<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้กองมาร์ค&#039; ปัดแย่งพื้นที่ &#039;ลีลาวดี&#039;  พท.ฆ่าศิษย์ธรรรมกายส่งชนด่านหิน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62 - ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ หรือผู้กองมาร์ค รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัครส.ส.เขต 7 ดุสิต (เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี) เขตบางซื่อ จนทำให้เกิดกระแสข่าวว่าไปแย่งชิงพื้นที่มาจากนส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีตส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมว่า ไม่ได้มีการแย่งกันลงพื้นที่เรื่องดังกล่าว ตนไม่ใช่ผู้สมัครหน้าใหม่ เคยลงสมัครส.ส.เขตบางซื่อในปี 2557 แม้การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ แต่ก็ได้คะแนนมาเกือบ 5 หมื่นคะแนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใหญ่ในพรรคจึงเห็นว่า มีความสามารถเพียงพอ ในกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทย มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ตนเป็นว่าที่ผู้สมัครในเขต7 อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้ใช้จำนวนประชากรสูงกว่าเดิมจาก 1.5 แสน เป็น 1.88 แสนต่อส.ส.1 คนทำให้แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิตมารวมกับเขตบางซื่อ ซึ่งเขตดุสิตมีถึง 5 แขวงการเอาออกมาเพียง 1 แขวงจึงไม่ใช่การแย่งพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ผมกับ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ก็ไม่ได้มีอะไรขัดแย้งยังช่วยกันหาเสียงให้กับพรรคทั้งคู่ ยืนยันไม่ได้โกรธอะไรกัน ผมพร้อมรับใช้ประชาชนโดยเอาประสบการการทำงานในประเทศและการทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศมาช่วยเหลือประชาชน&amp;rdquo;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายนั้น พรรคเพื่อไทยจัดให้ลงส.ส.เขต 1 (พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต(ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี)) โดยถือเป็นงานยาก เพราะเจ้าของพื้นที่คือ นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ แห่งพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์, ผู้กองมาร์ค, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ, ลีลาวดี วัชโรบล, เจิมมาศ จึงเลิศศิริ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c4588c0ac675.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหมโรงศึกเลือกตั้ง พท.แตกก่อนลงสนาม/พรรคกลาง-ใหม่สุดคึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สะพัด &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ข้ามหัวแกนนำพรรค ยุบวงยุทธศาสตร์ตัดสัมพันธ์ &amp;ldquo;อ๋อย-นพ-แดง&amp;rdquo; &amp;nbsp; ไม่เรียกเข้าวงหารือยุทธศาสตร์เลือกตั้ง หึ่ง! ส่ง ส.ส.ไม่ครบทุกเขตเปิดทาง &amp;quot;ไทยรักษาชาติ&amp;quot; แบ่งคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ฮือฮาโลโก้ &amp;quot;ทษช.-พท.&amp;quot; เหมือนกันยังกับแกะ &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; จ่อทิ้งเพื่อไทยหลังรับภายในพรรคแตกทางความคิด ขณะที่ &amp;quot;รปช.&amp;quot; ทุ่ม 14 ล้านทำไลน์ออฟฟิเชียลช่องทางสื่อสารประชาชน &amp;quot;พรรคหนูนา&amp;quot; เนื้อหอม 4 อดีต ส.ส.-ภักดีหาญส์เข้าซบ ด้าน &amp;quot;พลังประชารัฐ&amp;quot; &amp;nbsp;เฮลั่นหลัง กกต.ประกาศรับรองพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดวันอังคารที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคการเมืองอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมความพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในปีหน้านี้ ที่น่าสนใจคือความเคลื่อนไหวของพรรคขนาดใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทย โดยมีรายงานแจ้งว่า หลังจากที่มีข่าวการเปิดตัวพรรคไทยรักษาชาติ โดยมีชื่อผู้ใหญ่ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยจะออกไปร่วมงานด้วยนั้น เมื่อวันที่ 5 พ.ย. อดีต ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งได้นัดรับประทานอาหารกันที่ย่านเมืองทองธานี มีการหารือถึงการตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่าใครจะไปหรือไม่ไปร่วมงานกับพรรคดังกล่าว อดีต ส.ส.รุ่นใหญ่ต่างยืนยันว่ายังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ผู้ใหญ่ที่มีชื่อเป็นข่าวไปร่วมกับพรรคไทยรักษาชาติก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายบริหารของพรรคเพื่อไทยนั้น ขณะนี้เกิดความขัดแย้ง เนื่องจากไม่พอใจแนวทางการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธาน มีการประชุมไปแล้วหนึ่งครั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคชุดเดิมกลับไม่มีการประชุม ทำให้แกนนำที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ได้รับทราบว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์เดิมที่ทำหน้าที่เหมือนโปลิตบูโรถูกยุบไปแล้ว กรรมการยุทธศาสตร์ ให้มาใช้กรรมการชุดนี้แทน แต่แกนนำบางคนไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เช่น นายนพดล ปัทมะ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นต้น ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารงานที่ออกมาในลักษณะข้ามหัวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าจะมีแกนนำพรรคและอดีต ส.ส.เพื่อไทยจำนวนหนึ่งย้ายไปอยู่กับพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่จะมีการเปิดตัวเป็นทางการ และเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาตินั้น ขณะนี้ได้ลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว และจะเดินไปเปิดตัวร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติอย่างเป็นทางการพร้อมกับเพื่อน ส.ส.บางส่วนที่สนิทสนมกัน ในวันที่ 7 พ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคดังกล่าวจะให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทยย้ายไปอยู่กับพรรค ทษช. ชูความเป็นคนรุ่นใหม่ จึงใช้คนรุ่นใหม่มาเป็นกรรมการบริหาร แต่ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วแกนนำพรรคเพื่อไทยเดิม ที่จะย้ายไปอยู่กับพรรค ทษช.จะเอาไปไว้จุดไหน ต้องมีตำแหน่งหรือไม่ หรือไปเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าคือพรรคเครือข่ายและลงในนาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคเพื่อไทยวุ่นหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ได้เกิดความวุ่นวายสับสนในพรรคขึ้น เพราะมีความพยายามที่จะให้ว่าที่ผู้สมัครหรืออดีตผู้สมัครที่เคยสอบตก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคใต้ หรือในเขตที่พรรคมองว่าไม่ชนะในเขตนั้นๆ &amp;nbsp;ย้ายมาลงสมัครในนามพรรค ทษช. เพื่อเป็นการกวาดเอาคะแนน ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อให้กับพรรค ทษช. ส่วนของพรรคเพื่อไทยเอง จะล็อกเป้าเลือกส่งเฉพาะเขตที่คาดว่าชนะแน่นอน เพราะหากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตจำนวนมาก ก็จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งคาดว่าพรรคเพื่อไทยก็น่าจะส่ง ส.ส.ไม่ครบ 375 เขต น่าจะเหลือประมาณ 250 เขต หากใช้วิธีนี้จะทำให้ได้จำนวน ส.ส.มากขึ้นในแบบบัญชีรายชื่อจากพรรค ทษช.&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุด้วยว่า นอกจากนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อธรรม ที่มีการคาดหมายกันว่าจะเป็นพรรคสำรองอันดับหนึ่ง รองรับสมาชิกพรรคเพื่อไทยหากเกิดอุบัติเหตุการเมือง แต่จากสัญญาณล่าสุด พรรคเพื่อไทยมีสัญญาณที่ดี ที่สามารถดำเนินกิจกรรมการเมืองต่อไปได้ รวมทั้งยังมีการเปิดตัว วางยุทธศาสตร์อย่างเด่นชัดให้พรรคไทยรักษาชาติ ทำให้พรรคเพื่อธรรมจะค่อยๆ ลดบทบาทลง ปล่อยให้ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ เป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนสำหรับการเลือกตั้งในปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองใหม่ และจะมีนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยย้ายไปร่วมนั้นว่าความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดไม่ได้เป็นสาเหตุถึงขั้นที่จะทำให้ถึงขั้นจะอยู่ร่วมพรรคกันไม่ได้ และถ้ามีการหารือเคารพความเห็นที่แตกต่างกันตามสมควร ทำงานอย่างเป็นประชาธิปไตย ความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดก็จะไม่เป็นปัญหาใหญ่โตอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ถูกกระทำมากที่สุดจากระบบและกติกาภายใต้ยุทธศาสตร์การรัฐประหารครั้งนี้ต้องไม่เสียของ และ &amp;ldquo;คสช.ต้องสืบทอดอำนาจยาวนาน ยุทธศาสตร์เหล่านี้มุ่งขัดขวางสกัดกั้นไม่ให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล และทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ 2 ประการคือ ความเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรค และ 2.ระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่นี้ถูกออกแบบเพื่อทำให้พรรคการเมืองทั้งหมดอ่อนแอ พรรคเล็กๆเสียเปรียบ พรรคขนาดกลางๆ ได้ประโยชน์ แต่หาทางป้องกันไม่ให้พรรคขนาดใหญ่ได้เสียงมากอย่างที่เคยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ ที่นักการเมืองพรรคเพื่อไทยจะหาทางป้องกันไม่ให้ถูกกระทำหรือพยายามลดความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการแสวงหาช่องทางที่นักการเมืองแต่ละคนจะสามารถทำงานในระบบรัฐสภาได้ต่อไป ส่วนสาเหตุที่การดำเนินการต่างๆ ดูจะเป็นไปอย่างสับสน ก็น่าจะมาจากสภาพต่างคนต่างทำ การขาดการหารือวางแผนร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ
&amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; ส่อทิ้งเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้นักการเมืองทุกคนในพรรคเพื่อไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงการคิดรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และในที่สุดแต่ละคนก็ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับผม ต้องยอมรับว่ามีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทยอย่างมาก เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องตัดสินใจ ผมก็จะพิจารณาว่าทางเลือกใดจะเป็นช่องทางในการทำงานตามแนวคิดอุดมการณ์ได้มากที่สุด&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฤภพ ชินวัตร บุตรชายนายพายัพ ชินวัตร อดีตประธาน ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ได้รับทาบทามให้ไปร่วมงานการเมืองกับพรรค ทษช. ว่ายอมรับว่าได้รับการติดต่อให้ไปร่วมงานมาจริง แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบแนวทางเรื่องนโยบายทางพรรคว่าจะเป็นอะไรอย่างไร ตนมีความสนใจงานการเมือง เพราะเป็นอะไรที่คุ้นเคย คลุกคลีมาอยู่ก่อน &amp;nbsp;หากตัดสินใจจะไปทำงานการเมือง คุณพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแบบอักษร พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นั้น มีความละม้ายคล้ายกับพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก ตัวย่อ ทษช. เป็นตัวอักษรหัวกลม ใช้สีน้ำเงินทุกตัว มีเพียง ท.ทหาร ที่มีสีแดง สลับน้ำเงินคาดเท่านั้น ส่วนตัว ษ.ฤาษี กับ ช.ช้าง เป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน ด้านล่างเขียนว่า พรรคไทยรักษาชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานะพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ล่าสุดที่ประชุมคณกรรมการ กกต.มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ มีนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ กกต.ยังรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคอีก 3 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรค เศรษฐกิจใหม่ ที่มีนายสุภดิช อากาศฤกษ์ เป็นหัวหน้าพรรค, พรรคประชานิยม ที่มี พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคไทยรุ่งเรือง ที่มีนายฉัตรชัย แนวพญา เป็นหัวหน้าพรรค โดยหลังจากนี้จะได้มีการนำประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป &amp;nbsp;
กกต.รับรองพรรค พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดมีพรรคการเมืองที่ดำเนินกิจการอยู่รวมแล้ว 90 พรรคการเมือง โดยเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่จดทะเบียนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 จำนวน 25 พรรค และพรรคการเมืองเดิมที่ตั้งตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2550 จำนวน 65 พรรค อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือพรรคที่ยื่นขอจดตั้ง พรรคและอยู่ระหว่างการพิจารณารับรองของนายทะเบียนพรรคการเมืองอีก 31 พรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี กกต. ได้รับรองพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ว่า ได้รับทราบข่าวดังกล่าวแล้ว ส่วนบทบาทในการทำงานต่อไปนั้น ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผย แต่จะประกาศจุดยืนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร &amp;nbsp;พูดถึงความคืบหน้าในการเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐว่า คาดว่าไม่เกินสองสัปดาห์คงเกิดความชัดเจน เมื่อพรรคได้การรับรองจาก กกต.เรียบร้อยจะเข้าสู่กระบวนการสมัครสมาชิก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว ตนคงได้เจอหน้าพบปะพี่น้องประชาชนหรือหาเสียงได้อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน เมื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มีม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้าพรรค และมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. เป็นผู้ก่อตั้งพรรค ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินคารวะแผ่นดินตามจังหวัดต่างๆ และล่าสุดได้เปิดใช้ไลน์ออฟฟิเชียลชื่อว่า &amp;ldquo;รวมพลังประชาชาติไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ โฆษกพรรค รปช. &amp;nbsp;เผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ย. พรรค รปช.ได้เปิดใช้ไลน์ออฟฟิเชียลชื่อว่า &amp;ldquo;รวมพลังประชาชาติไทย&amp;rdquo; โดยผู้ที่เข้ามาให้กด @ ไลน์ act party เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวการเดินสายคารวะแผ่นดินของพรรค รปช. รวมถึงการประชาสัมพันธ์ นโยบาย ข่าวสาร และงานของพรรค เพื่อให้สมาชิกรับทราบ&amp;nbsp;
รปช.ทุ่ม 14 ล้านเปิดไลน์แอป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นช่องทางการสื่อสาร นอกจากช่องทางทางเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ของพรรค ซึ่งเมื่อเปิดมาครึ่งวัน มีผู้@ไลน์แล้ว 138,760 คน ยืนยันว่าเราไม่ได้ทำเรียนแบบพรรคไหน เพราะทุกพรรคก็ใช้ช่องทางนี้เพื่อแจ้งข่าวสารให้สมาชิกรับทราบ และให้ประชาชนเข้าถึงพรรคได้มากที่สุด และช่องทางนี้ถือว่าสะดวกมากกว่าช่องทางอื่น โดยพรรคได้ใช้เงินจำนวน 14.4 ล้านบาทในการจัดทำไลน์ออฟฟิเชียลครั้งนี้&amp;quot; โฆษกพรรค รปช. กล่าว และว่า การที่เราใช้รูปหนุมานมาเป็นสติกเกอร์นั้น ไม่ได้มีความหมายอะไรแอบแฝง อาจเป็นเพราะอุดมการณ์เรามีความเป็นไทย จึงนำประยุกต์ให้เข้ากัน ยืนยันว่าไม่ได้มีความหมายอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ &amp;nbsp;เลขานุการคณะกรรมการการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (กกต.พรรค) แถลงว่า วันนี้ (6 พ.ย.) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา ผู้ใช้ระบบ ios สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน d-elect จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 9 พ.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่มีเสียงท้วงติงถึงการให้ประชาชนพิมพ์ลายนิ้วมือหน้าหน่วยเลือกตั้งนั้น ทาง กกต.พรรคยืนยันว่าเป็นมติของกกต.พรรคสามารถทำได้ เพื่อเป็นการตรวจสอบยอดผู้มาใช้สิทธิ์อีกทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวแทนของแต่ละฝ่ายมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในระบบไอที โดยเฉพาะการคัดลอก source code และระบบ block chain นางเจิมมาศยอมรับตัวแทนของทีม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้มีการร้องเรียนเรื่องนี้มาจริง และทาง กกต.พรรคต้องตรวจสอบแน่นอน เช่น การร้องเรียนบริษัทเอกชน เราจะพิจารณาหลังการหยั่งเสียงเลือกตั้งเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ในวันที่ 7 พ.ย. ทาง กกต.พรรคจะมีการนัดประชุมในเรื่องการร้องเรียนเหล่านี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ไม่สามารถลงคะแนนได้ เพราะลืมเซตไทม์โซนให้เป็นไปตามเวลาประเทศไทย มันควรที่จะเป็นความผิดของบริษัทที่ทำแอปพลิเคชัน&amp;rdquo; นางเจิมมาศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงหลายพรรคเริ่มลงพื้นที่แนะนำตัวเองว่า เป็นสัญญาณว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นในเร็ววัน ดังนั้นพรรคการเมืองจึงเริ่มออกพบปะประชาชน ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ยังไม่มีการหารือถึงรูปแบบการลงพื้นที่ ซึ่งเป็นอีเวนต์ขนาดใหญ่ ว่าจะเป็นในรูปแบบใด เพราะต้องรอให้ คสช.ปลดล็อกการเมืองเสียก่อน&amp;nbsp;
ชทพ.เนื้อหอม 4 อดีต ส.ส.ซบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อหารือวาระสำคัญคือ การแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อบังคับพรรค และการพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งของพรรค รวมถึงพิจารณาการรวบรวมทุนประเดิมและการจัดงานระดมทุนเพื่อการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค ชทพ.แจ้งว่า ในการประชุมพรรควันที่ 7 พ.ย. จะมีอดีต ส.ส.พื้นที่ภาคอีสานที่เคยเจรจาร่วมงานกับกลุ่มสามมิตร จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายเกษม มาลัยศรี อดีต ส.ว. ร้อยเอ็ด, นายปัญญา ศรีปัญญา อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย และนายสมคิด บาลไธสง อดีต ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เตรียมย้ายเข้าสังกัดเข้า ชทพ. หลังจากที่มีปัญหาเรื่องเขตพื้นที่เลือกตั้งที่ไม่ลงตัว โดย 4 อดีต ส.ส.ดังกล่าวจะนำประชาชนกว่า 50 คน ยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ สมาชิกพรรคเพื่อไทย อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เข้าร่วมพับพรรค ชทพ.ด้วยเช่นกัน โดยเขา ยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย เพราะได้ลาผู้ใหญ่ในพรรคบางคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยก็เข้าใจ และอวยพรให้มีความก้าวหน้าทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม.ได้มีการรายงานถึงปฏิทินการทำงานของ ครม. รวมถึงปฏิทินการเลือกตั้ง โดยคร่าวๆ ที่ได้มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญในการกำหนดวันที่เกี่ยวข้องและวันเลือกตั้ง ซึ่งยังคงเป็นไปตามโรดแมป คือ 24 ก.พ.62 ซึ่งในปฏิทินดังกล่าว นอกจากกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว ยังมีวันรับสมัคร และหลังเลือกตั้งไปแล้วยังมีกำหนดภายหลังเลือกตั้ง 15 วัน ที่จะต้องมีการรับรอง ก่อนที่จะมีการเปิดประชุมรัฐสภา
ย้ำเลือกตั้ง 24 ก.พ.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญให้ที่ประชุมทราบอย่างคร่าวๆ ยาวไปจนถึงกระทั่งมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ในช่วงประมาณเดือน มิ.ย.62 ส่วนจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายวิษณุไปดำเนินการจัดทำรายละเอียด ช่วงระยะเป็นอย่างไร เช่น ช่วงการสรรหาวุฒิสภา ช่วงวันออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ตารางเวลาที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และให้นายวิษณุเป็นผู้แถลงข่าวให้สื่อมวลชนได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง โดยคาดว่านายวิษณุจะแถลงภายใน 1-2 วันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่าสำหรับการสอบ GAT-PAT นั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รายงานว่าหารือเบื้องต้นแล้ว จะขยับให้สอบเร็วขึ้นหนึ่งสัปดาห์ ก่อนวันที่ 24 ก.พ.562 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง เพราะวันเลือกตั้งยังคงยืนยันว่าเป็นวันที่ 24 ก.พ.62 ตามโรดแมป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีต่างชาติประสานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งในไทยว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องของ กกต. ถามว่าเขาติดต่อมาหรือไม่ก็มีอยู่แล้ว เพราะจะได้มีงานทำ แต่ควรให้เขาเข้ามาหรือไม่ หรือจะดูแลกันเองได้ ที่จริงคนต่างชาติในสถานทูตต่างๆ ในประเทศไทยเขาสนใจและติดตามอยู่แล้ว ส่วนตัวมองว่าการที่เขาจะเข้ามาคือ มาในประเทศที่มีปัญหา ต้องถามสื่อว่าอยากเห็นประเทศเราเป็นประเทศที่มีปัญหาในสายตานานาชาติหรือไม่ ข้อเท็จจริงเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องการจัดการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอนกล่าวว่า และที่ผ่านมาหลายประเทศมาดูงานจากเรา โดยเฉพาะการทำประชามติ ซึ่งได้รับคำชื่นชมและได้รับการยอมรับ ประสบการณ์การเลือกตั้งเรามีและดูดีในสายตาประเทศต่างๆ แต่ถ้าจะให้คนมาสังเกตการณ์แสดงว่าเรามีปัญหาในสายตาเขาหรือสายตาเราเอง ที่ไม่สามารถดูแลตัวเอง ตนเคยใช้คำว่ามงคล แต่ไม่ได้หมายความถึงเรื่องไสยศาสตร์ เป็นเพียงการเริ่มต้นที่ดีที่เราทำกันเองได้ เพราะการสังเกตการณ์เลือกตั้งที่ดีที่สุดคือคนไทยด้วยกันเอง อีกทั้งรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า การให้ประชาชนมีส่วนร่วมจะทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ แทนที่ทุกอย่างจะให้คนต่างชาติเข้ามา เป็นเพราะเราไม่รู้จักโต ไม่รู้จักพัฒนา ยังย่ำอยู่กับที่ และเรายิ่งแย่ลง ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนมาดูงาน ไม่ใช่ทุกอย่างต้องพึ่งลมหายใจต่างชาติเสียหมด เราก้าวไม่พ้นจุดนี้หรอก หากยังย่ำอยู่กับที่ แม้กระทั่งเรื่องดีๆ เรื่องอนาคตประเทศต้องเอาคนต่างชาติเข้ามาเฝ้ามอง ต้องถามใจตัวเองว่าอยากให้เป็นอย่างนั้นหรือ ซึ่งเราทำกันเองได้ และสำเร็จมาหลายครั้งแล้ว
&amp;quot;ดอน&amp;quot; ยันไทยพร้อมดูเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ใช่เรื่องใจแคบหรือไม่ใจแคบ แต่มันเป็นช่วงที่จะพัฒนาคนของเราได้ มันน่าอดสูที่เราต้องไปอาศัยคนอื่นตลอดเวลา นอกเสียจากเราทำไม่ได้ เราไม่มีภูมิปัญญา ไม่มีวิธีการจัดการ ไม่มีอะไรเลย แล้วไปเรียนรู้โดยที่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด ต้องเอาคนอื่นมาตรวจสอบ ถ้าเป็นอย่างนั้นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องถามตัวเองว่าเราพร้อมดูแลตัวเองได้แล้วไม่ใช่หรือ&amp;rdquo; นายดอนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การไม่ให้ต่างชาติเข้ามา จะทำให้เขาไม่ยอมรับการเลือกตั้งหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ มันอยู่ที่คนไทย มันเป็นโอกาสที่คนไทยจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเมือง ไม่จำเป็นต้องไปอาศัยคนอื่น และพรรคการเมืองสามารถใช้ประโยชน์จากการพัฒนาคนได้ หากจะมาบอกว่าเราไม่เป็นสากล ตนเป็นสากลยิ่งกว่าใครต่อใคร แล้วถ้าจะมาถามว่าการสัมผัสความเป็นสากลของต่างชาติ ลองไปดูนักการเมืองไทยทั่วไป มาเปรียบกันได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า รัฐบาลควรเปิดใจกว้างและคิดบวก กับกรณีที่องค์กรต่างประเทศจะเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทย เพราะถือเป็นเรื่องปกติ ที่ประเทศประชาธิปไตยทำกัน ถ้ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจจริง ไม่ควรหวาดกลัวเรื่องการเข้ามาสังเกตการณ์นี้ เพราะต้องยอมรับว่าขณะนี้ หลายชาติขาดความมั่นใจในไทย และไม่เชื่อใจเรื่องการเลือกตั้ง เนื่องจากเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ดังนั้นการเปิดให้องค์กรต่างชาติได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ จะเป็นผลดีต่อรัฐบาลและประเทศชาติ เพราะช่วยประกันความโปร่งใสของรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้น และจะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการจัดทำโครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการไทยนิยมยั่งยืนนั้น การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่สง่างามของรัฐบาล ที่นำงบประมาณของแผ่นดินมาใช้เพื่อความได้เปรียบเสียเปรียบ และยังหมิ่นเหม่ว่าเป็นการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตและผิดกฎหมาย ซึ่งองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง โดยเฉพาะ กกต. ควรจะเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อทำให้ทุกฝ่าย ทั้งประชาชน &amp;nbsp;พรรคการเมือง รวมไปถึงคนที่สังเกตการณ์ เกิดความสบายใจว่ามีกระบวนการที่พยายามจะป้องกันไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ และถ้า กกต.เพิกเฉย ไม่ทำหน้าที่ของตนเอง ก็จะทำให้ความน่าเชื่อถือและไว้วางใจต่อการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ถดถอยไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21494</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญจนา ศิลปอาชา, ดอน ปรมัตถ์วินัย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยรักษาชาติ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ภูมิธรรม เวชยชัย, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, วิษณุ เครืองาม, สรอรรถ กลิ่นประทุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, เจิมมาศ จึงเลิศศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be1a68b46200.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใต้-อีสานเลือก&#039;หน.ปชป.&#039; ระบบลงคะแนนล่มซ้ำอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หยั่งเสียงเลือกหัวหน้า ปชป.ภาคใต้-อีสานคึกคัก &amp;quot;นายหัวชวน&amp;quot; ใช้สิทธิ์ที่ตรัง แต่ระบบดันล่มขัดข้องเป็นระยะๆ ยืดเวลาถึง 2 ทุ่มชดเชย กกต.พรรคถกเครียด &amp;quot;ทีมวรงค์&amp;quot; แหกกฎก๊อบปี้ source &amp;nbsp;code ออกไปดูเอง ด้าน &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ร่อนหนังสือดัก หวั่นเปิดช่องโกงคะแนน ชงปิดจุดอ่อนนับจำนวนคนใช้สิทธิ์หน้าหน่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดให้มีการลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้และภาคอีสาน โดยเป็นการลงคะแนนผ่านหน่วยเลือกตั้งที่พรรคจัดเตรียมไว้ให้ผ่านระบบ Raspberry Pi ขณะที่การลงคะแนนผ่านแอปพลิเคชัน &amp;quot;D-elect&amp;quot; ในระบบแอนดรอยด์ ได้ขยายเวลาถึงเที่ยงคืนวันที่ 5 พ.ย. เนื่องจากเดิมใช้ได้เฉพาะเวอร์ชัน 7 ขึ้นไป มีการปรับให้สมาชิกที่ใช้เวอร์ชัน 5 และ 6 ลงคะแนนได้ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าหน่วยเลือกตั้งเกือบทุกพื้นที่เกิดปัญหาระบบออนไลน์ขัดข้องเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน่วยเลือกตั้ง เขต 2 ถนนนิพัทธ์อุทิศ 2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก &amp;nbsp;โดยมีนายไพร พัฒโน นายกเทศบาลนครหาดใหญ่, พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ อดีต ส.ส.สงขลา เขต 2 และสมาชิกพรรคต่างทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งตั้งแต่เวลา 08.00 น. แต่ปรากฏว่าเครื่องลงคะแนนขัดข้อง จึงได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยให้กาหมายเลขในบัตรเลือกตั้ง และให้สมาชิกนำบัตรใส่ในหีบบัตรหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 เลขที่ 37/12 ถ.มหาราช ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ได้มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เดินทางมารอลงคะแนนตั้งแต่ช่วงเช้า แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ได้เปิดให้ลงคะแนนผ่านระบบออนไลน์ ปรากฏว่าระบบล่มไม่สามารถยืนยันข้อมูลของสมาชิกได้ ทำให้สมาชิกต้องรอนาน เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำให้สมาชิกบางคนลงคะแนนผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์อำเภอห้วยยอด เลขที่ 35 ต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง &amp;nbsp;ตั้งแต่ 08.00 น. สมาชิกทยอยมาลงคะแนนกันอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนต้องพบกับความผิดหวัง บางคนตรวจสอบไม่พบว่ามีรายชื่อตนเองทั้งที่มีบัตรสมาชิก รวมทั้งระบบลงคะแนนก็ล่มเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 5 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง ซึ่งเป็นบ้านของ นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ อดีต ส.ส.เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 3,000 คนนั้น มีสมาชิกเดินทางมาน้อยเนื่องจากเลือกผ่านระบบแอปแทน อย่างไรก็ตาม เวลา 10.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางมาหยั่งเสียงด้วย แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์เนื่องจากป่วยเป็นหวัดเจ็บคอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน่วยเลือกตั้ง บ้านเลขที่ 10/25 ถ.รัตนกิจ ต.ยะรม อ.เบตง (เขต 3) จ.ยะลา เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีนายณรงค์ ดูดิง อดีต ส.ส.ยะลา เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกพรรคทยอยเดินทางมารอหยั่งเสียงตั้งแต่ก่อน 08.00 น. ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีความตื่นตัวเรื่องการเมือง และไม่อยากหยั่งเสียงผ่านแอปเพราะเกรงขั้นตอนผิดพลาดและคะแนนหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ เลขที่ 121 หมู่ที่ 2 ถ.โชคชัย-เดชอุดม เขตเทศบาลตำบลประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ บรรยากาศคึกคักไม่แพ้พื้นที่ภาคใต้ โดยมีนายภูมิสิทธิ์ มาประจง &amp;nbsp;อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกพรรคจากหลายอำเภอของบุรีรัมย์ทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์ตั้งแต่เวลา 08.00 น. แต่ปรากฏว่าเครื่องลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคระบบ Raspberry Pi ขัดข้องไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณการใช้งานได้ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งแก้ไขจนกระทั่งเวลา &amp;nbsp;10.45 น.จึงสามารถใช้งานได้ แต่เครื่องขัดข้องอยู่เป็นระยะ ท่ามกลางการเฝ้าติดตามของเจ้าหน้าที่ฝ่ายตำรวจและทหารอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเย็น นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เลขานุการคณะกรรมการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (กกต.พรรค) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้สมาชิกใช้สิทธิ์หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคในพื้นที่ภาคอีสานและภาคใต้ตั้งแต่ 08.00 น. ปรากฏว่าประชาชนให้ความสนใจมาใช้สิทธิ์หยั่งเสียงจำนวนมากที่หน่วยลงคะแนนซึ่งมีประมาณ 200 หน่วยรวม 2 ภาค มีเครื่องลงคะแนนหยั่งเสียง 230 เครื่อง แต่บางพื้นที่มีปัญหาเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดความล่าช้าในบางช่วง ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตามหน่วยลงคะแนนได้แจ้งปัญหาเข้ามาที่ศูนย์กลาง พร้อมทั้งแจ้งว่าประชาชนเรียกร้องให้ขยายเวลาการลงคะแนนออกไป กกต.พรรคจึงหารือกันและมีมติว่าจะขยายเวลาการใช้สิทธิ์จากเดิมให้ลงคะแนนได้ถึงเวลา &amp;nbsp;18.00 น.ออกไปเป็น 20.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในวันที่ 9 พ.ย.ที่เป็นวันลงคะแนนในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพฯ และภาคเหนือ ที่เปิดให้ลงคะแนนในเวลา 08.00-18.00 น.นั้น กกต.พรรคจะรอดูความเหมาะสมอีกครั้ง แต่ในเบื้องต้นให้ยึดเวลาเดิมไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้การลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคใต้จะสามารถดำเนินการได้ แต่ยังมีประเด็นที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงจากทีม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครหมายเลข 2 ซึ่งได้คัดลอก source code ออกไป ผิดจากข้อตกลงเดิมที่ให้กรรมการไอทีทั้ง 3 ฝ่ายเข้าถึงร่วมกันได้แต่ห้ามเอาออกไป เพราะจะทำให้เกิดช่องว่างที่อาจเกิดการปลอม source &amp;nbsp;code ยิงคะแนนเข้าสู่ระบบ Blockchain และไม่สามารถตรวจสอบจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ที่แท้จริงได้ ที่สำคัญจะส่งผลต่อผลคะแนนจนอาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครหมายเลข 1 จึงได้ทำหนังสือถึงนายชุมพล กาญจนะ ประธาน กกต.พรรคเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ขอให้ปิดจุดอ่อนของระบบการหยั่งเสียง 3 ข้อ คือ 1.ให้มีการ set up ระบบ VPN server เพื่อป้องกันการเจาะระบบ Raspberry Pie จากคนที่ไม่หวังดี 2.ขอให้มีการเก็บ Log File (ข้อมูลจราจรในคอมพิวเตอร์) จากทุก server ที่ใช้ในการหยั่งเสียงตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 กำหนดไว้ และ 3.ขอให้มีการบันทึกจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ตามหน่วยเลือกตั้งเพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาตรวจสอบกับ Log File ซึ่งจะทำให้ทราบถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุม กกต.ใช้เวลาพิจารณานานกว่า 7 ชั่วโมง ซึ่งตัวแทนทีม นพ.วรงค์ไม่เห็นด้วยตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ โดยในข้อแรกระบุว่าจะทำให้ระบบเกิดความซับซ้อนจนเกิดปัญหาขึ้นมาอีก กกต.จึงเห็นร่วมกันให้ตกไป แต่ข้อ 2 และข้อ 3 ที่ประชุมต้องใช้วิธีการลงมติ โดยเสียงส่วนใหญ่ให้ปฏิบัติตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เพราะเห็นว่าจะทำให้การเลือกตั้งตรวจสอบผู้มาใช้สิทธิ์ที่แท้จริงได้ และจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต จนทำให้ตัวแทนทีม นพ.วรงค์ไม่พอใจและเดินออกจากที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. นพ.วรงค์ได้ทำหนังสือถึงประธาน กกต.พรรค ขอให้ตรวจสอบบริษัทรับจ้างดำเนินการด้านไอทีให้การหยั่งเสียงครั้งนี้ โดยเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ไม่ต้องจัดให้มีการลงลายมือชื่อ ลายพิมพ์นิ้วมือ หรือการนับจำนวนผู้หยั่งเสียง โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้รู้จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งที่การเลือกตั้งยังไม่เสร็จสิ้น ส่งผลให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งวันที่ 9 พ.ย. และจะนำไปสู่การดำเนินการใช้อิทธิพลการเลือกตั้งที่ไม่ชอบได้ 2.ให้ดำเนินการลงโทษและมีคำสั่งไม่ให้เจ้าหน้าที่พรรคที่ดูแลด้านคอมพิวเตอร์ เข้าถึง รับรู้ รับทราบ ตรวจสอบฐานข้อมูลของผู้ใช้สิทธิ์หยั่งเสียงเลือกตั้งเกี่ยวข้องกับฐานข้อมูล เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ 4 ฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ให้ตรวจสอบความสามารถและคุณสมบัติของบริษัทที่มาจัดทำ OTP (ชุดรหัสผ่านใช้ครั้งเดียว) &amp;nbsp;เนื่องจากพบว่าไม่ได้มาตรฐานและสามารถโกงเลือกตั้งได้ ขอให้เปลี่ยนบริษัทใหม่ทันที และ 4.ให้เรียกบริษัท We ever Co.,Ltd. ที่รับจ้างเขียนโปรแกรมและจัดหาอุปกรณ์ในการลงคะแนนหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคมาตรวจสอบ เนื่องจากไม่สามารถจัดให้มีการลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้พรรคเสียหายและเป็นที่ไม่พึงพอใจของสมาชิกพรรคที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งใน กทม. &amp;nbsp;ภาคกลาง และภาคเหนือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เลขานุการ กกต.พรรค กล่าวว่า กกต.ได้รับหนังสือแล้วแต่ไม่มีเวลาพิจารณา และได้หารือเบื้องต้นว่ากรณีแรกที่ต้องการให้ยกเลิกพิมพ์นิ้วมือไม่สามารถทำได้ เนื่องจากวันนี้มีการลงคะแนนแล้ว สำหรับกรณีเจ้าหน้าที่พรรคก็มีการพูดคุยกับกรรมการไอทีของทั้งสามฝ่ายนอกรอบไปแล้วว่า เจ้าหน้าที่พรรคไม่ได้มีเจตนา ซึ่งว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21414</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ ดูดิง, นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์, พรรคประชาธิปัตย์, พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี, ภิรพล ลาภาโรจน์กิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เจิมมาศ จึงเลิศศิริ, ไพร พัฒโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be05afe85d66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
