<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคนิคตรังสุดเจ๋ง ประดิษฐ์กรวยยางพาราอัจฉริยะแทนพลาสติก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า วิทยาลัยเทคนิคตรัง โดยแผนกเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ ร่วมกับสำนักงานทางหลวงที่ 17 และบริษัท ว.รณภูมิ จำกัด &amp;nbsp;ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อจัดทำโครงการวิจัยกรวยยางพาราอัจฉริยะ สิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นจากการนำวัตถุดิบ คือ ยางพารา ที่หาได้ง่ายในจังหวัดและชุมชน &amp;nbsp;มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กรวยจราจรจากยางพารา (Rubber cone genius) แทนการใช้กรวยจราจรพลาสติกแบบเดิมๆ &amp;nbsp;โดยมีจุดเด่นตรงที่วัสดุเหล่านี้ เมื่อโดนชน หรือโดนกระแทก ก็จะไม่แตกเสียหาย และคืนกลับสู่สภาพเดิม &amp;nbsp;จึงช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดกับรถ และยังเป็นการยืดอายุการใช้งานของกรวยจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจษฎา ธนะสถิตย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคตรัง กล่าวว่า &amp;nbsp;เนื่องจากยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของคนภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของยางพารา &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันมีราคาตกต่ำลงมาเรื่อยๆ ส่งผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านครอบครัว และการส่งบุตรหลานเรียนหนังสือ &amp;nbsp;ทางวิทยาลัยจึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์กรวยจราจรจากยางพาราขึ้น เพื่อส่งเสริมเกษตรกร และเพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับผู้ปกครอง &amp;nbsp;ประกอบกับปัจจุบันการใช้ยางพาราภายในประเทศก็มีน้อย ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังนิยมการใช้พลาสติก &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่วัสดุเหล่านี้ย่อยสลายยาก และยังเป็นมลพิษต่อสภาพแวดล้อมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรวยพลาสติกในท้องตลาดทั่วไป จะมีราคาตั้งแต่ชิ้นละ 200-1,000 บาท แล้วแต่คุณภาพ ส่วนกรวยยางพาราอัจฉริยะ จะมีต้นทุนประมาณชิ้นละ 250 บาท &amp;nbsp;ซึ่งแต่ละกรวยจะใช้น้ำยางคอมปาด์ว 1 กิโลกรัมครึ่ง แล้วนำมาหล่อขึ้นรูป รวมจำนวน 6 ครั้ง เพื่อให้ได้กรวยที่มีความหนาที่พอดีที่สุด &amp;nbsp;เนื่องจากเมื่อโดนรถชนแล้ว จะสามารถเด้งกลับสู่สภาพเดิม หรือกลับมาตั้งตรงแบบเดิมได้ &amp;nbsp;รวมทั้งยังรองรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 0-40 องศาเซลเซียส ซึ่งว่าเหมาะสมกับสภาพอากาศทั่วไปในเมืองไทย &amp;nbsp;ถือเป็นความสำเร็จอีกชิ้นหนึ่งของแผนกเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ วิทยาลัยเทคนิคตรัง ที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมัคร เลือดวงหัด ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงตรัง กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการวิจัยเรื่องกรวยยางพาราอัจฉริยะ นับเป็นการตอบโจทก์ และตอบสนองต่อนโยบายของกรมทางหลวง ในอนาคต &amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในงานจราจร หรืองานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ จากยางพารา &amp;nbsp;อาทิ หลักนำทาง ขอบทาง กั้นเกาะกลาง แท่งแบริเออร์ เพื่อเปลี่ยนช่องทางการจราจร กีดขวางทางเข้าออกของรถ บังคับช่องทางการเดินรถ หรือป้องกันพื้นที่อันตรายต่างๆ เป็นต้น &amp;nbsp;เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง แต่คงทน แข็งแรง ใช้งานได้ยาวนาน และมีความปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการใช้ยางพาราในท้องถิ่นด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4608</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรวย, กรวยยางพาราอัจฉริยะ, ยางพารา, วิทยาลัยเทคนิคตรัง, เจษฎา ธนะสถิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa1fba323122.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
