<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 22:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามพ้นบัญชีดำบิดเบือนค่าเงิน ไทยยังถูก&#039;จับตา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการคลังสหรัฐตัดสินใจถอดชื่อเวียดนามและสวิตเซอร์แลนด์พ้นจากบัญชีประเทศ &amp;quot;บิดเบือนค่าเงิน&amp;quot; จากสมัยของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ แล้วโดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุนข้อกล่าวหานี้ ส่วนไทยยังคงติดในบัญชี &amp;quot;เฝ้าจับตา&amp;quot; ประเทศที่บิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อให้ได้เปรียบทางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ&amp;nbsp;(Photo by Alex Wong/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า รายงานรายครึ่งปีที่กระทรวงการคลังสหรัฐเสนอต่อสภาคองเกรสเมื่อวันศุกร์ที่ 16 เมษายน นอกจากถอดชื่อสวิตเซอร์แลนด์และเวียดนามพ้นบัญชีดำดังกล่าวแล้ว ยังระบุชื่อไต้หวันในรายชื่ออีกบัญชีของกลุ่มประเทศที่เข้าเกณฑ์การถูกตรวจสอบนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน แต่ยังไม่โดนขึ้นบัญชีบิดเบือนค่าเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยังคงอยู่ใน &amp;quot;รายชื่อเฝ้าจับตา&amp;quot; ของกระทรวงการคลังสหรัฐ หลังจากโดนถอนชื่อออกจากกลุ่มบิดเบือนค่าเงินเมื่อเดือนมกราคม 2563 ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะลงนามความตกลงการค้าเบื้องต้นกับรัฐบาลจีน แต่กระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวเรียกร้องในรายงานฉบับล่าสุดให้จีนปรับปรุงด้านความโปร่งใสของนโยบายและกิจกรรมการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอื่นที่อยู่ในบัญชีเฝ้าจับตายังรวมถึงญี่ปุ่น, เกาหลี, เยอรมนี, อิตาลี, อินเดีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไทย รวมถึงไอร์แลนด์และเม็กซิโก สองชาติที่ถูกเพิ่มเข้าบัญชีนี้เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า กระทรวงกำลังทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อจัดการกับความพยายามของเศรษฐกิจต่างชาติเพื่อบิดเบือนค่าเงินของพวกเขาที่ทำให้แรงงานอเมริกันเสียเปรียบอย่างไม่ยุติธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99718</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลังสหรัฐ, บัญชีจับตา, บิดเบือนค่าเงิน, เจเน็ต เยลเลน, เวียดนามพ้นบัญชีบิดเบือนค่าเงิน, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_6079b31068f2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018 : จากประชานิยมถึงระเบิดประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ภาพ : ระเบิดไปป์บอมบ์ที่ส่งทางไปรษณีย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.commondreams.org/views/2018/10/26/its-not-media-stoking-pipe-bomb-violence-mr-president-its-you&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นวันสำคัญถูกจารึกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐอเมริกา เป็นวันเลือกตั้งกลางเทอมที่พรรคเดโมแครตหวังกลับมาครองเสียงข้างมากในสภา ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์หวังใช้ผลการเลือกตั้งเป็นเครื่องยืนยันว่าพลเมืองอเมริกันสนับสนุนนโยบายของตน และเห็นว่าน่าจะเป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัย เป็นผู้นำที่พาประเทศให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง ดังคำขวัญที่ว่า &amp;ldquo;Make America Great Again&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ทรัมป์ให้สัญญาจะลดภาษีคนชั้นกลาง 10 เปอร์เซ็นต์ :&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเวทีปราศรัยหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์นำเสนอนโยบายใหม่ๆ หลายข้อ หนึ่งในนโยบายที่เป็นข่าวคือสัญญาจะลดภาษีคนชั้นกลาง 10 เปอร์เซ็นต์โดยจะดำเนินการหลังเลือกตั้ง การปรับลดภาษีจำต้องผ่านรัฐสภาที่รีพับลิกันยังเป็นเสียงข้างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่าเป็นนโยบายหวังเจาะฐานเสียงคนชั้นกลางโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีข้อมูลว่านโยบายปรับลดภาษีที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์มุ่งให้ประโยชน์คนรวยกับบริษัทเอกชนเป็นสาเหตุสำคัญทำให้พรรครีพับลิกันไม่ได้ใจประชาชนกลุ่มรากหญ้า คนชั้นกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าคิดเข้าข้างทรัมป์ การตัดสินใจปรับลดภาษีคนรวยกับบริษัทเอกชนก่อนเป็นแนวทางของพรรครีพับลิกันอยู่แล้ว ทำให้สมาชิกพรรคสนับสนุนทรัมป์ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ส่วนการเสนอปรับลดภาษีคนชั้นกลางหลังเลือกตั้งกลางเทอมเป็นแนวทางที่ถูกต้องเช่นกัน จำต้องใช้ไม้นี้เพื่อขอคะแนนเสียงจากชนชั้นกลางทั้งจากสมาชิกพรรคกับกลุ่มคนที่ไม่ยึดพรรค รวมความแล้วคือการจัดวางตำแหน่งการปรับลดภาษีเพื่อได้เปรียบในการเลือกตั้งแต่ละครั้งนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อวิพากษ์คือการปรับลดภาษีพร้อมกับเพิ่มรายจ่ายทำให้การขาดดุลรุนแรงกว่าเดิม ประธานาธิบดีทรัมป์พูดเรื่อยมาว่าให้ความสำคัญกับการแก้ขาดดุล แต่ความจริงแล้วตัวรัฐบาลทรัมป์นี่แหละที่กำลังซ้ำเติมปัญหาขาดดุลให้รุนแรงกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไม่นานนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐรายงานว่าปีงบประมาณ 2018 รัฐบาลขาดดุลถึง 779,000 ล้านดอลลาร์ เป็นตัวเลขขาดดุลสูงสุดนับจากปี 2012 เป็นต้นมา ข้อมูลจากกระทรวงการคลังอีกชิ้นรายงานว่าปีนี้รัฐบาลทรัมป์กู้เงินเกือบ 1.34 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่าปีก่อนเกือบ 2 เท่า และเนื่องจากรัฐบาลลดภาษี เพิ่มการใช้จ่ายจึงขาดดุลมากขึ้น ซ้ำเติมปัญหาที่รุนแรงอยู่แล้วให้รุนแรงกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจเน็ต เยลเลน (Janet Yellen) อดีตผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวว่า ทางแก้ที่ดีที่สุดคือขึ้นภาษีกับลดสวัสดิการคนวัยเกษียณ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีจะละเลยไม่เอ่ยถึงการขาดุลที่เพิ่มขึ้นเพราะรัฐบาลกู้เงินจำนวนมหาศาลพร้อมกับปรับลดภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงไม่กล่าวเกินไปถ้าจะสรุปว่า สิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันกำลังทำคือทำอย่างไรก็ได้ขอให้ชนะเลือกตั้ง ส่วนจะสร้างปัญหาให้กับอนาคต ให้กับชนรุ่นหลังหรือไม่นั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทางที่เป็นไปได้คือทรัมป์หวังใช้ประเด็นลดภาษีคนชั้นกลางเพื่อหาเสียงโดยไม่คำนึงว่าจะปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ดังที่ทรัมป์ประกาศแล้วว่าการลดภาษีจะเป็นการตัดสินใจของสภา ดังนั้น หากที่สุดแล้วสภาไม่อนุมัติก็ไม่ใช่ความผิดของตน ณ ตอนนั้นไม่ว่าสภาจะอนุมัติหรือไม่ ทรัมป์ได้คะแนนเสียงไม่น้อยจากข้อเสนอนโยบายนี้ เป็นแผน &amp;ldquo;เอาแต่ได้โดยทิ้งปัญหาให้คนอื่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นนโยบายประชานิยมที่หวังใช้ภาษี &amp;ldquo;ซื้อเสียงประชาชน&amp;rdquo; ทิ้งภาระปัญหาให้กับคนรุ่นหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ประธานาธิบดีที่พูดเท็จเป็นนิจ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สื่อและนักวิชาการหลายคนเริ่มจับผิดคำพูดของทรัมป์ เนื่องจากมักพูดเท็จหรือพูดจริงปนเท็จ หลายครั้งพูดในเรื่องที่ใครๆ รู้ว่าเป็นเรื่องโกหก ฮิลลารี คลินตัน ถึงกับเอ่ยว่าประธานาธิบดีต่อต้านความจริงและเหตุผล เฉพาะเดือนสิงหาคม The Washington Post ชี้ว่าทรัมป์พูดเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดถึง 125 ครั้ง และพูดเท็จถึง 5,000 ครั้งนับตั้งแต่เป็นประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่ว่าสังคมจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร ทรัมป์ยังคงเดินหน้าพูดความจริงปนความเท็จ พร้อมกับอ้างว่าตัวเองพูดถูกต้อง คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับตนต่างหากที่พูดเท็จ เสนอข่าวเท็จ (fake news)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์กล่าวว่าสาเหตุหนึ่งที่ประเทศของเรามีความโกรธแค้นจัดมาจากการที่สื่อรายงานข่าวไม่เที่ยงตรง บิดเบือน ตีตราว่าเป็น &amp;ldquo;พวกสื่อข่าวเท็จ&amp;rdquo; (The Fake News Media) &amp;ldquo;สื่อคือศัตรูของประชาชน&amp;rdquo; โหมกระแสความเกลียดชัง ความเคียดแค้นในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความจริงที่สื่อมักนำเสนอข่าวลบเพราะผู้อ่านส่วนใหญ่ชอบเสพข่าวลบมากกว่าข่าวดี ข่าวลบเป็นหัวข้อสนทนาในสภากาแฟได้สนุกปาก แต่ควรมองย้อนกลับว่าอะไรเป็นที่มาของข่าวลบเกี่ยวกับรัฐบาล ผู้นำประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฮิลลารี คลินตัน กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เป็นดังผู้นำของคนอเมริกันทั้งประเทศ ใช้ถ้อยคำดูหมิ่นดูแคลนคนอเมริกันเชื้อชาติอื่น เกลียดชังคนบางกลุ่ม สร้างความเกลียดชัง ทำให้คนในชาติแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอดีตประธานาธิบดีโอบามา กล่าวว่า ทรัมป์บั่นทอนประชาธิปไตย วิถีชีวิตของคนอเมริกัน ด้วยการปลุกเร้าการเหยียดเชื้อชาติ (racist) อำนาจนิยมที่ทำลายสถาบันประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคำถามที่น่าคิดใช่ไหมว่าตำแหน่งผู้นำประเทศสามารถพูดเท็จได้เป็นนิจ พรรครีพับลิกันที่ท่านสังกัดไม่ได้ห้ามปราม (หรือห้ามแล้วแต่ไม่ได้ผล) เรื่องนี้สะท้อนสภาพระบอบประชาธิปไตยอเมริกา มีผลต่อความเชื่อมั่นว่ายังเป็นระบอบการปกครองที่เหมาะสมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนอาจเห็นด้วยกับคำพูดของคลินตันกับโอบามา บางคนอาจไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงพูดจริงปนเท็จต่อไป ผู้คนทั่วโลกเป็นพยาน ไม่เพียงคนอเมริกันหรือสื่อมวลชนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ลูกระเบิดการเมืองวันนี้กับอนาคต :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเกิดเหตุฮือฮาเมื่อพบระเบิดไปป์บอมบ์ (pipe-bomb) กว่า 10 ชุดส่งทางไปรษณีย์ให้กับแกนนำนักการเมือง บุคคลสำคัญของพรรคเดโมแครต สำนักข่าวบางแห่งที่เสนอข่าวลบต่อประธานาธิบดี เป็นประเด็นวิพากษ์ต่างๆ นานา บ้างว่าเพราะทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรง หว่านความเกลียดชัง ปลุกเร้าให้คนร้ายก่อเหตุ อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นแผนของเดโมแครตหวังสร้างสถานการณ์ให้คนเห็นอกเห็นใจ ออกไปเลือกตั้งเพื่อโค่นทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการยากที่จะฟันธงว่าเป็นแผนลับของใครหรือไม่ (แม้จับตัวผู้กระทำผิดได้ สุดท้ายมักลงเอยว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่มีใครบงการ) ที่พูดได้แน่นอนคือข่าวนี้กระตุ้นให้คนอเมริกันสนใจเลือกตั้ง ไม่ว่าผู้รับสื่อจะเป็นสมาชิกของพรรคใดหรืออยู่ในกลุ่มที่ปกติไม่ออกไปเลือกตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ควรเข้าใจคือไม่ว่าจะเป็นพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครตต่าง หวังให้ผู้มีสิทธิออกจากบ้านไปคูหาเลือกตั้ง เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการหาเสียงในทุกเวทีปราศรัย ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่าที่ผ่านมาคนอเมริกันไม่ค่อยสนใจเลือกตั้งกลางเทอม คนไปใช้สิทธิน้อย ดังนั้นไม่ว่าพรรคใดหากสามารถกระตุ้นให้คนออกไปสิทธิเพียงเท่านี้จะชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าไปป์บอมบ์เป็นเหตุให้ผู้คนตื่นตัวทางการเมืองและไปถึงคูหาเลือกตั้ง เช่นนี้จะเรียกว่าเป็น &amp;ldquo;ระเบิดส่งเสริมประชาธิปไตย&amp;rdquo; ก็น่าจะได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประชานิยม การโหมกระแสผ่านสื่อ จนถึงไปป์บอมบ์ล้วนกระตุ้นชักนำให้ผู้คนสนใจการเมือง บางคนที่เดิมไม่คิดไปเลือกตั้งอาจเปลี่ยนใจ พรรคใดจะชนะ ผู้ใช้สิทธิจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงจะรู้ผลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำถามที่ทิ้งให้กับอนาคตคือการเมืองจะรุนแรงกว่านี้หรือไม่ สังคมจะนิยมเสพความรุนแรงก้าวร้าวกว่านี้หรือไม่ มีข้อมูลบ่งบอกว่าสังคมอเมริกันพูดถึงความรักความเมตตาน้อยลง เป็นคำถามส่งไปถึงผู้มีอำนาจและผู้คนทั้งหลายว่าต้องการสังคมเช่นนี้หรือไม่ สังคมที่ทวีความรุนแรง แตกแยก พวกใครพวกมัน การโยนภาระปัญหาใหญ่ให้กับคนรุ่นหลังสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ยั่งยืนหรือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเกลียดชังเคียดแค้นต่ออีกฝ่ายคือลูกระเบิดการเมืองในอนาคต มีผลต่อสหรัฐและทุกประเทศทั่วโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นธรรมดาที่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้สมัครทุกคนทุกพรรคจะทุ่มเทใช้ทุกอย่างที่มีในช่วงนี้เพื่อให้ได้คะแนนเสียง ไม่ว่าจะด้วยนโยบายหรืออื่นๆ คำถามคือสิ่งที่ใช้จะเป็นโทษต่ออนาคตหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21282</URL_LINK>
                <HASHTAG>Janet Yellen, ทรัมป์, สถานการณ์โลก, เจเน็ต เยลเลน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
