<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติเสด็จฯวันมหิดล พสกนิกรแต่งเหลืองเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในหลวง-พระราชินี&amp;rdquo; &amp;nbsp;เสด็จฯ พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏฯ &amp;nbsp;ทรงวางพวงมาลาเนื่องในวันมหิดล &amp;nbsp;พสกนิกรต่างพร้อมใจใส่เสื้อเหลืองเฝ้าฯ &amp;nbsp;รับเสด็จที่ รพ.ศิริราช ปลื้มปีติได้ชื่นชมพระบารมี เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กันยายน พุทธศักราช &amp;nbsp;2564 เวลา 17.30 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทรงวางพวงมาลาถวายพระราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย &amp;nbsp;กรุงเทพฯ โดยมี ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล, ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, &amp;nbsp;รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าฯ รับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม &amp;nbsp;พระบรมราชชนก ทรงกราบ จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ &amp;nbsp; ทรงกราบ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพวงมาลา จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ แล้วกราบ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เสด็จฯ ไปยังศาลาศิริราช 100 ปี ในการถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ และทรงวางพานพุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพานพุ่มดอกไม้ วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ กราบ แล้วนั่ง ณ ที่จัดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กราบบังคมทูลรายงาน พร้อมทั้งขอพระราชทานกราบบังคมทูลเบิกผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน, ผู้มีอุปการคุณ และผู้ทำคุณประโยชน์แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่ที่ระลึกและของที่ระลึก จำนวน 20 ราย แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า บริเวณโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ฝั่งท่าเรือศิริราช ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาจับจองพื้นที่รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งแต่ช่วงบ่ายอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;พสกนิกรพร้อมใจสวมเสื้อเหลืองและนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีมาด้วย เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีในหลวงและพระราชินี ต่างโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย วปร ธงพระนามาภิไธย สท ปลิวไสว และเปล่งเสียง &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; ดังกึกก้องด้วยความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;
สำหรับการเฝ้าฯ รับเสด็จในครั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้า เว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ บรรยากาศตั้งแต่เช้าของวันที่ 24 ก.ย. วันมหิดล ประชาชนทุกหมู่เหล่า หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมวางพวงมาลาถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24 กันยายน วันมหิดล ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก &amp;quot;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย&amp;quot; และ &amp;quot;พระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย&amp;quot; ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และสืบสานพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระบรมราชชนก ที่ทรงดำเนินพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ในฐานะแพทย์ที่มีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการวางรากฐานระบบการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ การสาธารณสุข การพยาบาล กองทัพเรือ การประมง การสังคมสงเคราะห์ และการศึกษาวิทยาศาสตร์ระดับอุดมศึกษาของประเทศให้เจริญรุ่งเรืองตามมาตรฐานสากลตราบจนทุกวันนี้ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ปรากฏสืบไป
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้จัดงาน &amp;quot;วันมหิดล&amp;quot; เป็นประจำทุกปี โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นประธานจัดงานหารายได้มาโดยตลอด เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งภาครัฐบาลและเอกชนต่างพร้อมใจร่วมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การรับบริจาคพร้อมมอบธงวันมหิดลเป็นที่ระลึก อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างกุศล ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ.ศิริราช ได้ที่ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 โทร. 0-2419-7658-60 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ การจัดรายการพิเศษเฉลิมพระเกียรติเพื่อหารายได้ช่วยผู้ป่วยด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117766</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614dd4724a171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้แก่รพ.แม่ข่ายและเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.64 - เวลา 18.02 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นำ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายอายุตม์&amp;nbsp;สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และทอดพระเนตรนิทรรศการเปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 ผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กราบบังคมทูลรายงานการเริ่มดำเนินโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้ในโรงพยาบาลแม่ข่าย และนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้ในเรือนจำ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 118,547,200 บาท แบ่งเป็นสำหรับโรงพยาบาลแม่ข่าย จำนวน 102,691,400 บาท และสำหรับเรือนจำ จำนวน 15,855,800 บาท ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนทั่วไปและผู้ต้องขังในเขตพื้นที่อำเภอนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ข่าย พยาบาลประจำเรือนจำ และอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำของเรือนจำอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เรือนจำอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เรือนจำอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำ 4 แห่ง จากทั้งหมด 19 แห่งของเรือนจำเป้าหมายในการดำเนินงานระยะที่ 2 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทอดพระเนตรนิทรรศการเปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 ผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ฯ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 1 สามารถช่วยเหลือผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ &amp;nbsp;143 แห่ง ให้มีสุขภาพโดยรวมดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนโครงการ ฯ ระยะที่ 2 จะดำเนินการในเรือนจำอำเภอ จำนวน 19 แห่ง ซึ่งเป็นเรือนจำขนาดเล็ก อยู่ห่างไกล ติดชายแดน เรือนจำบางแห่งมีอายุการใช้งานมานาน โดยนอกจากจะเน้นการดำเนินงานเช่นเดิมตามระยะที่ 1 แล้ว ยังเพิ่มในมิติของการบริหารจัดการโรคติดต่อ โดยเฉพาะการกักโรค การส่งเสริมเรื่องสุขาภิบาลเรือนจำ และอนามัยสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ และโภชนาการ ซึ่งระหว่างการดำเนินงานระยะที่ 1 ได้พบปัญหาดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการเพิ่มเติมระยะที่ 2 ซึ่งเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง จะน้อมนำไปดำเนินการ โดยแนวพระราชดำริดังกล่าวยังสอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ของประเทศไทยในปัจจุบัน รวมทั้งการที่พบว่า ผู้ต้องขังเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs จำนวนมาก ดังนั้น โภชนาการจึงเป็นสิ่งสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขจะเข้ามาดำเนินการในโครงการ &amp;ldquo;เรือนจำอาหารปลอดภัยต้นแบบ&amp;rdquo; ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนทุกข์ยากในการดำเนินชีวิตและประกอบสัมมาชีพแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด และการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย และได้พระราชทานพระบรมราโชบายในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงจัดสร้างรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ และรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล เพื่อใช้ปฏิบัติงานเชิงรุกในภาคสนามในการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แก่ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นับเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งแก่ผู้ต้องขังและประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงบริการทางสาธารณสุข โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 และพระราชทานพระราชดำริว่า ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งการดำเนินงานของโครงการฯ เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมและสอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ ข้อกำหนดแมนเดลา และข้อกำหนดกรุงเทพ ฯ ที่เป็นข้อกำหนดของสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 1 ได้เริ่มดำเนินการในทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเรือนจำกลาง หรือทัณฑสถานซึ่งเป็นเรือนจำขนาดใหญ่รวม 25 แห่ง โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 190,072,863 บาท การดำเนินงานที่ผ่านมาได้ผลเป็นอย่างดี ส่งผลให้เรือนจำทั่วประเทศ ที่เหลือ &amp;nbsp;118 แห่ง ดำเนินการตามแนวทางของโครงการ ฯ ในทุกมิติ และสำหรับโรงพยาบาลแม่ข่าย สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลทหาร ตำรวจ รวมทั้งจิตอาสาพระราชทานต่างเข้ามาสนับสนุนการตรวจรักษาในเรือนจำอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดผลในเชิงคุณภาพที่ชัดเจน คือ อัตราการเกิดโรคทางเดินหายใจและโรคผิวหนังลดลง อัตราการนำผู้ต้องขังไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกลดลง รวมทั้งในปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้เรือนจำทั่วประเทศ สามารถจัดให้มีห้องแรกรับ และห้องแยกโรคอย่างถาวร สำหรับรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 ที่กลับมาแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทั้งระยะที่ &amp;nbsp;1 และระยะที่ 2 จึงสะท้อนถึงน้ำพระราชหฤทัย และพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการให้ความช่วยเหลือพสกนิกรให้ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101086</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ราชทัณฑ์ปันสุข, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60895d773beb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 20:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง ทรงเปิดอาคารศาลจังหวัดพิษณุโลก พสกนิกรเฝ้าฯรับเสด็จเนืองแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 17.53 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ประทับเครื่องบินพระที่นั่งถึงยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก ทรงเป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์และเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก ณ ที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 46 ไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธชินราช ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธชินราช และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธชินราช และกราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระพี่นางสุพรรณกัลยา ทรงกราบและเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพานพุ่มดอกไม้ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระพี่นางสุพรรณกัลยา และกราบ พระพุทธิวงศมุนี (บำรุง ฐานุตตโร) เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ถวายของที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และเจ้าคุณพระสินีนาฎ พิลาสกัลยาณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสด็จออกจากพระวิหารไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา, นายเริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 6, นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม, นายวิทยา วีรชัยพงษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ข้าราชการในพื้นที่ และเหล่าพสกนิกร เฝ้ารับเสด็จฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล 3 จบ จากนั้นนายวิทยา วีรชัยพงษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพิษณุโลก เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, นางวันทนา อินทปัตย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดพิษณุโลกเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และนางจันทร ตันทวีวงศ์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพิษณุโลก เข้ามอบหนังสือที่ระลึกแด่เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ได้กราบบังคมทูลรายงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังมณฑลพิธีวางศิลาฤกษ์ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทางวางลงในหลุม พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ เสด็จฯ ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย &amp;ldquo;อาคารศาลจังหวัดพิษณุโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเสด็จฯ ไปยังพระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ด้านหน้าอาคารศาลจังหวัดพิษณุโลก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ ทรงกราบ และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพุ่มดอกไม้ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ และกราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวานอนุโมทนา ถวายอดิเรก นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กราบบังคมทูล กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณแก่ศาลจังหวัดพิษณุโลก 120 ราย เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก และนายเริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 6 เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นศิลา เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสร็จแล้วทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์แล้วเสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก ห้องประทับรับรองชั้น 4 ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก โอกาสนี้เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ได้ลงนามในสมุดที่ระลึกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ศาลยุติธรรม ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลจังหวัดพิษณุโลก เมื่อเสร็จสิ้นพิธี ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 46 เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาลจังหวัดพิษณุโลก เดิมมีชื่อว่า ศาลมณฑลพิศณุโลก สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2443 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต่อมาในปี พ.ศ.2475 จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นศาลจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ศาลเปิดทำการมีปริมาณคดีเข้าสู่ศาลเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณงานและจำนวนเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มตามลำดับด้วย อาคารที่เคยใช้แต่เดิมซึ่งผ่านการปรับปรุงซ่อมแซมจึงไม่เหมาะสมกับปริมาณคดีและจำนวนเจ้าหน้าที่ ดังนั้นในปี พ.ศ.2555 จึงได้มีการสร้างอาหารทำการใหม่สำหรับศาลจังหวัดพิษณุโลก สถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ ตัวอาคารสีขาวทั้งหลัง ลักษณะโอ่โถงมีความสูง 4 ชั้น และชั้นจี อีกหนึ่งชั้น มีบัลลังก์พิจารณาคดี รวม 14 บัลลังก์ เพื่อรองรับการขยายงานและปริมาณคดี ซึ่งอาคารหลังใหม่นี้ ได้เริ่มทำการตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.2559 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเขตอำนาจศาลจังหวัดพิษณุโลก ครอบคลุมใน อำเภอชาติตระการ, อำเภอนครไทย, อำเภอเนินมะปราง, อำเภอบางกระทุ่ม, อำเภอบางระกำ, อำเภอพรหมพิราม, อำเภอเมืองพิษณุโลก, อำเภอวังทอง และอำเภอวัดโบสถ์ รวม 9 อำเภอ โดยช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้พิจารณาคดีอาญา คดีแพ่ง คดีผู้บริโภค เสร็จไปทั้งสิ้น 6,332 คดี จากคดีที่คงค้างมาและคดีรับใหม่จำวน 7,266 คดี ซึ่งศาลจังหวัดพิษณุโลกถือเป็นศาลอีกแห่งหนึ่งที่ได้ตั้งอยู่จังหวัดขนาดใหญ่ ที่พร้อมบริหารจัดการคดีให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และสร้างกระบวนการอำนวยความยุติธรรมให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95891</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ศาลจังหวัดพิษณุโลก, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b6b352f3e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 06:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 06:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ 3 รอบปีนักษัตร เจ้าคุณพระสินีนาฏ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - เมื่อวันที่ 10 มีนาคม&amp;nbsp;เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ 3 รอบปีนักษัตร เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95681</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_60495c6fea7ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; โปรดเกล้าฯ &#039;เจ้าคุณพระสินีนาฏ&#039; ถวายผ้าพระกฐินวัดสุวรรณดาราราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.63 - เวลา 16.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เป็นผู้แทนพระองค์ไปถวายผ้าพระกฐิน ณ พระอุโบสถวัดสุวรรณดาราราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้นถึงวัดสุวรรณดาราราม นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บัญชาการมณทลทหารบกที่ 18 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รอรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เดินไปยังพระอุโบสถ เข้าพระอุโบสถ รับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต วางผ้าไตรเหนือพานแว่นฟ้า ซึ่งตั้งอยู่หน้าอาสน์สงฆ์ใกล้เจ้าอาวาส&amp;nbsp;จุดธูปเที่ยนเครื่องนมัสการบูชาพระสุวรรณมุณี พระประธานพระอุโบสถ กราบ หยิบผ้าห่มสำหรับพระประธานที่วางอยู่บนหลังผ้าไตรมอบเจ้าพนักงานภูษามาลา แล้วยืน ณ ที่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กรมการศาสนารายงานจำนวนพระสงฆ์ จบแล้ว หยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้านั้นพาดระหว่างแขน แล้วประนมมือ หันหน้าสู่พระประธานว่า &amp;quot;นะโม ตัสสะ ฯ จบ 3 หนแล้ว หันหน้าสู่ที่ชุมนุมสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน&amp;nbsp;วางผ้าไตรไว้บนพานแว่นฟ้าที่เดิม ประเคนผ้าไตรและเทียนปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2&amp;nbsp; ถวายความเคารพพระราชอาสน์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับการเคารพของผู้ร่วมพิธี นั่งเก้าอี้ที่จัดไว้ข้างพระราชอาสน์ พระสงฆ์ทำพิธีกฐินกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระสงฆ์ผู้รับผ้าพระกฐินออกไปครองผ้าพระกฐินเสร็จกลับมานั่งยังอาสน์สงฆ์ พร้อมแล้ว ไปประเคนเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐิน นั่งเก้าอี้ ณ ที่เดิม กรวดน้ำ พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายอดิเรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการวัดกล่าวเบิกผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินบำรุงพระอารามเข้ารับของที่ระลึก จำนวน 100&amp;nbsp;ราย กราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ลาพระสงฆ์ ถวายความเคารพพระราชอาสน์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับการเคารพของผู้ร่วมพิธี&amp;nbsp; ออกจากพระอุโบสถ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณีเข้าพระวิหาร จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระประธานประจำพระวิหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ออกจากพระวิหารไปยังรถยนต์พระประเทียบ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลสกัลยาณี เดินทางกลับ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81160</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ถวายผ้าพระกฐิน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วัดสุวรรณดาราราม, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8d853c58cee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คืน‘เจ้าคุณพระ’ ร.10โปรดเกล้าฯให้ดำรงฐานันดรศักดิ์-ยศทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;quot; มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คืนฐานันดรศักดิ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา พร้อมตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและยศทหาร แก่ &amp;quot;เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง แต่งตั้งให้ดำรงฐานันดรศักดิ์และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายละเอียดระบุว่า โดยที่นางสาวสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์ มิได้เป็นผู้มีมลทินมัวหมอง จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์ ดำรงฐานันดรศักดิ์เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี กับตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและยศทหาร และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา สืบเนื่องตลอดมา โดยให้ถือว่า ไม่เคยถูกถอดถอนฐานันดรศักดิ์กับตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรามาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม พุทธศักราช 2563 ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดวันที่ 26 มกราคม 2528 ที่จังหวัดน่าน ด้านการศึกษา จบชั้นประถมศึกษา โรงเรียนราชปิโยรสา ยุพราชานุสรณ์ (ริม-ป่าคาประชานุเคราะห์) ต.ท่าวังผา อ.ท่าวังผา จ.น่าน ชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม ต.ท่าวังผา อ.ท่าวังผา จ.น่าน ปี พ.ศ.2551 สำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก รุ่นที่ 41 ปี พ.ศ.2551
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักสูตรทางทหาร สำเร็จหลักสูตรทหารอาสามหาดเล็กราชวัลลภ มวก.หญิง รักษาพระองค์ ปี พ.ศ.2557 สำเร็จการฝึกหลักสูตรหน่วยทหารทรหด ปี พ.ศ.2557 สำเร็จการฝึกหลักสูตร Combat Qualifying Course Jungle Warfare ของหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ปี พ.ศ.2558 สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ชั้นนายร้อย หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ของโรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ ปี พ.ศ.2558 สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ชั้นนายพัน หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ของโรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ ปี พ.ศ.2558 สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรหลักประจำ โรงเรียนเสนาธิการทหารบกชุดที่ 95 ปีการศึกษา 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี พ.ศ.2558 ดำรงตำแหน่ง เจ้าพนักงานในพระองค์ ประเภททั่วไป ระดับอาวุโส งานพระราชกุศล และพระราชานุเคราะห์ โครงการในพระองค์ ฝ่ายราชเลขานุการ กองกิจการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สำนักพระราชวัง ปี พ.ศ.2559 ดำรงตำแหน่ง ประจำหน่วยทหารมหาดเล็ก ราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพันโท), ปี พ.ศ.2559 ดำรงตำแหน่ง ประจำหน่วย หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพันเอก) ปี พ.ศ.2561 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับกองพันราชสำนัก กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพันเอกพิเศษ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี พ.ศ.2562 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการกิจการ ราชสำนัก กรมกิจการวัง (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมฝ่ายเสนาธิการ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลตรี) - ปฏิบัติหน้าที่รองผู้บังคับการกรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ - ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับกองพันราชสำนัก กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76331</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนฐานันดรศักดิ์, คืนฐานันดรศักดิ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fba08325b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
