<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 00:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 00:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คาร์ร่า&quot;รับหงส์เคยสนมูฯแต่เลือกราฟาเพราะสไตล์ทำทีม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โชเซ มูรินโญ่ อดีตบอสเชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครั้งหนึ่งเคยมีข่าวว่าอาจได้ไปคุม ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2004 แต่ตอนนั้น ทีมดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ หันไปเลือก ราฟา เบนิเตซ แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจมี่ คาร์ราเกอร์ เผยถึง สาเหตุที่ ลิเวรอ์พูล เลือกไปค้าตัว ราฟา เบนิเตซ เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ตอนนั้นในช่วงปิดฤดูกาล ปี 2004 แทนที่จะเป็น โชเซ มูรินโญ่ ที่เพิ่งนำ ปอร์โต้ คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โค้ชทั้งสองคนในตอนนั้น ถือว่าเป็นมือดีที่สุดของยุคเลยก็ว่าได้ มูรินโญ่ เพิ่งสร้างชื่อด้วยการนำความสำเร็จให้กับปอร์โต้ ด้วยการคว้า ปอร์ตุกีส คัพ และ แชมป์ลีก รวมถึง ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่ เบนิเตซ ก็เพิ่งได้แชมป์ลาลีกา สมัยสอง ในรอบสามปีกับ บาเลนเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูรินโญ่ ดูเหนือกว่าอยู่เล็กน้อยจากผลงาน แต่ คาร์ราเกอร์ บอกว่าตัวตัดสินไปอยู่ที่สไตล์การคุมทีมและนิสัยของ เบนิเตซ ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เลือกบอสชาวมาดริด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตกองหลังลิเวอร์พูล วัย 42 กล่าว &amp;quot;เฌราร์ อูลลิเยร์ เสียตำแหน่งกุนซือของทีมไป ริค แพร์รี่ ประธานสโมสรตอนนั้น ได้มีการสัมภาษณ์ ราฟา เบนิเตซ มาแล้วช่วงหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาคอยอัพเดทความคืบหน้าให้กับนักเตะรุ่นซีเนียร์ของทีมได้รับรู้อยู่ตลอดว่าดำเนินการถึงไหนแล้ว และเขาก็มีการเอ่ยถึง โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรู้อะไรมากขึ้นเกี่ยวกับ ราฟา เบนิเตซ เพราะฟุตบอลสเปน และสิ่งที่เขาทำ และตอนนั้นมีแนวโน้มว่าทางสโมสรจะแต่งตั้งเขามากกว่าใครทั้งหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่า โขเซ มูรินโญ่ ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล บางทีเพราะการประพฤติตัวของเขาในหลายๆครั้ง หลายอย่างที่เขาทำ ไม่ใช่แนวทางของ ลิเวอร์พูล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นผมมักคิดเสมอว่าเราจะเลือก ราฟา เพราะเขามีความสุขุมมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบนิเตซ นำ ลิเวอร์พูล กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง แม้เขาจะยังไม่สามารถนำแชมป์ลีกมาประดับที่เมอร์ซีย์ไซด์ได้ แต่เขาก็พาทีมไปถึงตำแหน่งแชมป์ยุโรปในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ หนึ่งหน จากการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้ 2 ครั้ง นอกจากนั้นก็ยังมีเอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ หนึ่งครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางตรงกันข้าม มูรินโญ่ ไม่สามารถนำความสำเร็จในถ้วยยุโรปให้กับ เชลซี ได้ แต่ก็นำ ทีมสิงห์น้ำเงินครามแห่งกรุงลอนดอน คว้าถ้วยพรีเมียร์ลีกได้ทันทีในฤดูกาลแรกที่ได้ไปเป็นนายใหญ่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุุตบอล, ราฟา เบนิเตซ, ลิเวอร์พูล, เจมี่ คาร์ราเกอร์, โชเซ่ มูรินโญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e80d5175e638.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เด็กหงส์อึ้งค้อนอยากให้ซีซั่นนี้โมฆะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจมี่ คาร์ราเกอร์ กับสาวกหงส์ ไม่ถูกใจ รองประธาน เวสต์แฮม ทีมที่กำลังหนีตกชั้น เสนอให้ยุบฤดูกาลนี้ แล้วเริ่มต้นใหม่ในเดือน ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟุตบอลลีกระดับท็อปของยุโรป พากันประกาศงดเกมฟาดแข้งในช่วงนี้ไปอย่างน้อยถึงต้นเดือน เมษายน ไม่ว่าจะทั้ง ในอังกฤษ, ลาลีกา, บุนเดสลีกา และ เซเรีย อา หลังเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การที่เกมต้องว่างเว้นไปถึง 3 สัปดาห์ ไม่เป็นไปตามแผนเดิม ทางพรีเมียร์ลีก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้เรื่องแผนรองรับ ว่า ฤดูกาลนี้ ควรแค่เลื่อน หรือ ปิดฤดูกาล นับแชมป์กันไปเลย หรือ ให้ฤดูกาลนี้เป็นโมฆะ แล้วเริ่มต้นใหมในฤดูกาลหน้า โดยที่ผ่านมา ก็มีบางคนเสนอไอเดียวเข้ามามากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาร์เรน เบรดี้ รองประธานสโมสร เวสต์แฮม ทีมที่กำลังต้องหนีตกชั้นอยู่ช่วงนี้ แนะว่า ฤดูกาลนี้ ควรให้เป็นโมฆะ ไปเลยดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องจากมีเกมการแข่งขันทั้งพรีเมียร์ลีก และ อีเอฟแอล ได้รับผลกระทบ สิ่งเดียวที่แฟร์และสมเหตุสมผลที่จะทำคือประกาศให้วอยซีซั่นนี้ไปเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครจะไปรู้ว่าทีมใดจะตกชั้นหรือเลื่อนชั้นขึ้นมาหากไม่ได้เตะครบทุกนัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ก็จะเป็นข่าวร้ายสำรหับ ลิเวอร์พูล ที่อาจโดนปล้นแชมป์ไปจากมือหลังจากรอคอยมานานถึง 30 ปี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่สิ่งนี้จะมีการปรึกษาหารือกันระหว่างพรีเมียร์ลีก กับสโมสรต่างๆในการประชุมเร่งด่วนสัปดาห์หน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิเวอร์พูล เวลานี้ ทำคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งอยู่ 25 แต้ม และแฟนๆบางคนอาจไม่พอใจนักสำหรับคำเสนอแนะของ เบรดี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่บรรดาทีมท็อปไฟลท์ของลีก ต่างมีความเห็นพ้องกันแล้วว่า ตำแหน่งแชมป์ฤดูกาลนี้ ควรยกให้ ลิเวอร์พูล ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ขอชนะอีกเพียง 2 นัดก็จะได้แชมป์อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ เพียร์ส มอร์แกน ที่เป็นแฟนของอาร์เซนอล สนันสนุนแนวคิดของ เบรดี้ พร้อมกับกล่าวว่า &amp;quot;ทำไมแค่ คาร์เรน เบรดี้ พูดแบบนี้ไป แล้วจะต้องโดนรุมกระหน่ำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฤดูกาลนี้ไม่มีทางได้เตะครบ ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะยุติธรรมที่สุดภายใต้สถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการยกเลิกแล้วเริ่่มทุกอย่างใหมในเดือน สิงหาคมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของแอนฟิลด์ ตอบโต้ เบรดี้ กับ มอร์แกน ทันที พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องแคนเซิลฤดูกาลนี้ อีกทั้งยังเชื่อมือทางผู้มีอำนาจ พวกเขาวางโปรแกรมฟุตบอลโลก ฯลฯ ลงกลางซีซั่นได้ ดังนั้นผมก็มั่นใจว่าพวกเขาจะต้องหาทางแก้สำหรับฤดูกาลหน้าได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ ยูฟ่าจะพยายามช่วยโดนการเลื่อน ศึกยูโร 2020 ออกไป แต่หลายสโมสร เกรงว่า ถึงทำไป ก็อาจไม่พอที่จะเซฟฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบรดี้ เห็นด้วยว่า ถ้าหาก ลิเวอร์พูล จะพลาดการเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ก็ไม่เป็นธรรม ไอเดียที่ว่าจบซีซั่นแต่เพียงเท่านี้แล้วยกแชมป์ให้ลิเวอร์พูล ไม่มีตกชั้น และขยายทีมในพรีเมียร์ลีกเป็น 22 ในฤดูกาลหน้า ก็น่าสนใจ แต่ก็จะไม่ยุติธรรมอีกสำหรับทีมที่จะอดเลื่อนชั้นขึ้นมาในขณะที่พวกเขาต้องบอกว่าพวกเขายังมีโอกาส ขณะเดียวกัน โควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกจะให้ทีมใด้บ้าง ลิเวอร์พูล, เลสเตอร์, เชลซี และ แมนฯ ยูฯ ได้ไป เพราะ แมนฯ ซิตี้ ติดโทษแบน แต่ยังไม่จบ เชฟฯ ยูฯ ห่าง ยูไนเต็ด แค่ 2 แต้มแถมดันเตะน้อยกว่า ก็ต้องคิดว่าพวกเขาสมควรได้ไป ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลยังอาจหาทางออกไม่ได้ง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59838</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คาร์เรน เบรดี้, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, เจมี่ คาร์ราเกอร์, เวสต์แฮม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6e219415ccd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 23:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 23:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาร์ราชี้ลูกยิงบ็อบบี้ ไม่ควรได้เป็นประตู มูฯเยาะหงส์ย่ำเชิ๊ตดำไม่ดูVAR</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ลิเวอร์พูล บุกเชือด ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถึงถิ่นจากประตูโทนของ บ็อบบี้ ฟีร์มิโน่ แต่ภาพรีเพลย์ระบุชัดว่า ผู้ตัดสิน ตัดสินผิดที่ไปให้ ทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ได้ทุ่ม แทนที่จะเป็นลูกทุ่มของทีมเจ้าบ้าน หลังเกม เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังหงส์แดง ยุค 90 รับทีมเก่าของตนไม่สมควรได้ประตูนี้ ขณะที่ โชเซ มูรินโญ่ ตั้งข้อสงสัย VAR มีไว้เพื่อทีมใดหรือเปล่า หลัง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่มักคุมอารมฌ์ไม่ค่อยอยู่ ย่ำปุ่มสตั๊ดใส่ข้อเท้านักเตะไก่เดือยทอง ซึ่งหลายคนประหลาดใจที่ กองหลังยอดทีม ไม่แม้แต่โดนจับฟาวล์ ขณะที่อีกสนามในเกมของ เลสเตอร์ ถึงกับแพ้เพราะ VAR ที่ไม่ให้ทีมจิ้งจอกได้ประตูถึง 2 ครั้ง และยังทำให้พวกเขาเสียจุดโทษทั้งที่ไม่ควรเป็นจุดโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประตูเดียวที่เกิดขึ้นเกมบิ๊กแมทช์ระหว่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กับ ลิเวอร์พูล เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา จบลงด้วยความสมหวังของยอดทีมจากเมอร์ซียไซด์ ที่สามารถทำสถิติเป็นทีมที่สตาร์ทฤดูกาลใหม่ได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก และตอนนี้ยังทำคะแนนทิ้งห่างอันดับ 2 เลสเตอร์ เป็น 16 แต้ม โดยที่ยังเตะน้อยกว่าอยู่หนึ่งนัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เห็นความผิดปกติของการตัดสินของกรรมการ แม้แต่ คาร์ราเกอร์ ยังยอมรับเองว่า ประตูของ ฟีร์มิโน่ ไม่สมควรเกิดขึ้น และควรต้องเป็นลูกทุ่มของทาง ท็อตแน่ม เพราะจากภาพรีเพลย์แสดงให้เห็นว่า ซาดิโอ มาเน่ โดนบอลออกเป็นคนสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูรินโญ่ หลังเกมก็บอกว่างุนงงเหมือนกันที่ทำไมผู้ตัดสินไม่ให้ทีมตนได้ทุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ผมเห็น และผมมั่นใจ 200 เปอร์เซนต์ คือ ลูกทุ่มลูกนั้น ที่เป็นจุดเริ่มต้นก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะได้ประตู และเป็นฝ่ายชนะเรา เพราะ มาเน่ โดนบอลออกชัดเจน ผมรู้สึกสับสนกับหน้าที่ของ VAR นิดหน่อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพอมาถึงลูกปัญหาที่จะทำให้ ลิเวอร์พูล เสียเปรียบบ้าง ผู้ตัดสินก็ไม่เป่าฟาวล์ ไม่เรียกใช้ VAR ช่วยตัดสิน จังหวะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ย่ำปุ่มสตั๊ดใส่ จาเฟต แทนกังก้า ดาวรุ่งของทีมไก่เดือยทองที่เพิ่งได้ประเดิมสนามนัดนี้ เทียบกับตอนที่ ซอน เฮือง มิน โดนไล่ออกในเกมกับ เชลซี เมื่อเดือนที่แล้ว จังหวะนั้นถือว่าเบาไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การเข้าบอลของ โรเบิร์ตสัน สมควรเป็นใบแดง หรือไม่ มูรินโญ่ ตอบ &amp;quot;เทียบกับ ซอนในเกมกับ เชลซี คุณน่าจะมีคำตอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54397</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, บ็อบบี้ ฟีร์มิโน่, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เจมี่ คาร์ราเกอร์, เจอร์เกน คล็อปป์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, โชเซ มูรินโญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1b4884c1018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 00:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 00:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาร์ราเกอร์เชื่อ&quot;เทรนท์&quot;พัฒนากลายเป็น&quot;เดอ บรูย์น&quot;ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจมี่ คาร์ราเกอร์ เชื่อว่า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สามารถพัฒนาเป็นมิดฟิลด์ในระดับเดียวกับ เควิน เดอ บรูย์น ให้ ลิเวอร์พูล ได้ในสักวันหนึ่งข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษ วัย 20 แจ้งเกิดกลายเป็นขุนพลตัวหลักของ เจอร์เกน คล็อปป์ ไปเรียบร้อยแล้วในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา และอดีตปราการหลังของทีมหงส์แดง เจมี่ คาร์ราเกอร์ เชื่อว่า เทรนท์ ในตอนนี้ได้กลายเป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีผู้เล่นไม่กี่คนที่คุณคิดว่าจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ได้ แต่หากคุณนึกถึงความสำเร็จที่เขาทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเพียงนี้ อย่างการคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และการที่เป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยุโรป เขาอาจเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่อายุน้อยที่ดีที่สุดในโลกถ้าคุณนึกถึงความสำเร็จที่เขาทำได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47284</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เจมี่ คาร์ราเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d9629faa4475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาร์ราฯช็อคปืนแพ้ยับอีก/ชี้แฟนหมดแรงประท้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อาร์เซนอล เจอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถล่มเละอีก คราวนี้คาบ้าน&amp;nbsp;ด้วยสกอร์ 3-0 ติดกันเป็นครั้งที่สองภายในสัปดาห์เดียวกัน แถมโดนเจาะ 3 เม็ดเสร็จไปตั้งแต่ครึ่งแรก หลังจากเพิ่งโดนทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รัวมาด้วยสกอร์เดียวกัน ในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ โอกาสไปแขมเปี้ยนส์ลีกวูบลงไปอีก คะแนนตามหลังอันดับ 4 ท็อตแน่ม แล้วถึง 10 คะแนน เจมี่ คาร์ราเกอร์ เชื่อ แฟนปืน ทำใจแล้ว แทนที่จะโกรธและประท้วงให้ปลด อาร์แซน เวงเกอร์ อย่างที่เคยทำมาหลายปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เซนอล แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 วัน เมื่อคืนวันพฤหัสฯ ครั้งนี้เป็นเกมในพรีเมียร์ลีก หลังจากเพิ่งอกหักจากนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอล คาราบาว คัพ เมื่อคืนวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเสียงเรียกร้องให้กุนซือยอมถอยฉากจากการเป็นกุนซือของทีมเพิ่มมากขึ้น เจมี่ คาร์ราเกอร์ นักวิจารณ์ฟุตบอลทาง สกาย สปอร์ตส เชื่อว่า เขาใกล้ที่จะรูดป่านปิดฉากการเป็นผู้จัดการทีมอาร์เซนอลเต็มที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกมนี้แฟนอาร์เซนอลไม่ได้ให้ความสนใจกันอีกแล้ว&amp;quot; คาร์ราเกอร์ กล่าวถึงจำนวนแฟนที่เข้าชม ซึ่งบางตามาก ที่นั่งส่วนใหญ่ว่าง &amp;quot;เสียงโห่อาจมีบ้างตอนจบเกม แต่ก็ยังห่างไกลจากฤดูกาลที่แล้ว ที่พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความโมโห แต่ครั้งนี้ตอนนี้มันเหมือนกับพวกเขายอมทำใจแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แฟนอาร์เซนอลน้อยมากที่ยังอยากให้เขาเป็นผู้จัดการทีม ตอนที่ผมยังค้าแข้ง เขาเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก เขาเป็นตำนาน ตอนนี้พวกเขาต้องเปลี่ยนแปลง มันต้องมี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตัดสินใจให้เด็ดขาดเสียแต่ตอนนี้ ด้วยผลงานตอนนี้มันดีไม่พอ และมันต้องเกิดความเปลี่ยนแปลง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพ่ายแพ้นัดนี้ส่งผลให้ อาร์เซนอล มีคะแนนตามหลังอันดับ 4 ท็อตแน่ม อยู่ 10 แต้ม ในขณะที่เหลือเตะอีกเพียง 10 นัดเท่านัน้ในฤดูกาลนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เซนอล เสียทั้ง 3 ประตูนั้นภายใน 45 นาทีแรก ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เบร์นาร์โด ซิลวา, เดวิด ซิลวา และ ลีรอย ซาเน่ มีชื่อขึ้นสกอร์บอร์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังพักครึ่ง ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมย็อง ได้รับหน้าที่สังหารจุดโทษ แต่ก็ยังยิงไปให้ เอเดอร์สัน เซฟไว้ได้อีก ตมมหลัง 3 ประตู ในช่วงเวลาที่เหลือ ยากที่ อาร์เซนอล จะกลับมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะแพ้ยับอีก เวงเกอร์ ที่ขาเก้าอี้ใกล้หักเต็มที หลังเกมกลับเลือกที่จะพูดชมผู้เล่นหลายๆคน โดยเชื่อว่านักเตะทำได้ดีมากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันยาก แต่มันก็เป็นอะไรที่สามารถอธิบายได้หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ และผลพวงที่ตามมา สภาพจิตใจของคุณโดนเล่นงาน แต่ผมคิดว่า ผู้เล่นหลายต่อหลายคน ทำผลงานได้ดีมากแล้วในวันนี้ แต่ โชคไม่ดีที่ เรามีเกมรักที่อ่อนแอมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงต่อไปจากนี้ ยังเป็นอะไรที่หนักหนาสำหรับ อาร์เซนอล อยู่ เมื่ออาร์แซน เวงเกอร์ จะเจอเกมสำคัญอีกเกมคือเยือน ไบรท์ตัน อาทิตย์นี้ ก่อนที่จะบินไปอิตาลี เมื่อเจอ เอซี มิลาน สำหรบเกมเลกแรก ฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางทีจากนี้ อาร์เซนอล จะทิ้งทุกอย่างเพื่อไปทุ่มให้กับ ศึก ยูโรปา ลีก เพราะเป็นทางลัดเดียวที่จะกลับไปแชมเปี้ยนส์ลีกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เราต้องทำคือสู้ด้วยกันต่อไป โฟกัสและทำงานให้หนักขึ้นไปอีก เพื่อเรียกความมี่นใจกลับมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ความมั่นใจต่ำ ส่งผลอันตรายต่อทีมเสมอ แต่คุณจะผ่านมันไปได้ถ้าช่วยกัน พวกเขาต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถเล่นให้ อาร์เซนอล ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4168</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, อาร์เซนอล, เจมี่ คาร์ราเกอร์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180302/image_big_5a990b3c23b13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
