<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทักษิณ&#039; ยิ่งพูด &#039;ประยุทธ์&#039; ยิ่งได้คะแนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 64 - นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;ldquo;ทักษิณยิ่งพูด ประยุทธ์ยิ่งได้คะแนน&amp;rdquo; ลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลประยุทธ์ได้ออกมาประกาศนโยบายเศรษฐกิจโดยเพิ่มแหล่งเงินทุน มีมาตรการสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เสียและจะเพิ่มสาขาโรงรับจำนำ ขณะเดียวกันจัดทำรับจำนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทักษิณ ชินวัตร ได้ออกมาแสดงความเห็นทำนองว่า ได้ยินมาตรการการเพิ่มสาขาโรงรับ จำนำแล้วไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าควรจะลดจำนวนโรงรับจำนำให้หมดลง เพราะอัตราดอกเบี้ยแพง เป็นที่กู้เงินของคนจน เล่นคำว่าควรขยายช่องทางทำมาหากิน ไม่ใช่ขยายช่องทางหมดตัว (ช่องทางให้ คนไปเป็นหนี้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายทักษิณออกมาพูดในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่านายทักษิณขาด ความรู้เรื่องสินเชื่อของคนยากจน และส่งผลให้คะแนนนิยมของพลเอกประยุทธ์เพิ่มมาก ขึ้น ทั้งนี้เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การนำของไปจำนำที่โรงรับจำนำ ส่วนมากเป็นเรื่องของคนเล็กคนน้อยที่ยากจน เป็นการกู้ เงินระยะสั้น และจำนวนเงินกู้ในระดับต่ำส่วนมากเป็นระดับพันหรือหมื่นบาท มิได้กู้เงินเป็นหลักแสน เป็นหลักล้านหรือเป็นร้อยล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นการกู้เงินในยามที่ขาดสภาพคล่องของคนรายได้น้อย ที่จำเป็นต้องใช้เงินในยามเปิดเทอมที่ ต้องส่งลูกเข้าโรงเรียน ในยามเจ็บป่วย หรือมีเหตุจำเป็นที่ไม่คาดคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงรับจำนำจึงเป็นแหล่งเงินกู้ที่สะดวกกว่าการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ถ้าขาดโรงรับจำนำก็ จะต้องกู้เงินจากนายทุนนอกระบบ ซึ่งดอกเบี้ยแพงกว่ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ดอกเบี้ยที่โรงรับจำนำของรัฐคิด ก็อยู่ในอัตรา 0.25% ถึง 1.25% ต่อเดือน หากเป็นโรงรับ จำนำของเอกชนก็จะคิดในอัตรา 1.25% ถึง 2% ต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายทักษิณบอกว่าอัตราดอกเบี้ยแพง เป็นเพราะนายทักษิณคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยต่อเดือน ประมาณการเป็นอัตราดอกเบี้ยต่อปี ซึ่งจะเท่ากับ 12% ถึง 24% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคำนวนโดยเอาอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นมาประมาณการเป็นอัตราดอกเบี้ยต่อปี จึงไม่สมจริงและน่าจะมีปัญหาเพราะการกู้เงินจากโรงรับจำนำเป็นการกู้จำนวนน้อยและระยะสั้นผู้ให้กู้ก็ย่อมจะต้องคิดอัตราดอกเบี้ยแพง เพราะต้นทุนของการให้กู้ในจำนวนเงินน้อยและระยะสั้นจะสูง กว่าการกู้ในจำนวนเงินมากและระยะยาว ขณะเดียวกันผู้กู้ก็ยินดีจะจ่ายเพราะจำนวนดอกเบี้ยรวม ทั้งหมดก็เป็นจำนวนเงินที่ไม่สูงมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงรับจำนำจึงเป็นแหล่งเงินกู้ระยะสั้นจำนวนเงินกู้นเอยที่ดีกว่าการกู้เงินจากนายทุนเงินกู้นอก ระบบอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การเพิ่มสาขาของโรงรับจำนำของรัฐจึงน่าจะเป็นแหล่งเงินกู้ยามจำเป็นของคนยากจน มิใช่ ขยายช่องทางให้หมดตัวเหมือนที่ทักษิณพูด เพราะไม่มีงานศึกษาวิจัยที่ไหนพบว่าการมีทางเลือกของ แหล่งเงินกู้ที่มากขึ้น จะทำร้ายผู้กู้ หรือทำให้คนเป็นหนี้สินมากขึ้น แต่จะเป็นการแข่งขันกับผู้ให้กู้ นอกระบบ และที่ทำให้คนจน มีทางเลือกที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ระยะนี้นายทักษิณออกมาพูดวิพากษ์วิจารณ์ให้เป็นข่าวค่อนข้างมาก ยิ่งพูดมากพูดบ่อยก็ยิ่ง สร้างคะแนนนิยมให้กับรัฐบาลประยุทธ์มากขึ้น เพราะผู้ชม ผู้ฟังที่รู้ทันทักษิณ จะเห็นความคิดอ่านที่ ย้อนยุค ตกสมัย และไม่สมจริง และอาจจะเห็นใจพลเอกประยุทธ์มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังเช่นกรณี เมื่อเร็วๆ นี้ ทักษิณคุยว่าจะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ใน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคนก็รู้ทันว่าในอดีตทักษิณก็เคยบอก ถ้าได้เป็นผู้บริหารประเทศจะแก้ปัญหาจราจรใน กรุงเทพฯ ให้ได้ใน 6 เดือน แต่เมื่อทำไม่ได้ก็แก้ตัว เล่นลิ้นทางการตลาดโทษประชาชนว่า หาก ประชาชนช่วยกันเปลี่ยนพฤติกรรม การขับรถ การจอดรถ การข้ามถนน เป็นต้น จะลดปัญหา การจราจรได้พฤติกรรมละ 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การที่ไทยพีบีเอสช่องหมายเลข 3 ในช่วงข่าวค่ำของวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน ได้ทำสารคดี เชิงข่าว นำเอาถ้อยแถลงของนายกฯประยุทธ์ และอดีตนายกฯทักษิณมาเปรียบเทียบ และได้แสดง จำนวนโรงรับจำนำของรัฐและเอกชน รวมถึงสัมภาษณ์นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์จึงถูกตั้งข้อสังเกตเพราะสามารถมองได้หลายมุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีผู้ไม่พอใจที่ไทยพีบีเอสช่องหมายเลข 3 นำความเห็นของนายทักษิณมาออกอากาศ คู่กับพลเอกประยุทธ์ เห็นว่าไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะคิดว่าเป็นความเห็นของนักโทษที่หนีคดี แม้ผู้จัดทำสารคดีเชิง ข่าว จะได้แจ้งในรายการว่าเป็นความเห็นของอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ก็มีผู้ไม่พอใจ เพราะคิดว่า นักโทษไม่น่าจะมีสิทธิ์ แสดงความเห็นเป็นข่าวเทียบกับนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้เห็นว่าเป็นการดีที่ให้ประชาชนได้รู้ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีที่เป็นนักโทษ หลบหนีคดีแสดงความเห็นที่ด้อยค่าตัวเอง และแสดงธาตุแท้ของนายทักษิณที่มีอคติ หวังเพียง วิพากษ์วิจารณ์ให้ปรากฏเป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารคดีเชิงข่าวดังกล่าว ทำให้ผู้ชมได้รู้ว่าทั่วทั้งประเทศโรงรับจำนำของรัฐมีจานวน 299 แห่ง ของเอกชนมีจำนวน 453 แห่ง และยังมีร้านทองที่รับจำนำทองอีก 7,000 กว่าแห่ง และ โครงการรับจพรำใหม่ของรัฐบาลจะคิดอัตราดอกเบี้ยเพียงครึ่งสลึงต่อเดือนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สมชัย จิตสุชน แห่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ให้สัมภาษณ์ใน สารคดีเชิงข่าวของไทยพีบีเอสด้วยว่า การที่รัฐบาลจะเพิ่มจำนวนสาขาของโรงรับจำนำเป็นการให้ ทางเลือกแก่ผู้ต้องการกู้เงินไม่น่าจะเสียหายอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เขียนมีความเห็นว่า นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็น บุคคลสาธารณะย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ และหากประสงค์จะตอบโต้หรือแก้ข้อ กล่าวหาก็ย่อมทำได้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะในสถานภาพของนายกรัฐมนตรีการแสดงความเห็นของท่าน ย่อมอยู่ในความสนใจของสื่อมวลชนที่จะนาเสนอต่อประชาชนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นักโทษผู้หนีคดี ที่ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักหยุด ไม่รู้จักตัวเองว่าล้าสมัย และไม่รู้จักสังคมไทยอย่างแท้จริง ยิ่งพูดยิ่งหิว แสง ยิ่งแสดงออกยิ่งเพิ่มคะแนนนิยมให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ยึดอยู่กับ อำนาจนานยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107045</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทักษิณ, ประยุทธ์, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b83f07a0b43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ประกาศแต่งตั้ง 5 กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส &#039;เจิมศักดิ์&#039; นั่งประธาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑บัญญัติให้คณะกรรมการสรรหาแจ้งรายชื่อประธานกรรมการนโยบายและกรรมการนโยบาย พร้อมหลักฐานแสดงคุณสมบัติและการไม่มีลักษณะต้องห้าม ตลอดจนความยินยอมของบุคคลดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนโยบาย และให้นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อคณะกรรมการนโยบายในราชกิจจานุเบกษา แต่เนื่องจากมีกรรมการนโยบายบางส่วนจะครบวาระ๔ ปี ตามมาตรา ๒๓แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑จึงจำเป็นต้องมีการสรรหาบุคคลเพื่อทำหน้าที่กรรมการนโยบายที่ครบวาระดำรงตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ คณะกรรมการสรรหาได้ดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการนโยบายและแจ้งรายชื่อมาเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนโยบายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงแต่งตั้งบุคคลเป็นประธานกรรมการนโยบายและกรรมการนโยบายในคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ประธานกรรมการนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. นายบุญเลิศ คชายุทธเดช กรรมการนโยบาย ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และศึกษา การคุ้มครองและพัฒนาเด็ก เยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. นางสาวอุษาสินี ริ้วทอง กรรมการนโยบาย ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และศึกษา การคุ้มครองและพัฒนาเด็ก เยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการนโยบายด้านการบริหารจัดการองค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการนโยบาย ด้านการบริหารจัดการองค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้กรรมการนโยบายที่ได้รับแต่งตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประกาศ ณ วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77838</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีวี, สื่อสาธารณะ, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง, ไทยพีบีเอส, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9d33e9c783f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่จบ! &#039;พระมหาไพรวัลย์&#039; ตบะแตกไล่ฟัดสื่อ-นักวิชาการติงหมกมุ่นโซเชียล รัวเป็นชุดอย่าเที่ยวมาชี้นิ้วสั่งสอนพระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 - จากกรณีพระมหาไพรวัลย์ วรวัณโณ พระนักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตย โพสต์เฟซบุ๊กโจมตีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการ และอดีต ส.ว. ว่า นักการเมืองทั้ง ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรีแสดงบทบาทมากน้อยแค่ไหนในช่วงวิกฤติโควิด-19 มีอะไรก็มาลงกับพระกับวัด พระได้เงินเดือนหลักพันบาท ส.ส. ส.ว.ได้เงินหลักแสน&amp;nbsp;ควรมีความละอายกันบ้าง ทำให้นายเจิมศักดิ์ ตอบโต้พระมหาไพรวัลย์ผ่านเฟซบุ๊กกลับไปว่า เป็นพระที่มีท่าทีไม่เหมาะสมกับสมณสารูป ห่วงแต่เงินทองจนไร้สติและขาดการรับฟังด้วยความอ่อนน้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ ยังเดินหน้าเคลื่อนไหวผ่านโลกโซเชียลอย่างเผ็ดร้อนอีกครั้ง โดยมีเนื้อหากล่าวถึง เปลว สีเงิน คอลัมนิสต์อาวุโส หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ว่าอาตมาขอเขียนถึงนักเขียนที่ใช้นามว่า เปลว สีเงิน นี่หน่อยนะ ส่วนชื่อแซ่ของเขาอย่างเป็นทางนั้นจะต้องเรียกว่าอย่างไร ก็ขออภัยที่อาตมาไม่สามารถระบุได้ เพราะโดยความสัตย์จริง อาตมาไม่รู้จักนักเขียนคนนี้มาก่อน ที่ว่าจะขอเขียนถึง เพราะนักเขียนคนนี้เขียนบทความพาดพิงถึงอาตมา จากกรณีที่อาตมาตอบโต้บทความของโยมเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะขอกล่าวในเบื้องต้นอย่างนี้ว่า ที่อาตมาจำเป็นต้องยกเรื่อง สส. สว. มากล่าว เพราะอาตมาถือว่านี่เป็นกิจโดยตรงของสงฆ์ที่ควรจะต้องพูดอย่างนักบวชที่มีหน้าที่เตือนสติได้ ถ้าไม่กล้าจะพูดต่างหาก นั่นแสดงว่า พระสงฆ์ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จะเตือนสตินักการเมือง ซึ่งอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาไม่รู้ว่า เปลว สีเงิน จะมองอย่างไร แต่อาตมามองว่า ข้อความที่อาตมาเขียนถึง สส. หรือ สว. นั้น เป็นการตั้งถาม (อย่างตรงไปตรงมา) อย่างเดียวกันกับที่คนอย่างโยมเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้งคำถามมาถึงพระนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคำถามที่อาตมาถามไปนั้น ก็เป็นคำถามที่มาจากชาวบ้าน มาจากญาติโยมแทบจะทั้งนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ดีไม่งามตรงไหน หากอาตมาจะช่วยตอกย้ำว่า สส. และ สว. ควรจะออกมาแสดงบทบาทในการช่วยเหลือชาวบ้านมากกว่านี้ ก็ไหนเปลว สีเงิน เขียนเองไม่ใช่หรอว่า ควรรับฟังเสียงคนอื่น (หัวเราะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาอยากจะกล่าวว่า ที่ยิ่งจะต้องพูดถึงเรื่องเหล่านี้ เพราะอาตมาเห็นว่า เดี๋ยวนี้เอง แม้แต่ฆราวาสหัวดำทั้งหลาย ถึงที่เป็น สส. สว. หรือนักเขียน นักวิชาการ ก็ยังเอาเรื่องพระเรื่องสงฆ์ เรื่องศาสนา ไปพูดไปตำหนิได้ ถึงในสื่อในทีวีในที่สาธารณะต่างๆ ก็เป็นเรื่องชอบแล้วมิใช่หรือ ที่ทั้งพระและทั้งฆราวาส ก็ควรมีสิทธิ์พอๆ กันที่จะเตือนสติกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาอยากจะกล่าวว่า การที่พระอย่างอาตมาออกมาตั้งคำถามต่อบทความของโยมเจิมศักดิ์นั้น ไม่ได้หมายความว่า พระจะต้องกลายเป็นจำเลยที่ถูกมองว่า ไม่ทำอะไรเลย หรือห่วงแต่เรื่องปัจจัยเงินทองของตนเอง (อาตมาจะไม่กล่าวเรื่องนี้ได้อย่างไร ก็ในบทความของโยมเจิมศักดิ์ส่วนใหญ่นั้น ล้วนกล่าวถึงแต่เรื่องเงินๆทองๆ แทบทั้งสิ้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในข้อนี้ อาตมาเห็นว่า พระสามารถทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ เป็นการสาธารณะสงเคราะห์ หรือช่วยเหลือชาวบ้าน ไปพร้อมๆ กับการวิจารณ์หรือโต้ตอบบทความของโยมเจิมศักดิ์ได้เช่นกัน (ไม่เห็นด้วยก็ควรมีสิทธิ์โต้แย้งแสดงมุมมองอื่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงเป็นเรื่องไม่เป็นธรรมดอกกระมัง หากคนอย่างเปลว สีเงิน จะมองว่า พระควรนิ่งเงียบอย่างเดียว แล้วปล่อยให้ฆราวาสมาเที่ยวชี้นิ้วสั่งสอนพระอย่างไรก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาเห็นว่า กลับกัน เรื่องไหนที่พระไม่เห็นด้วย หรือเห็นว่าควรชี้ให้มองไปในอีกทางหนึ่งมุมหนึ่ง พระก็ควรมีสิทธิ์จะพูดได้ คงเป็นเรื่องไม่ธรรมดอกกระมัง ที่พระจะต้องฟังฆราวาสแต่ฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในท่อนล่างของบทความ ที่เปลว สีเงิน พูดถึงการใช้เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ (อาตมาไม่มีทวิตเตอร์นะ) หรือสื่อออนไลน์ต่างๆนั้นของพระนั้น (อาตมาคิดว่าเปลว สีเงิน หมายถึงอาตมาโดยตรง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาก็เห็นจะต้องแย้งว่า อาตมาใช้สื่อออนไลน์ในการทำประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างคุ้มค่า (คุ้มค่าชนิดอย่างที่คนแก่แบบเปลว สีเงิน นึกไม่ถึงเลยทีเดียวเชียวล่ะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาไม่มั่นใจว่าคนอย่าง เปลว สีเงิน อาจจะคิดว่า สื่อออนไลน์เหล่านี้ สำหรับพระแล้วมีไว้สำหรับเสพเอาความบันเทิง เอาความสนุก หรือมีไว้สำหรับพ่นน้ำลายผ่านแป้นพิมพ์เพื่อวิจารณ์คนอื่น แบบที่เปลว สีเงินทำเป็นงานอดิเรกอยู่ประจำหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอาตมาแล้ว มันมิใช่เช่นนั้นเลย โครงการช่วยเหลือชาวบ้านต่างๆ อย่าง โครงการแบ่งปันน้ำใจจากชาย(ใน) ผ้าเหลือง หรือ โครงการโรงทานออนไลน์ ที่อาตมาทำอยู่นี่ ก็ล้วนแล้วแต่ได้อาศัยคุณประโยชน์มาจากสื่อออนไลน์ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้อ เปลว สีเงิน อาจไม่ทราบนะ อาตมาเป็นพระรูปแรกๆ ด้วยซ้ำ ที่ประกาศสละเงินนิตยภัตเปรียญ ๙ ของตนเองไปช่วยชาวบ้าน อันนี้อาตมาทำแล้ว และอาจสอนเปลว สีเงินได้บ้างว่า เปลว สีเงิน ก็ควรสละหรือแบ่งปันเงินเดือนที่ได้มาจากการเขียนวิจารณ์คนอื่นไปช่วยเพื่อนร่วมสังคมบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านหลายร้อยครอบครัว ได้ถุงยังชีพพระทำ ได้ข้าวสารอาหารแห้ง ได้นมสำหรับลูกเล็ก ได้สิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยติดเตียง พ่อค้าแม่ค้า ได้เงินอุดหนุนสินค้า ได้แบ่งปันอาหารให้คนยากไร้ สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด อาตมาล้วนทำได้ ก็เพราะเห็นประโยชน์ของสื่อออนไลน์เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่พูดอย่างเกรงใจเหมือนกัน นอกจากการพ่นน้ำลายแล้ว นักเขียนตกขอบวัยชราแบบเปลว สีเงิน ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากสื่อออนไลน์ในการช่วยเหลือเพื่อนร่วมสังคมในยามวิกฤตเช่นนี้บ้าง (ถึงไม่ช่วย ก็หวังว่า คนแบบเปลวสีเงิน จะไม่ใช้ความคิดและสติปัญญาของความเป็นนักเขียนที่มีอยู่ ยุยง ปลุกปั่น หรือสร้างความแตกแยกอะไรให้กับคนในสังคมนะ อาตมาตั้งคำถามเฉยๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จริงการทำงานจิตอาสานั้น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเขียนโอ้อวดกัน แต่อาตมาจำเป็นต้องพูดถึง เพราะเดี๋ยวคนแบบเปลว สีเงิน หรือใครอีกหลายคนจะมีตรรกะที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลยว่า พระที่ไม่เห็นด้วยกับบทความของโยมเจิมศักดิ์ จะต้องกลายเป็นพวกที่ห่วงเงินทองหรือไม่ทำประโยชน์อะไรต่อสังคมเลย หรือพระที่ตั้งคำถามต่อตัวแทนของชาวบ้าน ต้องไม่สำรวม หรือทำกิจที่ไม่ใช่ของสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคนแบบเปลว สีเงิน ไม่อยากเห็นพระแบบอาตมาพูดเรื่องที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์ งั้นอาตมาก็ฝากไว้ด้วยแล้วกันนะ บทความหน้าของโยม ช่วยวิจารณ์ สส. และ สว. ให้ที ช่วยวิจารณ์รัฐมนตรี (อย่าเลือกวิจารณ์เฉพาะนักการเมืองบางคนที่ตัวเองไม่ชอบล่ะ) ช่วยตั้งคำถามถึงบทบาทหน้าที่ในการช่วยเหลือชาวบ้านแทนที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เขียนถึงอย่างเกรงใจ (คนแก่) อยู่นะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63984</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, พระมหาไพรวัลย์, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง, เปลว สีเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea072ae0051a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด! &#039;อดีต ส.ว.&#039; สวนกลับ &#039;พระนักเคลื่อนไหวฝ่ายปชต.&#039;  ท่าทีไม่สมกับสมณสารูป ห่วงแต่เงินทองจนขาดสติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63 - นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการ และ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กเขียนตอบโต้พระมหาไพรวัลย์ พระนักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตย โดยมีเนื้อหาระบุว่า 1.ท่าทีท่านไม่สมกับสมณสารูป 2.พระบิดประเด็นไปเป็นเรื่องคนอื่นทำไมไม่ทำ เช่น ส.ส. และ ส.ว. หรือ รมต. 3.เสนอมาเรื่องเงินบริจาคที่ประชาชนให้กับวัดและพระ แต่ไปตอบเงินเดือนพระน้อยนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เสนอให้พระใช้โควิช-19 มาเรียนรู้ธรรมชาติ และกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ จะได้ช่วยชาวบ้านทางปัญญาได้ แต่สนใจเป็นห่วงเฉพาะเงินๆทองๆ 5.ขาดสติ ปัญญา รับฟังด้วยความอ่อนน้อม 6.พระพุทธเจ้าสอนให้พูดความจริง พูดแล้วมีประโยชน์ พูดเหมาะสมกับเวลา พูดด้วยความเมตตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า พระมหาไพรวัลย์คงต้องประเมินตนเอง เพราะสิ่งที่ตนเองนำเสนอคือ บทบาทของมหาเถรสมาคมในยามวิกฤติ ในฐานะองค์กรบริหารสูงสุดของคณะสงฆ์ ที่มีอำนาจตามกฎหมาย เป็นทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ ควรได้พิจารณาออกข้อบัญญัติ 1.ให้แต่ละวัดสามารถนำรายได้ (เงินออมที่ประชาชนอดออมบริจาคไว้ที่วัดและพระ)ที่สะสมไว้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ใช้ดำเนินกิจการเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน กิจการดังกล่าวอาจจะดำเนินการเอง ร่วมกับกรรมการวัด อุบาสก อุบาสิกา และคนในชุมชนกำหนดกิจกรรมตามความต้องการและจำเป็นของท้องถิ่นต่างๆ ทั้งนี้จะต้องโปร่งใสตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แนะนำส่งเสริมให้พระภิกษุนำบัญชีเงินออมในนามของตน ที่ได้รับบริจาคจากประชาชนมาดำเนินการร่วมกับเงินของวัดตามข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้วัดขนาดใหญ่ที่มีเงินสะสมจำนวนมาก เช่น วัดพระธรรมกายและวัดอื่นๆ สามารถกระจายเงิน โอนเงินให้วัดที่ต้องการใช้เงิน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชนบทที่ห่างไกลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เสริมสร้างความรู้ให้พระภิกษุสามารถเป็นภูมิปัญญาของชุมชนและประชาชนได้ โดยจะต้องให้พระภิกษุรู้จักธรรมชาติของ COVID-19 เพื่อให้ประชาชนป้องกันได้อย่างถูกวิธี ไม่กลัวเกินเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระภิกษุจะได้เป็นผู้มีปัญญาและความรู้ สามารถเตือนสติพุทธศาสนิกชนให้รู้จักธรรมชาติ ซึ่งก็คือ รู้จักธรรม รู้จักการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติซึ่งถือเป็นเด็ดขาด และทุกคนต้องรับผลของการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ คนไทยจะได้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยไม่หลงตัว ทำลายและเอาชนะกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ COVID-19 เชื้อโรคร้ายที่อุบัติขึ้น น่าจะเป็นปริศนาธรรมของพระคุณเจ้าในการพิจารณาเข้าถึงธรรมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ส่งเสริมให้พระเป็นที่พึ่งทางใจแก่ประชาชนในยามนี้ เพราะขณะที่ประชาชนเกิดความกลัว ความเครียด จากการกักตนเองอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน ย่อมเกิดปัญหาทางจิตใจแพร่กระจายไปทั่วประเทศในอนาคต พระจะต้องทำหน้าที่ผู้นำทางจิตใจ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ทุกข์ร้อน โดยเป็นผู้รับฟังปัญหา
ที่ดี ให้ผู้มีทุกข์ได้ระบาย เสริมสร้างให้กำลังใจ ให้ความรู้ใหม่และข้อมูลใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกในการดำรงชีวิต เสมือนจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาบำบัด อนาคตอันใกล้ คนตกงาน คนว่างงาน คนสูญเสียคนรักในครอบครัว คนอดอยาก คนเคียดแค้น ชิงชังผู้บริหารประเทศจะต้องมีมากขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ในสถานการณ์ที่คนต้องกักตัวอยู่ในบ้านเช่นนี้ หากจะได้มีการฝึกสอนการทำวิปัสสนาสมาธิ ในรูปแบบอานาปานสติหรือวิธีอื่นทางไกล โดยมีการกำหนดเวลาดำเนินการที่ชัดเจน ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อนำการปฏิบัติก็น่าจะเป็นประโยชน์ เพราะในยามนี้คนไทยมีเวลามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ได้ออกมานำเสนอบทบาทของมหาเถรสมาคมในยามวิกฤติโควิด-19 หลังจากนั้น พระมหาไพรวัลย์ วรวัณโณ พระนักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตย วัดสร้อยทอง ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา จวกนายเจิมศักดิ์ ว่า ส.ส. , ส.ว. และ รัฐมนตรี ได้แสดงบทบาทมากน้อยแค่ไหน มีอะไรก็มาลงกับพระกับวัดอย่างเดียว ควรมีความละอายกันบ้าง นี่พูดอย่างไม่เกรงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63823</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, พระมหาไพรวัลย์, มหาเถรสมาคม, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e98804d456.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจิมศักดิ์&#039; ยก 7 เหตุผลหนุน &#039;ชวน&#039; ชงโละ 6 ตำแหน่งที่มาจากขรก.ประจำออกจากสมาชิกวุฒิสภา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.63 - นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;
ความเห็นของประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย ที่ได้มีข้อเสนอแนะว่า ควรแก้รัฐธรรมนูญโดยตัดสมาชิกวุฒิสภา ๖ ตำแหน่งที่มาจากข้าราชการประจำออกไปจากสมาชิกวุฒิสภา จึงเป็นความเห็นที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่งหากจะมีการแก้รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ทั้งนี้เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑) ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต่างเป็นข้าราชการประจำ เฉกเช่นเดียวกับปลัดกระทรวงและอธิบดีอื่น ๆ
ข้าราชการประจำ ๖ ตำแหน่งนี้ ไม่ควรทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบฝ่ายบริหาร และมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบกรรมการในองค์กรอิสระ ทั้งนี้เพราะเป็นข้าราชการประจำต้องทำตามนโยบายของฝ่ายการเมือง และต้องถูกตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ
การที่รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ กำหนดให้ข้าราชการประจำเฉพาะ ๖ ตำแหน่งนี้เป็นสมาชิกวุฒิสภา จึงเป็นผลประโยชน์ขัดกันระหว่างตำแหน่งและหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒) การให้ความสำคัญกับ ๖ ตำแหน่งเป็นพิเศษ ย่อมก่อให้เกิดความแตกต่างและแปลกแยกกับข้าราชการในระดับเดียวกันของกระทรวง ทบวง กรมอื่น ที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน และเป็นการเลือกปฏิบัติหลายมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓) การอ้างว่า บุคคลใน ๖ ตำแหน่ง มาอยู่ในวุฒิสภาจะเป็นการป้องกันการทำรัฐประหารก็ฟังไม่ขึ้น เพราะหาก ผบ.เหล่าทัพเหล่านี้จะยึดอำนาจก็สามารถทำได้
ข้ออ้างที่ว่า มาทำหน้าที่ในวุฒิสภาจะได้ชี้แจงกำลังพลให้เข้าใจถูกต้อง ก็ยิ่งฟังไม่ขึ้นเพราะการไม่ได้สวมหมวก ๒ ตำแหน่ง ก็สามารถชี้แจงกำลังพลให้เข้าใจได้อยู่แล้ว
กำลังพลมีสติปัญญาสามารถขวนขวายหาข้อมูลด้วยความรักชาติรักแผ่นดิน โดยไม่ต้องรอจากคน ๖ ตำแหน่งนี้ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔) การให้ข้าราชการ ๖ ตำแหน่ง ดังกล่าวรับเงินเดือน ๒ ทาง ทั้งเงินเดือนของข้าราชการประจำ และเงินเดือนค่าตอบแทนของสมาชิกวุฒิสภาเป็นการไม่เหมาะสมแล้วยังมีค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วย ส.ว. รวมกัน ๘ คน ต่อ ส.ว.หนึ่งคนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕) ประชาชนจะขาดความเลื่อมใสศรัทธาที่ คสช.อันประกอบไปด้วยบุคคลทั้ง ๖ ตำแหน่งสืบอำนาจไปอยู่ในตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา กลับมามีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี และให้ความเห็นชอบในองค์กรอิสระ จะถูกกล่าวหาได้ว่าเป็นรัฐซ้อนรัฐ โดยรัฐทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖) รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้ยึดหลักสำคัญว่าข้าราชการประจำที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของฝ่ายบริหาร ไม่สมควรไปเป็นสมาชิกวุฒิสภาเพื่อตรวจสอบฝ่ายบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงได้กำหนดให้ข้าราชการที่ปรารถนาจะลงสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องลาออกจากราชการเสียก่อน โดยไม่มีข้อยกเว้น ผมเองในฐานะข้าราชการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ยังต้องลาออกก่อนเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา เมื่อปี ๒๕๔๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗) สมาชิกวุฒิสภาในชุดปัจจุบันบางคนที่ออกมาโต้แย้งความเห็นของประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย เพราะเกรงว่าหากแก้ไขประเด็น ๖ ตำแหน่งได้ ก็อาจจะแก้ไขอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาในส่วนอื่นได้ เป็นการคิดแต่ประโยชน์ของตนและพวกพ้องเป็นที่ตั้ง โดยมิได้คำนึงถึงหลักการในการบริหารประเทศและผลประโยชน์ของส่วนรวม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53730</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ส.ว., เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0e94a029425.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจิมศักดิ์&#039;แขวะ&#039;ปชป.&#039;ยุคนี้มีมารยาทและอยากร่วมรัฐบาลอยู่เหนือสัญญาประชาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.62 - นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อาจารย์พิเศษประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แชร์ข่าวพรรคประชาธิปัตย์ไม่เสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า &amp;quot;ประชาธิปัตย์ยุคนี้ก็แค่นี้มารยาทและการอยากร่วมรัฐบาลอยู่เหนือมติพรรคและอยู่เหนือสัญญาประชาคม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9d33e9c783f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจิมศักดิ์&#039;ปูดมีคนเตรียมกล้วยจองไว้เลี้ยงลิงแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2562 - นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า อีกไม่นานเราอาจได้เห็นการยุบพรรคการเมือง ในเวลานั้น ส.ส.ที่สังกัดพรรคที่ถูกยุบ จะแตกกระจายหาพรรคใหม่สังกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลานี้ก็มีคนเตรียมกล้วยไว้เลี้ยงลิง จองตัวกันไว้แล้ว อีกไม่นานคงได้เห็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้เป็น ส.ส.ครั้งแรกจะได้เป็นอีกครั้งก็ไม่ง่าย เป็นลิงได้กินกล้วยอาจจะดีกว่าไม่ได้กิน แลดูจะไม่น่าเกลียดเพราะเป็นการย้ายพรรคเนื่องจากถูกยุบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48438</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคการเมือง, ส.ว., อดีตสมาชิกวุฒิสภา, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191020/image_big_5dabd048c179e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
