<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมงานแรก&#039;เจ้าคุณธงชัย&#039;ในเก้าอี้&#039;เจ้าคณะใหญ่หนกลาง&#039;ปลุกเสกพระเครื่อง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 &amp;ndash; เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เขียนบทความเรื่อง &amp;ldquo;ปลุกเสกพระเครื่อง งานแรกของเจ้าคุณธงชัย ในตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ตอกย้ำบทบาทเจ้าคณะสายพระเกจิอาจารย์&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า ข่าวจากเพจ &amp;quot;ป๋องสุพรรณ&amp;quot; สุดยอดแฟนพันธุ์แท้พระเครื่อง แจ้งว่า ในวันที่ 9 ธันวาคม ศกนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยาราม ได้รับอาราธนานิมนต์ให้ไปเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์ มังคลาภิเษกวัตถุมงคล หลวงพ่อพัฒน์ ปุญฺญกาโม วัดธารทหาร (ห้วยด้วน) อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ทั้งนี้ มีการจัดสร้างวัตถุมงคลรวมกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นไตรมาส รุ่นเปลวเทียน และรุ่นหน้าวัว เริ่มพิธีในเวลา 14.18 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลวงพ่อพัฒน์นั้น นับว่าเป็นพระเกจิมาแรงที่สุดใน พ.ศ.นี้ หลังจากสิ้นหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ นครราชสีมา ไปเมื่อหลายปีก่อน ถนนทุกสายจึงแทบจะมุ่งไปยังวัดห้วยด้วน เพื่อหวังพึ่งพาบารมีของหลวงพ่อได้ช่วยเหลือในการสาธารณสงเคราะห์ต่างๆ ตามธรรมเนียมไทย ซึ่งหลวงพ่อก็มีเมตตาต่อผู้คนทุกชนชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เจ้าคุณธงชัย เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง &amp;quot;เจ้าคณะใหญ่หนกลาง&amp;quot; เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา การไปเป็นประธานในงานปลุกเสกพระเครื่องหลวงพ่อด้วนในวันที่ 9 ธันวาคม ศกนี้ จึงเป็นข่าวสำคัญที่เกี่ยวกับ &amp;quot;บทบาทหน้าที่&amp;quot; ของเจ้าคุณธงชัยเป็นงานแรก บนตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ซึ่งจะเป็นกระแสชี้นำว่า เจ้าคณะใหญ่หนกลางท่านนิยมชมชอบในทางไหน ใครไปหาท่านจะได้เข้าถูกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช่แต่เท่านั้น ข่าวยังระบุว่า ในงานนี้ มีการนิมนต์ &amp;quot;พระสรภาณโกศล&amp;quot; หรือเจ้าคุณภา ซึ่งน่าจะได้รับแต่งตั้งให้เป็น &amp;quot;เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง&amp;quot; เป็นการภายในไปเรียบร้อยแล้ว ให้ไปเป็นประธานในการเจริญพระพุทธมนต์ในพิธีดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ยิ่งทำให้เห็นว่า ทีมงานของเจ้าคณะใหญ่หนกลางท่าน &amp;quot;เคลื่อนทัพไปทางไหน&amp;quot; เพราะมิใช่ไปเพียงคนเดียว แต่ไปทั้งหัวหน้าและเลขา ไปกันทั้งทีม ไม่เหลือใครไว้เฝ้ากุฏิเพื่อรับแขกรับการติดต่อจากพระภิกษุสามเณรเลย น่าจะประกาศไปเลยว่า เจ้าคณะใหญ่และเลขาท่านทำงานหรือหยุดงานวันไหน ใครที่มีธุระจะติดต่อจะได้ไม่ต้องไปหาให้เสียเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สูตรสำเร็จของการนิมนต์พระผู้ใหญ่ในปัจจุบันนั้น วงการสงฆ์ทราบกันดีว่า ถ้าจะนิมนต์พระผู้ใหญ่ให้ &amp;quot;ว่างเสมอ&amp;quot; หรือให้ได้ผล ก็ต้องนิมนต์ &amp;quot;เลขาเจ้าคณะ&amp;quot; ไปร่วมงานด้วย เพราะเลขาจะรู้ดีที่สุดว่า &amp;quot;วันไหนหลวงพ่อใหญ่ว่าง&amp;quot; จะนิมนต์เพียงหลวงพ่อใหญ่ ไม่นิมนต์เลขาไปด้วยนั้น ก็เกรงว่าจะ &amp;quot;ไม่ว่าง&amp;quot; เอานะซี ตอนสมเด็จเกี่ยวเป็นใหญ่ เจ้าคุณเสนาะ ก็ใหญ่คับบ้านคับเมือง พออำนาจย้ายไปวัดปากน้ำ เจ้าคุณแป๊ะ ก็ขึ้นชั้นเป็นดาราดังทุกช่อง มาวันนี้ ตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ย้ายไปวัดไตรมิตร &amp;quot;เจ้าคุณภา&amp;quot; ก็ติดปีกบิน กลายเป็นผู้กว้างขวางในวงการสงฆ์ไทยไปในบัดดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานวัดห้วยด้วน วันที่ 9 ธันวาคม ศกนี้ จึงเป็นการ &amp;quot;เปิดตัว&amp;quot; ทีมงานเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ทั้งสมเด็จธงชัย ทั้งเจ้าคุณภา พระเลขา ไปกันพร้อมหน้าพร้อมตา ใครอยากจะสัมผัสใกล้ชิดสนิทสนม แสดงความยินดี แนะนำตัว ฝากเนื้อฝากตัว หรืออะไรต่างๆ ก็ตาม เชิญไปพบกับเจ้าคณะใหญ่หนกลางได้ ที่วัดห้วยด้วน ไปวัดเดียวได้หลายงาน ทั้งบูชาวัตถุมงคล ทั้งพบปะผู้ใหญ่ ได้รู้จักท่านเลขา ไม่ไปงานนี้แล้วจะไปงานไหน จริงไหมครับ ท่านสมเด็จธงชัย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83449</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระเครื่อง, สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี, เจ้าคณะใหญ่หนกลาง, เจ้าคุณธงชัย, เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab39a6bd71f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เจ้าคุณธงชัย’โล่งรอดคุก ศาลชี้ไรทุ้จริตเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ&amp;quot; โล่ง! ศาลพิพากษาจำคุก 36 เดือน รอลงอาญา 2 ปี สนับสนุนปฏิบัติหน้าที่มิชอบคดีเงินทอนวัด 69 ล้าน &amp;quot;พนม-ผู้บริหาร พศ.&amp;quot; เจอคุกต่อ &amp;quot;ตัวแทนลูกศิษย์&amp;quot; อุทธรณ์สบายใจไม่ใช่เรื่องทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 703 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) คดีหมายเลขดำ อท.251/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 2 &amp;nbsp;เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพนม ศรศิลป์ อายุ 60 ปี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.), นายชยพล พงษ์สีดา อายุ 64 ปี อดีตรอง ผอ.พศ., นายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อายุ 50 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และอดีตพระพรหมสิทธิ ธงชัย สุขโข หรือนายธงชัย สุขโข อายุ 64 ปี อดีตพระราชาคณะเจ้าคณะรอง อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ประกอบมาตรา 83, 86, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2561 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 29 ต.ค.2558-22 ก.ค.2559 พวกจำเลย ได้เบียดบังเอาเงินงบประมาณของสำนักงาน พศ.ประจำปี 2559 จำนวน 69,700,000 บาท (จากวงเงินงบประมาณประจำปี 2559 จำนวน 5,360,188,000 บาท) ไปเป็นประโยชน์ของตน โดยใช้วัดเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดรับโอนเงิน ด้วยการให้วัดโดยเจ้าอาวาส เสนอโครงการเพื่อรับเงินสนับสนุนที่เบียดบังมาจากที่ได้มีการพิจารณาอนุมัติโครงการเงินอุดหนุนในโครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรม จำนวน 37,200,000 บาท และโครงการศูนย์กลางเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา จำนวน 32,500,000 บาท ซึ่งวัดสระเกศฯ ได้รับอนุมัติเงินไปเพียงวัดเดียว โดยเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2561 พ.ต.ท.พงศพร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งมีการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนตามกฎหมาย ซึ่งมีคำขอท้ายฟ้อง ขอศาลให้มีคำสั่งจำเลยที่ 1-5 ร่วมกันคืนเงินหรือใช้เงินจำนวน 69,700,000 บาท คืนแก่สำนักงาน พศ.ผู้เสียหาย พร้อมขอให้ศาลนับโทษจำคุก นายพนม จำเลยที่ 1 กับคดีหมายเลขดำ อท.253/2561, อท.254/2561 (ร่วมทุจริตการจัดสรรเงินงบ พศ.) ของศาลนี้ และอดีตพระพรหมสิทธิฯ จำเลยที่ 5 กับคดีหมายเลขดำ อท.197/2561 (ร่วมฟอกเงิน) ของศาลนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ระหว่างการพิจารณาคดีนี้ นายพนม จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งได้ถูกดำเนินคดีหลายสำนวนในศาลนี้ ส่วนพระพรหมสิทธิ จำเลยที่ 5 เพิ่งได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2562 โดยศาลตีราคาหลักประกัน 2.5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยมารายงานตัวต่อศาลทุก 1 เดือน ไปจนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ อดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จำเลยที่ 5 สวมชุดขาวมาศาลพร้อมคณะลูกศิษย์ ส่วนจำเลยที่ 1- 4 นั้นถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ศาลได้เบิกตัวทั้งหมดมาฟังคำพิพากษา
หนุน จนท.ปฏิบัติมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 1-4 เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่บริหารงานและดำเนินการตามภารกิจของสำนักงาน พศ. และมีอำนาจอนุมัติโครงการ แผนงานต่างๆ ตามการจัดสรรงบประมาณ และตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ ในช่วงเกิดเหตุปี 2558-2559 ได้อนุมัติเงินอุดหนุนใน 2 โครงการ คือโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม จำนวน 37 ล้านบาท และโครงการศูนย์กลางเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา จำนวน 32.5 ล้านบาท ให้กับศูนย์สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมฯ วัดสระเกศฯ ที่มีจำเลยที่ 5 เป็นประธาน ซึ่งจำเลยที่ 5 ได้ต่อสู้ว่าไม่ได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย กรณีที่กล่าวหาไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้าอาวาสวัด แต่เป็นประธานศูนย์สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมฯ วัดสระเกศฯ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลเห็นว่าแม้จำเลยที่ 5 จะอ้างว่ากรณีที่ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำในฐานะเจ้าอาวาส แต่ในเอกสารที่ลงชื่อก็กำกับท้ายเจ้าอาวาส ขณะที่ศูนย์สำนักงานส่งเสริมฯ ก็อยู่ในความดูแลของวัดสระเกศฯ ที่จำเลยที่ 5 มีอำนาจบริหารจัดการดูแลภายในวัด ส่วนที่โจทก์ฟ้องก็ฟ้องจำเลยที่ 5 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการอนุมัติจัดสรรงบประมาณโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม จำนวน 37 ล้านบาทนั้น ได้โอนเงินให้กับวัดสระเกศฯ 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นเงิน 30 ล้านบาท ซึ่งจำเลยที่ 5 ก็มีหนังสือแจ้งกลับจำเลยที่ 1-4 ที่เป็นผู้บริหารงบประมาณว่าได้รับเงินที่จัดสรรมาแล้ว ศาลเห็นว่าการดำเนินการของศูนย์ส่งเสริมคุณธรรมฯ ที่จำเลยที่ 5 ดูและดำเนินการได้ไม่ตรงตามเป้าหมาย โดยมีผู้ร่วมโครงการจำนวน 22,000 คน กลับขอเงินอุดหนุนและได้รับอนุมัติถึง 30 ล้านบาทเพียงวัดเดียว ทั้งที่วัตถุประสงค์ในการจัดสรรงบประมาณ ต้องการให้กระจายงบในวัดทั่วประเทศจำนวนกว่่า 39,400 แห่ง เมื่อเทียบดูเวลาการอนุมัติเงินให้วัดสระเกศฯ นี้ ได้กระทำในช่วงต้นของปีงบประมาณดังกล่าว ทั้งที่ไม่ใช่กรณีเร่งรัด จำเลยที่ 1-4 จึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องรีบอนุมัติเงินจำนวนมากดังกล่าว ซึ่งควรจะมีการส่งเรื่องให้คณะเลขานุการกลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงานตรวจดูก่อน หากพบว่ามีการใช้งบประมาณไม่ได้เต็มที่ หรือเกินความจำเป็น ก็สามารถที่จะเรียกคืนเงินเพื่อมาจัดสรรให้กับส่วนอื่นได้อีก การกระทำส่วนนี้จึงเป็นการอนุมัติงบประมาณสำนักงาน พศ. ที่จัดสรรให้กับวัดสระเกศฯ เพียงวัดเดียว โดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามเป้าหมาย ส่วนงบประมาณจำนวน 7 ล้านบาท ในโครงการนี้ ตามทางนำสืบพบว่าเป็นการอนุมัติงบที่สืบเนื่องมาจากงบประมาณปี 2558 ที่ดำเนินการต่อเนื่องมา การกระทำของจำเลยที่ 1-5 ส่วนนี้จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการอนุมัติงบประมาณให้กับโครงการศูนย์กลางเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา จำนวน 32,500,000 บาท วัดสระเกศฯ ก็ได้จัดสรร 2 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 26 ล้านบาท ครั้งที่สองจำนวน 6.5 ล้านบาท ซึ่งตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายก็ต้องวางแผนจัดกิจกรรมใน 3 ไตรมาส แต่ไม่ได้ดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าวที่กำหนดให้วัดซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณต้องกระทำให้ครบทั้ง 6 ด้าน อาทิ ด้านการปกครอง การศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา สาธารณสงเคราะห์พระภิกษุหรือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ตามทางนำสืบยังได้ความจากจำเลยตอบการถามของอัยการโจทก์ว่า ก่อนการอนุมัติเหมือนมีการตกลงกันไว้ก่อนแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1-4 ในการอนุมัติเงินงบประมาณทั้ง 2 โครงการดังกล่าว จึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และอดีตอาวาสวัดสระเกศฯ จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ฯ ใช้อำนาจหน้าที่เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นประโยชน์ของตนเองและผู้อื่นโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และจำเลยที่ 5 เป็นผู้สนับสนุนฯ นั้น ตามทางนำสืบรับฟังได้ว่าเมื่อจัดสรรงบประมาณไปแล้ว ทางวัดได้นำไปจัดกิจกรรมตามโครงการ แต่ไม่ครบถ้วนตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งหมด อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณฯ โดยตามทางนำสืบก็ยังไม่มีหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยที่ 1-5 นำเงินงบประมาณนั้นไปเป็นของตัวเอง ซึ่งประเด็นนี้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เบิกความว่าในการทำหน้าที่ตรวจสอบการนำเงินงบประมาณไปดำเนิน 2 โครงการนี้ ไม่มีการทุจริต การกระทำของจำเลยทั้งห้าจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 147 และไม่ต้องร่วมกันคืนเงินในส่วนนี้
คุก 36 ด.รอลงอาญา 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกนายพนม อดีต ผอ.พศ. จำเลยที่ 1 จำนวน 2 กระทง กระทงละ 2 ปี รวม 4 ปี , จำเลยที่ 2-4 จำคุก 3 กระทง กระทงละ 2 ปี รวม 6 ปี ตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ส่วนอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จำเลยที่ 5 จำคุก 3 กระทง กระทงละ 1 ปี 4 เดือน และปรับกระทงละ 12,000 บาท รวม 3 ปี 12 เดือนและปรับ 36,000 บาท ตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ ลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 4 คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 12 เดือนและให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีหมายเลขดำ อท.253/2561 ที่มีโทษจำคุก 20 ปีและโทษจำคุก 3 เดือน คดีหมายเลขดำ จส.2/2562 ของศาลนี้ด้วย, จำเลยที่ 2-4 จำคุกคนละ 3 ปี 18 เดือน ส่วนจำเลยที่ 5 ให้จำคุก 36 เดือน และปรับ 27,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของอดีตพระพรหมสิทธิ จำเลยที่ 5 เมื่อคำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม ภาวะแห่งจิต สิ่งแวดล้อม และสภาพความผิดของจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นพระภิกษุ เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในธรรมวินัย เป็นครูผู้สอนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นผู้มีบทบาทในการส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นผู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับคณะสงฆ์ สังคม และสถาบันการศึกษาต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดมา จนได้รับการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์หลายสาขาจากหลายมหาวิทยาลัย ทั้งของรัฐและเอกชน และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่พระพรหมสิทธิ ซึ่งมีศักดิ์สูงกว่าพระราชาคณะชั้นธรรม และรองลงมาจากสมเด็จพระราชาคณะ อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 ประกอบกับไม่มีเรื่องการทุจริตหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตน เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 5 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นการฟังคำพิพากษา นายโฆสิต สุวินิจจิต ตัวแทนคณะศิษย์ของพระพรหมสิทธิ ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกสบายใจที่มีคำพิพากษาแล้วว่าไม่มีการทุจริต รัฐไม่ได้เสียหาย และจำเลยทั้งห้าพ้นมลทินเรื่องทุจริต เพียงแต่พิพากษาว่าจำเลยที่ 1-4 เป็นเจ้าพนักงานของรัฐมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 ซึ่งเป็นขั้นตอนของระบบราชการ ส่วนจำเลยที่ 5 นั้นมีความผิดเกี่ยวกับการขอสนับสนุนงบประมาณ โดยความจริงแล้วเป็นการขอในนามประธานสำนักงานศูนย์คุณธรรมจริยธรรม ก็เป็นไปตามหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะลูกศิษย์ตกลงกันว่าจะขอใช้สิทธิอุทธรณ์คดีในส่วนของพระพรหมสิทธิ จำเลยที่ 5 ซึ่งปัจจุบันท่านก็ยังปฏิบัติธรรมตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะอยู่ข้างในหรือนอกเรือนจำ อีกทั้งยังไม่เคยเปล่งวาจาลาสิกขา ยังปฏิบัติธรรมเป็นพระสมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้นเมื่อศาลตัดสินว่าไม่ทุจริต ชาวพุทธน่าจะสบายใจว่าพระผู้ใหญ่ไม่ได้ทุจริต&amp;quot; นายโฆสิตระบุ.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57668</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ, คดีเงินทอนวัด, รอลงอาญา 2 ปี, วัดสระเกศ, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, เงินทอนวัด, เจ้าคุณธงชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d3ddc6258e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ประกัน‘เจ้าคุณธงชัย’ จานบินเสื่อม!บริจาคหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์ให้ประกัน &amp;quot;พระพรหมสิทธิ&amp;quot; &amp;nbsp; อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ-2 อดีตพระ ผช.เจ้าอาวาสฯ คดีทุจริตงบ พศ. ตีราคาประกัน 2-2.5 ล้าน ให้รายงานตัวศาลเดือนละครั้ง-ห้ามออกนอกประเทศ &amp;ldquo;จานบิน&amp;rdquo; ศรัทธาหด เงินบริจาควูบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งเรื่องการปล่อยชั่วคราว ที่พระพรหมสิทธิ ธงชัย สุขโข อายุ 63 ปี อดีตพระราชาคณะเจ้าคณะรอง อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม จำเลยที่ 5 คดีหมายเลขดำ อท.257/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวกรวม 5 คน ซึ่งมีทั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่ กับฆราวาส เป็นจำเลยที่ 1-5&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพระพรหมสิทธิ ธงชัย สุขโข จำเลยที่ 5 นี้ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ที่ไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วก็มีคำสั่งว่า คดีนี้การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว และพระพรหมสิทธิ ธงชัย สุขโข จำเลยที่ 5 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ซึ่งขณะเกิดหตุจำเลยที่ 5 เป็นพระภิกษุอยู่ในพระธรรมวินัย กรณีไม่น่าที่จำเลยที่ 5 จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกทั้งในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏพฤติการณ์ใดที่ส่อว่าจำเลยที่ 5 จะหลบหนี ประกอบกับอัยการโจทก์ไม่คัดค้าน ซึ่งแม้ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวนมาแล้วก็ตาม แต่เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวพระพรหมสิทธิ ธงชัย สุขโข จำเลยที่ 5 ในระหว่างพิจาณาคดีนี้ และโดยที่คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก จึงให้ตีราคาหลักประกัน 2.5 ล้านบาท และห้ามจำเลยที่ 5 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยให้ศาลชั้นต้นแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็ว ก่อนปล่อยตัวจำเลยที่ 5 พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยที่ 5 มารายงานตัวต่อศาลชั้นต้นทุก 1 เดือน ตามวันเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ไปจนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีพฤติการณ์ว่าจำเลยที่ 5 จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยานหรือมีพฤติการณ์อันใดที่อาจทำให้เสียหาย หรือเกิดความไม่เป็นธรรมในรูปคดี ก็ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งถอนประกันตัวจำเลยที่ 5 ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของพระเมธีสุทธิกร หรือพระราชอุปเสณาภรณ์ หรือพระมหาสังคม หรือสังคม ญาณวฑฒโน หรือนายสังคม สังฆะพัฒน์ อายุ 48 ปี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด หรือนายเทอด วงศ์ชอุ่ม อายุ 48 ปี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และนายทวิช สังข์อยู่ อายุ 44 ปี ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัท ดีดีทวีคูณฯ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศฯ จำเลยที่ 1-3 ที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต 4 ยื่นฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ อท.205/2561 (คดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ในการจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา 10 ล้านบาท ให้วัดสระเกศฯ จากงบประมาณปี 2557 ทั้งหมด 72 ล้านบาท)
ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น เรื่องปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์ก็มีคำสั่งเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เช่นกัน โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว พระมหาสังคม หรือสังคม ญาณวฑฒโน จำเลยที่ 1 และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด จำเลยที่ 2 ทั้งสองเป็นอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ซึ่งขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1-2 เป็นพระภิกษุอยู่ในพระธรรมวินัย กรณีไม่น่าที่จำเลยที่ 1-2 จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏพฤติการณ์ใดที่ส่อว่าจำเลยที่ 1-2 จะหลบหนี แม้โจทก์คัดค้านการปล่อยชั่วคราวและศาลอุทธรณ์เคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวนมาแล้วก็ตาม แต่เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยพระมหาสังคม หรือสังคม ญาณวฑฒโน และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด จำเลยที่ 1-2 ชั่วคราว ในระหว่างพิจารณาคดีนี้ และโดยที่คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จึงให้ตีราคาหลักประกันคนละ 2 ล้านบาท พร้อมห้ามจำเลยที่ 1-2 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้ศาลชั้นต้นแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็วก่อนปล่อยตัวจำเลยที่ 1-2 พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยที่ 1-2 มารายงานตัวต่อศาลชั้นต้นทุก 1 เดือน ตามวันเวลาที่ศาลขั้นต้นกำหนด ไปจนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีพฤติการณ์ว่าจำเลยที่ 1-2 คนใดจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยาน หรือมีพฤติการณ์อันใดอันอาจทำให้เสียหายหรือเกิดความไม่เป็นธรรมในรูปคดี ก็ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งถอนประกันตัวจำเลยคนนั้นทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายทวิช สังข์อยู่ ฆราวาส ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณฯ ผู้ผลิตสื่อให้วัดสระเกศฯ จำเลยที่ 3 ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา ให้ยกคำร้อง โดยให้ศาลขั้นต้นแจ้งคำสั่งให้จำเลยที่ 3 (ตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ) ทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมามอบนโยบายให้กับผู้บริหาร พศ. โดยในช่วงการกล่าวถึงการดำเนินงานของ พศ. พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. ได้กล่าวถึงการดำเนินงาน ภาระงานของ พศ. โดยเฉพาะกรณีวัดพระธรรมกาย ซึ่งระบุว่า ศรัทธาของวัดเริ่มลดลง เงินบริจาคค่อยๆ ลดลง จนเมื่อเดือน เม.ย.พบว่าติดลบ 800 ล้านบาท ทั้งยังเกิดความแตกแยกภายในวัด ทั้งพระสงฆ์และศิษย์ จากนั้นได้สรุปปัญหาว่าเกิดขึ้นจากความศรัทธา ตลอดจนต้องจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ใหม่ เพื่อนำความศรัทธาในพระสงฆ์และพระพุทธศาสนากลับคืนมา จึงได้ดำเนินคดีเงินทอน โดยมีหน่วยงานหลักคือ พศ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อ พ.ต.ท.พงศ์พรรายงานถึงเรื่องเงินทอน เจ้าหน้าที่ พศ.ได้เชิญผู้สื่อข่าวที่เข้าสังเกตการณ์ในการประชุมออกจากห้องประชุมทั้งหมดทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายเทวัญกล่าวถึงคดีวัดพระธรรมกายว่า อยู่ในการดำเนินการชั้นศาลแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้แจ้ง พศ.เกี่ยวกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม 2 พระเกจิชื่อดังที่ไปปลุกเสกเครื่องราง โดยให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ต้องไปให้ความรู้ประชาชน และให้ พศจ.ยึดแนวปฏิบัติตามประกาศมหาเถรสมาคม เพราะพบว่าช่วงที่ผ่านมามีพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมผิดตามประกาศมหาเถรฯ จำนวนมาก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43595</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตงบ พศ., จานบินเสื่อม, พระพรหมสิทธิ, หนังสือพิมพ์, เจ้าคุณธงชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d56a907b3cd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าคุณธงชัยนำพยาน15คนเก็บเถ้าอัฐิ&#039;หลวงพ่อคูณ&#039; มวลกระดูกสมบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค. 62 - &amp;nbsp;ที่ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ร่วมกับวัดหนองแวงพระอารามหลวง ใช้เป็นสถานที่ถวายเพลิงพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ &amp;nbsp;ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.30 น. พระพรหมมังคลาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวรวิหาร &amp;nbsp;พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น , รศ.นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.,นางคำมั่น วงศ์กาญจนรัตน์ น้องสาวของหลวงพ่อคูณ &amp;nbsp;พร้อมพยานรวม 15 คน ร่วมประกอบพิธีเก็บเถ้าอังคารและเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเริ่มจากการร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนา การตัดเหล็กเพื่อเปิดเตาเผาหลวงพ่อคูณ ก่อนที่คณะทำงานจะทำการเก็บเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ บรรจุหีบสแตนเลส ตามลำดับขั้นตอน จากนั้นประกอบพิธีประพรมน้ำอบและโปรยดอกไม้ ก่อนที่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 4 ทำการล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา จำนวน 4 ด้าน โดยผู้ที่ล็อกและถือกุญแจสำคัญดังกล่าวนี้นั้น ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. ,นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น และนายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเมื่อทำการล็อกกุญแจเสร็จก็ได้ทำการพันหีบบรรจุอัฐิหลวงพ่อคูณด้วยจีวรพระสงฆ์ จากนั้นคณะได้วางดอกไม้ที่หน้าโลงก่อนจะทำพิธีตามประเพณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวว่า คณะทำงานไม่นำกระดูกมาเรียงเหมือนคนทั่วไป &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อขั้นตอนต่างๆ แล้วเสร็จ ได้นำหีบสแตนเลสที่บรรจุเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณขึ้นรถ เพื่อเคลื่อนขบวนเดินทางออกจากฌาปนสถานฯ ไปยังหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง หรือ นรข. ที่ &amp;nbsp;จ.หนองคาย ทันที ด้วยขบวนรถ 50 คัน ขณะที่เตาเผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณนั้น คณะทำงานได้ทำการเชื่อมเหล็กปิดตายเตาเผาหลวงพ่อคูณอย่างมิดชิดแน่นหนา เพื่อไม่ให้ใครสามารถเปิดได้อีก &amp;nbsp;และในช่วงบ่ายของวันนี้จะมีการทำศาลามาคลอบเตาเผาเอาไว้ &amp;nbsp;ก่อนจะมีการสร้างอนุสรณ์สถานครอบทับพื้นที่ฌาปนสถานฯทั้งหมดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเก็บเถ้าอังคารและเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณภายหลังจากการประกอบพิธีถวายเพลิงเสร็จสิ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา วันนี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งพยานในการเก็บอัฐิทั้ง 15 คน ได้ร่วมกันประกอบพิธีสงฆ์ โดยมีเจ้าคุณธงชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีคุณยายคำมั่น น้องสาวของหลวงพ่อคูณอยู่ร่วมในการเก็บเถ้าอังคาร และเถ้าอัฐิตลอดเวลา ทั้งนี้มวลกระดูกของหลวงพ่อมีลักษณะสีขาว เป็นรูปร่างครบถ้วนสมบูรณ์ ส่วนศีรษะ ส่วนสะโพก ส่วนแขน และขา ครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากเผาด้วยไม้จิกที่เป็นไม้มงคล และเป็นไม้ร้อนทำให้การเผาไหม้มีไฟที่รุนแรง กระดูกจึงยังคงรูปร่างครบถ้วนสมบูรณ์&amp;quot; รศ.นพ.ชาญชัย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำหนดการต่อจากคือการประกอบพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ที่ จ.หนองคาย ในขณะที่เมื่อขบวนเถ้าอัฐิ เดินทางไปถึงก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขงที่บริเวณพระธาตุกลางน้ำ ที่วัดหล้าหนอง &amp;nbsp;จ.หนองคาย และเมื่อเสร็จพิธีดังกล่าว คณะก็จะเดินทางกลับมาที่ จ.ขอนแก่นทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ลอยอังคารแม่น้ำโขง, หลวงพ่อคูณ, เก็บเถ้าอัฐิ, เจ้าคุณธงชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c512825717c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตเจ้าคุณนอนคุกยาว!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริการายงานสั้นๆ ในหัวข้อ &amp;ldquo;มิดจี่หลี่! ไม่ขอไม่ให้ ขอก็ไม่ให้ ศาลไทยสั่งขังอดีตเจ้าคุณต่อไป&amp;rdquo; มีเนื้อหาระบุว่า แสดงว่า ไม่มีใครยื่นขอประกัน หรือขอประกันแล้วศาลไม่ให้ประกัน ฯลฯ เป็นปัญหาและสาเหตุที่ทำให้อดีตเจ้าคุณเอื้อน อดีตเจ้าคุณธงชัย และอีกหลายรูปไม่ได้รับประกัน ซึ่งตามข่าวนั้นท่านรายงานออกเป็น 2 ประเด็นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเจ้าคุณเอื้อนและเจ้าคุณเจี๊ยบ (สมทรง) วัดสามพระยา ถือว่าอาภัพ เพราะไม่มีใครไปยื่นขอประกันตัว จึงถือว่ายอมติดคุกอยู่ต่อไป แบบไร้ญาติ แต่ในกรณี &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; วัดสระเกศและคณะ รวม 8 ท่านนั้น มีคนยื่นขอประกัน แต่ศาลไม่อนุญาต โดยอ้างว่า &amp;quot;เกรงว่าจำเลยและพวกจะหลบหนี&amp;quot; นี่คือเหตุผล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกัน, เงินทอนวัด, เจ้าคุณธงชัย, เจ้าคุณเจี๊ยบ, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b78e9623ff92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาประชุม มส.ตั้งเจ้าอาวาส&#039;วัดสระเกศฯ-สามพระยา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - การประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 30 พ.ค. มติที่สำคัญนอกจากรับทราบการถอดถอน ตำแหน่ง และสมณศักดิ์ของกรรมการ มส. 3 ท่าน อันได้แก่ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศวรวิหาร , พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามไปแล้ว ต่อจากนั้น มส.ได้รับทราบการแต่งตั้งรักษาการเจ้าคณะภาค 10 (มหานิกาย) เจ้าคณะ กทม. (มหานิกาย) และเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) ไปแล้ว และต่อมาพระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ในฐานะรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และเจ้าคณะภาค 12 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และแต่งตั้งพระราชวิสุทธิดิลก&amp;nbsp;(ละเอียด กิตติสุขุโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสามพระยาก็ตามที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่น่าสนใจคือการประชุม มส.ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ คาดว่า มส.จะมีการพิจารณาตำแหน่งสำคัญ 3 เก้าอี้ ประกอบด้วย 1.ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ อันเป็นของอดีตพระพรหมสิทธิ มาแต่เดิม เพราะมีงานสำคัญในปลายเดือน มิ.ย.นี้ คือการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ณ วัดอตัมมยตาราม เมืองซีแอ๊ตเติ้ล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;2.เจ้าอาวาสวัดสามพระยา แทนอดีตพระพรหมดิลก &amp;nbsp;และ 3. เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ แทนอดีตพระพรหมสิทธิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่น่าจับตามากที่สุดคือตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เพราะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายค่อนข้างรุนแรง ต่างจากวัดสามพระยาซึ่งไม่น่ามีปัญหา และที่ผ่านมาเจ้าอาวาสวัดสระเกศในช่วงหลังๆ ก็มักมีปัญหาตลอด ตั้งแต่พระพรหมสุทธี (เสนาะ ปญญาวชิโร) หรือเจ้าคุณเสนาะ ที่ถูกปลดก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตาย และล่าสุดคืออดีตเจ้าคุณธงชัยที่ถูกจับสึกไปหลังวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10574</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, มส., มหาเถรสมาคม, วัดสระเกศฯ, วัดสามพระยา, สมณศักดิ์, เจ้าคุณธงชัย, เจ้าคุณเสนาะ, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b137d824c1cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระสังคม&#039;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯเข้ามอบตัว-ตำรวจนำตัวส่งศาลฝากขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.61 - เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) มีรายงานว่า พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน) &amp;nbsp;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ 1ใน7 พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศถอดถอนสมณศักดิ์ หลังถูกกล่าวหากระทำการทุจริตและถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จะเข้ามอบตัวหลังศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับเมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่พบว่าหลักฐานมีความเชื่อมโยงในการทุจริต โอนให้นายทวิช สังข์อยู่ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันที่โดนออกหมายจับไปก่อนหน้านั้นกว่า 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย 7 พระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกถอดสมณศักดิ์ นั้นประกอบไปด้วย 1. พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร &amp;nbsp;2. พระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศาราม &amp;nbsp;3. พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา &amp;nbsp;4. พระราชอุปเสณาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระเมธีสุทธิกร) (สังคม สังฆะพัฒน์) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร &amp;nbsp;5. พระราชกิจจาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระวิจิตรธรรมาภรณ์) (เทอด วงศ์ชะอุ่ม) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร 6. พระอรรถกิจโสภณ (สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา และ 7. พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คำมา) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 11.30 น. พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน) &amp;nbsp;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองปราบราม โดยหลบขึ้นด้านหลังอาคารเพื่อหลบกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวจำนวนมากที่ประตูทางเข้าอาคารกองบคับการปราบปราม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยพระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน) เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสองค์ที่ 4 ที่ถูกออกหมายจับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้นวันที่ 25 พ.ค. ศาลได้ออกหมายจับ 3 องค์ คือพระศรีคุณาภรณ์ หรือ พระมหาบุญทวี คำมา &amp;nbsp;พระครูสิริวิหารการ และพระราชกิจจาภรณ์ภรณ์ หรือ เจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นวัดสระเกศฯรอบ2 พบเอกสารพบเส้นทางการเงินพระราชอุปเสณาภรณ์ มีความเกี่ยวข้องจึงเป็นที่มาในการออกหมายจับเพิ่ม ที่ร่วมกับพระพรหมสิทธิในการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.45 น.หลังจากสอบปากคำนานเกือบ 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นิมนต์พระราชอุปเสณาภรณ์ &amp;nbsp;ไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้นทางอย่างเข้มงวด &amp;nbsp;โดมีทนายเตรียมหลักทรัพย์ไว้ยื่นประกันด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้นวัดสระเกศ, ทุจริตเงินทอนวัด, พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน), เจ้าคุณธงชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fadb5e7a48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
