<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 9 นักการเมืองดัง 3 จังหวัดใต้ทิ้ง &#039;พรรคกำนันสุเทพ&#039; คืนรัง ปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.64 - นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ซึ่งเป็นอดีตส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าตนพร้อมพวกอีก 8 คนที่อยู่กับพรรค รปช. ได้ลาออกจาก รปช. และขอย้ายกลับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะดูแล้วการต่อสู้ทางการเมืองในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ต้องเป็นพรรคการเมืองใหญ่ และพรรคใหญ่ตนก็ไปพรรคอื่นไม่ได้ เพราะอุดมการณ์ต่างกัน ดังนั้นจึงกลับบ้านเก่าดีกว่า มีโอกาสมากกว่า เพราะมีพื้นที่ให้ทำงานสูง ส่วนพื้นที่ในการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.นั้นกำลังคุยในรายละเอียดอยู่ เพราะพื้นที่อาจทับซ้อนกับผู้สมัครเดิมหลายพื้นที่ จึงต้องค่อยๆปรับก่อน เนื่องจากเมื่อระบบเลือกตั้งเปลี่ยนเป็นบัตร 2 ใบ เขตเลือกตั้งก็ต้องเปลี่ยนด้วย ส่วนตนนั้นขอลงในเขตเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะไปเปิดตัวผู้สมัครในพื้นที่เมื่อไหร่ นายเจะอามิง กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน คงต้องรออีกระยะหนึ่งให้ทุกอย่างเรียบร้อย ก่อนทั้งนี้ตนกลับไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อทั้ง 9 คนที่ออกจากพรรค รปช.กลับประชาธิปัตย์ คือ 1.นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีตส.ส.นราธิวาส 2.นายรำรี มามะ อดีตส.ส.นราธิวาส 3.นายสุรเชษฐ แวอาแซ อดีตส.ส.นราธิวาส 4.นายซาตา อาแวกือจิ อดีตส.ส.ปัตตานี 5.ว่าที่ ร.ต.โมฮัมมัดยาสรี ยูซง อดีตส.ส.ปัตตานี 6.นายอับดุลการิม เด็งระกีนา อดีตส.ส.ยะลา 7.นายเจ๊ะอีลย๊าส โตะตาหยง ซึ่งเป็นบุตรชายของนายเจะอามิง 8.นายอรุณ เบญจลักษ์ และ 9.ดต.มโณ วารีวะนิช
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116592</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคกำนัน, รปช., รวมพลังประชาชาติไทย, เจะอามิง โตะตาหยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f42b059982.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบไต๋25พค.ตั้งพรรครปช. &#039;เอนก&#039;หัวหน้า&#039;เทือก&#039;กุนซือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พรเพชร&amp;quot; ส่งหนังสือด่วนถามประธานศาล รธน. ขอลัดขั้นตอนเสนอ กม.ส.ว.ให้นายกฯ &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; ส่งทนายจดทะเบียนพรรค &amp;quot;รวมพลังประชาชาติไทย&amp;quot; 25 พ.ค. ย้ำไม่รับตำแหน่งการเมือง แค่นั่งกุนซือ &amp;quot;เอนก&amp;quot; รับร่วมก่อตั้งพรรค แบไต๋อีก 3 เดือนพร้อมนำทัพเอง อดีตส.ส.ใต้ ปชป.เผยเทือกดูดไปอยู่พรรคใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่า ขั้นตอนต่อไป จะนำเสนอร่างพ.ร.ป.ดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป แต่ในขั้นตอนปฏิบัติ จะต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน จึงจะส่งให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้ทำหนังสือด่วนถึงประธานศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 24 พ.ค. เพื่อสอบถามว่าในสถานการณ์เร่งรัดเรื่องการเลือกตั้งที่เชื่อมโยงกับร่างพ.ร.ป.ฯ จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการก่อนหรือไม่ เพราะอยากเร่งรัด ไม่ต้องรอแนวทางที่เคยปฏิบัติมา เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่เป็นมติเอกฉันท์ออกมาแล้วจะเพียงพอหรือไม่ที่จะเสนอต่อรัฐบาลได้ทันที โดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ หากศาลรัฐธรรมนูญยืนยันไม่ต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ จะส่งเรื่องให้นายกฯ ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า &amp;nbsp;ขั้นตอนจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องทำคำวินิจฉัยฉบับครบถ้วนสมบูรณ์ และส่งผลแจ้งไปยัง สนช. จากนั้น สนช.จะส่งร่าง พ.ร.ป.ให้รัฐบาล และรัฐบาลจะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยภายใน 25 วัน ทั้งนี้ คิดว่าคงจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้เร็ว เพราะรัฐบาลได้จัดพิมพ์เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อไม่มีอะไรต้องแก้ไข สามารถนำสิ่งที่พิมพ์ไว้ส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า บอกไว้แล้วว่าไม่มีอะไร แม้ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ผ่าน ก็ใช้เวลาแก้ไข และยังอยู่ในกรอบระยะเวลาตามโรดแมป ส่วนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ผ่านอยู่แล้ว ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งจะคำวินิจฉัยในวันที่ 30 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ ต้องจับตาดูว่าการพิจารณาของกฎหมายจะออกมาในทิศทางใด โดยส่วนตัวมองว่าเป็นไปได้ 3 แนวทาง 1.ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2.มีหรือขัด แต่ไม่เป็นสาระสำคัญต้องทำให้ตกทั้งฉบับ แก้เพียงบางมาตรา บางประโยคเท่านั้น และ 3.ขัดต่อสาระสำคัญรัฐธรรมนูญ ทำให้ต้องต้องร่างใหม่ ซึ่งอาจทำให้โรดแมปเลือกตั้งเคลื่อนออกไป อย่างไรก็ตาม หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลสามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในเดือน ก.พ.62&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองว่า ทราบว่ากำลังจะมีการก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ซึ่งเป็นไปตามที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับแนวทางของพรรคดังกล่าวว่าไม่ใช่พรรคของตน แต่เป็นพรรคของประชาชนที่มีเจตจำนงในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนจะทำกันไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอย้ำในสิ่งที่เคยพูดว่า ถ้าพี่น้องประชาชนมีการก่อตั้งพรรคการเมืองของประชาชนที่เป็นไปตามแนวทางการปฏิรูปประเทศปฏิรูปการเมืองตามแนวทางของมวลมหาประชาชน และมีอุดมการณ์เดียวกันกับตน ก็ร่วมยินดีที่จะไปช่วยงานให้คำปรึกษาต่างๆ ได้โดยยืนยันว่า 1.จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระบบเขต หรือระบบบัญชีรายชื่อ 2.ไม่มีตำแหน่งบริหารในพรรคการเมือง และ 3.หากพรรคการเมืองดังกล่าวไปร่วมรัฐบาลในอนาคต ตนก็ไม่รับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้นในรัฐบาล คือจะไม่ไปเป็นนักการเมืองตามที่เคยบอกไว้ &amp;nbsp;เพราะไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจดแจ้งจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยนั้น ทางผู้ก่อตั้งได้มอบหมายให้นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ทนายความของนายสุเทพ เป็นผู้ไปจดแจ้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 25 พ.ค. เวลา 08.00-09.00 น.&amp;nbsp;
เอนกแบะท่านั่ง หน.รปช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กรรมการคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง และประธานคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวจะมาเป็นหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทยว่า เป็นเพียงผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย และขอให้รออีก 3 เดือน เพื่อให้สมาชิกพรรคเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งหากเสียงส่วนใหญ่ลงคะแนนให้กับตนก็พร้อมจะทำหน้าที่ ไม่ใช่เริ่มต้นก็นั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคทั้งที่ยังไม่มีขาแขน เหมือนการเมืองเก่าๆ ที่ให้เป็นเพียงลูกน้องเจ้าของพรรค แบบนั้นไม่เอา เพราะอยากทำพรรคแบบล่างขึ้นบน ซึ่งถือเป็นการเมืองแบบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากที่ คสช.อนุญาตให้พรรคการเมืองดำเนินการประชุมได้ ผมจะร่วมก่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ได้ด้วยพรรคและนักการเมืองแบบใหม่ ประเทศจะกลับไปเป็นการเมืองอย่างเดิมอีกไม่ได้ และจะเดินหน้าผลักดันเรื่องความปรองดองให้สำเร็จด้วย เพราะถือเป็นโปรเจ็กต์สุดท้ายของชีวิต ผมจะสร้างพรรคคุณภาพของสมาชิกและประชาชน&amp;rdquo; นายเอนกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะเดินทางไปจดแจ้งจัดตั้งพรรคด้วยตัวเองหรือไม่ นายเอนกกล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ประเทศจีน คงไม่ไปจดแจ้งชื่อด้วยตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงดึกของวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเอนกได้ชี้แจงเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีตกเป็นข่าวถูกทาบทามเป็นหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ตอนหนึ่งว่า ยังไม่มีใครตั้ง ไม่มีใครทาบทามเป็นหัวหน้าพรรค และไม่ได้ตั้งตนเองเป็นหัวหน้าพรรคใหม่ หากมีนักการเมืองใหญ่ นายทุนพรรค หรือผู้มีบารมีคนเดียว หรือไม่กี่คนมาตั้ง จะไม่เป็น ขอชี้แจงว่านายสุเทพไม่ได้มาทาบทามตนเป็นหัวหน้า และถ้ามาทาบทามก็ไม่ขอรับ เพราะเบื่อหน่ายการตั้งพรรค และการทำการเมืองแบบเก่าๆ ออกกลิ่นน้ำเน่าแบบนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายเดือนที่ผ่านมา มีคณะผู้ก่อตั้งพรรคหลายร้อยคน รวมตัวกันคร่ำเคร่งอย่างเงียบๆ ตนเข้าร่วมกับพวกเขาพอสมควร มีเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่จะร่วมสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่ แบบที่รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติต้องการ และตามที่แผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองที่ตนเป็นประธานอยากเห็น พรรคนี้จะเป็นสถาบันแห่งความดีงาม พรรคนี้จะเป็นหลักชัยให้บ้านเมือง จะเป็นพรรคที่ยึดหลักธรรมาธิปไตย เป็นพรรคที่ให้อำนาจให้บทบาทและการตัดสินใจสำคัญแก่มวลสมาชิก จะไม่ปล่อยให้พรรคต้องถูกผูกขาดหรือตกเป็นของเจ้าของพรรคหรือของผู้นำพรรคเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียวตลอดกาล จะไม่มุ่งเพียงชนะการเลือกตั้ง แต่มุ่งจะปฏิรูปการเมืองและปฏิรูปประเทศในด้านอื่นๆ ที่สำคัญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคการเมืองพรรคนี้ก้าวข้ามความขัดแย้งเรื่องเหลืองกับแดง ไม่ได้เป็นพวกเป่านกหวีด หรือพวกต่อต้านนกหวีด เราก้าวข้ามเรื่องในอดีตแล้วครับ ใครที่ต้องการ ใครที่สนับสนุน และใครที่ทุ่มเทกับการปฏิรูป คนนั้น ย่อมเป็นพวกเรา ส่วนใครที่ไม่จริงใจกับประชาชน ไม่เอารัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย และไม่เอาการปฏิรูป อย่างจริงจัง นั่นย่อมไม่ใช่พวกเรา พรรคนี้ไม่ได้เริ่มต้นว่าจะเอาใครเป็นนายกฯ และพรรคนี้จะไม่เริ่มจากประเด็นว่า จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งหรือไม่? นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นเริ่มต้นของเรา&amp;quot; นายเอนกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พรรคนี้ไม่ใช่ กปปส.อย่างแน่นอน ผู้ก่อตั้งพรรคมีทั้งที่เคยเป็น กปปส. และที่ไม่เคยเป็น กปปส. ตนเองไม่เคยเป็น กปปส. ผู้ก่อตั้งพรรคอย่างตนมีไม่น้อย พรรคนี้ไม่ได้มุ่งดูด ส.ส.จากพรรคเก่าพรรคไหนทั้งสิ้น และพวกเราไม่ได้เป็นปรปักษ์กับพรรคไหนทั้งสิ้น ตนเคยเป็นประธานคณะทำงานเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ และเคยเป็นกรรมการในคณะเตรียมการสร้างความสมานฉันท์ของ ป.ย.ป. ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าหากกลับเข้าไปทำงานการเมือง จะทำงานเพื่อเดินไปสู่ความรู้รักสามัคคี นำสันติสุขกลับคืนมาให้บ้านเมือง ให้ความรู้รักสามัคคีเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งของการเฉลิมฉลองรัชกาลที่ 10 ของพวกเราคนไทย ทั้งนี้ เราจะไม่เน้นเพียงการสร้างกระแสที่มีแต่ความวูบวาบ เป็นเพียงประกายไฟแล้วก็ดับวูบ
ส.ส.ใต้ ปชป.รับกำนันดูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ อดีต ส.ส.นราธิวาส &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีชื่อจะไปร่วมกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า มีชื่อตนไปปรากฏเร็วจริง แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจร้อยเปอร์เซ็นต์ คงต้องรอหลังจากถือศีลอดแล้ว ส่วนรายละเอียดยังไม่ได้คุยอะไรมาก คนจะทำงานเพื่อบ้านเมืองคงจะต้องดูเหตุผลว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน ไปแล้วทำประโยชน์ได้ก็ยินดี แต่หากไปแล้วไม่ชนะไม่รู้จะไปทำไม ซึ่งต้องสอบถามสมาชิกก่อน คงไม่ตัดสินใจเอง ถ้าสมาชิกและแกนนำในพื้นที่ให้ไปก็พร้อม และหากตัดสินใจแล้วว่าจะออกไปจากพรรคประชาธิปัตย์ ต้องไปลาออกด้วยตัวเอง ต้องไปบอกด้วยเหตุผล ไม่ใช่ว่าเราทิ้งพรรคไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายสุเทพทาบทามเองหรือไม่ นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า นายสุเทพก็คอยบอก โดยให้เหตุผลว่าถ้าหากมองว่าพรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นโดนใจก็สามารถมาร่วมได้ ซึ่งตนบอกว่ายินดี เพราะนายสุเทพเป็นบุคคลคนหนึ่งที่มีศักยภาพ อุดมการณ์ต่อสู้ของท่านเป็นคนจริง ทุ่มเท คนอย่างนี้เราไม่รักได้อย่างไร หากรู้ว่าเข้าสภามาได้ และทำประโยชน์เป็นประโยชน์ได้ ในนามนายสุเทพ ก็ยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอีกคนที่มีชื่อจะไปร่วมกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย ยืนยันว่า ณ วันนี้ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ และการตัดสินใจของตนอยู่ที่คณะทำงานฝ่ายการเมืองในพื้นที่ของตน ที่กำลังคุยกันอยู่ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร จะอยู่พรรคไหน ต้องรออีก 2 สัปดาห์ถึงจะรู้ว่าจะทำอย่างไร ทั้งนี้ นายสุเทพไม่เคยทาบทาม ข่าวที่ออกมาไม่รู้ว่ามีชื่อตนออกมาได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม หากผู้ใหญ่ในพรรคหรือหัวหน้าพรรคเรียกไปชี้แจง ก็ต้องไปชี้แจงว่าไม่มี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพรรคร่วมพลังประชาชาติไทย ซึ่งมีฐานเสียงเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า คิดว่าไม่ส่งผลกับพรรคมาก และประชาชนแยกออก แต่มีเป้าหมายเดียวกันว่าอยากปฏิรูปประเทศไทย และไม่เอาการเมืองระบอบทักษิณ ส่วนวิธีการแก้ปัญหาสมาชิกถูกดูดนั้น ในฐานะเลขาธิการพรรค พยายามพูดคุยกับพี่น้องร่วมอุดมการณ์อย่างเต็มที่ เพื่อมาทำงานกับพรรค แต่ยังไม่มีใครลาออกตามที่เป็นข่าว สำหรับชื่อที่เป็นข่าวออกมาก็ไม่มีการโทรศัพท์ไปถาม เพราะเชื่อและไว้ใจในเพื่อน แต่หากไปจริงก็มีคนมาแทน อย่างเมื่อปี 2548 มีอดีต ส.ส.ภาคใต้ย้ายไปพรรคร่วมรัฐบาล เรามี ส.ส.ใหม่ขึ้นมาแทน และพรรครักษาคะแนนไว้ได้ แต่เราก็ไม่อยากให้ใครไป ซึ่งยืนยันไม่กังวล เพราะเชื่อมั่นในอุดมการณ์ และพรรคใหม่เกิดขึ้น เป็นธรรมดาทุกยุคทุกสมัย ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9947</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, พ.ร.ป., พรเพชร วิชิตชลชัย, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มปท., มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รปช., วิษณุ เครืองาม, สนช., สุรเชษฐ์ แวอาแซ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจะอามิง โตะตาหยง, เสี่ยไก่-จุติ ไกรฤกษ์, เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06c366bf7cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
