<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ไล่ส่ง &#039;แมททิส&#039; ตั้ง รมช.กลาโหม เสียบแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งถอนทหารอเมริกันออกจากซีเรียแล้ว และยังร่นวันลาออกของเจมส์ แมททิส เร็วขึ้น 2 เดือน เป็นวันขึ้นปีใหม่โดยตั้งรัฐมนตรีช่วยกลาโหมรับตำแหน่งแทน ฉุนอดีตนายพลผู้นี้คัดค้านแผนถอนทหารอย่างเปิดเผยในจดหมายลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 25 ตุลาคม 2561 เจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมยืนฟังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ที่ทำเนียบขาว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 อ้างคำกล่าวของโฆษกกองทัพสหรัฐนายหนึ่ง ที่ตอบคำถามเกี่ยวกับคำสั่งถอนทหารนี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งดำเนินการแล้ว แต่โฆษกผู้นี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของผู้นำสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอ้างชัยชนะเหนือกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรีย ว่าไม่มีความจำเป็นสำหรับการคงทหารอเมริกันไว้ที่นั่น ปัจจุบันสหรัฐคงทหารไว้ 2,000 นาย ทำหน้าที่ช่วยเหลือฝึกฝนและแนะนำกองกำลังผสมนานาชาติต่อสู้กับไอเอส บรรดาชาติพันธมิตรในกองกำลังพันธมิตรต่างตกตะลึงกับคำประกาศแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของทรัมป์ เสียงวิจารณ์และคัดค้านยังออกมาจากภายในสหรัฐเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองหลายคนทั้งจากรีพับลิกันและเดโมแครตต่างปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าไอเอสถูกโค่นพ่ายแพ้แล้ว การตัดสินใจถอนทหารจากซีเรียยังถูกมองว่าสหรัฐทอดทิ้งกองกำลังชาวเคิร์ดที่เป็นหุ้นส่วนของสหรัฐในการสู้รบกับไอเอส แต่กำลังเสี่ยงที่จะโดนกองทัพตุรกีรุกโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้คุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี โดยผู้นำทั้ง 2 เห็นพ้องกันว่าจะร่วมมือกันทั้งในส่วนของกองทัพ, การทูต และด้านอื่นๆ เพื่อเลี่ยงภาวะสุญญากาศในซีเรียช่วงที่สหรัฐถอนทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทรัมป์ทวีตว่า แอร์โดอันให้คำรับประกันกับเขาว่า ตุรกีจะถอนรากถอนโคนนักรบไอเสที่หลงเหลืออยู่ในซีเรีย และ &amp;quot;ทหารของเรากำลังจะกลับบ้าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุตลู ซิวิโรกลู นักวิเคราะห์ด้านกิจการเคิร์ด กล่าวว่า การถอนทหารของสหรัฐจะเปิดทางให้ตุรกีเริ่มปฏิบัติการต่อต้านชาวเคิร์ด และสงครามนองเลือดจะเริ่มต้นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การถอนทหารตามคำสั่งของทรัมป์จะกระทำภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ในปีหน้า ภายหลังพลเอกเจมส์ แมททิส ยื่นใบลาออก โดยประกาศอย่างเปิดเผยในจดหมายลาออกของเขาว่าเขาไม่เห็นด้วยกับแผนของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อความในจดหมายลาออกของเจมส์ แมททิส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของสหรัฐกล่าวกันว่า ข่าวจดหมายลาออกของแมททิสทำให้ทรัมป์โกรธ และเมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์ประกาศว่า แพทริก แชนาแฮน รัฐมนตรีช่วยกลาโหม จะรับตำแหน่งแทนที่แมททิสตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 แทนที่จะรอถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ตามที่แมททิสแจ้งไว้ในจดหมาย ด้วยความตั้งใจให้การถ่ายโอนอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนาแฮนต่างจากแมททิส ซึ่งเป็นอดีตนายพลวัย 68 ปี เขาไม่เคยเป็นทหารและทำงานให้ภาคเอกชนมาเกือบตลอด โดยทำงานที่บริษัทโบอิ้งกว่า 3 ทศวรรษ ก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งที่เพนตากอนในปี 2560.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24987</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิม แมททิส, รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ, เจมส์ แมททิส, แพทริก แชนาแฮน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c20e7dd9f8a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนังสือเล่มใหม่เผย &#039;ทรัมป์&#039; สั่งลอบฆ่า &#039;อัสซาด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หนังสือเล่มใหม่ของ &amp;quot;บ็อบ วูดวาร์ด&amp;quot; ที่จะวางแผงสัปดาห์หน้า อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งรัฐมนตรีกลาโหมลุยแผนลอบฆ่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด หลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียกลางปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) และบาชาร์ อัลอัสซาด / New York Post / AP / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานข่าวของวอชิงตันโพสต์เมื่อวันอังคารที่ 4 กันยายน เกี่ยวกับเนื้อหาบางช่วงบางตอนของหนังสือ &amp;quot;กลัว : ทรัมป์ในทำเนียบขาว&amp;quot; เขียนโดยบ็อบ วูดวาร์ด นักข่าวนามกระฉ่อนผู้เปิดโปงคดีวอเตอร์เกต มีออกมาในช่วงเวลาเดียวกับที่นานาชาติกำลังวิตกต่อปฏิบัติการของอัสซาดและกองทัพรัสเซีย ที่เตรียมถล่มจังหวัดอิดลิบ ดินแดนควบคุมของกบฏซีเรียในภาคตะวันตกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนตุรกี ซึ่งองค์การสหประชาชาติเตือนว่าอาจเกิดการฆาตกรรมหมู่ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐขู่อัสซาดว่า หากใช้อาวุธเคมีกับประชาชนชาวซีเรีย สหรัฐจะตอบโต้อย่างฉับพลันตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาบางส่วนของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีกำหนดวางแผงวันที่ 11 กันยายน เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวความตึงเครียดภายในทำเนียบขาวที่อยู่ภายใต้การบัญชาการของทรัมป์มานาน 20 เดือน โดยอ้างแหล่งข่าวนิรนามหลายคนที่บอกเล่าคำพูดของทรัมป์, เจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหม, จอห์น เคลลี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และอีกหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือบรรยายภาพของประธานาธิบดีผู้นี้ว่าชอบระเบิดอารมณ์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย และตัดสินใจหุนหันพลันแล่น รัฐบาลมีความโกลาหลวุ่นวายและสติแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วู้ดวาร์ดอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่วงในว่า ภายหลังรัฐบาลอัสซาดถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีเมื่อเดือนเมษายน 2560 ทรัมป์กล่าวกับแมททิสว่าเขาต้องการให้ลอบฆ่าอัสซาด แมททิสรับปากจะรีบดำเนินการก็จริง แต่เขาประวิงเวลาด้วยแผนการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียแบบจำกัด และไม่ได้คุกคามต่อสวัสดิภาพของอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือยังกล่าวด้วยว่า แมททิสเคยพูดกับเพื่อนร่วมงานด้วยว่า ทรัมป์ทำตัวเหมือนเด็กประถมห้าหรือประถมหก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็แค่หนังสือห่วยๆ อีกเล่มหนึ่ง&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับเดลีคอลเลอร์เมื่อวันอังคาร ต่อมาในทวิตเตอร์ของเขา ทรัมป์กล่าวด้วยว่า หนังสือเล่มนี้สร้างเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแมททิสออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่า เขาไม่เคยกล่าวถ้อยคำแบบนั้นเกี่ยวกับทรัมป์ ขณะที่ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว โจมตีหนังสือเล่มนี้ว่า มีแต่เรื่องราวปั้นน้ำเป็นตัวที่ได้จากพวกอดีตลูกจ้างที่ไม่พอใจ เพื่อทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ดูไม่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือเล่มนี้กล่าวด้วยว่า ผู้ช่วยหลายคนดูถูกทรัมป์ลับหลัง โดยเคลลีด่าทรัมป์ว่าโง่เง่า &amp;quot;เราอยู่ในเมืองบ้าคลั่ง งานนี้เป็นงานที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยทำ&amp;quot; ขณะที่ทรัมป์ก็หยามเหยียดลูกน้องหลายคน อาทิ วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ที่ทรัมป์ระบุว่าผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว และเจฟฟ์ เซสชันส์ รัฐมนตรียุติธรรมที่ทรัมป์เรียกว่าบกพร่องทางจิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, บาชาร์ อัลอัสซาด, บ็อบ วูดวาร์ด, ลอบฆ่า, วอเตอร์เกต, อาวุธเคมี, เจมส์ แมททิส, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fee97083d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
