<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชือดเกรียนคีย์บอร์ด! &#039;ผู้ว่าฯเชียงใหม่&#039; มอบนิติกรฟ้องเอาผิดคนโพสต์ข่าวเท็จแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13​ เม.ย.64&amp;nbsp;- นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบอำนาจให้ นางสาวจริญญา พรหมมา นิติกรปฏิบัติการ กลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดบิดเบือนข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกแก่ประชาชน ที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จากกรณีการแชร์คลิปวิดีโอ ความยาว 12 วินาที เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 ผ่านทางแอพพลิเคชัน ไลน์&amp;nbsp;เฟส​บุ๊กและช่องทางออนไลน์อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการตัดต่อคลิปวิดีโอการแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ภายหลังการเข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสนาม ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีข้อความช่วงหนึ่งระบุว่า &amp;quot;...น่าจะมีคนที่ติดเชื้อโดยการประเมินน่าจะอยู่ไม่ต่ำกว่า 6,000 คน...&amp;quot; นั้น เป็นการตัดต่อจากคำแถลงฉบับเต็ม ที่ได้มีการกล่าวชี้แจงในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์แล้วว่าเป็นเพียงผู้ที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสผู้ป่วยเท่านั้น ซึ่งการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีรายละเอียดของเนื้อหาที่ไม่ครบถ้วน ย่อมทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนกได้ อีกทั้งเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 20.00 น. ได้ปรากฎกรณีการโพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊คกลุ่ม &amp;quot;จังหวัดเชียงใหม่&amp;quot; โดยผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Nuclaers Atom ความว่า &amp;quot;ผู้ว่าเจียงใหม่ติดเชื้อ Covid-19 ต้องรับวัคซีนด่วน&amp;quot; และมีประชาชนทั่วไปเข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าว อีกทั้งมีผู้ใช้เฟสบุ๊คบางรายได้แชร์โพสต์ดังกล่าวไปยังหน้าเฟสบุ๊คของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอกใหม่ การนำเสนอและส่งต่อข้อมูลที่มีเนื้อหาเป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงในลักษณะดังกล่าวสู่สาธารณะชน ย่อมทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนก เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14(2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อีกทั้งยังเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ซึ่งได้กระทำลงด้วยการเผยแพร่ข้อความลงในแอพพลิเคชัน LINE กลุ่มเฟสบุ๊คสาธารณะ ตลอดจนสื่อสังคมออนไลน์อื่น อันเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามนัยมาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ตลอดจนความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลังจากนี้จะได้นำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เชียงใหม่​ยังประกาศ​เพิ่มเติมถึงผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ​โค​วิด​-19เชิงรุก​ ตามสถานที่ที่กำหนดให้รอรับผลครวจทางไหนและช่องทางสื่อสารเจ้าหน้าที่อย่างไรพื่อลดความแออัดความเสี่ยงสัมผัสเพิ่มด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99402</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พรบ.คอมพิวเตอร์, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_6075a643ea869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไฟป่า-ไฟเมือง&#039; เรื่องจงใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน้าร้อนแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งมากับหน้าร้อนยุคนี้ ไม่ใช่ทะเล-น้ำตก แต่เป็น &amp;quot;ไฟป่า-ฝุ่นพิษ และหมอกควัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ตั้งแต่ตากขึ้นไปถึงเชียงใหม่-เชียงราย-ลำปาง-น่าน-แม่ฮ่องสอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอยากให้ดูข่าวนี้.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤหัสบดี ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เวลา ๑๒.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เชิญพวงมาลาไปวางที่หน้าหีบศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กหญิงณัฐวลัญช์ อนุสรณ์พนา อายุ ๑๓ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ บ้านเลขที่ ๒๓๔ หมู่ที่ ๓ บ้านแม่แฮเหนือ หย่อมบ้านแม่แฮน้อย ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต่อมา เวลา ๑๓.๐๐ น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ &amp;nbsp;พระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ ณ ที่บ้านแห่งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดอาหารว่างและน้ำดื่มพระราชทาน จำนวน ๒๐๐ ชุด &amp;nbsp;แจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ร่วมงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายท่านคงทั้งทราบและไม่ทราบความเป็นมา ผมจะนำเรื่องมาสรุปให้ทราบกันคร่าวๆ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กหญิงณัฐวลัญช์ หรือ &amp;quot;น้องเบอรี่&amp;quot; เป็นนักเรียนชั้น &amp;nbsp;ม.๑ โรงเรียนบ้านแม่แฮ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเป็น &amp;quot;เด็กดอย&amp;quot; ชนเผ่าปกาเกอะญอ ที่มีสำนึกต่อส่วนรวมด้วย &amp;quot;จิตอาสา&amp;quot; สูงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ ๒๐ กุมภา ทางหมู่บ้านประกาศให้ชาวบ้านและผู้มีจิตอาสา ไปช่วยกันทำ &amp;quot;แนวกันไฟ&amp;quot; หมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผื่อว่า &amp;quot;ไฟไหม้ป่า&amp;quot; จะได้ป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้ามาถึงหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องเบอรี่กับครอบครัว ก็ออกไปทำแนวกันไฟร่วมกับชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณอารีย์&amp;quot; แม่น้องเบอรี่เล่าว่า เธอแยกไปทำหน้าที่แม่ครัว เพื่อทำอาหารมาเลี้ยงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เพื่อนๆ ลูกวิ่งมาบอก น้องเบอรี่ เป็นลม ขณะกวาดใบไม้แห้ง อาเจียน และหมดสติ กำลังช่วยกันนำลงจากดอยไปหาหมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเข้าใจว่าถูกเจ้าป่า-เจ้าเขาทำ ตามความเชื่อดั้งเดิมบอกกล่าวแล้วน่าจะดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งบอกกล่าวทั้งปฐมพยาบาลก็ไม่ดีขึ้น จึงนำส่งโรงพยาบาล สันป่าตอง จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ รักษาอาการน้องเบอรี่ได้เพียง ๑ คืน ก็เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์ลงความเห็น เธอป่วยด้วยอาการโรคทางสมอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องราวน้องเบอรี่........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเด็กมีจิตอาสา &amp;quot;เสียสละเพื่อส่วนรวม&amp;quot; เป็นแบบอย่างคู่ควรแก่การสรรเสริญ แม้อยู่ในป่า-ในดงดอย ห่างไกลขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หาได้ห่างไกลพระเนตร-พระกรรณ &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;quot; ที่ทรงสอดส่องดูแลสุข-ทุกข์พสกนิกรตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเป็นที่มาของ &amp;quot;พวงมาลาพระราชทาน&amp;quot; หน้าหีบศพและพิธีพระราชทานเพลิงศพน้องเบอรี่ เมื่อ ๒๕ กุมภาที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็พอเข้าใจกันแล้ว กรณีน้องเบอรี่ เป็นบทสะท้อนหลายด้านทางสังคมปัจจุบัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไฟป่า&amp;quot; โดยธรรมชาติ กับการ &amp;quot;เผาป่า&amp;quot; โดยมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเกือบทุกภาค โดยเฉพาะภาคเหนือ ปัจจุบันนี้ มันเป็นเรื่องเดียวกันไปแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนๆ ทางเหนือ พอเข้าหน้าร้อน หลับตาเห็นความเย็นสบาย สายเมฆ-ม่านหมอก ท้องฟ้าใส หมายตา-หมายใจ ไปเล่นน้ำสงกรานต์เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เดี๋ยวนี้ หน้าร้อน เมืองเหนือ มาพร้อมไฟป่า ม่านหมอกจากไอเย็น กลายเป็นหมอกควันจากไฟป่า รู้เหตุ-รู้ปัญหา แต่หมดปัญญาแก้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟธรรมชาติเผา พอแก้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไฟมนุษย์เผา ทั้งเผาซังซากทำไร่ ทั้งเผารุกเอาที่ป่า-ที่เขา ทั้งเผาทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะไฟแก้ได้ แต่สันดานมนุษย์ มันแก้ไม่ได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ต้องทนกันไป พูดกันไป แก้กันไป อยู่อย่างนี้ ทำไงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จากกรณีน้องเบอรี่ มีประเด็นหนึ่งอยากบอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเมื่อปลายปีก่อน........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบ &amp;quot;ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ&amp;quot; เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่อยาว-จำยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำแต่ชื่อย่อ &amp;quot;คปภ.&amp;quot; ก็แล้วกัน เห็นอักษร ๓ ตัวนี้ที่ไหน ก็รู้ไว้ หมายถึง &amp;quot;ดร.สุทธิพล&amp;quot; ผู้กำกับดูแลประกันภัยทุกชนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขามีสายด่วนด้วยนะ ภัยมักเกิดฉุกเฉิน ฉะนั้น จำเบอร์สายด่วนเขาไว้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คปภ.1186 www.oic.or.th
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมมุติรถชนเปรี้ยง ไร้ญาติ-ขาดมิตร เคว้งคว้างอยู่กลางถนน โทร.หาประกันก็แสนยาก บางรายกว่าจะมาไม่ไวเหมือนตอนประกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กดสายด่วน 1186 นั่นเลย เขาจะจี้ตูดและจัดการให้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็นอกเรื่องไปนิด มาเข้าเรื่องไฟป่ากันเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอยกกรณี &amp;quot;น้องเบอรี่&amp;quot; เป็นตัวอย่าง.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมีจิตอาสา &amp;quot;ดับไฟป่า&amp;quot; เป็นเรื่องดี แต่สำหรับคนไม่มีประสบการณ์ดับไฟป่า อยากให้ฟังตรงนี้สักนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันไม่ใช่เรื่องง่าย เห็นไฟป่าที่ไหน ก็เข้าไปช่วยดับ &amp;nbsp;จะดับด้วยวิธีไหนก็ช่างเถอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอบอกว่าการทำอย่างนั้น &amp;quot;ตายเอาง่ายๆ&amp;quot; ด้วยทั้งขาดอากาศหายใจ ทั้งสำลักควันไฟ ทั้งถูกไฟล้อม ออกมาไม่ได้ ถูกคลอกตายชนิดคิดไม่ถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอาสาสมัคร &amp;quot;ดับไฟป่า&amp;quot; ด้วยจิตอาสา นั้น ประเสริฐแท้ แต่จะประเสริฐยิ่งขึ้น ถ้าทำให้ถึงพร้อมความปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องศึกษาวิธีดับไฟป่าให้เข้าใจก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยไปแจ้งกับทางอำเภอ ตำบล หมู่บ้านนั้นๆ และลงทะเบียน &amp;quot;กลุ่มอาสาดับไฟป่าเพื่อชาติ&amp;quot; ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมแนะนำเช่นนี้ ประการแรก เพื่อรับการฝึกอบรมวิธีดับไฟป่าที่ถูกต้องก่อน ประการที่สอง อันนี้สำคัญ เพราะจะเป็นประโยชน์คุ้มครองให้แก่ทุกคนที่ลงทะเบียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ คปภ. &amp;quot;ดร.สุทธิพล&amp;quot; บอกผมว่า.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาง คปภ.เล็งเห็นตรงนี้ จึงจัดให้มี &amp;quot;กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มอาสาดับไฟป่าเพื่อชาติ&amp;quot; เป็นครั้งแรกในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยร่วมมือกับ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกสมาคมประกันชีวิตไทย, สมาคมประกันวินาศกรรมไทย, นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผู้บริหารบริษัทประกันภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น เมืองไทยประกันชีวิต, กรุงเทพประกันภัย, ทิพยประกันภัย, อาคเนย์ประกันภัย, วิริยะประกันภัย, เมืองไทยประกันภัย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดทำกรมธรรม์ จำนวน ๓๕,๐๐๐ ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอบให้ &amp;quot;นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์&amp;quot; ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ซึ่งมอบไปเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงบอกให้ทุกคนที่ต้องการช่วยดับไฟป่าที่เชียงใหม่ ไปลงทะเบียนเป็น &amp;quot;อาสาดับไฟป่าเพื่อชาติ&amp;quot; กันไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทุกคน ไม่ว่าหน่วยดับไฟป่าของทางการเองหรือเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงประชาชนที่ลงทะเบียนเป็นอาสาดับไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย บาดเจ็บ กระทั่งเหตุไม่คาดคิดอย่างน้องเบอรี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกราย....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะได้รับการดูแล คุ้มครอง ช่วยเหลือ จากกรมธรรม์ภัยอุบัติเหตุ เป็นสินน้ำใจ ที่ คปภ.มอบให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นเป็นข่าวสารควรทราบ เพื่อทุกคน ใครก็ได้ จะอยู่ที่ไหนก็ตาม ด้วยจิตอาสาในสายเลือด ไปเชียงใหม่ จะที่ไหนก็ตาม ไปขอลงทะเบียนกลุ่มอาสาดับไฟป่าไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผื่อเจอไฟป่าหรือเขาประกาศรับผู้อาสาสมัครไปช่วย &amp;nbsp;เราเข้าไป จับพลัด-จับผลู ยังมีกรมกรรม์ประกันภัยให้อุ่นใจได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ค่ำวาน (๒๘ ก.พ.) ที่ถนนวิภาวดีรังสิต แถวๆ หน้ากรมทหารราบ ที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลางเมืองหลวงแท้ๆ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏมี &amp;quot;กองโจร&amp;quot; ไม่ทราบฝ่ายหลายร้อยคน ใช้ชื่อ &amp;nbsp;REDEM โดยหัวหน้าขบวนการไม่กล้าเผยหน้าปรากฏตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้วิธีนัดหมายและสั่งการผ่านทาง &amp;quot;เทเลแกรม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้กองโจรบุกหมายเข้าไปในกรมทหารราบ ที่ ๑ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่...อย่างนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้มีจิตอาสาเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ต้องออกมา ให้เป็นหน้าที่ตำรวจ-ทหารเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมพูดถึงทหาร เพราะกองโจรโจมตีกรมทหาร ก็ดูทหารเขาว่า จะบริหารปัญหาที่เจาะจงกวนตีนได้ด้วยสติปัญญาแบบไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไฟป่า&amp;quot; ว่าธรรมชาติเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นี่ &amp;quot;ไฟเมือง&amp;quot; กองโจร REDEM มันจงใจเผา เพื่อสร้างสถานการณ์ปะทะ นำประเทศเข้าสู่ &amp;quot;สงครามกองโจร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะจะอย่างนี้ ถ้าดับไม่ได้ ใครล่ะจะดับ?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94571</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวลัญช์ อนุสรณ์พนา, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210227/image_big_60398fdc66f45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงใหม่ สั่งสถานบันเทิงห้ามโต้รุ่งปีใหม่ ให้ปิดเวลาเที่ยงคืน 31 ธ.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63&amp;nbsp;-​ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า​ วันนี้ได้ลงนามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 36/2563 เรื่อง การดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 โดยระบุว่า ตามที่ คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ครั้งที่ 14/2563 ได้มีมติเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ได้เห็นชอบการขยายเวลาในการปิดสถานบันเทิง สถานบริการ ให้เป็นไปตามเวลาปกติของแต่ละกิจการตามที่กฎหมายกำหนด โดยกฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ พ ศ. 2547 กำหนดว่า ในวันที่ 31 ธันวาคม สถานบริการสามารถจะเปิดทำการต่อไป จนถึงเวลา 06.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นนั้นก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดขโควิด-19 ในประเทศมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ มีมติในการประชุมครั้งที่ 80/2563 เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.63 เห็นชอบ ให้กำหนดมาตรการเพิ่มเติม ในการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทย และเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดมาตรการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ให้สถานบริการปิดเวลา 24.00 น. ในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สำหรับวันอื่นให้เป็นไปตามเวลาปกติของแต่ละกิจการตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ให้งดออกใบอนุญาตการจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 หรือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88418</URL_LINK>
                <HASHTAG>เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์, เชียงใหม่, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec709c7a9f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!ผูกั้กกันเครียดโดดตึกดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สลด! ผู้กักกันโควิดเครียดโดดตึกชั้น 8 รพ.พระประแดงดับ ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 2 รายพื้นที่ป่าตอง-บางเทา ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาสโล่ง ส่ง นศ.ไทยที่กลับจากปากีสถานเกือบ 200 คนสู่ภูมิลำเนา หลังกักตัวครบ 14 วันปลอดไวรัส &amp;nbsp; เชียงใหม่แย้มข่าวดีจ่อคลายล็อกหากตัวเลขป่วยนิ่ง 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 เมษายน เวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ รับแจ้งมีผู้ถูกกักกันต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกกักตัวสังเกตอาการอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในย่านท่าน้ำพระประแดง ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ กระโดดลงมาจากชั้น 8 ลงมาเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณชั้นที่ 2 ของโรงพยาบาล จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกตัญญูชุดเผชิญโควิด พร้อมอุปกรณ์ในการป้องกันการติดเชื้อเดินทางไปตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุพบศพชายชาวจังหวัดนราธิวาส อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกส่งมากักตัวสังเกตอาการการรับเชื้อโรคโควิด-19 นอนจมกองเลือดคว่ำหน้าอยู่ที่ระเบียงชั้น 2 นอกอาคาร หลังทีมแพทย์ได้ร่วมชันสูตรพลิกศพเป็นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูทีมเผชิญโควิดได้ใช้ถุงพลาสติกทำการห่อศพ 2 ชั้น และทำการปิดซีลอย่างดี ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค นำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นผู้ถูกกักตัวที่เดินทางกลับมาจากการประกอบกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซีย เข้ามายังประเทศไทยผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิ และถูกส่งตัวมากักตัวเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งผู้ตายเข้ามากักตัวตรวจหาเชื้อโควิดได้ 13 วันแล้ว เหลืออีกเพียงวันเดียวจะถูกปล่อยตัวกลับบ้านเกิดที่จังหวัดนราธิวาส เนื่องจากผลการตรวจออกมาเป็นลบ ไม่มีการติดเชื้อ โดยระหว่างที่ผู้ตายถูกส่งตัวมาสังเกตอาการ ทางโรงพยาบาลได้จัดให้อยู่ในห้องปลอดเชื้อ ซึ่งจะมีผู้ที่ถูกกักกันทั้งหมด 4 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าผู้ตายได้เกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดขึ้น จนถูกผู้ที่ถูกกักกันรายอื่นไล่ออกมาจากห้อง จากนั้นผู้กักกันที่เหลือได้ล็อกประตูจากด้านในไม่ให้ผู้เสียชีวิตเข้าห้อง จึงทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดและทุบทำลายข้าวของ พยาบาลที่เข้าเวรได้พยายามเข้ามาห้าม แต่เอาไม่อยู่ เนื่องจากมีแต่พยาบาลผู้หญิง จนต้องเรียกเจ้าหน้าที่ รปภ.ขึ้นมาช่วย โดยเจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้สงบสติอารมณ์และพูดคุยปลอบใจผู้ตาย เนื่องจากกำลังจะได้กลับบ้านเช้าวันนี้ แต่ผู้ตายกลับปีนออกไปทางหน้าต่างและกระโดดลงมาจากชั้น &amp;nbsp;8 ตกลงมาที่ระเบียงชั้น 2 ของอีกอาคารข้างๆ กันเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังทำการเคลื่อนย้ายศพของผู้ตายออกจากที่เกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ใส่ชุดป้องกันและนำยาฆ่าเชื้อมาทำการฉีดพ่นในจุดที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย รวมมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 178 ราย โดยรักษาหายกลับบ้าน 67 ราย จำหน่าย 1 ราย กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 110 ราย ในจำนวนนี้ อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 2 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย โดยเป็นรายที่ 177 ผู้หญิงไทย อายุ 50 ปี ขายอาหารในพื้นที่บางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดความเสี่ยงสูงและอาศัยในบ้านติดกันกับผู้ป่วยยืนยัน รายที่ 161 ในพื้นที่บางเทา มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงจำนวน 6 คน และจากการตรวจเชิงรุก 1 ราย โดยเป็นรายที่ 178 ผู้หญิงไทย อายุ 40 ปี พนักงานนวดในป่าตอง ทำงานร้านนวดเดียวกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 131 อาศัยในพื้นที่ป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จากข้อมูลข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่าการระบาดของโรคโควิด-19 ในภูเก็ตยังอยู่ในพื้นที่และกลุ่มเสี่ยงที่จำกัด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยและทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน
ส่งนศ.จากปากีฯกลับบ้านไร้เชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอพัก 7 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี, นพ.ชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่่ยวข้อง ได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งตัวนักศึกษาไทยที่เดินทางกลับจากประเทศปากีสถานจำนวน 61 คน ที่ได้รับการกักตัวเพื่อดูอาการจากโรคติดเชื้อโควิด-19 ครบ 14 วัน และผ่านการตรวจแล้วว่าปลอดภัยจากไวรัสโคโรนากลับสู่ภูมิลำเนาในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ก่อนที่นักศึกษากลุ่มนี้จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว มีการปฏิบัติอยู่ในระเบียบวินัยเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งจะให้ทั้ง 61 คนเป็นส่วนหนึ่งในการระงับยับยั้งไม่ให้เชื้อแพร่ระบาด และเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายซาปีอี หะยีมาหะมะ ผู้แทนนักศึกษาไทย กล่าวว่า การกักตัวไม่ใช่เป็นสิ่งเลวร้าย แต่เป็นการบ่งบอกถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน และเป็นการเฝ้าระวังก่อนที่จะไปใช้ชีวิตในชุมชน ทั้งนี้พวกเราขอปฏิญญาณว่า พวกเราขอสัญญาว่าจะดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน และจะทำหน้าที่ของสังคมตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา มอบหมายให้นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าฯ ยะลา และคณะ ไปพบปะให้กำลังใจและพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตนของผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศปากีสถาน จำนวน 18 ราย ที่ทางการได้นำตัวเข้าพักสังเกตอาการครบ 14 วัน ที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ต.สะเตง อ.เมืองยะลา โดยไม่พบอาการผิดปกติ จึงอนุญาตให้เดินทางกลับไปสังเกตอาการต่อ ณ ภูมิลำเนาได้ และให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหรือผู้นำชุมชน เพื่อปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส อ.เมืองฯ จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ร่วมส่งนักศึกษาไทยที่กลับจากปากีสถานจำนวน 75 คน กลับบ้านหลังกักตัวครบ 14 วัน และมีกลุ่มดาวะห์อีก 1 คน ทั้งนี้ หากรวมกับนักศึกษาหญิงที่กลับจากปากีสถานที่กักตัวที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 จำนวน 39 คน รวมจำนวน 114 คน โดยทั้งหมดตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร แถลงว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 4 เป็นเพศหญิง อายุ 63 ปี เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในระบบเฝ้าระวังที่สัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 2 ซึ่งส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการป่วยหลายโรค ส่วนอาการเชื้อโควิด-19 ไม่รุนแรงมากนัก
ผบ.ตร.เยี่ยมจุดตรวจอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ด้านหน้าที่ทำการเทศบาลเมืองชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 และนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ลงพื้นตรวจติดตามผลการดำเนินงานการตั้งจุดตรวจคัดกรอง พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานและของอุปโภคและบริโภคเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และนำของขวัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งมาให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นปฏิบัติงานตามคำสั่งอย่างเด็ดขาด รวมทั้งได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการทุกภาคทั่วประเทศ ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเรื่องของการจำหน่ายสินค้าเกินราคาอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมประชาชนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม จากกรณีสาวพริตตี้อายุ 34 ปี ที่มาจากภูเก็ต กลับบ้านเกิดที่บ้านดอนถ่อน ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม แล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายที่สองของจังหวัดนั้น จากการตรวจบุคคลที่ใกล้ชิดมีความเสี่ยงสูง 4 คน ประกอบด้วย หลานชาย อายุ 18 ปี ที่เดินทางมาจาก กทม.พร้อมกับผู้ป่วย 2.พี่เขย อายุ 43 ปี และพี่สาว อายุ 41 ปี ที่ขับรถกระบะไปรับผู้ป่วยที่จังหวัดสกลนคร และหลานสาว อายุ 21 ปี คนที่ส่งข้าวส่งน้ำ พร้อมล้างภาชนะให้ผู้ป่วยนั้น เบื้องต้นผลออกมาเป็นลบ แต่ต้องกักตัวอยู่ในที่จัดเตรียมไว้ให้ครบ 14 วัน สำหรับสาวพริตตี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลศรีสงคราม หลังได้รับยาต้านไวรัส มีอาการดีขึ้นตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ริมถนนชุมชนหนองแสงท่า เขตเทศบาลเมืองนครพนม มีหญิงเร่ร่อนคนหนึ่งนอนซมอยู่ข้างถนนใกล้กับโรงเรียนเทศบาล 1 หลังสุสานวัดนักบุญอันนา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครพนม ได้ตรวจวัดไข้ พบว่าสูงกว่า 37 องศาเซลเซียล เกรงจะเป็นผู้ป่วยเสี่ยงสัมผัสสูง จึงแจ้งไปยังศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 รพ.นครพนม มารับตัวไปตรวจอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงว่า มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 จํานวน 18 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งตลอดเวลา 6 วันที่ผ่านมาไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม ถือเป็นเรื่องที่ดี ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ แต่พี่น้องประชาชนยังคงต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายยุทธชัย พงศ์พณิช รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ทั้ง 18 ชุมชน และเจ้าหน้าที่ อสม. ได้ร่วมกันลงพื้นที่ทั้ง 18 ชุมชน รวมกว่า 14,420 ครัวเรือน ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อตรวจคัดกรองประชาชนในแต่ละชุมชนว่ามีบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ยังคงมีผู้ป่วยอยู่ที่ 40 ราย ทรงตัวมา​ 5​ วัน ซึ่งหากไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม ถือว่าประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ขยับเพิ่มขึ้นหรือหยุดนิ่งจนครบ 14 วัน จะขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาว่าจะมีแนวทางในการปลดล็อกคำสั่งปิดสถานประกอบการได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งต้องพิจารณาเป็นลำดับไป เพื่อเปิดโอกาสให้มีการทำมาหากิน ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศถึงวันที่ 30 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุโขทัย ครั้งที่ 11/2563 และคณะอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยที่ประชุมมีมติสำคัญคือ ให้ทุกคนที่อยู่ในจังหวัดสวมใส่หน้ากากตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63051</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, ซาปีอี หะยีมาหะมะ, ยุทธชัย พงศ์พณิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์, ไมตรี ไตรติลานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e9460ee0eed8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กป๊อกขึ้นเหนือ สำรวจลอบเผา เชียงใหม่ยังอ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผาไม่หยุด ผู้ว่าฯ เชียงใหม่รุดบัญชาการดับไฟป่าหลังศูนย์ราชการ ระดมรถดับเพลิงเข้าสกัด ใช้เวลากว่าชั่วโมงจึงควบคุมไว้ได้ แต่ก็ส่งผลให้เชียงใหม่ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลกเป็นวันที่ 4 &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; บินขึ้นเหนือติดตามสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังไม่กระเตื้อง มีรายงานว่า เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาเกิดไฟไหม้พื้นที่รกร้างบริเวณด้านหลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยไฟได้ไหม้อย่างรุนแรงและลุกลามกินพื้นที่กว้างอย่างรวดเร็ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ระดมรถดับเพลิงทั้งจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ รวมทั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้เคียงนับสิบคันเข้าดับไฟอย่างเร่งด่วน เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ที่ทำการส่วนราชการหลายแห่ง และมีชุมชนพักอาศัยอยู่ไม่ห่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุบัญชาการสถานการณ์ด้วยตัวเอง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมไฟที่ลุกไหม้ไว้ได้ แต่ยังต้องจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่องเพื่อป้องกันไฟลุกไหม้ซ้ำ ส่วนความเสียหายและสาเหตุยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากฝีมือคน อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ชัดว่าด้วยตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่เกิดเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ ข่าวแจ้งว่าเป็นพื้นที่รกร้างที่มีทั้งเศษใบไม้แห้งและหญ้าแห้งจำนวนมาก รวมทั้งมักจะมีผู้ลักลอบนำขยะมาทิ้งด้วย ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี โดยที่ผ่านมามักจะเกิดไฟลุกไหม้บริเวณนี้เป็นประจำทุกปี คาดว่าน่าจะด้วยฝีมือคนที่ลักลอบจุดไฟเผา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกำหนด ในวันที่ 8 เมษายนนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 รวมทั้งปัญหาไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ เช้าวันพุธ จากการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 รายชั่วโมงของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าที่บริเวณสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ทางด้านเว็บไซต์ Air&amp;nbsp;visual พบว่าค่ามลพิษของจังหวัดเชียงใหม่ขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจวัดสภาพอากาศในจังหวัดภาคเหนือของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 เม.ย.นี้ ที่น่าสนใจคือจังหวัดเชียงราย ต.เวียง อ.เมือง 88 ไมครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;148 มคก./ลบ.ม., เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง 83 มคก./ลบ.ม., ต.ศรีภูมิ อ.เมือง 79 มคก./ลบ.ม., ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม 76 มคก./ลบ.ม., ต.สุเทพ อ.เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;77 มคก./ลบ.ม., ประตูท่าแพ อ.เมือง 72 มคก./ลบ.ม., ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว 246 มคก./ลบ.ม., แม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง 101 มคก./ลบ.ม., น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง 52 มคก./ลบ.ม., ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ 75 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ จะเดินทางไปตรวจ ติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยจะรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมถึงเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน อาสาสมัคร และจิตอาสา พร้อมรับฟังปัญหา ข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะ จากนั้นจะได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานต่อไป ณ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ภาคเหนือส่งผลกระทบที่รุนแรง ปัญหาเกิดมาจากความไม่พร้อมของรัฐบาล เพราะท้องถิ่นต่างร่วมแรงร่วมใจกันในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็ทำบนความไม่พร้อม เพราะทั้งอุปกรณ์ในการดับไฟและงบประมาณในการซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ การบริหารจัดการส่วนกลางไม่ให้ความสำคัญในการจัดการไฟป่า ไม่มีการบูรณาการ การสั่งการ ท้องถิ่นไม่มีอำนาจในเตรียมการเพื่อป้องกันปัญหาไฟไหม้ป่า ทั้งนี้ ส่วนกลางไม่ยอมให้มีการขุดสระน้ำขนาดเล็กหรือการเจาะน้ำบาดาล และการเข้าไปจัดการป่าไม้ เพราะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ยอมกระจายอำนาจ และไม่ยอมจัดงบประมาณให้ท้องถิ่นในการดูแลจัดการปัญหาไฟป่า แต่รวบอำนาจและเก็บงบประมาณไว้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดการไฟป่าให้มีประสิทธิภาพ รัฐจำเป็นต้องกระจายทั้งอำนาจและงบประมาณให้ส่วนท้องถิ่นดูแลและบริหารจัดการ อย่าหวงอำนาจ เพราะเวลาเกิดไฟไหม้ป่าขึ้นมา ท้องถิ่นจะได้บริหารจัดการได้ทันท่วงที&amp;rdquo; นายสงวนกล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62564</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, วราวุธ ศิลปอาชา, สงวน พงษ์มณี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8dc50267c1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงเหตุจนท.ผูกคอดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วราวุธ&amp;quot; แจง จนท.ดับไฟป่าผูกคอ สาเหตุส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับงาน &amp;quot;มท.2&amp;quot; เผยเพลิงไหม้เขตอุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย เสียหาย 2,400 ไร่ เสียใจผู้ใหญ่บ้าน-ราษฎรเสียชีวิตจากการร่วมดับไฟป่า ผู้ว่าฯ เชียงใหม่สั่งจับตาพื้นที่เสี่ยงไฟไหม้ป่าซ้ำซาก 83 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่ไฟป่าของสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ เชียงใหม่ ผูกคอตายเสียชีวิต พร้อมทิ้งจดหมายลาไว้ เขียนด้วยลายมือระบุเกี่ยวกับการตัดพ้อเรื่องงาน ว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองก็รู้สึกเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และที่สำคัญ ทำให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สูญเสียบุคลากรสำคัญ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวว่า หลังจากได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้ให้อธิบดีกรมอุทยานฯ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งในช่วงค่ำของวันเดียวกันนั้นได้รับการยืนยันจากหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ เพื่อนร่วมงาน และตามสายบังคับบัญชา ทุกคนยืนยันตรงกันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกับผู้เสียชีวิต อีกทั้งบุตรสาวและภรรยาของผู้เสียชีวิตก็ยืนยันว่าสาเหตุไม่น่าจะเป็นเรื่องงาน แต่เป็นปัญหาครอบครัวส่วนตัว อย่างไรก็ตามสำหรับการช่วยเหลือนั้นทางอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการไปตามระเบียบในการให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ไฟป่าตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น โดยเพลิงไหม้ได้เกิดขึ้นอยู่บริเวณเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างให้แก่พื้นที่โดยรอบกว่า 2,400 ไร่ โดยในขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังป้องกันการปะทุลุกลาม และติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์กล่าวว่า ตนมีความเสียใจต่อการสูญเสียผู้ใหญ่บ้านในเหตุการณ์ดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านถือเป็นบุคลากรด่านหน้าที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งเสียใจต่อเหตุการณ์ที่ราษฎรในแนวกันไฟไปร่วมปฏิบัติงานดับไฟป่าแล้วมีการเสียชีวิต ซึ่งทุกท่านต่างเป็นบุคคลที่ทุ่มเทการทำงานและอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ตนขอเป็นกำลังใจให้แก่ญาติครอบครัวผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การปฏิบัติงานที่ภารกิจยังไม่แล้วเสร็จนั้น ตนขอกำชับไปยัง จนท.และราษฎรในพื้นที่ รวมทั้งอาสาสมัครฯ ต่างๆ ที่เข้าไปปฏิบัติงานได้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยให้มีการประเมินสถานการณ์การปฏิบัติงานทุกระยะเพื่อการเข้าพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยและลดการสูญเสียไม่ให้เกิดขึ้นอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ โดยเร่งติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อน (Hotspots) มากที่สุด 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภออมก๋อย เชียงดาว แม่แจ่ม แม่วาง และสะเมิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จุดความร้อนเมื่อเช้าวันที่ 5 เม.ย. พบว่ามีอยู่ 223 จุด และช่วงบ่าย 165 จุด ส่งผลให้มีพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้เสียหายไปเมื่อวันที่ 5 เม.ย. จำนวน 1,389 ไร่ มีการแจ้งความดำเนินคดี 59 คดี ใน 16 อำเภอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนจุดความร้อนมีจำนวนลดลง เหลือเพียง 129 จุด แต่พบว่าส่วนใหญ่เกิดขึ้นในป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 76 จุด ป่าอนุรักษ์ 52 จุด และเขต สปก.อีก 1 จุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่เร่งระดมกำลังเข้าดับไฟอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้ว่าฯ เชียงใหม่ได้กำชับให้ทุกอำเภอบูรณาการทุกหน่วยงานในพื้นที่ ต้องมีเป้าหมายลดจุดความร้อนในทุกพื้นที่ให้ชัดเจน ให้นำข้อมูลมาปรับแผนแบบรายวัน อย่าให้เกิดจุดไหม้ซ้ำซากต่อเนื่อง โดยเฉพาะอำเภอเชียงดาว ขอให้เพิ่มชุดลาดตระเวนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพิ่มชุดผู้ช่วยในการลาดตระเวน ที่นำเอามาจากบัญชีของผู้หาของป่าร่วมลาดตระเวนและเข้าไปดับไฟ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ที่ต้องทำเป็นระยะๆ ใช้ศักยภาพของกำลังชุมชน อาศัยการเข้าไปพูดคุยกับปราญช์ชาวบ้าน ผู้นำจิตวิญญาณ ผู้นำชุมชน เพื่อทำความเข้าใจพี่น้องประชาชน รวมทั้งใช้หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านและการลงพื้นที่ในชุมชนด้วยตัวเอง และเพื่อดึงชุมชนมาร่วมเป็นเครือข่ายให้การชี้เบาะแสผู้ลักลอบเผาป่าเพื่อจับกุมมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้ย้ำให้ทุกอำเภอให้เร่งวางแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิง โดยระบุอำเภอ วัน เวลา และพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อข้อมูลนำมาหารือวางแผนในช่วงกลางเดือนนี้ เพื่อป้องกันหลังจากเสร็จสิ้นการประกาศห้ามเผา 30 เมษายนนี้ ประชาชนจะมีการเผาพร้อมกันทุกพื้นที่ จึงต้องมีการทำแนวทางข้อตกลงร่วมกันที่ชัดเจนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ 7 อำเภอ จับตาดูพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟไหม้ป่าซ้ำซาก 83 จุด ใน 12 ตำบล คือ อำเภออมก๋อย 26 จุด ในตำบลยางเปียง ตำบลอมก๋อย ตำบลนาเกียน, อำเภอเชียงดาว 16 จุด ตำบลเมืองงายและตำบลทุ่งข้าวพวง, อำเภอแม่แจ่ม 13 จุด ตำบลกองแขกและตำบลแม่นาจร, อำเภอแม่วาง 9 จุด ตำบลแม่วิน, อำเภอดอยเต่า 7 จุด ตำบลมืดกา, อำเภอเวียงแหง 6 จุด ตำบลเมืองแหง, อำเภอสะเมิง 5 จุด ตำบลบ่อแก้ว และอำเภอฝาง 4 จุด ตำบลม่อนปิน ซึ่งเกิดไฟไหม้ป่าซ้ำซากบนภูเขาสูงชัน และเป็นเหวลึกยากต่อการเข้าถึง จึงได้กำชับให้เร่งประเมินสถานการณ์และวางแผนการดับไฟให้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมเตรียมเฮลิคอปเตอร์ ทั้ง MI-17 ของกองทัพบก, KA32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ โดยย้ำให้แต่ละอำเภอเร่งวิเคราะห์จุดความร้อนในพื้นที่ หากประเมินแล้วไม่สามารถเข้าดับได้ ขอให้ประสานจังหวัดมาในตอนเช้า เพื่อเร่งนำอากาศยานเข้าไปสนับสนุนโดยด่วน อย่าปล่อยให้ลุกไหม้เกิน 2 วัน เพราะจะเป็นจุดไหม้ซ้ำซากทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62317</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมสัน สุวรรณอัมพา, นิพนธ์ บุญญามณี, วราวุธ ศิลปอาชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8b15bee6692.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯเจริญฤทธิ์ ออกจดหมายเปิดผนึกด่วนถึงชาวจังหวัดเชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.63 - นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ออกจกหมายเปิดผนึกถึงพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียน พี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ที่ไวรัสโคโรนา (Covid19 ได้ระบาดไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นทุกวัน กลายเป็นวิกฤติที่สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากจังหวัดเชียงใหม่เองก็กำลังผชิญหน้ากับปัญหานี้เช่นกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคประชาชนกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid 19) ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การระบาดของโรคดังกล่าวยังคงมีการพัฒนาขึ้นทุกวัน ดังนั้นเราจึงต้องมีการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์อย่างทันท่วงทีโดยช่วงที่ผ่านมาเราได้มีการติดตามผู้ที่เข้าข่ายหรือสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อที่มาจากประเทศจีน เกาหลีญี่ปุ่น ฯลฯ และพยายามแยกออกมาจากประชาชนของเรา แต่ในขณะนี้พบว่ามีคนไทยและคนเชียงใหม่ก็ติดเชื้อนี้แล้วเช่นกัน จึงทำให้เราต้องเพิ่มความเข้มข้นในการทำงาน เรามีมาตรการในการป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคขยายไปในวงกว้าง โดยการปิดสถานที่ต่างๆ ที่มีประชาชนมารวมตัวกันมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามมวย บ่อนไก่ ฯลฯ ซึ่งหลายๆจังหวัดในประเทศไทยมีมาตรการเหล่านี้เช่นกันผลที่ตามมาคือมีประชาชนบางส่วนเดินทางกลับภูมิลำเนาแน่นอนว่าเมื่อญาติพี่น้องกลับบ้านพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ย่อมมีความดีใจที่ลูกหลานกลับบ้าน แต่ในสถานการณ์ขณะนี้ผมอยากขอความร่วมมือพี่น้องประขาชนที่เดินทางลับมาช่วยกันฝ้าระวังตัวเองและคนรอบข้าง โดยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ดูแลและป้องกันตนเองรักษาสุขภาพให้แข็งแรงล้างมืออย่างสม่ำเสมอใส่หน้ากากอนามัย(หน้ากากอนามัยแบบผ้าก็ได้) เมื่อออกจากบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หลีกเลี่ยงไปในที่แออัดหรือที่ชุมชนรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. หากท่านเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ขอให้กันตัวเองจากคนในครอบครัวอย่างน้อย 14 วัน และเฝ้าระวังสังเกตอาการ หากรู้สึกไม่สบายให้ไปพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญอันหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนให้พี่น้องทราบก็คือกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เปราะบางสำหรับการระบาดในครั้งนี้ ผู้สูงอายุเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคไวรัสโคโรน่ามักจะมีอคารหนักและมีโอกาสที่จะเสียชีวิตสูง ผมอยากให้พี่น้องระมัดระวังในการสัมผัสใกล้ชิดกับท่านผู้สูงอายุเหล่านี้ เนื่องจากว่าบางครั้งคนที่ไม่อาการหรืออาการเล็กน้อยก็อาจจะนำโรคไปสู่ทนได้ ไม่ว่พี่น้องจะอยู่ในจังหวัดเชียงไหม่ หรือพี่น้องที่เดินหงมาจากพื้นที่นอกจังหวัดเซียงใหม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติโรคระบาดที่เกิดขึ้น ความกังวล ความหวาดกลัวเป็นเรื่องปกติของพวกเราทุกคน เพราะเรากำลังต่อสู้กับโรคใหม่ที่เราไม่รู้จักมาก่อน แต่หากทุกคนช่วยกันปกป้องตัวเอง ปกป้องครอบครัวที่พวกเรารักดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง ช่วยเหลืองกันและกันทำตามบทบาทหน้ที่ของตนเองร่วมมือ ร่วมใจกัน จะรวมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการรับมือกับโรคระบาดในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้พวกเรามีความชื่อมั่นซึ่งกันและกันต่อสู้ไปด้วยกัน จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผมเชื่อว่าเราจะผ่านพ้นวิกฤติการระบาดของโรคนี้ไปได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความรักและเคารพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าฯเชียงใหม่, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์, เชียงใหม่, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7df832cf030.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
