<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;DITP&#039;รุกตลาดเอเชียจัดเจรจาการค้าออนไลน์หนุนสินค้าไทยเข้าห้างและซูเปอร์ในต่างประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ธ.ค. 2563 นายวิทยากร มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ให้เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; ซึ่งมอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) หรือทูตพาณิชย์ ทำหน้าที่เป็นพนักงานขายหรือเซลส์แมนประเทศ เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าไทย ซึ่งกรมเล็งเห็นถึงโอกาสของสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงจัดกิจกรรม &amp;ldquo;Taste of Thailand&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมสำคัญ 2 กิจกรรม คือ การเจรจาการค้าออนไลน์ (Online Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าที่มีอำนาจในการสั่งซื้อของห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย จีน และมาเลเซีย เพื่อจัดซื้อ (Sourcing) สินค้าไทยเพิ่มเติม ซึ่งจัดไปแล้วระหว่างวันที่ 23 - 27 พฤศจิกายน 2563 &amp;nbsp;ทั้งนี้ 5 วัน มียอดคาดการณ์มูลค่าการสั่งซื้อกว่า 200 ล้านบาท โดยสินค้าที่มีการสั่งซื้อสูงสุด ได้แก่ ถั่วแระญี่ปุ่น อาหารสำเร็จรูป อาหารทะเลแช่แข็ง เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋อง ไอศครีม ผงปลาแซลมอน น้ำตาลมะพร้าวออร์แกนิค ซอสปรุงรส ข้าวโพดหวาน เครื่องดื่มชูกำลัง ผักผลไม้แช่แข็ง ผลไม้อบแห้ง ข้าวผสมธัญพืช และหนังปลากรอบ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สินค้าที่ส่งออกไปตลาดนี้ครั้งแรก ได้แก่ ห่อหมกปลา/กุ้ง/ปู/ผัก ไก่จ๊อ ไอศครีมรสทุเรียน อาหารประเภท Plant Base มันม่วงพร้อมรับประทาน เครื่องดื่มอินทผลัม คุกกี้สำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากผ่านกิจกรรมการเจรจาการค้าออนไลน์เรียบร้อยแล้ว เพื่อกระตุ้นความต้องการรวมถึงยอดขายสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง จึงนำสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (In-store promotion) ในห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในต่างประเทศ กว่า 600 สาขา ตลอดปี 2564 อาทิ ห้างดองกี (Donki) และอิออน ในญี่ปุ่น ห้างฮุนได (Hyundai) ในเกาหลีใต้ ซุปเปอร์มาร์เก็ตวูลเวิร์ธส (Woolworth) ในออสเตรเลีย และห้างอิออน (AEON) ในมาเลเซียเป็นต้น ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพเหมาะสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคไทย เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้แล้ว ยังเป็นช่องทางในการเสริมสร้างการรับรู้และส่งเสริมแบรนด์สินค้าไทยให้เป็นรู้จัก รวมถึงเพิ่มจำนวนสินค้าไทยในการเจาะตลาดเอเชียอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยากรฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า &amp;ldquo;กรมฯ เห็นถึงพลังของการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าออนไลน์ที่สามารถทำให้ผู้ประกอบการไทยขายสินค้าได้ แม้อยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากมีทูตพาณิชย์คัดกรองผู้ซื้อที่มีคุณภาพในต่างประเทศให้มาเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการศักยภาพของไทย โดยทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อศึกษากันและกันล่วงหน้าก่อนเริ่มการเจรจาการค้า การซื้อขายระหว่างกันจึงมีศักยภาพมากขึ้นสามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยส่งออกได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้กิจกรรมเจรจาการค้าออนไลน์ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคไทยครั้งต่อไป &amp;nbsp;กำหนดจัดขึ้นประมาณปลายเดือนมกราคม 2564
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86894</URL_LINK>
                <HASHTAG>Taste of Thailand, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, วิทยากร มณีเนตร, เจรจาการค้าออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd82b0bc07cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
