<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวรัสโควิดเปลี่ยนพฤติกรรมนักเดินทาง  เปิดไอเทมต้องมี!เมื่อใช้บริการเที่ยวบิน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ ข้อมูลจาก Yahoo Finance ระบุว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ซึ่งนับว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีการแพร่เชื้อได้สูง กลายเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดทั่วโลก แม้ว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการร้ายแรงและการรักษาในโรงพยาบาล โดยอาการไม่รุนแรงที่เกิดจาก &amp;quot;การติดเชื้อที่ลุกลาม&amp;quot; ก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่ได้รับวัคซีน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ได้รับวัคซีนยังสามารถแพร่เชื้อเดลตาได้ ซึ่งจะทำให้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้นไปอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแพร่กระจายไปทั่วโลกทำให้เกิดความไม่แน่นอนในเรื่องการเดินทาง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็จะเห็นได้ว่าสวิตเซอร์แลนด์และกาตาร์เริ่มอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากขึ้น โดยชาวอเมริกันที่ได้รับวัคซีนสามารถเดินทางต่อไปยังแคนาดาได้ แต่ในทางกลับกัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC ได้ออกมาตรการกีดกันในกลุ่มผู้คนที่เดินทางมาจากฝรั่งเศส อิสราเอล ไทย และประเทศอื่นๆ ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าอนาคตของการเดินทางระหว่างประเทศและในประเทศดูเหมือนจะมืดมนเล็กน้อย เนื่องจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้กรมควบคุมโรค หรือ CDC แนะนำให้เดินทางเมื่อจำเป็น และใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสมเมื่อต้องเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากากอนามัย และการมีผลตรวจโควิดของตัวเอง และหากคุณมีกำหนดการเดินทางตามกำหนดเวลา และต้องการใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติม ก็ต้องบอกว่ามีสิ่งของที่จำเป็นหลายรายการที่จะต้องพกติดตัวขณะเดินทาง เพื่อช่วยปกป้องการแพร่ระบาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างแรกเลยคงเป็นเจลล้างมือ โดยเจลทำความสะอาดมือขนาดพกพาได้กลายเป็นสินค้าหลักที่ควรมีติดมือในช่วงที่ผ่านมา เมื่อคุณซื้อเจลทำความสะอาด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% ตามที่ CDC แนะนำ ซึ่งหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ TSA อนุญาตให้บรรจุเจลทำความสะอาดมือแบบน้ำได้ 12 ออนซ์ต่อผู้โดยสาร 1 คน เพื่อนำติดตัวขึ้นไปบนเครื่องบิน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องย้ำเตือนว่าอาจทำให้กระบวนการคัดกรองด่านของคุณช้าลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการรับประกันว่าคุณจะมีเจลทำความสะอาดมือตลอดการเดินทาง แนะนำให้ว่าควรจะนำเจลทำความสะอาดมือขนาด 12 ออนซ์มาด้วย เนื่องจากอาจไม่มีจำหน่ายในขณะที่คุณเดินทาง นอกจากนี้ คุณจะต้องการเจลทำความสะอาดขนาดพกพา เพื่อติดไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าเงินของคุณเพื่อความสะดวก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับไอเทมต่อมาคงเป็นหน้ากากอนามัย แน่นอนว่าหน้ากากอนามัยยังเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้ทุกคนสวมใส่ในการใช้บริการขนส่งสาธารณะรวมทั้งบนเครื่องบิน ดังนั้น ทุกคนควรไม่ควรที่จะหน้ากากของตัวเองในระหว่างการเดินทาง นอกจากนี้ แนวทางล่าสุดของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแนะนำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนในพื้นที่ที่ติดเชื้อสูงให้สวมใส่หน้ากากสองถึงสามชั้นในการเดินทางอีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการทดสอบหน้ากากอนามัยจำนวนมาก พบว่าหน้ากากอนามัยที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ของ Athleta เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ด้วยการออกแบบที่สะดวกสบายและป้องกันได้ มาพร้อมที่คล้องหูที่ปรับได้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บหูและลวดจมูกที่พอดีกับใบหน้า และหน้ากากสำหรับเด็ก ดูเหมือนว่าตัวเลือกอันดับต้นๆ มาจาก Disney เนื่องจากสวมใส่สบายและมีตัวการ์ตูน ที่อาจกระตุ้นให้เด็กอยากสวมหน้ากากมากขึ้น นอกจากนี้ จะต้องลงทุนซื้อหน้ากากแบบใช้แล้วทิ้งสักสองสามชิ้น เพื่อป้องเมื่อไม่สามารถอยู่ห่างไกลจากผู้คนที่พลุกพล่านได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ทิชชูเปียกฆ่าเชื้อก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็น เพราะในขณะที่รู้ว่าความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการสัมผัสกับพื้นผิวที่ปนเปื้อนด้วย SARS-CoV-2 (ไวรัสที่ทำให้เกิด COVID-19) โดยทั่วไปนั้นต่ำมาก แต่ก็จำเป็นที่จะนำผ้าเช็ดทำความสะอาดติดตัวไปด้วยในการเดินทาง และใช้เพื่อเช็ดที่นั่ง ที่วางแขน และโต๊ะถาดที่ต้องใช้รับประทานอาหาร ก่อนจะนั่งบนที่นั่งของคุณเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ มีผ้าเช็ดทำความสะอาดที่ขึ้นทะเบียนกับสํานักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา หรือ EPA มากมาย เช่น Lysol หรือ Clorox ที่สามารถใช้ฆ่าเชื้อ SARS-CoV-2 ร่วมกับไวรัสอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเฟซชิลด์จะเป็นตัวที่เพิ่มการปกป้องเป็นพิเศษ เพราะสำหรับเที่ยวบินที่การเดินทางยาวนาน ต้องสวมหน้ากากเป็นเวลาหลายชั่วโมง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน้ากากสวมใส่สบาย ช่วยบรรเทาอาการปวดหูและทำให้ใส่หน้ากากได้พอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้หน้ากากแบบใช้แล้วทิ้งหรือหน้ากากที่ไม่มีต่างหูปรับ โดยทาง Dr.Gabriela Andujar Vazquez แพทย์โรคติดเชื้อและนักระบาดวิทยา ศูนย์การแพทย์ทาฟท์ แนะนำว่า ให้ใช้สายรัดที่เชื่อมต่อกับด้านหลังหัว เพื่อให้หน้ากากยึดแน่นกับใบหน้าของคุณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังควรน้ำยาฆ่าเชื้อสมาร์ทโฟน มันเป็นความจริงที่ว่าโทรศัพท์มือถือของคุณอาจสกปรกกว่าฝารองนั่งชักโครกประมาณ 10 เท่า ถ้าพูดตรงๆ จะต้องทำความสะอาดโทรศัพท์ หลังจากเดินทางไปไหนมาไหนแล้ว ในการขจัดแบคทีเรีย เช่น E.coli น้ำยาฆ่าเชื้อในโทรศัพท์เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วในการทำความสะอาดโทรศัพท์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการทดสอบน้ำยาฆ่าเชื้อโทรศัพท์ทั้ง 3 แบบ พบว่า PhoneSoap Smartphone Sanitizer สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม วิธีการฆ่าเชื้อแบบที่สามารถทำเองแบบง่ายๆ ก็สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน ดังนั้น หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่มีราคาแพง ก็ต้องบอกว่า 70% ของไอโซโพรพิลที่ละลายน้ำแล้วก็สามารถช่วยได้เช่นกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ไอเทมสุดท้ายคงหนีไม่พ้นเครื่องวัดอุณหภูมิ โดยการวัดอุณหภูมิเป็นวิธีที่ดีในการตรวจสอบอาการก่อนเดินทางและหลังการเดินทาง เนื่องจากไข้อาจเป็นอาการของการติดเชื้อโควิด-19 และอย่าลืมฆ่าเชื้อด้วยไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ในระหว่างการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิกับสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ควรที่จะใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส เพื่อการตรวจวัดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113201</URL_LINK>
                <HASHTAG>Yahoo Finance, กรมควบคุมโรค ห, ทำความสะอาด, สายพันธุ์เดลตา, เครื่องบิน, เจลล้างมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116708f7fafd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศสู้ภัยโควิด-19 ระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ  หนุนทำครัวชุมชน  จัดซื้อนมสำหรับเด็ก-หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ ฯลฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;เครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชน จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; มอบสิ่งของจำเป็นให้แก่โรงพยาบาลสนาม 4 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;จัดตั้ง &amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;rsquo; เพื่อระดมทุนช่วยเหลือพี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; จัดซื้อข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารสด-แห้ง&amp;nbsp; นมสำหรับเด็ก&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เจลลางมือ ฯลฯ ขณะที่พี่น้องเครือข่ายองค์กรชุมชนในภาคต่างๆ &amp;lsquo;ร่วมด้วย&amp;nbsp; ช่วยกัน&amp;rsquo; &amp;nbsp;ใช้ทุนในชุมชนโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ในประเทศไทยยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง โดยวันนี้ (8 พ.ค.) มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2,419 ราย&amp;nbsp; รวมผู้ติดเชื้อสะสม 52,411 ราย&amp;nbsp; เสียชีวิตอีก 19 ราย&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้ร่วมกันจัดตั้ง &amp;lsquo;&amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อระดมทุนจากทุกภาคส่วนนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิดประเดิมช่วยผู้ได้รับผลกระทบ 47 ชุมชน 416 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม&amp;nbsp; คณะทำงานเครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด- 19 ยังกระจายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; แกนนำเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จึงได้รวมตัวกันจัดตั้ง &amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; โดยมีคณะทำงาน 23 คน&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันระดมทุนจากทุกภาคส่วนแล้วนำไปจัดสรรให้พี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ระดมทุนได้แล้วประมาณ 130,000 แสนบาท&amp;nbsp; คณะทำงานมีความเห็นว่าในช่วงแรกนี้จะนำไปช่วยเหลือชุมชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน&amp;nbsp; เพราะมีการแพร่ระบาดรวดเร็วมาก&amp;nbsp; มีประชาชนที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้านหลายสิบชุมชน&amp;nbsp; จึงให้แต่ละชุมชนที่ได้รับผลกระทบนำเงินไปซื้อข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; อาหารสด&amp;nbsp; นมสำหรับเด็ก&amp;nbsp; หรืออุปกรณ์ที่จำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน้ากากผ้าอนามัย&amp;nbsp; เจลล้างมือ&amp;nbsp; ให้ผู้ที่ต้องกักตัวก่อน&amp;nbsp; โดยให้ชุมชนบริหารจัดการงบประมาณและความช่วยเหลือเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ชาวชุมชนบ้านมั่นคงในเขตคลองเตย&amp;nbsp; ชุมชนสร้างสรรค์พัฒนา 7-12 มอบสิ่งของช่วยเหลือสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;จำนวน 47 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 416 คน&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิดได้สนับสนุนความช่วยเหลือเฉลี่ยรายละ 300 บาท&amp;nbsp; โดยให้ชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการ &amp;nbsp;รวมเงินช่วยเหลือจำนวน 124,800 บาท&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบางพูดพัฒนา&amp;nbsp; จ.นนทบุรี&amp;nbsp; 15 คน&amp;nbsp; ชุมชนเก้าพัฒนาเขตวังทองหลาง 45 คน&amp;nbsp; ชุมชนแจ่มจันทน์&amp;nbsp; เขตวัฒนา 70 คน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เงินที่ได้รับการบริจาคในเบื้องต้นมาจากการระดมทุนของนางทิพย์รัตน์&amp;nbsp; นพลดารมย์&amp;nbsp; อดีตผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ร่วมกับคณะนิสิตเก่าจุฬาฯ CU 14&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่และผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; และขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; นุชจรีในฐานะเลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เครือข่ายสภาฯ มีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 20,000 คน&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 48 คน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่นำไปรักษาตัวในโรงพยาบาลหมดแล้ว&amp;nbsp; และมีผู้ที่ต้องกักตัวในบ้าน&amp;nbsp; 38 ครอบครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 142 คน&amp;nbsp; ใน 7 ชุมชนที่ต้องเฝ้าระวังและสังเกตอาการ&amp;nbsp; โดยสภาองค์กรชุมชนฯ จะนำงบประมาณที่ได้รับจากเครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิดจำนวน 45,000 บาทไปซื้อข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารสด-แห้ง&amp;nbsp; รวมทั้งสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ มาให้แก่ผู้ที่ต้องกักตัวภายในบ้าน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางร่วมกับผู้นำชุมชนต่างๆ &amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; โดยนำเงินจากกองทุนสวัสดิการชุมชนเขตวังทองหลางมาจัดซื้อข้าวสาร&amp;nbsp; อาหาร&amp;nbsp; นำปลาดุกที่เลี้ยง&amp;nbsp; ผักที่เครือข่ายปลูก&amp;nbsp; และอาหารที่ได้รับบริจาคมาช่วยเหลือชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งให้คำแนะนำการป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย&amp;nbsp; และให้กำลังใจแก่ผู้ที่กักตัวอยู่ในบ้านด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมอบอาหารช่วยเหลือชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องชุมชนทั่วภูมิภาค &amp;lsquo;ร่วมด้วย ช่วยกัน&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการร่วมระดมทุนของเครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิดดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; พี่น้องเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศยังให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วย&amp;nbsp; โดยใช้ทุนในชุมชนที่มีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภายนอก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp; จังหวัดลำพูน กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลเหมืองจี้ &amp;nbsp;อำเภอเมือง &amp;nbsp;จังหวัดลำพูน &amp;nbsp;มอบหน้ากากอนามัย &amp;nbsp;จำนวน 140 กล่อง &amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์ 42 ขวด &amp;nbsp;และเครื่องเทอร์โมสแกน &amp;nbsp;จำนวน 28 เครื่อง &amp;nbsp;รวมงบประมาณ 14,000 บาท&amp;nbsp; มอบให้กับกำนัน &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน &amp;nbsp;อสม.ทั้ง 14 หมู่บ้านในตำบลเหมืองจี้เพื่อใช้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลเหมืองจี้ จ.ลำพูน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองนครสวรรค์ &amp;nbsp;ร่วมแรงร่วมใจกัน ทำน้ำสมุนไพรจากตะไคร้ &amp;nbsp;กระชายและขิง &amp;nbsp;วันละ 1,500 ขวด &amp;nbsp;แจกจ่ายให้แก่พี่น้องชุมชนบ้านมั่นคงและประชาชนทั่วไปในเขตเทศบาลฯ ดื่มเพื่อปัองกันเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังส่งไปที่โรงพยาบาลสนาม และ รพ.เขาเขียว &amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยโควิดที่ต้องพักรักษาตัวในยามที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคอีสาน จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ที่ประชุมแกนนำขบวนองค์กรชุมชน จ.อำนาจเจริญ &amp;nbsp;ได้พิจารณาช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีปิดหมู่บ้านโสกกระแต้ &amp;nbsp;ต.โคกก่ง &amp;nbsp;อ.ชานุมาน&amp;nbsp; จากสถานการณ์โควิด &amp;nbsp;โดยใช้งบจากกองทุนพัฒนาสวัสดิการผู้นำจังหวัด &amp;nbsp;จำนวน 40,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;ชุมชนเหล่านาดี &amp;nbsp;เทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; คณะกรรมการชุมชนร่วมกันทำอาหารราคาถูกขายให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;ตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;ก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp; ข้าวมันไก่ &amp;nbsp;ส้มตำ &amp;nbsp;อาหารตามสั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในราคาเพียง 15-20&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำอาหารไปมอบให้แก่คนป่วย&amp;nbsp; ผ้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ ฯลฯ &amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ชุมชนเหล่านาดี&amp;nbsp; อ.เมือง จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชนจังหวัดเพชรบุรีร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชบุรี &amp;nbsp;มอบสิ่งของและอุปกรณ์ให้กับโรงพยาบาลสนามในจังหวัดเพชรบุรี 4 แห่ง &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ &amp;nbsp;สิ่งของจำเป็น &amp;nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ &amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp; 44,500&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือบุคคลากรทางการแพทย์ &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อที่กำลังรักษาตัว &amp;nbsp;กลุ่มเสี่ยงที่เฝ้าระวังอาการ &amp;nbsp;โดยมีนายภคพงศ์ ทวิพัฒน์ &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; และ นพ.เพชรฤกษ์ แทนสวัสดิ์ สาธารณสุขจังหวัดร่วมรับมอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางแค &amp;nbsp;นำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้กับชาวชุมชนบ้านขิงที่ต้องกักตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดรุนแรงในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนบ้านขิงมีประชากร &amp;nbsp;240&amp;nbsp; ครัวเรือน &amp;nbsp;เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการเขตบางแค 139&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; โดยกองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางแคจัดถุงยังชีพมอบให้ทั้งหมด 240&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; เพื่อลดปัญหาความเลื่อมล้ำโดยมอบให้ทุกครัวเรือนทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่ได้เป็นสมาชิกของกองทุนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้&amp;nbsp; จังหวัดสตูล &amp;nbsp;เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสตูลและเครือภัยพิบัติชุมชน &amp;nbsp;ร่วมบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภคและเงินสดให้กับพี่น้องที่ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;และโดนกักตัวพื้นที่ศูนย์ประสานงานโควิคบ้านวังพะเนียด &amp;nbsp;อ.เกตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เมือง จ.สตูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ตำบลช้างซ้าย&amp;nbsp; อ.กาญจนดิษฐ์ &amp;nbsp;แม้ว่าตลาดจะปิด &amp;nbsp;สินค้าไม่มีจำหน่าย &amp;nbsp;แต่ชุมชนยังสามารถพึ่งตัวเองและเกื้อกูลซึ่งกันและกันได้&amp;nbsp; โดยชาวบ้านช่วยกันนำข้าวสาร&amp;nbsp; ผักสด&amp;nbsp; ปลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่งมอบให้ครัวเรือนที่กักในหมู่ที่&amp;nbsp; 11 จำนวน&amp;nbsp; 30 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ชุมชนช้างซ้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ที่อยากจะสนับสนุนและช่วยเหลือชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ติดต่อได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102208</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เจลล้างมือ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_60964d9b0e37c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เพจไทยคู่ฟ้าแจ้งเจลล้างมือธงฟ้าขายผ่านรถเร่ถุงละ30บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.63-เพจไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความเรื่อง มาแล้ว &amp;ldquo;เจลล้างมือธงฟ้า&amp;rdquo; ขายผ่านรถเร่ &amp;nbsp;#ไทยคู่ฟ้า ข่าวดี! ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ส่งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือธงฟ้าล็อตแรก 1 ล้านถุง ขนาด 100 มล. ออกจำหน่ายในราคา 30 บาท โดยจำหน่ายให้ผู้บริโภคผ่านรถเร่ธงฟ้า 265 คัน ที่วิ่งให้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนต่างจังหวัด ส่งจำหน่ายผ่านรถเร่ธงฟ้า ที่วิ่งให้บริการในแต่ละจังหวัดเช่นเดียวกัน โดยจำกัดการซื้อไม่เกินคนละ 1 ถุง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าได้ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเร่งประสานแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง Shopee และ Lazada เข้ามาร่วมจำหน่ายเจลล้างมือธงฟ้าด้วย ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้สั่งซื้อออนไลน์ได้ในเร็ว ๆ นี้ ในราคา 30 บาทเช่นกัน และจำกัดการซื้อไม่เกินคนละ 1-2 ถุง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62919</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถธงฟ้า, เจลล้างมือ, เพจไทยคู่ฟ้า, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92dc14ed1dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พาณิชย์&#039;เตรียมส่งเจลล้างมือ 1 ล้านหลอดขายผ่านร้านธงฟ้า แก้ปัญหาฉวยปรับขึ้นราคา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานผู้ผลิตให้ผลิตเจลล้างมือออกมาจำหน่ายในราคาถูก หรือเจลล้างมือธงฟ้า ตามนโยบายที่ได้รับจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้เร่งรัดให้เพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนให้สามารถหาซื้อเจลล้างมือได้ง่ายขึ้น และราคาถูกลง เพื่อใช้ในการป้องกันตัวเองในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 และยังจะช่วยทำให้กลไกตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ราคาขายปลีกปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของประชาชนที่มีมากขึ้น และยังมีการกักตุน เก็งกำไร จนทำให้ผู้บริโภคเดือนร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตล็อตแรก ตั้งเป้าไว้ที่ 1 ล้านหลอด ซึ่งยังไม่ชัดเจนในเรื่องปริมาณและขนาดบรรจุ เพราะต้องดูว่ามีบรรจุภัณฑ์รองรับหรือไม่ แต่ราคาจะถูกกว่าท้องตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และไม่ใช่การขายต่ำกว่าทุน แค่เพื่อทำให้กลไกราคากลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยหลังจากที่เปิดจำหน่ายแล้ว หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็จะเร่งผลิตออกมาจำหน่ายเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เบื้องต้น จะจำหน่ายผ่านร้านธงฟ้า รถธงฟ้า ที่ขณะนี้มีออกวิ่งตะเวนขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 265 คัน และเรือธงฟ้า ที่วิ่งขายตามบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำ และยังจะจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเบื้องต้นได้รับความร่วมมือจาก Shopee ที่จะเข้ามาร่วม และคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายได้ในสัปดาห์นี้เป็นต้นไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจุรินทร์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่าเจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมา ได้มีการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคไปหมดแล้ว ทั้งการปลดล็อกของกรมสรรพสามิตที่ให้สามารถนำเอาแอลกอฮอล์ มาผสมกับกลีเซอรีน เพื่อทำเจลล้างมือ เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2563 ที่ผ่านมา และหลังจากนั้น เป็นสัปดาห์ของการเร่งผลิต คาดว่าจากนี้ไป จะมีสินค้าเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าที่เดิมเคยติดปัญหาไม่ผ่านมาตรฐาน อย. เพราะกำหนดไว้ต้องมีแอลกอฮอล์เกิน 70% และถูกห้ามจำหน่าย ทางผู้ผลิต ก็จะมีการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐาน และกำลังจะเข้าสู่ตลาดเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับผู้ผลิตทำเจลล้างมือ ขนาด 30 มิลลิกรัม ออกจำหน่ายผ่านรถธงฟ้าและเรือธงฟ้า ในราคาหลอดละ 25 บาท ให้กับผู้บริโภค เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่หาซื้อสินค้าได้ยาก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และเมื่อมีการผลิตเจลธงฟ้าล็อตใหญ่ออกมา ก็จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนที่จะหาซื้อเจลล้างมือได้ง่ายขึ้น และราคาถูกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะยังคงติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะสินค้าที่ประชาชนมีความต้องการมาก เช่น ไข่ไก่ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ หากพบการกักตุน การฉวยโอกาส และค้ากำไรเกินควร ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 และในต่างจังหวัดร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62252</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 ล้านหลอด, กระทรวงพาณิชย์, เจลล้างมือ, เจลล้างมือธงฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7dd752e0a49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางจากเปิดขายเอทานอลเอาไปทำเจลกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค. 2563 นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มบางจากฯ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงพลังงานและกรมสรรพสามิตมีมติปลดล็อกเอทานอลสำหรับนำไปผลิตเจล-แอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพื่อใช้ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้และสามารถบริการแก่ภาคประชาชนได้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีบีจีไอ ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ สามารถผลิตเอทานอลในเกรดอุตสาหกรรมได้ พร้อมจำหน่ายแก่โรงงานผู้ประกอบการที่มีความต้องการ โดยโรงงานเอทานอลในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท บางจาก ไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด &amp;nbsp;และบริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ติดตั้งระบบผสมและจ่ายเอทานอล พร้อมทดสอบประสิทธิภาพของระบบ เริ่มจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 สำหรับนำไปทำเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ตามที่กรมสรรพสามิตอนุญาตในช่วงระยะเวลา 6 เดือนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
โดยผู้ประกอบการที่มีความประสงค์สั่งซื้อ สามารถดูข้อกำหนดและขั้นตอนการสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของ บีบีจีไอ www.bbgigroup.com ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ บีบีจีไอ ร่วมกับกลุ่มบริษัท บางจากฯ ได้ส่งมอบเจลสำหรับทำความสะอาดมือ จำนวน 30,000 ขวด ขนาด 50 มิลลิลิตร ที่มีส่วนผสมของเอทานอลและกลีเซอรีนจากกระบวนการผลิตของบริษัทฯ ผ่านกระทรวงพลังงาน เพื่อนำไปแจกให้กับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ เพื่อบรรเทาสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง กระทรวงพลังงานและกรมสรรพสามิต ได้ประมาณการปริมาณเอทานอลส่วนเกินที่นอกเหนือจากภาคพลังงานไว้ที่ประมาณ 1 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะสามารถนำไปผลิตเจล-แอลกอฮอล์ทำความสะอาดในทางการแพทย์ เพื่อบริจาคหรือเพื่อจำหน่าย โดยที่ไม่เกิดผลกระทบต่อเอทานอลในส่วนที่นำมาใช้ในภาคพลังงาน รวมทั้งจะติดตามสต็อกเอทานอล เพื่อให้เกิดสมดุลภายในประเทศด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60141</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, บางจาก, เจลล้างมือ, เอทานอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71a1faec438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พณ.เผยข่าวดี ผลิต‘หน้ากาก’ วันละ1.7ล.ชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พาณิชย์แจ้งข่าวดีกระจายหน้ากากอนามัยเพิ่มเป็นวันละ 1.71 ล้านชิ้น จับโก่งราคาหน้ากากได้อีก 12 ราย พร้อมสั่งจัดหนักค้าเกินราคา &amp;quot;เจลล้างมือ-แอลกอฮอล์&amp;quot; โดนด้วย &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; เผยผลสอบ &amp;quot;พิตตินันท์&amp;quot; ไม่เอี่ยวแก๊งกักตุน แค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่งต่อ ตร.-ปปง.สาวต้นตอ &amp;quot;เทพไท&amp;quot; ท้า &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; เปิดชื่อที่ปรึกษา รมต.พันงาบหน้ากาก ยันถ้าผิดจริงรัฐมนตรีที่แต่งตั้งต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่่กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ขอความร่วมมือไปยังโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยทั้ง 11 แห่ง ปรับสายการผลิตจากการผลิตหน้ากากชนิดอื่น เช่น หน้ากากคาร์บอน และ N95 มาเป็นการผลิตหน้ากากอนามัย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากโรงงานผลิตเป็นอย่างดี ทำให้มีหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นจากเดิมวันละ 1.2 ล้านชิ้น เป็น 1.56 ล้านชิ้นต่อวัน และล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 1.71 ล้านชิ้นต่อวัน ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณการกระจายให้กระทรวงสาธารณสุขและกระจายให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้และประชาชนได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข จะได้เพิ่มเป็นวันละ 9 แสนชิ้น เพื่อนำไปกระจายให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลกรมการแพทย์ โรงพยาบาลรัฐนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 5.7 แสนชิ้น สถานพยาบาลเอกชน จำนวน 1.8 แสนชิ้น โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช 8 หมื่นชิ้น และสถานพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้แก่ สำนักอนามัย 7 หมื่นชิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมการค้าภายใน จะกระจายไปให้ประชาชนจำนวน 8.1 แสนชิ้น โดยขายหน้ากากอนามัยบรรจุแพ็ก 4 ชิ้น แพ็กละ 10 บาท ผ่านร้านธงฟ้าและร้านขายยา จำนวน 2 แสนชิ้น, เทสโก้โลตัส (180 สาขา) จำนวน 1 แสนชิ้น, &amp;nbsp;แม็คโคร (95 สาขา) จำนวน 1 แสนชิ้น, บิ๊กซี (150 สาขา) จำนวน 1 แสนชิ้น , วิลล่ามาร์เก็ต (36 สาขา) จำนวน 6 หมื่นชิ้น, ท็อปส์ (204 สาขา) จำนวน 1 แสนชิ้น, สมาคมร้านขายยา จำนวน 1.5 หมื่นชิ้น, สมาคมเภสัชกรรมชุมชน จำนวน 1 หมื่นชิ้น, 7-11 จำนวน 1.2 แสนชิ้น และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ 5,000 ชิ้น ทั้งนี้ ล่าสุดคาเฟ่ อเมซอน จะเข้ามาร่วมเป็นช่องทางในการกระจายหน้ากากอนามัยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเป้าหมายการผลิตหน้ากากอนามัย ได้มีการหารือกับโรงงานผลิตแล้ว คาดว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เต็มที่เป็นวันละ 2.2 ล้านชิ้น โดยคาดว่าปลายสัปดาห์หน้าน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการจับกุมดำเนินคดีผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ณ วันที่ 12 มี.ค.2563 ว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดได้อีก 12 ราย แยกเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 6 ราย และต่างจังหวัด 6 ราย สำหรับผลการจับกุมดำเนินคดี จนถึงวันที่ 12 มี.ค.2563 จับได้รวม 135 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ นอกจากจับกุมหน้ากากอนามัย ยังมีการจับกุมผู้กระทำความผิดขายเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบซึ่งเป็นสินค้าควบคุม ในข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาและข้อหาขายแพงเกินสมควร และจับกุมผู้จำหน่ายแอลกอฮอล์ ที่แม้ไม่ได้เป็นสินค้าควบคุมในข้อหาขายแพงด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการจับกุมผู้ค้ากำไรเกินควรในส่วนของเจลล้างมือและแอลกอฮอล์ เหมือนกับที่ทำการจับกุมผู้ค้าหน้ากากอนามัยผิดกฎหมายด้วย ถ้ายังมีปัญหาจะมีมาตรการออกมาจัดการ ส่วนผู้บริโภคหากพบเจอที่ไหนขายแพง ขอให้แจ้งมายังสายด่วน 1569 หรือสื่อโซเชียลของกรมการค้าภายใน
สธ.เล็งผลิตหน้ากากเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ Anutin_C ว่า &amp;quot;เรื่องหน้ากากอนามัยนี่โดนด่าเยอะมาก รู้หรือไม่ สาสุข (สาธารณสุข) ก็เป็นผู้ซื้อเหมือนทุกคน ไม่ใช่ผู้ผลิต แต่ก่อนนี้เขาขายให้วันละ 1.7 แสน เดี๋ยวนี้ เขาขายให้วันละ 4 แสนชิ้น ที่จะหนักคือ ถ้าเข้าเฟสระบาดในประเทศ รพ.ต้องใช้วันละ 7 แสน สั่งองค์การเภสัชกรรมไปหาทางตั้งโรงงานผลิตเองแล้วครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ออกมาเรียกร้องขอให้ประกาศปลดล็อกเพื่อนำแอลกอฮอล์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสต๊อก 100 ล้านลิตร ออกมา 50 ล้านลิตร เพื่อผลิตเจลและแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเพื่อวางจำหน่ายหรือแจกให้ประชาชนว่า คงเป็นความเข้าใจผิด เพราะจริงๆ แล้วจำนวน 100 ล้านลิตร เป็นแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Denatured Alcohol ที่มีการผสมน้ำมันเข้าไปเพื่อใช้ในการทำแก๊สโซฮอล์ ตามกฎหมายไม่อนุญาตให้นำเอทานอลมาใช้ในด้านอื่น นอกจากด้านเชื้อเพลิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานประสานกับกรมสรรพสามิต เพื่อขอให้ประกาศปลดล็อกเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อดึงเอาแอลกอฮอล์ส่วนเกินจากการเริ่มผลิตจำนวน 1 ล้านลิตร มาใช้ในการทำเจลล้างมือ ซึ่งได้แจ้งกับโรงงานต่างๆ แล้ว และโรงงานสามารถติดต่อได้ที่กรมสรรพสามิตแล้วดำเนินการซื้อขายได้ทันที เพื่อลดขั้นตอนปฏิบัติ ทั้งนี้ ได้นำเรียนนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังมอบหน้ากากผ้าจำนวน 1 แสนชิ้น ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลของรัฐ 10 แห่ง ว่า จะมอบให้ 10 โรงพยาบาลภายในเดือน มี.ค.2563 รวมทั้ง ส.อ.ท.จะผลิตหน้ากากผ้าให้กับลูกจ้างภายในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กทั่วประเทศ คาดว่าจะมีความต้องการประมาณ 1 ล้านชิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์หน้ากากอนามัย เชื่อว่านอกจากกำลังผลิตหลักที่ทราบทั่วกันแล้วคือ 36 ล้านชิ้นต่อเดือน น่าจะมีกำลังผลิตแบบใต้ดิน คือ ผู้ประกอบการบางรายอาจเร่งการผลิตแบบไม่หยุดพักเครื่องจักร อาทิ ทำงาน 3 กะ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่ไม่เกี่ยงด้านราคา แต่ขอให้ได้สินค้า ดังนั้นเพื่อให้วงจรนี้หมดไป รัฐบาลควรเลิกกำหนดราคาต้นทุนหน้ากากทางการแพทย์แค่ 2.5 บาทต่อชิ้น เพราะปัจจุบันต้นทุนเพิ่มขึ้นมากจากวัตถุดิบนำเข้าที่สูงขึ้น ควรปล่อยให้ต้นทุนหน้ากากทางการแพทย์เป็นไปตามกลไก และออกมาตรการสนับสนุน อาทิ มาตรการภาษี เพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ ให้ผู้บริโภคตัดสินใจเอง วิธีนี้น่าจะทำให้การผลิตเพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบการโรงงานผลิตเอทานอลทั่วประเทศ จำนวน 26 โรงงาน ที่เป็น ส.อ.ท.ยังร่วมมือกับกรมสรรพสามิตผลิตแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อทำความสะอาด โดยบริจาคจำนวน 300,000 ลิตร มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ช่วยเหลือโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นในการใช้ สามารถติดต่อได้ที่สรรพสามิตทุกจังหวัดทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในวันที่ 27 มี.ค. เวลา 09.00 น. จะเริ่มแจกจ่ายแอลกอฮอล์เจลเพื่อทำความสะอาดมือให้กับประชาชนคนละ 1 ชิ้น โดยจะเริ่มแจกล็อตแรก จำนวน 5 แสนชิ้น และวันที่ 10 เม.ย.2563 เวลา 09.00 น. อีกจำนวน 5 แสนชิ้น รวมทั้งสิ้น 1 ล้านชิ้น ผ่านสาขาของธนาคารออมสิน ที่มีอยู่ 1,060 สาขาทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 27 มี.ค.2563 เวลา 08.30-16.30 น. กรมสรรพสามิตประสานความร่วมมือไปยังสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย สมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง และผู้ประกอบการโรงงานเอทานอล รวมจำนวน 26 โรงงาน โดยการให้สิทธิทางภาษีอัตราศูนย์ของสุราสามทับ (แอลกอฮอล์) จำนวนกว่า 3 แสนลิตร นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ และจะกระจายไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 1-10 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยในแต่ละพื้นที่จะแจกจ่ายจำนวน 100 ลิตรต่อวัน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถนำภาชนะมาขอรับได้คนละไม่เกิน 1 ลิตรต่อวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ประเมินว่าจะสามารถแจกจ่ายแอลกอฮอล์เจลให้กับประชาชนได้สาขาละ 500-600 คน ภายในเวลา 1 ชั่วโมงน่าจะแจกจ่ายครบตามจำนวน
ผลสอบพิตตินันท์ไม่มีเอี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายพิตตินันท์ รักเอียด อดีตคณะทำงานถูกพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น ว่า คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมีนายรัตนะ สวามีชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน รายงานผลสรุปว่า นายพิตตินันท์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว หลังจากปรากฏข่าวได้สั่งปลดจากคณะทำงานแล้วและไม่รับเป็นคณะทำงานอีก ฐานทำงานไม่ระมัดระวัง เนื่องจากเป็นคณะทำงานของรัฐมนตรีต้องระมัดระวังทุกเรื่อง แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะทำงานส่งผลสรุปเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขยายผล โดยทราบว่ามีใครเกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ต้องรอให้ตำรวจแถลงรายละเอียดที่ชัดเจน นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะตรวจสอบบัญชีและยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือเสี่ยบอย ที่โพสต์ข้อความอ้างว่ามีหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้นว่า ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนทำคดีอย่างถึงที่สุด ไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน หากสืบสวนพบว่ามีการกักตุนหน้ากากอนามัยจริง และมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง จะดำเนินคดีทันที ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือใครก็ตาม ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำหลักฐานมามอบและระบุมีบริษัทเอกชน 14 บริษัท ที่ปรึกษารัฐมนตรี 1 ราย และพรรคการเมืองต่างๆ เกี่ยวข้องกับขบวนการที่ทำให้หน้ากากอนามัยขาดตลาดนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. อยู่ระหว่างการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ หากมีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายอัจฉริยะเปิดเผยความจริง โดยระบุชื่อ นามสกุล บุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน หากนายอัจฉริยะมั่นใจในข้อมูลของตัวเอง ก็ไม่ต้องเกรงกลัวการถูกฟ้องร้องหรือดำเนินคดีทางศาล เพราะนายอัจฉริยะเป็นนักกฎหมาย น่าจะรู้ว่าการพูดความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะย่อมสามารถกระทำได้ การที่บุคคลใกล้ชิดของรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์การส่งออกกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย จะเป็นการสร้างความเสียหายให้แก่รัฐมนตรีและสร้างความเสื่อมเสียต่อรัฐบาลโดยรวม ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างเฉียบขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน เพราะพรรคเน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบในหน้าที่ และต้องมีความรับผิดชอบต่อบุคคลที่ตนเองแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา เลขานุการ และทีมงานรัฐมนตรีทุกคนด้วย เพราะเชื่อว่าได้มีการกลั่นกรองคุณสมบัติของบุคคลเหล่านั้นมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่หากคนใกล้ชิดรัฐมนตรีคนใดก็ตาม มีพฤติกรรมที่สร้างความเสียหาย หรือมีการทุจริตต่อหน้าที่ รัฐมนตรีผู้ที่ลงนามแต่งตั้ง จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองไม่ทางใดก็ทางหนึ่งให้เป็นที่ยอมรับของสังคมด้วย&amp;quot; นายเทพไทระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59699</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กักตุนหน้ากากอนามัย, พาณิชย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้ากากอนามัย, เจลล้างมือ, แอลกอฮอล์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6b9584158ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนแห่ซื้อหน้ากากอนามัยอภ.วันสุดท้าย รอคิวตั้งแต่ตี3!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 63 &amp;ndash; ที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยวันสุดท้ายให้กับประชาชนทั่วไป ก่อนที่จะโอนการจำหน่ายให้เป็นหน้าที่ของกรมการค้าภายใน ขณะที่ อภ.จะจำหน่ายเจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ในระบบออนไลน์แทน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฎว่ามีประชาชนมารอต่อคิวกันตั้งแต่ 03.00 น. และคิวได้เต็มครบ 700 คิว ก่อนเวลา 08.00 น. โดยประชาชนสามารถซื้อหน้ากากอนามัย 1 ชุด&amp;nbsp; มี 10 ชิ้น ในราคา 10 บาท แอลกออล์&amp;nbsp; ขนาด 450 มล. ราคา 41 บาท และเจลล้างมือ 2 หลอด /หลอดละ 24 บาท รวม 1 ชุด ราคา 99 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการ อภ.&amp;nbsp; เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการจำหน่ายหน้ากากอนามัยวันสุดท้ายทำให้มีประชาชนมารอคิวเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ปกติมีประชาชนเข้าคิวรอซื้อหน้ากากอนามัย 400 คนต่อวัน&amp;nbsp; แต่วันนี้เปิดรับถึง 700 คิวและสำรองอีก 200 คิวเพื่อจำหน่ายแอลกอฮอล์เจลและแอลกอฮอล์ขนาดขวด 450 มิลลิลิตร ทั้งนี้การจำหน่ายต่อไปจะเป็นอำนาจของกรมการค้าภายในกระจายให้กับร้านค้า ซึ่งขอให้รอดูผลต่อไปอีกสักระยะเชื่อว่าของจะเพียงพอกับประชาชน แต่ขณะนี้สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือการกระจายหน้ากากอนามัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นด่านหน้าในการป้องกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการงดการจำหน่ายหน้ากากอนามัยในร้านค้า 8 สาขาของอภ. มุ่งหวังลดความแออัดเพื่อเป็นการป้องกันโรคโควิด-19 และเพื่อเป็นการมุ่งหวังให้บุคลากรการแพทย์ได้รับหน้ากากอนามัยเพียงพอสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ป่วยขอให้ใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้าในการป้องกันหากเจ็บป่วยจึงจะใช้หน้ากากอนามัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59226</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภญ.ศิริกุล เมธีรังสรรค์, หน้ากากอนามัย, องค์การเภสัชกรรม, อภ., เจลล้างมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e65b73610723.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
