<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อ &#039;เจฟฟ์ เบซอส&#039; ประกาศ อเมซอนใหญ่แค่ไหนก็เจ๊งได้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Amazon เป็นอภิมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก วันก่อนมีเทปเสียงปรากฏออกมา อ้างว่าแกประชุมใหญ่พนักงานที่ซีแอตเทิล หนึ่งในประโยคเด็ดก็คือว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อเมซอนไม่ใหญ่เกินกว่าที่จะล้มได้...ผมทำนายไว้เลยว่าวันหนึ่งข้างหน้าอเมซอนจะล้มเหลว อเมซอนจะเจ๊ง ถ้าคุณดูช่วงชีวิตของบริษัทยักษ์ๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 30 ปีเศษๆ ไม่ใช่ร้อยปี...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนี้ของเขาสร้างความประหลาดใจพอสมควร เพราะอเมซอนทำท่าเหมือนกำลังขี่คลื่นแห่งความสำเร็จอยู่อย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเมซอนเพิ่งประกาศตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่เรียกว่า HQ2 ที่นิวยอร์กและวอชิงตัน ดี.ซี. เหมือนเป็นการขยายงานอย่างใหญ่โต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมเจฟฟ์ เบซอสจึงใช้จังหวะนี้เตือนพนักงานทั้งบริษัทว่าอย่าได้ประมาทเป็นอันขาด อย่านึกว่าความสำเร็จจะอยู่ยั่งยืน หากเราไม่ระวังความล้มเหลวอาจจะกำลังคอยดักอยู่ที่เลี้ยวหน้าก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนสุภาษิตจีนที่ว่า หน้าร้อนให้คิดถึงวันฝนตก หน้าฝนให้คิดถึงหน้าแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์มองว่าเบซอสต้องการให้ลูกทีมมองตัวอย่างของห้างดังอย่าง Sears ที่เพิ่งเจ๊งต่อหน้าต่อตาแม้จะมีอายุยาวนานมาถึง 129 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาประกาศว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเรามุ่งเน้นตัวเราเอง แทนที่จะพุ่งความสนใจไปที่ลูกค้าของเรา นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสิ้นสลาย...เราจะต้องพยายามเลื่อนวันเวลาแห่งความล่มสลายให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นประโยคเด็ดที่ซีอีโอน้อยคนจะกล้าพูดในขณะที่ต้องการจะปลุกกระแสของความฮึกเหิมในความรู้สึกของพนักงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คนที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในยุคดิจิทัลย่อมตระหนักถึงความไม่แน่นอนของความสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ็ก หม่าแห่งอาลีบาบา เคยบอกผมว่าเขาเชื่อว่าวันหนึ่งจะมีคนเก่งกว่าเขามาทดแทนเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามเขาว่ากลัวไหมที่จะมีแจ็ก หม่าน้อยที่ทำอะไรเหมือนเขาเป๊ะเลย สามารถจะคิดค้นรูปแบบธุรกิจที่อาจจะ disrupt อาลีบาบาอย่างที่เขาอาจจะคาดไม่ถึงก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ็ก หม่าตอบทันทีว่า &amp;quot;ถูกต้อง ผมเชื่อว่าวันหนึ่งจะมีคนรุ่นใหม่ที่คิดอะไรที่เป็นนวัตกรรมเก่งกว่าผม และสามารถที่จะทำให้อาลีบาบาเจ๊งได้แน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัจธรรมยุคนี้คืออะไรที่เคยถือว่าเป็นสูตรความสำเร็จในอดีต มิอาจถือเป็นสูตรความสำเร็จในอนาคตได้อีกต่อไป เพราะทุกอย่างเปลี่ยนหมดแล้ว ไม่มีสูตรตายตัวที่ใครจะลอกเลียนไปแล้วจะสามารถนำมาใช้เพื่อหวังผลเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรยุคดิจิทัลจึงต้องให้ความสำคัญต่อ &amp;quot;ความล้มเหลว&amp;quot; ไม่น้อยไปกว่า &amp;quot;ความสำเร็จ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิริก ชมิดต์ ผู้บริหารแห่ง Google เคยพูดไว้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ Google เรามีนโยบายที่จะทดลองและฉลองความล้มเหลว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเกิลยอมรับว่าสินค้าหลายตัวที่เปิดมาแล้วล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะเป็น Google Wave &amp;nbsp;หรือ Goggle+ หรือ Google Buzz&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารที่นี่บอกพนักงานเสมอว่า คุณล้มเหลวได้เสมอ แต่คุณจงเรียนรู้จากมันเพื่อที่จะทำครั้งต่อให้ดีกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือที่เรียกว่า Fail fast, Fail better
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเพิ่มให้ Fail forward
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลว่าล้มเหลวได้ แต่ต้องล้มเหลวเร็ว ล้มเหลวครั้งนี้ต้องดีกว่าครั้งที่แล้ว และหากจะล้มเหลวให้ล้มเหลวไปข้างหน้า อย่าถอยหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหมายก็คืออย่ากลัวความล้มเหลว จงยอมรับว่าทุกอย่างกว่าจะสำเร็จต้องล้มเหลวก่อน และความล้มเหลวทุกครั้งจะต้องสอนอะไรบางอย่างที่เป็นประโยชน์อันจะนำไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเทคโนโลยีหรือสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ๆ ที่มีกระบวนความคิดหรือ mindset ใหม่ๆ จะสนับสนุนและยอมให้พนักงานมีอิสระที่จะคิดค้นและกล้าที่จะ &amp;quot;ล้มเหลว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นย่อมหมายถึงความกล้าที่จะเสี่ยงจากการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหากไม่เสี่ยงก็จะไม่มีวันบรรลุถึงเป้าหมายของนวัตกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนในวงการธุรกิจดิจิทัลบอกผมว่าเด็กเรียนดีและเรียนเก่งมีจุดอ่อนที่สำคัญมากคือ &amp;quot;กลัวทำอะไรผิด&amp;quot; และนั่นย่อมจะนำไปสู่ความกลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักบริหารส่วนใหญ่ทำใจลำบากที่จะยอมให้เกิดความล้มเหลว เพราะคำว่าความล้มเหลวเป็นเสมือนเป็นตราบาป เป็นเรื่องของการเสียศักดิ์ศรีและความรู้สึก จึงทำให้พนักงานส่วนใหญ่มีความหวาดผวา &amp;quot;ความล้มเหลว&amp;quot; เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าฟังเจฟฟ์ เบซอสเตือนพนักงานว่าอย่าได้ประมาทแม้แต่วันเดียว เพราะไม่ว่าวันนี้จะสำเร็จมากเพียงใด วันหนึ่งข้างหน้าก็อาจจะเจ๊งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลว่าอย่ากลัวความล้มเหลว จงกลัวความสำเร็จ เพราะความสำเร็จทำให้ไม่กล้าทดลองอะไรใหม่ ๆ และนั่นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวถาวรได้!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22617</URL_LINK>
                <HASHTAG>Amazon, Jeff Bezos, กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, เจฟฟ์ เบซอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf811a40802b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐีแอมะซอน &#039;เจฟฟ์ เบซอส&#039; บริจาค 2,000 ล้านดอลลาร์ ช่วยคนไร้บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งบริษัทขายของออนไลน์ยักษ์ใหญ่แอมะซอนซึ่งขึ้นทำเนียบบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกปัจจุบัน ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่าจะจัดตั้งกองทุนเพื่อการกุศลช่วยครอบครัวไร้บ้านและเปิดโรงเรียนอนุบาลตามชุมชนผู้มีรายได้น้อย รับปากทุ่มเงินก้อนแรก 2,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 65,090 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอและผู้ก่อตั้งแอมะซอน ร่วมวงเสวนาเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 ว่า หนึ่งปีก่อนหน้าที่เบซอสประกาศข่าวนี้ผ่านทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดี เขาเคยขอความเห็นจากสาธารณะว่าเขาควรใช้ทรัพย์สินที่มีทำประโยชน์เพื่อการกุศลอย่างไรได้บ้าง ประเมินกันว่าเขามีทรัพย์สินมากกว่า 160,000 ล้านดอลลาร์ (5.2 ล้านล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทุนที่เบซอสและนางแม็กเคนซี ภรรยาของเขา ก่อตั้งนี้ใช้ชื่อว่า &amp;quot;กองทุนเบซอสเดย์วัน&amp;quot; จะเน้นช่วยเหลือ 2 ด้านหลักๆ ด้านหนึ่งคือ จะช่วยองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีอยู่ที่ทำงานช่วยเหลือครอบครัวไร้บ้าน อีกด้านจะให้ทุนสนับสนุนเครือข่ายโรงเรียนก่อนวัยประถมที่ไม่แสวงหากำไรตามชุมชนของผู้มีรายได้น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เขาเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เงินกองทุน 2,000 ล้านดอลลาร์นั้นเป็นเพียงทุนเริ่มต้นเท่านั้น และเขาคงจะขยายขอบเขตออกไปอีก และภารกิจด้านการกุศลของเขาอาจจะปรับเปลี่ยนไปได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กองทุนริเริ่มนี้จะจำนวนมากพอสมควร แต่ยังนับว่าน้อยหากเปรียบเทียบกับมหาเศรษฐีพันล้านใจบุญคนอื่นๆ เช่น บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ ที่บริจาคเงินนับหมื่นล้านดอลลาร์เข้ากองทุนการกุศลของเขา และมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ที่เคยประกาศจะบริจาคหุ้น 99% ในเฟซบุ๊กให้แก่องค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินจำนวน 2,000 ล้านดอลลาร์นี้ ยังห่างไกลจากจำนวนที่เกตส์และวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุน เรียกร้องให้พวกมหาเศรษฐี &amp;quot;ให้คำมั่น&amp;quot; มอบทรัพย์สินของตนครึ่งหนึ่งเพื่อการกุศล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17584</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริจาคเพื่อการกุศล, เจฟฟ์ เบซอส, เศรษฐีใจบุญ, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9bc87b52b49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ก่อตั้ง&#039;แอมะซอน&#039;รวยสุดในโลก&#039;เจ้าสัวเจริญ&#039;ยังคงเป็นเศรษฐีอันดับ1ของไทย&#039;ทักษิณ&#039;รวยขึ้น3.1พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7 มี.ค.61- &amp;nbsp;นิตยสารฟอร์บส์เปิดเผยรายนามมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ของโลกประจำปี 2561 เมื่อวันอังคาร &amp;quot;เจฟฟ์ เบซอส&amp;quot; ผู้ก่อตั้งเว็บขายของออนไลน์ แอมะซอน รวยอันดับหนึ่งแทนที่ &amp;quot;บิล เกตส์&amp;quot; เศรษฐีใจบุญแห่งไมโครซอฟท์ ขณะ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; รวยน้อยลง 400 ล้านดอลลาร์ ของไทยเจ้าพ่อเบียร์ช้างรั้งอันดับหนึ่งเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟอร์บส์กล่าวไว้ในรายงานการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2561 ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 6 มีนาคม ว่าเบซอสมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 112,000 ล้านดอลลาร์ จากอานิสงส์ราคาหุ้นแอมะซอนที่เพิ่มขึ้นถึง 59% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้เขารวยมากกว่าเกตส์ 90,000 ล้านดอลลาร์ และภายหลังการประกาศผลการจัดอันดับ หุ้นของแอมะซอนยังพุ่งทะยานขึ้นอีก จนทรัพย์สินของเบซอสเพิ่มเป็น 127,000 ล้านดอลลาร์ ยิ่งเพิ่มช่องว่างระหว่างเขากับเกตส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกตส์ซึ่งตกไปอยู่อันดับ 2 มีทรัพย์สิน 90,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 3.ยังคงเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนเจ้าของเบิร์กเชียร์แฮธาเวย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;84,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 4.เป็นนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส แบร์นารด์ อาร์โนลต์ ประธานและซีอีโอ LVMH เจ้าของหลุยส์วิตตอง ที่ขยับขึ้นจากอันดับ 11 มีทรัพย์สิน 72,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 5. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่งเฟซบุ๊ค มีทรัพย์สิน 71,000 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 6. อามันซิโอ ออร์เตกา เจ้าของแบรนด์แฟชันซาราจากสเปน มีทรัพย์สิน 70,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 7. คาร์ลอส สลิม เฮลู นักธุรกิจโทรคมนาคมชาวเม็กซิโก มีทรัพย์สิน 67,100 ล้านดอลลาร์, อันดับ 8. และ 9. ชาร์ลส์ คอช และเดวิด คอช สองพี่น้องแห่งคอชอินดัสตรีส์ มีทรัพย์สิน 60,000 ล้านดอลลาร์เท่ากัน, อันดับ 10. แลร์รี เอลลิสัน นักธุรกิจซอฟต์แวร์ มีทรัพย์สิน 58,500 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้มหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ของโลกมีจำนวนมากถึง 2,208 คน มีทรัพย์สินรวมกัน 9.1 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว โดยสหรัฐยังมีคงมีเศรษฐีพันล้านมากที่สุด 585 ราย ตามด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ 373 ราย ในกลุ่มเศรษฐี 20 อันดับแรกของฟอร์บส์ปีนี้ มีชาวจีนติดโผด้วย 2 คน ได้แก่ หม่าฮว่าเถิง ผู้บริหารบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ เทนเซนต์ รวยอันดับ 17 ของโลกและรวยสุดในเอเชียด้วยทรัพย์สิน 45,300 ล้านดอลลาร์ อีกคนคือแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา รวยติดอันดับ 20 ของโลก ทรัพย์สิน 39,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ รวยติดอันดับ 766 ของโลก ร่วงลงจากอันดับ 544 ในปีที่แล้ว มีทรัพย์สินแค่ 3,100 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;น้อยลงจากปีก่อน 400 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์หน้าใหม่ในปีนี้มีถึง 259 คน หลายคนเป็นเศรษฐีจากการครอบครองเงินสกุลดิจิทัล ขณะเดียวกัน ก็มีมหาเศรษฐีที่หลุดจากโผ 121 คน ซึ่งรวมถึงชาวซาอุดีอาระเบีย 10 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไทยปีนี้มีมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ถึง 30 คน เพิ่มขึ้น 10 คนจากปี 2560 นำทัพโดย นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของเบียร์ช้าง มีทรัพย์สิน 17,600 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 65 ของโลก ตามด้วยอันดับ 95. นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี มีทรัพย์สิน 14,900 ล้านดอลลาร์, อันดับ 388. นายวิชัย ศรีวัฒนประภา แห่งคิงเพาเวอร์ ทรัพย์สิน 5,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 514. นายสุเมธ เจียรวนนท์ มีทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลาร์, อันดับ 527 นายจรัญ เจียรวนนท์ และนายมนตรี เจียรวนนท์ มีทรัพย์สินเท่ากัน 4,100 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 629. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้บริหารธุรกิจพลังงาน กัลฟ์เอ็นเนอร์จีดีเวลลอปเมนท์ มีทรัพย์สิน 3,600 ล้านดอลลาร์, อันดับ 679 นายสมโภชน์ อาหุนัย จากธุรกิจพลังงาน มีทรัพย์สิน 3,400 ล้านดอลลาร์, &amp;nbsp;อันดับ 703 นายวานิช ไชยวรรณ แห่งไทยประกันชีวิต มีทรัพย์สิน 3,300 ล้านดอลลาร์, อันดับ 791. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ จากธุรกิจโรงพยาบาล มีทรัพย์สิน 3,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดอันดับของฟอร์บส์ปีนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 1,339 ของโลก และอันดับที่ 16 ของไทย มีทรัพย์สิน 1,800 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 100 ล้านดอลลาร์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4467</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดอันดับเศรษฐีโลก, ทักษิณ ชินวัตร, นิตยสารฟอร์บส์, บิล เกตส์, ฟอร์บส์, เจฟฟ์ เบซอส, เจริญ สิริวัฒนภักดี, เบียร์ช้าง, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f7ee2aa157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
