งให้เขาจ่ายเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาของโคเฮนจุดประเด็นว่า ทรัมป์อาจทำผิดกฎหมายด้วย แม้วันต่อมาประธานาธิบดีมหาเศรษฐีรายนี้จะยืนยันว่าไม่มีการทำผิดกฎหมาย และเงินที่จ่ายนั้น เป็นเงินส่วนตัวของเขา ไม่ใช่เงินทุนหาเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เตือนผ่านสัมภาษณ์ของฟอกซ์ด้วยว่า หากเขาโดนถอดถอนจากตำแหน่ง ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจของสหรัฐจะพังครืน และคนอเมริกันทุกคนจะยากจนมากๆ เวลาต่อมารูดี จูเลียนี ทนายความส่วนตัวคนปัจจุบัน ก็ช่วยตอกย้ำคำขู่ โดยบอกว่า หากทรัมป์โดนถอดถอนเพราะเหตุผลทางการเมืองแบบนี้ คนอเมริกันก็จะก่อความวุ่นวาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16104</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, ประธานาธิบดีสหรัฐ, รัฐมนตรียุติธรรม, เจฟฟ์ เซสชันส์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b800a833baad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
