<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 22:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;คนรวยที่สุดในโลกได้เที่ยวอวกาศสมใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจฟฟ์ เบโซส ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก ได้เดินทางท่องเที่ยวอวกาศตามความตั้งใจและกลับสู่โลกโดยปลอดภัยเมื่อวันอังคาร ในภารกิจพามนุษย์เที่ยวอวกาศครั้งแรกของบริษัทบลูออริจินที่เขาก่อตั้ง โดยเดินทางพร้อมกับน้องชาย, อดีตนักบินอวกาศฝึกหัดหญิงวัย 82 และลูกเศรษฐีวัย 18&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จรวดนิวเชพเพิร์ดทะยานจากฐานปล่อยกลางทะเลทรายรัฐเทกซัสเมื่อวันอังคารที่ 20 กรกฎาคม (Photo by Joe Raedle/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัท แอมะซอน วัย 57 ปีได้สัมผัสกับประสบการณ์การเดินทางสู่อวกาศเหนือเส้นคาร์มันในการเดินทางที่ใช้เวลาเพียง 10 นาที 10 วินาที เมื่อวันอังคารที่ 20 กรกฎาคม 2564 ผู้โดยสารในทริปนี้มีด้วยกัน 4 คน ได้แก่ ตัวเขา, มาร์ก น้องชายของเขา, วอลลี ฟังก์ สตรีนักบุกเบิกการบินอวกาศวัย 82 ปี และโอลิเวอร์ แดเมน นักศึกษาดัตช์วัย 18 ปี สองรายหลังสร้างสถิติเป็นผู้เดินทางสู่อวกาศที่อายุมากที่สุดและน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มคนที่มีความสุขมากๆ อยู่ในแคปซูลนี้&amp;quot; เบโซสกล่าวภายหลังแคปซูลนำคณะของเขาสัมผัสกับผืนทะเลทรายทางตะวันตกของเทกซัส โดยมีสมาชิกครอบครัวของแต่ละคนมารอต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น แคปซูลนี้นำคณะเดินทางสู่ระดับความสูง 107 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์ของภาวะไร้น้ำหนักและได้ชมความงดงามของเส้นโค้งขอบโลกผ่านหน้าต่างบานใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางของเบโซสล่าช้ากว่าริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้งบริษัท เวอร์จินกาแล็กติก ที่ชิงเดินทางท่องเที่ยวอวกาศตัดหน้าเขาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม แต่เที่ยวบินของเบโซสขึ้นสูงกว่า โดยใช้จรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ในขณะที่ของแบรนสันเป็นเครื่องบินอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จรวดนิวเชพเพิร์ดซึ่งติดตั้งแคปซูลไว้ด้านบนสุด ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยจรวดกลางทะเลทรายตะวันตกของเทกซัสใกล้เมืองแวนฮอร์น เมื่อเวลา 12.12 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือ 20.12 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย จรวดพุ่งสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วเกิน 3,700 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผ่านไป 2 นาที แคปซูลแยกตัวจากจรวดแล้วพุ่งทะยานต่อไปสู่เส้นคาร์มัน ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าเป็นขอบเขตของอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นั่น นักบินอวกาศทั้ง 4 คนในแคปซูลมีเวลาราว 4 นาที ในการสัมผัสกับประสบการณ์การอยู่ในอวกาศจริง ตัวจรวดนำส่งนั้นหลังจากแยกกับแคปซูลก็ร่อนกลับมาลงจอดทางตอนเหนือของฐานปล่อย ส่วนแคปซูลตามกลับลงมา โดยมีร่มชูชีพขนาดยักษ์ 3 ตัวชะลอความเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูออริจินวางแผนทำการบินท่องเที่ยวอวกาศอีก 2 เที่ยวในปีนี้ จากนั้นจะบริการเพิ่มขึ้นอีกหลายเที่ยวในปีนี้ นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า หลายสิ่งหลายอย่างขึ้นอยู่กับความสำเร็จในช่วงเริ่มต้นและการสร้างสถิติด้านความปลอดภัยที่เชื่อใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การท่องเที่ยวอวกาศของเบโซสและแบรนสันโดนผู้ใช้สื่อโซเชียลหลายคนวิจารณ์ว่าอภิมหาเศรษฐีเหล่านี้ทุ่มเทเงินไปกับการท่องเที่ยวอวกาศในขณะที่โลกกำลังเผชิญภัยพิบัติจากภาวะโลกร้อนและการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้โดยสารคนที่ 4 ของทริปนี้เดิมจะต้องเป็นผู้ชนะประมูลตั๋วท่องเที่ยวอวกาศด้วยราคา 28 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบลูออริจินไม่ได้เปิดเผยตัวตน แต่เขาถอนตัวเนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปตามกำหนดได้ บริษัทจึงยกที่นั่งให้แก่ผู้ที่ประมูลในราคารองลงมาได้เดินทางก่อน คือ ยูส แดเมน นักการเงินชาวดัตช์ ที่ให้ลูกชายเดินทางไปกับเที่ยวบินนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยวอวกาศ, นิวเชพเพิร์ด, บลูออริจิน, ริชาร์ด แบรนสัน, วอลลี ฟังก์, เจฟฟ์ เบโซส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6ecaa78355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บลัฟกันเห็นๆ ‘แบรนสัน’ประกาศท่องอวกาศตัดหน้า‘เบโซส’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;ริชาร์ด แบรนสัน&amp;quot; มหาเศรษฐีชาวอังกฤษเจ้าของบริษัท เวอร์จินกาแล็กติก ประกาศว่าตัวเขาจะขึ้นท่องอวกาศในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ หรือ 9 วันก่อนที่ &amp;quot;เจฟฟ์ เบโซส&amp;quot; จะพาคณะซึ่งรวมถึงอดีตนักบินหญิง &amp;quot;วอลลี ฟังก์&amp;quot; ขึ้นแคปซูลอวกาศนิวเชพเพิร์ดสัมผัสประสบการณ์ไร้น้ำหนักในอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เซอร์ริชาร์ด แบรนสัน ถ่ายรูปคู่กับยานเวอร์จินกาแล็กติก (Photo by Steve Parsons/PA Images via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งแบรนสัน และเบโซส ต่างเป็นมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยวอวกาศ ทั้งคู่จึงถือเป็นคู่แข่งกัน เบโซสประกาศเมื่อต้นเดือนมิถุนายนว่า เขาและมาร์ก น้องชาย จะเป็นส่วนหนึ่งของลูกเรือแคปซูลอวกาศนิวเชพเพิร์ดของบริษัท บลูออริจิน ของเขา ในเที่ยวบินแรกที่มีมนุษย์ขึ้นไปท่องอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ริชาร์ด แบรนสัน รอคอยมานานแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเที่ยวบินท่องอวกาศทดสอบของบริษัท เวอร์จิน กาแล็กติก ของเขา ก่อนเริ่มเที่ยวบินพาณิชย์ท่องอวกาศปกติในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม ตามเวลาในสหรัฐ เบโซสเผยว่า วอลลี ฟังก์ นักบินหญิงวัย 82 ปี จะร่วมเดินทางไปกับเขาในเที่ยวบินท่องอวกาศในวันที่ 20 กรกฎาคม แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง เวอร์จินกาแล็กติกก็ประกาศว่า แบรนสันจะเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญภารกิจที่เดินทางไปกับยานสเปซชิพทูยูนิตี ที่จะขึ้นท่องอวกาศอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 11 กรกฎาคม ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพอากาศและการตรวจสอบด้านเทคนิค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบรนสันกล่าวถึงการขึ้นท่องอวกาศของเขาว่า เขาเชื่อว่าอวกาศเป็นของพวกเราทุกคน บริษัท เวอร์จินกาแล็กติก เป็นแนวหน้าในอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ ที่จะเปิดพื้นที่ในอวกาศให้กับมนุษยชาติและจะเปลี่ยนแปลงโลกของเราไปตลอดกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าการเดินทางขึ้นท่องอวกาศของแบรนสันเป็นไปตามกำหนดวันที่ 11 กรกฎาคม เขาจะได้สัมผัสอวกาศก่อนหน้าเบโซส ที่กำหนดเดินทางวันที่ 20 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่า แบรนสันจะเป็น 1 ใน 4 ของผู้ทดสอบบนยานสเปซชิพทูยูนิตี และมีนักบินอีก 2 คนที่จะขึ้นไปที่ความสูงจากพื้นโลก 90 กิโลเมตร จะอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักราว 2-3 นาที และเห็นเส้นโค้งของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฟังก์จะร่วมเดินทางท่องอวกาศกับพี่น้องเบโซสและผู้โดยสารอีกคนที่ชนะประมูลที่นั่งด้วยราคา 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะทำให้เธอเป็นมนุษย์อายุมากที่สุดที่ท่องอวกาศ ฟังก์เคยเข้าร่วมโครงการเมอร์คิวรี 13 และเป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้าฝึกเพื่อเป็นนักบินอวกาศระหว่างปี 2503-2504 แต่สุดท้ายไม่ได้รับเลือกจากนาซาเพราะเป็นผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า อวกาศยานที่พัฒนาโดยเวอร์จินกาแล็กติกกับบลูออริจินแตกต่างกันมาก ถึงแม้ว่าผู้โดยสารจะได้สัมผัสกับประสบการณ์คล้ายคลึงกัน นั่นคือภาวะไร้น้ำหนัก ในเวลาไม่กี่นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อวกาศยานของเวอร์จินกาแล็กติกไม่ใช่จรวดแบบดั้งเดิม แต่เป็นเครื่องบินขนส่งที่บินไปถึงระดับความสูงหนึ่งแล้วปล่อยอวกาศยานลำเล็ก หรือวีเอสเอส ยูนิตี ที่จะจุดเครื่องยนต์แล้วทะยานเข้าสู่อวกาศระดับใต้วงโคจร จากนั้นก็ร่อนกลับสู่โลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ของบลูออริจินนั้นใช้จรวดในการนำส่งแนวดิ่ง แล้วแคปซูลอวกาศจะแยกตัวจากจรวดนำส่ง ขึ้นสู่ระดับความสูง 100 กิโลเมตร โดยผู้โดยสารจะสัมผัสกับสภาพไร้น้ำหนัก 4 นาที และสามารถมองเห็นเส้นโค้งขอบโลก จรวดนำส่งของบลูออริจินซึ่งนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จะกลับมาลงจอดแนวดิ่งโดยอัตโนมัติห่างจากจุดปล่อย 2 ไมล์ ส่วนแคปซูลจะลอยกลับสู่พื้นโลกโดยมีร่มชูชีพขนาดใหญ่ชะลอความเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108435</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยวอวกาศ, นิวเชพเพิร์ด, บลูออริจิน, ยานสเปซชิพทูยูนิตี, ริชาร์ด แบรนสัน, วอลลี ฟังก์, เจฟฟ์ เบโซส, เวอร์จินกาแล็กติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60df08b17ff1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐีนิรนามจ่าย28ล้าน$ประมูลตั๋วเที่ยวอวกาศกับ&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การประมูลที่นั่งไปกับจรวดนิวเชพเพิร์ดที่จะเดินทางขึ้นสู่อวกาศพร้อมกับ &amp;quot;เจฟฟ์ เบโซส&amp;quot; อภิมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท บลูออริจิน ปิดฉากเมื่อวันเสาร์ โดยเศรษฐีนิรนามชนะการประมูลที่ 28 ล้านดอลลาร์ (870 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบริษัท แอมะซอน และบลูออริจิน (Photo by Mark Wilson/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ชนะประมูลรายนี้ ซึ่งบลูออริจินกล่าวว่าจะเปิดเผยตัวตนว่าเขาคือใครภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จะได้โดยสารในแคปซูลไปพร้อมกับเบโซสและมาร์ก น้องชายของเขา กับนักท่องเที่ยวอวกาศอีก 1 คน ที่จะประกาศชื่อในภายหลังเช่นกัน เพื่อเดินทางไปกับจรวดนิวเชพเพิร์ดของบลูออริจินในวันที่ 20 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูออริจินเปิดประมูลที่นั่งนี้ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม โดยมีผู้สนใจจากมากกว่า 140 ประเทศ การประมูลมาสรุปเมื่อวันเสาร์ ผ่านการเปิดประมูลถ่ายทอดสดทางออนไลน์ ผู้ชนะประมูลรายนี้เอาชนะคู่แข่งราว 20 รายได้ในการแข่งเสนอราคาอย่างดุเดือดภายใน 10 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ราคาตั๋วโดยสารที่นั่งนี้แตะ 4.8 ล้านดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี แต่เมื่อถึงการประมูลแบบสด ราคาก็พุ่งทะยานเกิน 5 เท่า มาจบที่ 28 ล้านดอลลาร์ เงินที่ได้จากการประมูลจะบริจาคให้มูลนิธิคลับฟอร์ฟิวเจอร์ของบลูออริจิน ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นอนาคตเลือกอาชีพในสาย STEM1 คือวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม และคณิตศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวอวกาศไปกับทริปของเบโซสนี้จะได้รับประสบการณ์ของการเดินทางกับจรวดนิวเชพเพิร์ดที่ใช้เวลาราว 10 นาที โดยจะเป็นการอยู่ในอวกาศราว 4 นาที เมื่อแคปซูลแยกตัวจากจรวดพุ่งผ่านเส้นคาร์มัน ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างบรรยากาศของโลกกับอวกาศ ที่ระดับความสูง 100 กิโลเมตรจากพื้นโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวจรวดนำส่งนั้นจะร่อนอัตโนมัติกลับมาลงจอดบนแท่นห่างจากจุดปล่อยจรวดราว 2 ไมล์ ส่วนแคปซูลจะตกกลับสู่โลกโดยมีร่มชูชีพขนาดใหญ่ช่วยชะลอความเร็ว และแตะพื้นด้วยความเร็วราว 1 ไมล์ต่อชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106236</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรวดนิวเชพเพิร์ด, บลูออริจิน, ประมูลตั๋วเที่ยวอวกาศ, เจฟฟ์ เบโซส, เที่ยวอวกาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be42c444193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉอภิมหาเศรษฐีพันล้านอเมริกันไม่จ่ายภาษีกันเป็นแถว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายงานข่าวขององค์กรสื่อสหรัฐเปิดโปงข้อมูลการจ่ายภาษีในรอบ 15 ปีที่ผ่านมาของบรรดาอภิมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ชาวอเมริกัน พบว่าหลายคนไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้เลยในบางปี รวมถึงเจฟฟ์ เบโซส บุคคลที่รวยที่สุดในโลก ด้านกระทรวงการคลังและหน่วยงานภาครัฐเต้นสอบข้อมูลลับแบบนี้รั่วไหลได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจฟฟ์ เบโซส (Photo by Paul Morigi/Getty Images for Amazon)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โปรพับลิกา องค์กรสื่อไม่แสวงกำไรจากนิวยอร์ก กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 8 มิถุนยนน ว่าพวกเขาได้รับข้อมูลปริมาณมหาศาลของไออาร์เอ หรือหน่วยงานสรรพากรของสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการเสียภาษีของผู้มีฐานะร่ำรวยหลายพันคนของสหรัฐ ครอบคลุมช่วงเวลานานกว่า 15 ปี ข้อมูลเหล่านี้เผยให้เห็นว่า อภิมหาเศรษฐีที่ครองอันดับบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกของฟอร์บส์หลายปีอย่างเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน ไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้เลยในปี 2550 และ 2554 หรืออีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งเทสลา ไม่ได้จ่ายภาษีเลยในปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสืบสวนสอบสวนชิ้นนี้กล่าวว่า ชาวอเมริกันที่ร่ำรวยที่สุดบางคน &amp;quot;จ่ายภาษีเงินเพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับความมั่งคั่งมหาศาลของพวกเขา และบางครั้งก็ไม่ได้จ่ายเลย&amp;quot; โปรพับลิกาไม่แพร่งพรายว่าได้ข้อมูลลับเกี่ยวกับภาษีมาได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างรายงานฉบับนี้ด้วยว่า มหาเศรษฐีคนอื่นๆ ที่ไม่ได้จ่ายภาษีเลยในบางปีรวมถึงไมเคิล บลูมเบิร์ก เจ้าของอาณาจักรสื่อและอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กซิตี, คาร์ล ไอคาห์น เศรษฐีนักลงทุนที่เป็นนักเคลื่อนไหว และจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินที่เป็นนักการกุศล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรพับลิกากล่าวว่า อภิมหาเศรษฐีเหล่านี้ไม่ได้ทำสิ่งใดผิดกฎหมายในการแสดงข้อมูลภาษี แต่ใช้ยุทธวิธีการหลบเลี่ยงภาษีที่เกินเอื้อมสำหรับบุคคลธรรมดาสามัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า กรณีของเบโซสเมื่อปี 2554 การแสดงภาษีของเขาระบุว่าผลขาดทุนในการลงทุนของเขามีมากกว่ารายได้ เขายังได้เครดิตภาษี 4,000 ดอลลาร์สำหรับลูกๆ ของเขาในปีนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐีเหล่านี้ยังได้ประโยชน์จากการจำกัดนิยามรายได้ที่ต้องจ่ายภาษีตามกฎหมายภาษีอากรของสหรัฐด้วย เพราะนิยามดังกล่าวไม่ได้รวมถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของทรัพย์สิน เช่น หุ้นและอสังหาริมทรัพย์ และจัดเก็บภาษีเฉพาะรายได้จากการขายสิ่งของเหล่านี้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้เผยแพร่ออกมาไม่กี่วันหลังจากรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศจี 7 ให้การรับรองอัตราการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำสุดทั่วโลกที่อย่างน้อย 15% ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเสนอด้านภาษีหลายข้อที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจว่าบริษัทข้ามชาติที่ทำกำไรจะจ่ายส่วนแบ่งที่ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรพับลิกากล่าวในรายงานว่า ทั้งหลายทั้งปวงนี้ถือเป็นการทำลายตำนานหลักหมุดของระบบภาษีอเมริกาที่ว่า ทุกคนจ่ายส่วนแบ่งที่ยุติธรรม และชาวอเมริกันที่รวยที่สุดจ่ายมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐและหน่วยงานรัฐอีกหลายแห่งเปิดการสอบสวนทันที ลิลี อดัมส์ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวกับเอเอฟพีว่า การเปิดเผยข้อมูลลับของรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เรื่องนี้ถูกส่งไปยังผู้ตรวจราชการของกระทรวง รวมถึงเอฟบีไอและอัยการรัฐวอชิงตัน รวมถึงทุกคนที่มีอำนาจสอบสวนอย่างอิสระ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105836</URL_LINK>
                <HASHTAG>อภิมหาเศรษฐีอเมริกัน, เจฟฟ์ เบโซส, เลี่ยงภาษี, โปรพับลิกา, ไม่จ่ายภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0b69e0dd37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 23:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;เตรียมลุยอวกาศ ประเดิมไฟลท์บลูออริจินเดือนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจฟฟ์ เบโซส อภิมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งแอมะซอน เตรียมสัมผัสประสบการณ์ท่องอวกาศพร้อมกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สู่อวกาศของบลูออริจิน บริษัทผลิตจรวดของเขาเอง โดยจะพาน้องชายและผู้ชนะประมูลตั๋วอีกคนขึ้นไปพร้อมกันในเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เบโซสโพสต์ข้อความลงอินสตาแกรมของเขาเมื่อวันจันทร์ว่า เขาฝันจะเดินทางไปอวกาศตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ เขาจะเดินทางไปอวกาศพร้อมกับน้องชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูออริจินกล่าวว่า เจฟฟ์ เบโซส และมาร์ก น้องชายของเขา จะเป็นลูกเรือชุดแรกที่จะเดินทางสู่อวกาศด้วยแคปซูลอวกาศนิวเชพเพิร์ดของบริษัท โดยที่นั่งตัวที่ 3 ในแคปซูลนี้กำลังเปิดประมูล ซึ่งราคาประมูลตอนนี้อยู่ 2.8 ล้านดอลลาร์ (87.35 ล้านบาท) มีผู้เสนอราคาเกือบ 6,000 คน จาก 143 ประเทศ รายได้จากการประมูลจะมอบให้มูลนิธิคลับฟอร์เดอะฟิวเจอร์ของบลูออริจิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบินนี้จะใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที แต่ผู้โดยสารบนแคปซูลจะได้อยู่ในอวกาศเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น หลังจากแคปซูลแยกตัวจากจรวดนำส่งและลอยอยู่ที่ความสูง 100 กิโลเมตร เหนือเส้นคาร์มัน ที่เป็นเส้นแบ่งขอบเขตระหว่างชั้นบรรยากาศของโลกกับอวกาศ ผู้โดยสารในแคปซูลจะได้สัมผัสประสบการณ์ของสภาวะไร้น้ำหนักและได้เห็นความโค้งของโลกในมุมมองจากอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จรวดนำส่งของบลูออริจินซึ่งถูกออกแบบให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ จะร่อนกลับมาลงจอดที่แท่นจอดห่างจากฐานปล่อย 2 ไมล์ ส่วนแคปซูลนั้นจะลอยกลับสู่โลกโดยมีร่มชูชีพขนาดใหญ่ 3 ตัวช่วยชะลอความเร็วจนกระทั่งเหลือราว 1 ไมล์ต่อชั่วโมงก่อนตกกระทบพื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคปซูลนิวเชพเพิร์ดทดสอบประสบความสำเร็จมาแล้วมากกว่า 12 ครั้ง แต่เป็นการทดสอบแบบไม่มีมนุษย์โดยสารภายใน แคปซูลอัตโนมัติที่ไม่มีนักบินนี้มีที่นั่งโดยสาร 6 ที่นั่ง แต่บลูออริจินยังไม่เปิดเผยราคาตั๋วสำหรับเที่ยวบินท่องอวกาศที่จะเปิดบริการต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท เวอร์จินกาแล็กติก ที่ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐี ริชาร์ด แบรนสัน ชาวอังกฤษ ก็กำลังพัฒนาอวกาศยานที่บริการเที่ยวบินแบบวงโคจรย่อยให้แก่ลูกค้า ถึงขณะนี้มีผู้จองตั๋วบินแล้วราว 600 คน ที่ราคาระหว่าง 200,000-250,000 ดอลลาร์ (6.2-7.8 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสเปซเอ็กซ์ของอีลอน มัสก์ คู่แข่งและคู่ปรับของเบโซส กำลังมีแผนบริการเที่ยวบินแบบวงโคจรหลักที่จะเสียค่าเดินทางหลายล้านดอลลาร์ แต่พาลูกค้าสู่อวกาศที่สูงขึ้นไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105618</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องอวกาศ, นิวเชพเพิร์ด, บลูออริจิน, เจฟฟ์ เบโซส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be42c444193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 22:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;สละตำแหน่งซีอีโอแอมะซอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจฟฟ์ เบโซส ประกาศลงจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ &amp;quot;แอมะซอน&amp;quot; บริษัทอี-คอมเมิร์ซ ยักษ์ใหญ่ที่เขาเริ่มก่อตั้งบริษัทในโรงรถเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน แต่ยังคงเป็นประธานบริหารของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจฟฟ์ เบโซส อายุ 57 ปี บุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกเมื่อประเมินจากหุ้นของบริษัทแอมะซอนที่เขาถืออยู่ แถลงเมื่อวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ว่า เขาจะลงจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทแอมะซอนในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และจะส่งมอบตำแหน่งซีอีโอให้กับแอนดี แจสซี ที่ปัจจุบันเป็นประธาน &amp;quot;แอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส&amp;quot; (เอดับเบิลยูเอส) หรือธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งของแอมะซอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจดหมายที่ส่งถึงพนักงานของแอมะซอน เบโซสบอกว่า เขายังเกี่ยวข้องกับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของแอมะซอนที่สำคัญ แต่เมื่อไม่ได้อยู่ในตำแหน่งซีอีโอ เขาจะให้ความสำคัญกับงานคิดริเริ่มด้านการกุศลช่วยเหลือสังคม เช่นกองทุน &amp;quot;เดย์วันฟันด์&amp;quot; และ &amp;quot;เบโซสเอิร์ธฟันด์&amp;quot; และธุรกิจด้านอื่นของเขา เช่น บริษัทสำรวจอวกาศและหนังสือพิมพ์ โดยระบุว่าเขายังไม่หมดไฟและไม่ได้เกษียณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบโซสเริ่มก่อตั้งบริษัทแอมะซอนที่โรงรถของเขาในปี 2537 จากนั้นบริษัทเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะในธุรกิจขายปลีกออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสตรีมมิงเพลงและรายการโทรทัศน์, ร้านขายของชำ, คลาวด์คอมพิวติ้ง, หุ่นยนต์, ปัญญาประดิษฐ์ และธุรกิจด้านอื่น เช่น หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ และบริษัทบลูออริจิน บริษัทสำรวจอวกาศเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดี แจสซี ว่าที่ซีอีโอแอมะซอน เข้าทำงานในบริษัทเมื่อปี 2540 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด และเป็นผู้ก่อตั้งแผนกเอดับเบิลยูเอสในปี 2546 ที่ให้บริการประมวลผลระบบคลาวน์ที่ทำกำไรอย่างงดงามให้กับแอมะซอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบโซสกล่าวถึงแจสซีว่าจะเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมของบริษัท และตัวเขาให้ความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ขณะนี้แอมะซอนอยู่ในจุดที่มีความคิดค้นสร้างสรรค์มากที่สุด จึงเป็นเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะส่งผ่านตำแหน่งบริหารของบริษัท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีอีโอแอมะซอน, ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร, เจฟฟ์ เบโซส, แอนดี แจสซี, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601abdf001cfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีลอน มัสก์&#039;แซง&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;ขึ้นแท่นรวยสุดในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท เทสลา ขึ้นแท่นเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลก แซงหน้าเจฟฟ์ เบโซส เจ้าของแอมะซอน ด้วยทรัพย์สินมูลค่ามากกว่า 185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีซีเอ็นบีซีของสหรัฐประเมินเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคมว่า อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท เทสลา และบริษัท สเปซเอ็กซ์ มีทรัพย์สินสุทธิมากกว่า 185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.56 ล้านล้านบาท) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เทสลา และราคาหุ้นของเทสลาขึ้นสูงอย่างมากในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ้นของเทสลามีมูลค่าราคาตลาดสูงขึ้นถึง 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้เทสลาเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของบริษัทผลิตรถยนต์อย่างโตโยต้า, โฟล์กสวาเกน, ฮุนได, จีเอ็ม และฟอร์ด รวมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัสก์กลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกแซงหน้าเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของแอมะซอน ที่ครองตำแหน่งบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกมาตั้งแต่ปี 2560 ขณะนี้เบโซสมีทรัพย์สินสุทธิราว 184,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.53 ล้านล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัสก์โพสต์ทางทวิตเตอร์หลังทราบรายงานข่าวเรื่องนี้ตามสไตล์ของเขาว่า &amp;quot;แปลกใจจัง&amp;quot; และ &amp;quot;กลับไปทำงาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโพสต์ก่อนหน้านี้ของมัสก์ที่ขึ้นมาอยู่หน้าฟีดของเขา บอกถึงเรื่องการใช้ทรัพย์สินของเขาว่า ราวครึ่งหนึ่งของเงินที่มี เขาตั้งใจที่นำไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาของโลก และเงินครึ่งหนึ่งที่เหลือจะช่วยสร้างเมืองที่มีความยั่งยืนพึ่งตัวเองได้บนดาวอังคาร เพื่อให้มั่นใจว่าชีวิตของทุกสปีชีส์จะดำรงอยู่ต่อไปได้ ในกรณีที่โลกโดนอุกกาบาตพุ่งชนเหมือนตอนไดโนเสาร์สูญพันธุ์ หรือเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 และเราทำลายกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัสก์ประสบปัญหารุมเร้าในปี 2561 โดยคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐขอให้เขาลาออกจากประธานบริษัท เทสลา และต้องเสียค่าปรับ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติคดีที่เขาโพสต์ทางทวิตเตอร์ถึงความเป็นไปได้ที่จะนำบริษัทเทสลาออกจากตลาดหุ้น หลังจากนั้นเขายังโดนเวอร์นอน อันส์เวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ ฟ้องร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา โรงงานผลิตรถยนต์เทสลาในรัฐแคลิฟอร์เนียและนครเซี่ยงไฮ้ เพิ่มกำลังการผลิตรถอย่างต่อเนื่อง และสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ใหม่ที่รัฐเทกซัสและที่ชานกรุงเบอร์ลิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89226</URL_LINK>
                <HASHTAG>รวยสุดในโลก, อีลอน มัสก์, เจฟฟ์ เบโซส, เทสลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb8050a58dfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
