<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เสี่ยเจริญ&quot; ปลื้มบ้านเมืองสงบค้าขายคึกคัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เสี่ยเจริญ&amp;quot; ปลื้มบ้านเมืองสงบ หนุนการค้าขาย ลุยอัดแคมเปญ &amp;quot;บิ๊กซี&amp;quot; กระตุ้นยอด พร้อมจัดตั้งบริษัทซอสซิ่งสินค้าในจีน พร้อมขยายสาขาเพื่อนบ้านปีหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 61- นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ของประเทศไทยในเวลานี้ ค่อนข้างดี เนื่องจากบ้านเมืองไม่ทะเลาะกัน ก็ทำค้าขายได้ เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่น หากบ้านเมืองยังมีการทะเลาะกันก็จะไม่มีความสุข ขณะเดียวกันก็จะทำการค้าขายไม่ได้ &amp;nbsp;หากถามว่าในช่วงนี้มีปัจจัยที่ต้องกังวลหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าไม่มีเรื่องน่ากังวล เพราะทุกคนก็ร่วมมือกันหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า จากการดำเนินธุรกิจของบิ๊กซีในเมืองไทย 25 ปี โดยในส่วนของบีเจซีได้เข้ามาดูแลมากกว่า 2 ปีแล้วนั้น จึงได้มีการจัดงาน &amp;ldquo;Big C Expo 2018&amp;rdquo; ช้อปหยุดโลก ที่ขนขบวนพาเหรดสินค้าอุปโภคและบริโภคหมวดหมู่ต่างๆ มาจัดจำหน่ายอย่างคึกคักในราคาที่ให้มากกว่าคำว่าถูกกว่า 20,000 รายการ หรือมากกว่า 1 ล้านชิ้น ลดสูงสุดถึง 90% ระหว่างวันที่ 20-23 ก.ย. 2561 เป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายทางหนึ่ง และคาดการณ์ว่าจะสร้างยอดขาย 200 ล้านบาทตลอดการจัดแคมเปญดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ จะมุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้กับบิ๊กซี ทั้งในเรื่องสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าใหม่จะถูกนำเข้าจากต่างประเทศให้มากขึ้น เมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งบริษัทในประเทศจีน เพื่อทำการซอสซิ่ง (Sourcing) หรือจัดหาสินค้ากลุ่มนอนฟู้ดเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า และกระเป๋าเดินทาง ในราคาพิเศษ คุ้มราคา ผู้บริโภคชาวไทยเข้าถึงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มบีเจซี มีบริษัทลูกอยู่ในหลายประเทศ อาทิ กัมพูชา สปป. ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม และจีน ที่มองว่าคงเริ่มจากการทำเทรดดิ้งก่อน หากมีซอลุ่มขนาดใหญ่ ก็อาจมีการลงทุนโรงงานในอนาคต แต่ต้องยอมรับว่าจีนเป็นตลาดที่ใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการยกระดับเรื่องของการบริการ ซึ่งในปีหน้า 2562 จะเดินหน้าปรับปรุงสาขาให้ใหม่อยู่เสมอ รวมถึงบริการที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการบิ๊กซีจะต้องได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการช้อปปิ้งมากขึ้น เป็นหน้าที่ของบริษัทที่ต้องหาปัจจัยบวกที่ทำให้ลูกค้าต้องการกลับมาใช้บริการซ้ำว่ามาจากสาเหตุใด แล้วจึงดำเนินการเพื่อตอบโจทย์สิ่งเหล่านั้น โดยช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบิ๊กซีสามารถเพิ่มฐานสมาชิกจาก 10 ล้านคนเป็น 16 ล้านคน และมีเป้าหมายจะทำให้เติบโตมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน กล่าวว่า การลงทุนขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับแบรนด์บิ๊กซีจะเริ่มเห็นความชัดเจนได้ช่วงปี 2562 ไม่ว่าจะเป็นในกัมพูชาจำนวน 1 สาขา รูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต และใน สปป. ลาว อีก 1 สาขา ใช้แบรนด์บิ๊กซีและเป็นรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตเช่นเดียวกัน จากตอนนี้มีซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ 46 สาขา ขณะที่มาเลเซียน่าจะเป็นทำเลที่ใกล้กับประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18036</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big C Expo 2018, บิ๊กซี, บีเจซี, อัศวิน เตชะเจริญวิกุล, เจริญ สิริวัฒนภักดี, ไทยเบฟเวอร์เรจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba35a8915210.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ก่อตั้ง&#039;แอมะซอน&#039;รวยสุดในโลก&#039;เจ้าสัวเจริญ&#039;ยังคงเป็นเศรษฐีอันดับ1ของไทย&#039;ทักษิณ&#039;รวยขึ้น3.1พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7 มี.ค.61- &amp;nbsp;นิตยสารฟอร์บส์เปิดเผยรายนามมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ของโลกประจำปี 2561 เมื่อวันอังคาร &amp;quot;เจฟฟ์ เบซอส&amp;quot; ผู้ก่อตั้งเว็บขายของออนไลน์ แอมะซอน รวยอันดับหนึ่งแทนที่ &amp;quot;บิล เกตส์&amp;quot; เศรษฐีใจบุญแห่งไมโครซอฟท์ ขณะ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; รวยน้อยลง 400 ล้านดอลลาร์ ของไทยเจ้าพ่อเบียร์ช้างรั้งอันดับหนึ่งเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟอร์บส์กล่าวไว้ในรายงานการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2561 ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 6 มีนาคม ว่าเบซอสมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 112,000 ล้านดอลลาร์ จากอานิสงส์ราคาหุ้นแอมะซอนที่เพิ่มขึ้นถึง 59% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้เขารวยมากกว่าเกตส์ 90,000 ล้านดอลลาร์ และภายหลังการประกาศผลการจัดอันดับ หุ้นของแอมะซอนยังพุ่งทะยานขึ้นอีก จนทรัพย์สินของเบซอสเพิ่มเป็น 127,000 ล้านดอลลาร์ ยิ่งเพิ่มช่องว่างระหว่างเขากับเกตส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกตส์ซึ่งตกไปอยู่อันดับ 2 มีทรัพย์สิน 90,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 3.ยังคงเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนเจ้าของเบิร์กเชียร์แฮธาเวย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;84,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 4.เป็นนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส แบร์นารด์ อาร์โนลต์ ประธานและซีอีโอ LVMH เจ้าของหลุยส์วิตตอง ที่ขยับขึ้นจากอันดับ 11 มีทรัพย์สิน 72,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 5. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่งเฟซบุ๊ค มีทรัพย์สิน 71,000 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 6. อามันซิโอ ออร์เตกา เจ้าของแบรนด์แฟชันซาราจากสเปน มีทรัพย์สิน 70,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 7. คาร์ลอส สลิม เฮลู นักธุรกิจโทรคมนาคมชาวเม็กซิโก มีทรัพย์สิน 67,100 ล้านดอลลาร์, อันดับ 8. และ 9. ชาร์ลส์ คอช และเดวิด คอช สองพี่น้องแห่งคอชอินดัสตรีส์ มีทรัพย์สิน 60,000 ล้านดอลลาร์เท่ากัน, อันดับ 10. แลร์รี เอลลิสัน นักธุรกิจซอฟต์แวร์ มีทรัพย์สิน 58,500 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้มหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ของโลกมีจำนวนมากถึง 2,208 คน มีทรัพย์สินรวมกัน 9.1 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว โดยสหรัฐยังมีคงมีเศรษฐีพันล้านมากที่สุด 585 ราย ตามด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ 373 ราย ในกลุ่มเศรษฐี 20 อันดับแรกของฟอร์บส์ปีนี้ มีชาวจีนติดโผด้วย 2 คน ได้แก่ หม่าฮว่าเถิง ผู้บริหารบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ เทนเซนต์ รวยอันดับ 17 ของโลกและรวยสุดในเอเชียด้วยทรัพย์สิน 45,300 ล้านดอลลาร์ อีกคนคือแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา รวยติดอันดับ 20 ของโลก ทรัพย์สิน 39,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ รวยติดอันดับ 766 ของโลก ร่วงลงจากอันดับ 544 ในปีที่แล้ว มีทรัพย์สินแค่ 3,100 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;น้อยลงจากปีก่อน 400 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์หน้าใหม่ในปีนี้มีถึง 259 คน หลายคนเป็นเศรษฐีจากการครอบครองเงินสกุลดิจิทัล ขณะเดียวกัน ก็มีมหาเศรษฐีที่หลุดจากโผ 121 คน ซึ่งรวมถึงชาวซาอุดีอาระเบีย 10 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไทยปีนี้มีมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ถึง 30 คน เพิ่มขึ้น 10 คนจากปี 2560 นำทัพโดย นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของเบียร์ช้าง มีทรัพย์สิน 17,600 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 65 ของโลก ตามด้วยอันดับ 95. นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี มีทรัพย์สิน 14,900 ล้านดอลลาร์, อันดับ 388. นายวิชัย ศรีวัฒนประภา แห่งคิงเพาเวอร์ ทรัพย์สิน 5,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 514. นายสุเมธ เจียรวนนท์ มีทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลาร์, อันดับ 527 นายจรัญ เจียรวนนท์ และนายมนตรี เจียรวนนท์ มีทรัพย์สินเท่ากัน 4,100 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 629. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้บริหารธุรกิจพลังงาน กัลฟ์เอ็นเนอร์จีดีเวลลอปเมนท์ มีทรัพย์สิน 3,600 ล้านดอลลาร์, อันดับ 679 นายสมโภชน์ อาหุนัย จากธุรกิจพลังงาน มีทรัพย์สิน 3,400 ล้านดอลลาร์, &amp;nbsp;อันดับ 703 นายวานิช ไชยวรรณ แห่งไทยประกันชีวิต มีทรัพย์สิน 3,300 ล้านดอลลาร์, อันดับ 791. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ จากธุรกิจโรงพยาบาล มีทรัพย์สิน 3,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดอันดับของฟอร์บส์ปีนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 1,339 ของโลก และอันดับที่ 16 ของไทย มีทรัพย์สิน 1,800 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 100 ล้านดอลลาร์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4467</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดอันดับเศรษฐีโลก, ทักษิณ ชินวัตร, นิตยสารฟอร์บส์, บิล เกตส์, ฟอร์บส์, เจฟฟ์ เบซอส, เจริญ สิริวัฒนภักดี, เบียร์ช้าง, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f7ee2aa157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
