<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟใต้จะดับอย่างไร?ตราบใดทั้งนาย-ลูกน้อง ยังรบแบบไร้เป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอขึ้นต้น สกู๊ป วันนี้ด้วยคำว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ ครูอมตะ สโมทานทวี เหยื่อสถานการณ์ ไฟใต้ ที่เป็นชาว ไทยพุทธ รายล่าสุด ที่ถูก โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นจับแขวนคอ เสียชีวิตอย่างทารุณโหดเหี้ยม ในบ้านพักที่ ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ก่อนที่ โจรใต้ จะโจรกรรม รถยนต์ ของคุณครู ไปประกอบเป็น คาร์บอมบ์ เพื่อก่อวินาศกรรม ที่หน้าหน่วยเฉพาะกิจสงขลา หรือ ฉก.สงขลา แรงระเบิดทำให้ ตชด.ชาย-หญิง จำนวน 6 นาย ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เหตุเกิดเมื่อกลางคืนของวันที่ 8 มกราคม 2562 ซึ่งเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา เป็นวันเดียวกันกับที่ ครูจูหลิง ปงกันมูล ครูโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ถูก โจรใต้ จับตัว และทุบตีจนเสียชีวิตในห้องเรียน เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นวันเวลาที่ประจวบเหมาะ หรือเป็นการวางแผนล่วงหน้าของ โจรใต้ ก็ยากที่จะคาดเดา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา โจรใต้ ก็ได้ประกบยิงหญิงชาวไทยพุทธ อายุ 59 ปี ที่ ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิต ซึ่งเพิ่งจะมีการฌาปนกิจศพไปเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการสูญเสียของคนไทยพุทธ ที่มี นัย เป็นเหมือนกับการส่งสัญญาณจากฟากฝั่งของบีอาร์เอ็นว่า นับแต่นี้ ไทยพุทธ จะกลับมาเป็น เหยื่อ สถานการณ์อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่ผ่านมาบีอาร์เอ็นเคยใช้ ยุทธศาสตร์ ในการฆ่าคน ไทยพุทธ อย่างโหดเหี้ยม ทั้งการฆ่าตัดคอ ฆ่าแล้วเผา บางศพยังไม่ตาย แต่มีการราดน้ำมันเพื่อเผาทั้งเป็น เพื่อต้องการให้คนไทยพุทธหวาดกลัว ย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อให้เหลือแต่ มุสลิม จะได้ง่ายต่อการยึดหมู่บ้าน ตำบล และเพื่อสร้างความโกรธแค้นให้กับคน ไทยพุทธ เพื่อให้จับอาวุธเข่นฆ่า มุสลิม แบบ แก้แค้น ให้เกิดความขัดแย้ง นำไปสู่สงครามศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แต่...ที่ผ่านมา ย่างเข้า 15 ปี ความประสงค์ของบีอาร์เอ็นเป็นเสมือน ฟืนเปียก จุดไฟไม่ติด เพราะไม่ว่าบีอาร์เอ็นจะใช้ ยุทธศาสตร์ ของความโหดเหี้ยมอย่างไร คน ไทยพุทธ ในพื้นที่ก็ไม่หลงกล ในการจับอาวุธขึ้นมาทำร้าย หรือฆ่าคน มุสลิม เนื่องจากคน ไทยพุทธ เชื่อว่า มุสลิม ส่วนใหญ่ในพื้นที่ไม่ใช่ โจร และไม่มีความต้องการที่จะแบ่งแยกดินแดน มีเพียงคนไทยพุทธส่วนน้อยที่มากด้วยอารมณ์ และขาดเหตุผลเท่านั้น ที่จะพยายามปลุกระดมให้คนไทยพุทธ และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ใช้ระบบ ตาต่อตา กับบีอาร์เอ็น เพื่อความสะใจ เพราะวิธีการดังกล่าวไม่ได้แก้ปัญหาของ ไฟใต้ อย่างถาวร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดังนั้นบีอาร์เอ็น ซึ่งนำโดย ดุลเลาะ แวมะนอ ที่กำลังใช้ ยุทธศาสตร์ ความรุนแรง ฆ่าคนไทยพุทธ และปล้นชิงอาวุธจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เป็นกองกำลังท้องถิ่น อย่างอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.), ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอ กลับมาใช้อีกครั้ง ต้องตระหนักให้มากว่า ยุทธศาสตร์ ความรุนแรง ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จ เนื่องจากคนไทยพุทธรู้ทันถึงจุดมุ่งหมายของบีอาร์เอ็น และไม่หลงกลในการใช้ความรุนแรงเพื่อแลกกับความรุนแรง สิ่งที่บีอาร์เอ็นได้ตามความมุ่งหมาย คือการสร้างความหวาดระแวงระหว่าง พุทธ และ มุสลิม ในพื้นที่ และอาจจะนำไปสู่การเป็น สังคมเชิงเดี่ยว มากขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แต่... สิ่งที่บีอาร์เอ็นจะได้รับคือ การถูกประณามจากทุกภาคส่วนของสังคม และแม้แต่มวลชนของบีอาร์เอ็นที่ไม่ สุดโต่ง อย่างแท้จริง ก็ไม่เห็นด้วยกับ ยุทธศาสตร์ การใช้ความรุนแรงในพื้นที่ เพียงแต่มุสลิมส่วนใหญ่ในพื้นที่ตกอยู่ในสภาพของความหวาดกลัว จึงไม่มีการแสดงออกเท่านั้น ดังนั้นการใช้ความรุนแรงกับ ไทยพุทธ จึงไม่ใช่เส้นทางที่จะนำบีอาร์เอ็นไปสู่ความสำเร็จของการแบ่งแยกดินแดนอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คล้อยหลังการฆ่า ครูจ้อง อย่างโหดเหี้ยม และการทำ คาร์บอมบ์ ที่หน้า ฉก.สงขลาแล้ว เพียง 2 วัน โจรใต้ ก็แสดงความ ฮึกเหิม ตบหน้าฝ่ายความมั่นคง ฉาดใหญ่ ด้วยการ แต่งเครื่องแบบเลือนแบบทหาร เข้าไปยังโรงเรียนบ้านบูโกะ ม.5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำทีเหมือนเข้าตรวจเยี่ยม อส.ที่ รปภ.โรงเรียน ก่อนที่จะกราดยิง อส.เสียชีวิต 4 ศพ และปลดอาวุธปืนหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป็นความสูญเสียอีกครั้งหนึ่งของกองกำลังท้องถิ่นชุดคุ้มครองตำบล ชคต. ซึ่งบรรทัดนี้ก็แสดงความเสียใจกับการ สูญเสีย ของครอบครัวอาสาสมัครทั้ง 4 ท่าน และขอให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ เป็นบทเรียนที่ต้องจดจำ กับกองกำลัง อส., ชรบ. รวมทั้งทหาร ตำรวจในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประเด็นที่ต้องตั้งข้อสังเกตต่อสถานการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนสิ้นปี 2561 ตั้งแต่การวางระเบิดแสวงเครื่อง นางเงือก ที่แหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา การวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ อ.บางกล่ำ และ อ.ควนเนียง จ.สงขลา ต่อด้วยการวางระเบิดเสาไฟ เสาโทรศัพท์ การยิงถล่ม ชคต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และเหตุอื่นๆ ใน จ.ปัตตานี และยะลา เกิดจากอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1.เป็นวงรอบของบีอาร์เอ็นในการก่อเหตุที่เป็นเหตุปกติของการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี จนกลายเป็นปีปฏิทิน ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าคุ้นเคย และเรียกว่า ปฏิทินโจร 2.เป็นการปฏิบัติการเพื่อตอบโต้การปราบปรามยาเสพติด และสินค้าเถื่อน ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เนื่องจากผู้อยู่ใน วงจร ยาเสพติด และสินค้าเถื่อน เป็น ส่วนหนึ่ง ของบีอาร์เอ็น ที่เป็นเสมือนกระเป๋าเงินของบีอาร์เอ็น ที่ใช้ในการก่อการร้าย และ 3.เป็นการส่งสัญญาณการไม่เข้าร่วมเวทีการ พูดคุยสันติสุข ที่ฝ่ายเราพยายามให้มาเลเซีย กดดันให้บีอาร์เอ็น ปีกทหาร เข้าร่วมโต๊ะ พูดคุย เป็นการส่ง นัย จากดุลเลาะ แวมะนอ ถึง&amp;nbsp; พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หัวหน้าคณะ พูดคุย ฝ่ายไทย ให้เลิกกำหนดเวลา 6 เดือน เพื่อขับเคลื่อนเวทีพูดคุยสันติสุขหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้อสังเกตต่อไปคือ การก่อเหตุของ โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขบวนการบีอาร์เอ็นต่อเป้าหมายเป็นไปแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการก่อเหตุด้วยอาวุธปืน โดยมีเป้าหมายต่อ เหยื่อ ที่เป็น ไทยพุทธ ทุกเส้นทางเป็นไปอย่าง ปลอดโปร่ง การเข้าไปจับ ครูจ้อง และนำรถไปประกอบคาร์บอมบ์เป็นไปอย่างง่ายดาย แสดงให้เห็นว่า ณ ขณะนี้ ทุกพื้นที่มี แนวร่วม ทั้ง 8 หน่วยงานของบีอาร์เอ็นปฏิบัติการเต็มพื้นที่ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้อสังเกตต่อมา ฐานปฏิบัติการระดับ ฉก.สงขลา ซึ่งถือเป็นฐานปฏิบัติการระดับจังหวัด ทำไมจึงถูกก่อวินาศกรรมอย่างง่ายดาย ทำไม่จึงปล่อยให้คนร้ายนำ คาร์บอมบ์ มาจอดหน้าฐานได้ง่ายๆ ทำไมรัศมี 500 หรือ 1,000 เมตร หรือรอบๆ ฐาน จึงไม่มีกำลังตรวจตรา ลาดตระเวน หรือป้องกันอันตราย และบนเส้นทางดังกล่าวมีกล้องวงจรปิด หรือมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างไร เพราะถ้ามีการป้องกันตาม ยุทธวิธี การที่จะเกิด คาร์บอมบ์ หน้า ฉก. ไม่น่าจะเกิดขึ้นง่ายๆ และเมื่อเกิดขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้อสังเกตอีกอย่าง ชคต.ที่มีกำลัง อส.เป็นหลัก และชุดคุ้มครองหมู่บ้านที่มี ชรบ.เป็นหลัก ถูกโจมตี ถูกทำลาย ถูกปลดอาวุธ และถูกฆ่าด้วยวิธีง่ายๆ ทั้งแบบการ ล็อกคอ ปลดอาวุธทีละคน การแต่งกายเลียนแบบทหาร เข้าไปทำทีท่าตรวจเยี่ยม ก่อนยิงทิ้งและปลดอาวุธ เป็นยุทธวิธีที่เกิดขึ้น ซ้ำซาก ในเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ทำไม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงไม่มีการสรุปบทเรียนที่เกิดขึ้น เพื่อปิด จุดอ่อน และให้กำลังพลเข้าใจถึง ยุทธวิธี ของบีอาร์เอ็น เพื่อป้องกันความสูญเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หรือถ้าเห็นว่า ชคต.และ ชรบ.ตรงไหนที่เอาตัวไม่รอด มีไว้เพียงเป็น ผักเหนาะ มีไว้เพื่อให้ โจรใต้ ปลดอาวุธ ก็ควรจะยุบทิ้ง เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและอาวุธ หรือที่ง่ายๆ ในการแก้คือ ส่งทหารเข้าไปร่วมปฏิบัติการใน ชคต. เพื่อที่จะเพิ่มความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีคำถามว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า คิดผิดหรือไม่กับการที่เอากำลังท้องถิ่นมาแทนที่ ในการรักษาความสงบ แทนทหาร ตำรวจ เป็นการส่งคนไปตาย หรือเป็นการส่งอาวุธให้โจรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;และสุดท้ายที่เป็นข้อพิจารณาคือ การพ่ายแพ้ ซ้ำซาก การสูญเสียแบบไม่จบสิ้น แบบศพแล้วศพเล่าของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเพราะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนต่อกำลังรบในพื้นที่ ว่า ศัตรู เป็นใคร จึงทำให้กำลังรบในพื้นที่ไม่รู้จัก ศัตรู ไม่มีการประเมิน ศัตรู ไม่รู้จักการก่อการร้ายแบบ จรยุทธ์ แบบ กองโจร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ดังนั้นตราบใดที่ ข้างบน ยังไม่ยอมรับว่า เรากำลังรบกับบีอาร์เอ็น และ ข้างล่าง ยังไม่รู้ว่าจะรบกับใคร ดังนั้นไม่ว่าใครจะมาเป็น ผบ.ทบ. ไฟใต้ ก็ยังจะต้อง โชนแสง ต่อไป เพราะเรากำลังรบกับ ศัตูร แบบ ไม่รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งจึงแพ้ร้อยครั้ง อย่างที่กำลังเป็นอยู่ และกำลังเป็นไปในขณะนี้.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: right;&quot;&gt;เมือง ไม้ขม รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26360</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนใต้, กลุ่มก่อความไม่สงบ, ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, ดับไฟใต้, บีอาร์เอ็น, เจรจาสันติสุข, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c394745c26ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัด!&#039;มหาเธร์&#039;ปลดผู้อำนวยความสะดวกพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:http://www.thesundaily.my&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.61-หน่วยงานด้านความมั่นคงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ระบุถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า แม้ความรุนแรงลดลง แต่ยังมีการก่อเหตุเพื่อหวังประคองสถานการณ์ให้คงอยู่แบบปละปราย ในขณะที่การพูดคุยสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยฯต้องรอดูท่าทีนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ของมาเลเซีย ภายหลังมีกระแสข่าว นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ ปลด นายดาโต๊ะ สรี อา หมัด ซัม ซามิน อาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเป็นคนของอดีตนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก และยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคลเข้ามาทำหน้าที่แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล.อ.อักษรา ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับรัฐบาลมาเลเซีย ขณะนี้มีประกาศอะไรจากทางมาเลเซียที่เป็นทางการหรือไม่ หากยังไม่มี ณ ปัจจุบันนี้ยังถือว่า นายดาโต๊ะ สรี อา หมัด ซัม ซามิน อาซิม ยังเป็นอยู่ อย่างไรก็ตามหลัง นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ ชนะการเลือกตั้ง ตนได้พูดคุยกับ นายดาโต๊ะฯ และเขาแจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าพบนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ ซึ่งนายกมหาเธร์ให้ความสำคัญเรื่องภายในประเทศก่อน ในขณะที่ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นงานเร่งด่วนรองลงมา ถ้าพบกันเมื่อไหร่ ทางท่านดาโต๊ะฯจะแจ้งให้เราทราบทันทีว่านโยบายของรัฐบาลมหาเธร์ต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุขเป็นอย่างไร ถือเป็นเรื่องภายใน เราไปเร่งรัดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระบวนการพูดคุยฯได้บรรลุวัตถุประสงค์ในปี 2561 ไปแล้วคือได้กำหนดพื้นที่ปลอดภัยนำร่องหนึ่งอำเภอคืออำเภอเจาะไอร้อง เราทำสำเร็จแล้ว ซึ่งในพื้นที่แทบจะไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างกำลังรอให้กลุ่มผู้เห็นทางส่งรายชื่อคณะกรรมการร่วมจำนวน 7 คนซึ่งเขายังไม่ได้ส่งมาเราก็รออยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังจากที่เราบรรลุเป้าหมายแล้วภารกิจต่อจากนี้ ยังต้องประชุมร่วมกับผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซียและผู้เห็นต่างอีกหรือไม่ พล.อ.อักษรา กล่าวว่า หน้าที่ของประเทศเพื่อนบ้านคืออำนวยความสะดวก ส่วนจะสะดวกหรือไม่อย่างไรขึ้นอยู่กับความร่วมมือของเขา ตอนนี้ไม่เป็นไร เขารอนโยบายเพราะเพิ่งเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่ ทั้งนี้ทาง พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้มาคุยกับตนเพื่อประเมินสถานการณ์ ซึ่งทาง พล.อ.วัลลภ อยากให้ สภาความมั่นคงแห่งชาติของไทยและของมาเลเซียได้พูดคุยกัน แต่ขณะนี้เรายังไม่ไปรบกวนต้องรอให้มาเลเซียจัดการเรื่องภายในของเขาก่อน ในขณะที่ของเราเองในช่วงตุลาคมนี้จะมีการเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาระดับสูงรวมถึงในระดับพื้นที่ เพราะฉะนั้นก็ต้องรอตรงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังจากมาเลเซียเปลี่ยนรัฐบาลจะยังอำนวยความสะดวกในการพูดคุยสันติสุขฯไทยอยู่หรือไม่ พล.อ.อักษรา กล่าวว่า เคยมีคนไปถามท่านนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ต่อเรื่องนี้และทางนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ ยืนยันว่า yes we are (ใช่)ซึ่งขณะนี้ทางดาโต๊ะฯรอคุย นายกรัฐมนตรีมหาเธร์อยู่ เมื่อเสร็จแล้วเขาก็ต้องมาคุยกับตน คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร แต่ถ้าหากมีการเปลี่ยนชุดผู้อำนวยความสะดวกจริง ก็ต้องเป็นเรื่องของ สมช.ที่จะต้องประเมินสถานการณ์และแผนรองรับต่อกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตามตนมองว่าไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาเขาก็ทำเพื่อประชาชนซึ่งถือเป็นเรื่องของนโยบายและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากมองในเรื่องของนโยบายและความสัมพันธ์หากยังเป็นเช่นนี้อยู่เชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวบุคคลและการพูดคุยถือเป็นแนวทางสันติวิธีรัฐบาลไหนเข้ามาเชื่อว่าต้องสนับสนุนแนวทางนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14074</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด, ผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้, พล.อ.อักษรา เกิดผล, เจรจาสันติสุข, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b57fb94b9ddd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีอาร์เอ็น&#039;ต่างหากที่เป็น&#039;ฆาตกร&#039;มือเปื้อนเลือดในเดือนแห่งความบริสุทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย จ.ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส และสงขลาบางส่วน ในห้วงของเดือนเมษายน-พฤษภาคม ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า เหตุร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เหมือนกับการเดิน ย้อนกลับ ไปสู่สถานการณ์ความรุนแรงในอดีต หรือเหมือนกับสถานการณ์เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในห้วงของเดือน รอมฎอน ของปีนี้ ซึ่งผ่านไปแล้ว ครึ่งทาง มีเหตุการณ์ร้ายที่ปลุกระดมคนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือกับ รัฐไทย ต่อด้วยการโจมตีชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) และฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ ใน อ.ยะหา จ.ยะลา และเหตุการณ์อื่นๆ ทั้งฆ่ารายวัน และการก่อกวนในทุกรูปแบบ ซึ่งนั่นคือเหตุการณ์ก่อนเข้าสู่เดือน รอมฎอน ที่ถูกเรียกขานว่าเป็นเดือนแห่งการปฏิบัติ ศาสนกิจ ด้วยความ บริสุทธิ์ และเป็นเดือนแห่งความ ศักดิ์สิทธิ์ ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหลังจากเข้าสู่เดือน รอมฎอน เพียงไม่กี่วัน ท่ามกลางความขัดแย้งในประเด็น ฮิญาบ ระหว่างเด็กนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน กับผู้บริหารโรงเรียน อนุบาลปัตตานี แนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนก็ถือโอกาสขยายผลความขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วยการ ก่อวินาศกรรม ตู้เอทีเอ็มของธนาคารหลายแห่ง รวมทั้งการก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้าแรงสูง และการซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ใน 4 จังหวัดรวม 24 จุด ในค่ำคืนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะมีการแถลงข่าวว่า สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 6 คน และออกหมายจับแล้วจำนวนหนึ่ง แต่นั่นหมายถึงหลังจากการก่อเหตุแล้วหลายวัน แต่ก็ถือว่าเป็น ข่าวดี ที่อย่างน้อยผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้ ลอยนวล อยู่เหนือกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากการใช้ อาร์เคเค ก่อเหตุร้าย ซึ่งเป็นปฏิบัติการทาง ทหาร ในระดับสร้างความ ปั่นป่วน ได้แล้ว ปฏิบัติการต่อไปของบีอาร์เอ็น คือการป่วนข่าวลวง เพื่อสร้างความ ตื่นตระหนก ให้กับคนในพื้นที่ และสร้างความ กดดัน ให้กับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือการอัด คลิปเสียง ด้วยการแจ้งเตือนคน มุสลิม ในพื้นที่ให้ระวัง อันตราย เพราะจะมีการก่อเหตุร้ายในวันที่ 30 พ.ค. โดยขอให้ทุกคนงดออกจากบ้าน จนกลายเป็นประเด็นการ ส่งต่อ หรือ แชร์ข่าว ในโลกของ โซเชียล อย่างล้นหลาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อด้วยการปล่อยข่าวเพื่อสร้างความ ตื่นตระหนก ด้วยเรื่องแจ้งเตือนมี จยย.บอมบ์ ในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งกำลังมีงานประจำปี คืองาน หลักเมือง และการเตรียมก่อวินาศกรรมด้วย จยย.บอมบ์ จำนวน 18 คัน เป้าหมายอยู่ที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งแน่นอน มีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ หวั่นไหว กับข่าวลวงที่เกิดขึ้น และแม้ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะได้ออกมาชี้แจงว่าเป็น ข่าวปล่อย เป็น ข่าวลวง ของขบวนการ แต่คนส่วนหนึ่งก็ยัง หวั่นไหว เพราะมีความรู้ที่ ติดลบ กับหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ทำ ไอโอ ตามหน้าที่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดือน รอมฎอน จึงกลายเป็นเดือนแห่งความ โหดร้าย เป็นเดือนแห่งการเฝ้าระวัง ทั้งของเจ้าหน้าที่และของคนในพื้นที่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เนื่องจากข่าวใน เชิงลึก จากหน่วยข่าวความมั่นคง แจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายระมัดระวัง เพราะพบว่า แกนนำ ในฝั่ง เพื่อนบ้าน ได้สั่งการให้ อาร์เคเค ในพื้นที่ โจมตีเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐในทุกพื้นที่เพื่อสร้างผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง อาร์เคเค กลุ่มเดิม กับ อาร์เคเค น้องใหม่ ที่ได้รับการฝึกมาใหม่อีก 500 คน เพื่อเร่ง ดีกรี ความร้อนแรงของ ไฟใต้ ในห้วงเวลาตั้งแต่ 10 วันแรก ก่อนเข้าสู่เดือน รอมฎอน และ 10 วันหลัง ก่อนที่จะสิ้นเดือน รอมฎอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมี อาร์เคเค รุ่นใหม่ ซึ่งถูกนำไปฝึกการใช้ สไนเปอร์ จำนวน 60 คน และกลับเข้าสู่พื้นที่แล้ว 30 คน เพื่อการทำ ภารกิจ ตามคำสั่งของบีอาร์เอ็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังมีมือก่อวินาศกรรม รุ่นใหม่ ที่ถูกฝึกให้มีความชำนาญในการใช้ระเบิดชนิดร้ายแรง จำนวน 18 คน ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ เพื่อรอรับคำสั่งในการประกอบ ระเบิดแสวงเครื่อง ในการก่อวินาศกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นวันนี้จึงยังไม่ใช่วันที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ เข้าสู่ โหมด ของการที่ ไฟใต้ ค่อยๆ มอดลง อย่างที่ฝ่ายความมั่นคงพยายามทำ ไอโอ เพื่อให้ นายเหนือ เห็นถึงผลงานในรอบ 2 ปี ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และให้คนในพื้นที่สบายใจว่า นโยบายในการดับ ไฟใต้ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ เดินมาถูกทางแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะสิ่งที่พบเห็นในเดือน รอมฎอน ปีนี้คือ กำลังของ อาร์เคเค ในหลายพื้นที่ ซึ่งมวลชนยังให้การสนับสนุน ด้วยการตั้งด่านตรวจใกล้ๆ กับด่านของเจ้าหน้าที่ ประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมถามประชาชนที่สัญจรบนเส้นทางว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับ อาร์เคเค ที่เป็นกองกำลังของ ฟาตอนี จะเชื่อใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ที่รัฐเลือกให้เป็นพื้นที่ เซฟตี้โซน ปรากฏกองกำลังติดอาวุธแต่งเครื่องแบบของนักรบฟาตอนี เคลื่อนไหวในพื้นที่นอกตัวเมืองเพื่อ สื่อสาร กับชาวบ้าน เพื่อให้เห็นว่า อาร์เคเค ยังมีกองกำลัง และมีความสามารถในการ คุกคาม มวลชน ที่ยังไม่ให้การสนับสนุนขบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแม้กระทั่งการนำสิ่งของมอบให้คนในพื้นที่ชนบทในเดือน รอมฎอน เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และอินทผาลัม เพื่อแสดงความห่วงใย เช่นเดียวกับที่ฝ่ายรัฐนำอินทผลัม มอบให้กับผู้นำศาสนาในเดือน รอมฎอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ พบว่ามีการ นัดหมาย จาก แกนนำ ในประเทศเพื่อนบ้าน กับ แกนนำ จากพื้นที่ 3 จังหวัด ก่อนที่จะสิ้นเดือนละศีลอด เพื่อเป็นการประชุมร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดคือความ เคลื่อนไหว ที่หน่วยข่าวความมั่นคงตรวจพบความเคลื่อนไหวของขบวนการ ซึ่งปฏิบัติการทุกอย่าง สอดคล้อง กับเนื้อความที่แขวนบนป้ายผ้า ก่อนที่จะเข้าสู่เดือน รอมฎอน โดยเป็นการ สื่อสาร กับมวลชนของเขา และมวลชนในพื้นที่ ซึ่งยังไม่ใช่ แนวร่วม ของบีอาร์เอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่..สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือประเด็นของ ฮิญาบ ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ซึ่งไม่ว่าผู้ที่เปิดประเด็นของความขัดแย้งจะตั้งใจ หรือเป็นเหตุ บังเอิญ ก็ตาม และประเด็นเรื่อง ฮิญาบ กลายเป็น เงื่อนไข ทาง การเมือง ที่บีอาร์เอ็นได้ หยิบฉวย ไปเป็นประโยชน์ในทางการ ทหาร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมมติถ้าผลของความ ขัดแย้ง ในเรื่องของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ออกมาในรูปแบบที่นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน ที่ บัญญัติ โดย คณะสงฆ์ เพราะที่ตั้งโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ ธรณีสงฆ์ ซึ่งได้มีการปฏิบัติตามระเบียบมาแล้ว 50 ปี บีอาร์เอ็นก็จะฉวยโอกาสว่ารัฐไทยไม่ให้เสรีภาพในการแต่งกายตามบทบัญญัติของศาสนา และสิ่งที่ตามมาคือ เหตุร้ายอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่แบบ ดาวกระจาย ชนิดปฏิบัติการทาง ทหาร ที่ได้ใจ การเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น สถานการณ์ รอมฎอน ปีนี้ จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่ บีอาร์เอ็น นำเอาความ บริสุทธิ์ และความ ศักดิ์สิทธิ์ ของศาสนา มาสร้างรอย เปื้อนเลือด ให้เกิดขึ้นกับประชาชน มุสลิม ณ แผ่นดิน ปลายด้ามขวาน อีกครั้งหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมือง ไม้ขม รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10519</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, ความรุนแรงในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, บีอาร์เอ็น, เจรจาสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af19142d613d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายแดนใต้สานสายใยไทยพุทธมุสลิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลเดินหน้าสร้างสันติสุขในพื้นที่ จัดกิจกรรมพบปะพี่น้องไทยพุทธและมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ หวังสร้างมิตรภาพสายใยสัมพันธ์ฝ่าภัยความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.61- &amp;nbsp;นายภานุ อุทัยรัตน์ สมาชิกสภานิติบัญญัติ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เป็นประธานงานรวมพลคนรู้ใจ พบปะพี่น้องประชาชนทั้งไทยพุทธมุสลิม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายธนาธิป พรหมชื่น กำนันตำบลสุไหงปาดี ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ข้าราชการทุกหน่วยงาน ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมในงานเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นาย ธนาธิป พรหมชื่น กำนันตำบลสุไหงปาดี (กำนันเพื่อน) ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เปิดบ้านพักส่วนตัว จัดกิจกรรมรวมพลคนรู้ใจ พบปะพี่น้องประชาชน และยังจัดข้าวปลาอาหารให้พี่น้องประชาชนในอำเภอสุไหงปาดี และอำเภอใกล้เคียงของจังหวัดนราธิวาส อาทิ อ.สุไหงโกลก อ.ตากใบ อ.ระแงะ อ.รือเสาะ รวมทั้งพี่น้องจ.ยะลา ปัตตานี สตูล สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ได้ร่วมรับประทานอาหาร พบปะพูดคุย สร้างสายใยสัมพันธ์ มิตรภาพระหว่างชาวไทยพุทธมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เหมือนการคืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชน ได้เห็นความรักความสามัคคี ของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า ได้เห็นภาพของพี่น้องที่มีความหลากหลายวัฒนธรรมได้มาอยู่ด้วยกัน ภาพที่ปรากฏ ทั้งการแต่งกาย และอาหารการกินที่นำมาจัดเลี้ยง เป็นการอยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจในอัตลักษณ์ของกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภานุ อุทัยรัตน์ สมาชิกสภานิติบัญญัติ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลกล่าวว่า ขอชื่นชมแนวทางการจัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ของ นาย ธนาธิป พรหมชื่น หรือกำนันเพื่อน ซึ่งเป็นการทำงานของคนในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ซึ่งรู้ปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เชื่อว่า หากภาคประชาชนได้มองเห็นแนวทางการสร้างความสามัคคี ความปรองดอง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในมิติของสังคมชาวบ้าน ทำให้เกิดความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนความสันติสุขก็จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5786</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, กลุ่มก่อความไม่สงบ, กองทัพ, ความมั่นคง, ชายแดนใต้, ปรองดอง, พุทธ-มุสลิม, ภาคใต้, ภาณุ อุทัยรัตน์, สภานิติบัญญติแห่งชาติ, สานสายใย, เจรจาสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab874a43b74a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อักษรา&#039;แฉเองจนท.รัฐจ่ายท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มก่อความไม่สงบชายแดนใต้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;มี.ค.61- พล.อ.อักษรา&amp;nbsp; เกิดผล&amp;nbsp; ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องใช้แนวทางสันติวิธี&amp;nbsp; โดยยึดถือยุทธศาสตร์พระราชทาน &amp;ldquo;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&amp;rdquo;จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนว่าตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมากลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐได้ใช้ความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องก็เพราะเขา &amp;ldquo;อยากจะคุย&amp;rdquo;&amp;nbsp; จึงใช้ความรุนแรงเป็นเงื่อนไขยื่นข้อเสนอต่อรองรัฐบาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยยอมรับว่ามีกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานที่แอบติดต่อผ่านตัวแทนแหล่งข่าว&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีแนวร่วมในพื้นที่ให้การสนับสนุนช่วยกันสร้างความรุนแรงแบบป่วนเมือง&amp;nbsp; ขยายความขัดแย้งไปทั่วจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งถ้าเราไปคุยกับคนพวกนี้ก็เท่ากับเรานั่นแหละสนับสนุนการใช้ความรุนแรง&amp;nbsp; รัฐบาลปัจจุบันต้องการยุติความรุนแรงจึงไม่ให้ความชอบธรรมกับพวกใช้ความรุนแรงและประกาศใช้แนวทางสันติวิธีบีบบังคับ ให้ขบวนการผู้เห็นต่างจากรัฐเหลือเพียงช่องทางเดียวที่จะบรรลุความต้องการของเขาคือแนวทางสันติวิธีและยุติการใช้ความรุนแรง โดยผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือประชาชนที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงอีกต่อไป&amp;nbsp; ผมขอทำความเข้าใจว่าการพูดคุยนั้นไม่สามารถยุติความรุนแรงได้&amp;nbsp; เพียงแค่เปลี่ยนการต่อสู้ที่ใช้ความรุนแรง&amp;nbsp; มาเป็นแนวทางสันติวิธี แต่การต่อสู้ยังคงดำรงอยู่ต่อไปและประชาชนเท่านั้นคือคำตอบของการต่อสู้ในแนวทางสันติวิธีว่าจะเลือกอนาคตอย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อักษรา กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; รัฐบาลยินดีคุยกับพวกที่ไม่ใช้ความรุนแรงซึ่งการเปลี่ยน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระบวนทัศน์นี้ทำให้รัฐบาลสามารถดึงกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ &amp;nbsp;เกือบร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;เข้ามาพูดคุยและร่วมกันสร้างสันติสุข&amp;nbsp; ด้วยการสร้าง&amp;nbsp;Safety Zone&amp;nbsp;ที่ทุกฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่สาธารณะปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นสำหรับทุกคน (Common Space)&amp;nbsp;ที่ทางด้านวิชาการถามหาและนี่คือเสียงเรียกร้องจากประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอเรียนอีกครั้งว่า คณะพูดคุยฯ ไม่เคยมีวาระของตัวเองได้แต่นำเสียงของประชาชนที่ต้องการความปลอดภัยและสันติสุขในการดำเนินชีวิตประจำวันไปบอกกับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้เห็นต่างทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ให้ยุติการใช้ความรุนแรงและหันมาสร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน&amp;nbsp; สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการแก้ปัญหาทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วน ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ สื่อมวลชนและประชาชนยังมีผู้ที่ไม่เชื่อมั่นกระบวนการพูดคุย&amp;nbsp; ไม่ไว้ใจคณะพูดคุยฯ&amp;nbsp; ไม่ไว้ใจรัฐบาล ไม่ไว้ใจประเทศเพื่อนบ้านและในที่สุดก็ไม่ไว้ใจแม้กระทั่งกระบวนการก่อการร้าย&amp;nbsp; กลุ่มคนเหล่านี้จึงเป็นปัญหาความรุนแรงส่วนหนึ่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทำให้ขยายความขัดแย้งไปเรื่อยๆ จนตกเป็นแนวร่วมมุมกลับของกลุ่มโจรก่อการร้าย&amp;nbsp; โดยไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาตั้งข้อสังเกตว่า ยังมีคอลัมนิสต์บางคนพยายามบอกสังคมให้เชื่อว่าพี่น้องมุสลิมยอมรับได้กับการสูญเสียเพื่ออุดมการณ์ คือ มีตายบ้าง บาดเจ็บบ้าง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ&amp;nbsp;BRN&amp;nbsp;ซึ่งน่ากังวลว่า&amp;nbsp; คอลัมนิสต์ดังกล่าวอาจตกเป็นแนวร่วมสนับสนุนโจรให้ใช้ความรุนแรงโดยไม่รู้ตัวและยังพยายามชี้นำสังคมให้เชื่อตามอีกด้วย &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามโลกนี้จะอยู่ได้ด้วยความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง&amp;nbsp; ดังนั้นการแก้ไขปัญหาทุกอย่างในโลกจึงต้องมองโลกในแง่ดีปราศจากอคติจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้แม้ต้องใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม เช่นเดียวกับปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp; หากเราสามารถกำหนดพื้นที่ปลอดภัยที่มีทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่และนักวิชาการเข้ามาช่วยกันปฏิเสธกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงร่วมกันแล้ว&amp;nbsp; สันติสุขก็จะค่อยๆ เกิดขึ้นได้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรมในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5086</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, กลุ่มก่อความไม่สงบ, ท่อน้ำเลี้ยง, อักษรา  เกิดผล, เจรจาสันติสุข, โจรใต้, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c83abcb745.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
