<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยก&#039;อนุชา&#039;แบรนด์เนมทั้งด้านศาสนาและการเมืองในคดี&#039;เจ้าคุณเอื้อน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาได้เขียนวิเคราะห์ในหัวข้อ &amp;ldquo;ตีกรรเชียงริมโขง ! อนุชาว่ายน้ำตามวิษณุ ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องเจ้าคุณเอื้อน ขอคุยกันก่อน ละเอียดอ่อน ยังพูดอะไรไม่ได้&amp;rdquo;ไว้น่าสนใจว่า &amp;nbsp;อา..โบราณว่า &amp;quot;พูดดีเป็นศรีแก่ปาก แต่ถ้าพูดมากปากจะเป็นสี&amp;quot; วันนี้ มีตัวอย่างการพูดดีและพูดมากอย่างชัดเจน นั่นคือการพูดของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ &amp;nbsp;ที่ปรึกษานายกฯด้านกิจการพระพุทธศาสนา ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯด้านกฎหมาย และนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต่อกรณี &amp;quot;เจ้าคุณเอื้อน&amp;quot; วัดสามพระยา ที่ศาลอุทธรณ์ &amp;quot;สั่งยกฟ้อง&amp;quot; และกลับวัดไปห่มผ้าเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วิษณุ เครืองาม นั้น ถือเป็นกูรูทางด้านกฎหมายของประเทศไทย อยู่มาหลายสมัยหลายรัฐบาล รู้ทุกอย่างพูดได้ทุกเรื่อง พูดดำเป็นขาว-ขาวเป็นดำก็ทำมาแล้ว วันก่อนยังตอบกระทู้ในสภาอย่างฮาเลยว่า &amp;quot;รัฐบาลไม่ได้ยึดจีวรพระไว้ จึงคืนผ้าเหลืองให้ไม่ได้ และบวชให้ก็ไม่ได้ด้วย เพราะเป็นอุปัชฌาย์ไม่ได้&amp;quot; ฟังแล้วคันปากเหมือนดูหม่ำ จ๊กมก แต่เรื่องเจ้าคุณเอื้อนในวันนี้นั้น ท่านวิษณุโยนกลองให้ &amp;quot;สำนักพุทธฯ&amp;quot; ออกมาชี้แจงแทน ถามว่าเป็นไปได้ไง ก็เป็นไปแล้ว เห็นไหม อะไรๆ ก็เป็นไปได้ วิษณุไม่พูดก็เป็นไปด้าย..ทางใครก็ทางมัน มวยชั้นครูนั้นเขาไม่ปะทะทุกหมัดหรอก ยิ่งหลบเก่งก็ยิ่งเก๋า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนทางกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ที่ปรึกษานายกฯ กลับเสนอหน้า ออกมาฟันธงว่า เจ้าคุณเอื้อนผิด ผิด ผิด ผิดกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายอนุชา นาคาศัย &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นอกจากจะปรากฏภาพ &amp;quot;ติดตามคณะเจ้าคุณแย้มวัดไร่ขิง ไปงานหมู่บ้านศีลห้าที่จังหวัดนครพนม&amp;quot; แล้ว ก็ยังให้สัมภาษณ์ว่า &amp;quot;เรื่องพระเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงขอดูรายละเอียดก่อน นะครับ ยังพูดไม่ได้ ขอปรึกษาหารือกันก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธศาสนิกชนรวมทั้งพระสงฆ์องค์เณร ฟังคุณวิษณุแล้วเงียบ ไม่มีความเห็น ฟังคุณพงศ์พรแล้วเดือด อยากไล่ให้พ้นตำแหน่ง บ้างแช่งให้ตกนรกไปโน่น ครั้นได้เห็นรูป-ฟังคุณอนุชาแล้ว กลับนิยมชมชอบ เพราะออกตัวได้อ่อนช้อยสวยงาม เหมือนรำภูไทที่นครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆ ที่สามคนก็เป็นทีมเดียวกัน ทำงานร่วมกัน แต่ฐานะต่างกัน มันก็ต้องมองให้ดีว่า เรื่องเดียวกัน แต่มีการแสดงออกต่างกันของบุคคลต่างสถานะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านวิษณุและท่านอนุชานั้น ปัจจุบันต้องถือว่าเป็นนักการเมือง คนเล่นการเมืองต้องการสูงสุดคือ คะแนนนิยม ถ้าไม่นิยมก็ถือว่าฆ่าตัวตาย ดังนั้น จะพูดจาอะไรก็ต้องระมัดระวัง อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับคะแนน นักการเมืองจึงเป็นเซียนการพูด จะพูดด้วยความจริงใจหรือเสแสร้งแกล้งทำก็ตามเถิด แต่มันเกิดผลทั้งนั้นแหละ และยิ่งท่านอนุชาเป็นถึง &amp;quot;เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; พรรคหลักของรัฐบาลบิ๊กตู่ ดูแล ส.ส. ของรัฐบาลทั้งหมด แต่ก่อนใครก็คิดว่า &amp;quot;อนุชาไก่อ่อน&amp;quot; มาทำงานศาสนาจะไปไหวหรือ ครั้นพอเห็นภาพอนุชา &amp;quot;เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านศีลห้า&amp;quot; ก็ยิ่งแปลกใจ ว่าทำไมหากินง่ายจัง แต่พอมาถึงนครพนม ปรากฏว่าอนุชาตีบทแตก โยนคดีเงินทอนวัดให้พงศ์พรรับไป ส่วนอนุชาควงณรงค์ ทรงอารมณ์ ไปสูดอากาศริมโขง ร่มรื่นชื่นใจ ได้ทั้งบุญได้ทั้งคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนุชามองทะลุว่า มีแต่พระเท่านั้น ที่หาเสียงได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฤดูเลือกตั้งหรือไม่ โครงการหมู่บ้านศีลห้า แม้ว่าจะโครงการนี้จะไม่มี &amp;quot;สมเด็จช่วง&amp;quot; เป็นประธานอีกแล้ว แต่นั่นไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า..หาเสียงได้หรือเปล่า เท่านั้นเอง ยิ่งโครงการนี้มีอาณาบริเวณกว้างขวาง &amp;quot;ทั่วประเทศไทย&amp;quot; แล้วบิ๊กตู่ เอ๊ย อนุชา จะรีรออะไร ใครไม่ไปก็ตกรถด่วนขบวนสุดท้ายซะฮะ อนุชามาถูกทางถูกเวลา ถ้าคิดจะอยู่บนถนนการเมืองอีกนาน ก็ต้องเดินทางเส้นนี้แหละ การแซะ &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; พ้นตำแหน่งไป แล้วได้อนุชามาแทนนั้น หมากเกมนี้ถือว่าโคตรเซียน เดินเบี้ยตัวเดียว กินรวบทั้งกระดาน รัฐบาลกำลังสมานฉันท์กับคณะสงฆ์มหานิกาย อันมีอิทธิพลต่อประชาชนทั่วประเทศ เขาไม่เอาแล้วพวกบ้าดีเดือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานแบบนี้ ท่าทีแบบนี้ ลีลาแบบนี้ นี่มิใช่โนเนม แต่ถือเป็น &amp;quot;แบรนด์เนม&amp;quot; ทั้งด้านศาสนาและการเมือง อนุชาออกแขกได้เพียงบทสองบท ก็ฉีกบทซะกระจุยกระจาย เล่นเอาพระเอกเก่า &amp;quot;เทวัญ ลิปตพัลลภ&amp;quot; ตกเวทีไปเลย เหนือฟ้ายังมีฟ้า อนุชาเล่นเป็น ไปไหนใครๆ ก็ชอบ อนาคตรับรองว่ารุ่งโรจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช่แต่เท่านั้น อนุชายังดึงแขน &amp;quot;ณรงค์ ทรงอารมณ์&amp;quot; ผอ.พศ. ตามไปถึงริมโขงด้วย อยู่ใกล้เจ้านายใหม่ นายณรงค์เลยได้เทคนิคใหม่ &amp;quot;พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง&amp;quot; ปล่อยให้นายเก่า &amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; ออกมาล่อเป้า เลยโดนถล่มเละเป็นโจ๊ก นี่ก็ถือว่าณรงค์ก็เล่นเป็น เรียนรู้ไว ไม่ธรรมดาเช่นกัน ใครผูกคนนั้นก็ต้องแก้ จะให้แก้แทนกันนั้นมันไม่ยุติธรรม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79049</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลาสเวกัส, วัดไทย, วิษณุ  เครืองาม, สหรัฐอเมริกา, อนุชา นาคาศัย, เจ้าคุณเอื้อน, เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f73ee267cd3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนซ้ำรอย&#039;ยุคจอมพลสฤษดิ์&#039;แนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;รีบกราบขอขมาพระสงฆ์ทุกรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ได้เขียนบทวิเคราะห์เรื่อง &amp;ldquo;ยกฟ้องเจ้าคุณเอื้อน ศาลอุทธรณ์ชี้วัดสามพระยามีสิทธิ์ใช้เงิน จึงไม่ผิดข้อหาฟอกเงิน&amp;rdquo; จากกรณีศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กับนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณ และเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาระบุว่า อา.. ก็ดังที่เคยฟันธงล่วงหน้ามาหลายครั้ง แม้ว่าศาลชั้นต้นจะพิพากษาว่า &amp;quot;ผิด&amp;quot; แต่สำนวนคดีนี้ แม้แต่เด็กอนุบาลก็อ่านออก ว่าพระที่ถูกจับสึกและคุมขังดำเนินคดีนานหลายปีนั้น ท่านจะผิดได้ยังไง ในเมื่อไม่ได้เอาเงินไปเข้าย่ามตัวเอง เพราะศาลเองก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยเอาเงินไปใช้ส่วนตัว เมื่อไม่มีพยานหลักฐานใดๆ ก็ยังหลับหูหลับตาลงโทษ แบบนี้มันมีในหลักยุติธรรมตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ศาลอุทธรณ์ เหมือนสอนศาลชั้นต้น ว่าให้ใช้วิจารณญาณอันเที่ยงธรรม อย่าทำตามกระแส บ้านเมืองไร้ขื่อไร้แปก็เพราะสถาบันตุลาการไม่วางตัวเป็นกลางนี่แหละ จะปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองได้ ก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าพวกท่านไร้อคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ นอกจากจะพลิกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว ก็ยังมีผลไปถึง &amp;quot;สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ&amp;quot; และ &amp;quot;รัฐบาลไทย&amp;quot; ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเวลาที่จับกุมคุมขังพระท่านนั้น ยังอยู่ในช่วง..ปฏิวัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำอะไรผลีผลาม โดยเฉพาะกับงานพระศาสนาอันละเอียดลึกซึ่งนั้น เคยส่งผลให้ &amp;quot;จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์&amp;quot; มีตราบาปมาแล้ว วันนี้ ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ต้องเดินตามรอยสฤษดิ์ไปอีกครั้ง ทั้งๆ ที่มีตัวอย่างให้ศึกษา ประวัติศาสตร์มันไม่น่าจะซ้ำรอยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไทย เหลือหนทางสุดท้าย คือกราบขอขมาพระสงฆ์ทุกรูป คืนผ้าเหลือง คืนตำแหน่ง คืนฐานันดรศักดิ์ และเยียวยาท่านให้เหมาะสมกับบาปกรรมที่ทำลงไป ไม่เช่นนั้นถึงตายไปก็คงไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลาสเวกัส, วัดสามพระยา, ศาลอุทธรณ์, สหรัฐอเมริกา, เจ้าคุณเอื้อน, เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6afa654eb2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตเจ้าคุณนอนคุกยาว!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริการายงานสั้นๆ ในหัวข้อ &amp;ldquo;มิดจี่หลี่! ไม่ขอไม่ให้ ขอก็ไม่ให้ ศาลไทยสั่งขังอดีตเจ้าคุณต่อไป&amp;rdquo; มีเนื้อหาระบุว่า แสดงว่า ไม่มีใครยื่นขอประกัน หรือขอประกันแล้วศาลไม่ให้ประกัน ฯลฯ เป็นปัญหาและสาเหตุที่ทำให้อดีตเจ้าคุณเอื้อน อดีตเจ้าคุณธงชัย และอีกหลายรูปไม่ได้รับประกัน ซึ่งตามข่าวนั้นท่านรายงานออกเป็น 2 ประเด็นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเจ้าคุณเอื้อนและเจ้าคุณเจี๊ยบ (สมทรง) วัดสามพระยา ถือว่าอาภัพ เพราะไม่มีใครไปยื่นขอประกันตัว จึงถือว่ายอมติดคุกอยู่ต่อไป แบบไร้ญาติ แต่ในกรณี &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; วัดสระเกศและคณะ รวม 8 ท่านนั้น มีคนยื่นขอประกัน แต่ศาลไม่อนุญาต โดยอ้างว่า &amp;quot;เกรงว่าจำเลยและพวกจะหลบหนี&amp;quot; นี่คือเหตุผล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกัน, เงินทอนวัด, เจ้าคุณธงชัย, เจ้าคุณเจี๊ยบ, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b78e9623ff92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาประชุม มส.ตั้งเจ้าอาวาส&#039;วัดสระเกศฯ-สามพระยา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - การประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 30 พ.ค. มติที่สำคัญนอกจากรับทราบการถอดถอน ตำแหน่ง และสมณศักดิ์ของกรรมการ มส. 3 ท่าน อันได้แก่ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศวรวิหาร , พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามไปแล้ว ต่อจากนั้น มส.ได้รับทราบการแต่งตั้งรักษาการเจ้าคณะภาค 10 (มหานิกาย) เจ้าคณะ กทม. (มหานิกาย) และเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) ไปแล้ว และต่อมาพระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ในฐานะรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และเจ้าคณะภาค 12 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และแต่งตั้งพระราชวิสุทธิดิลก&amp;nbsp;(ละเอียด กิตติสุขุโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสามพระยาก็ตามที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่น่าสนใจคือการประชุม มส.ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ คาดว่า มส.จะมีการพิจารณาตำแหน่งสำคัญ 3 เก้าอี้ ประกอบด้วย 1.ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ อันเป็นของอดีตพระพรหมสิทธิ มาแต่เดิม เพราะมีงานสำคัญในปลายเดือน มิ.ย.นี้ คือการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ณ วัดอตัมมยตาราม เมืองซีแอ๊ตเติ้ล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;2.เจ้าอาวาสวัดสามพระยา แทนอดีตพระพรหมดิลก &amp;nbsp;และ 3. เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ แทนอดีตพระพรหมสิทธิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่น่าจับตามากที่สุดคือตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เพราะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายค่อนข้างรุนแรง ต่างจากวัดสามพระยาซึ่งไม่น่ามีปัญหา และที่ผ่านมาเจ้าอาวาสวัดสระเกศในช่วงหลังๆ ก็มักมีปัญหาตลอด ตั้งแต่พระพรหมสุทธี (เสนาะ ปญญาวชิโร) หรือเจ้าคุณเสนาะ ที่ถูกปลดก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตาย และล่าสุดคืออดีตเจ้าคุณธงชัยที่ถูกจับสึกไปหลังวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10574</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, มส., มหาเถรสมาคม, วัดสระเกศฯ, วัดสามพระยา, สมณศักดิ์, เจ้าคุณธงชัย, เจ้าคุณเสนาะ, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b137d824c1cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 04:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 04:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งแล้ว&#039;พระธรรมสุธี&#039;แทน&#039;เจ้าคุณเอื้อน&#039;ที่นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพจากเฟซบุ๊กวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.2561 - การดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินในคดีเงินทอนวัด ซึ่งทำให้พระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) หรือเจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ทำให้พระเทพสุธี (สายชล ฐานวุฑฺโฒ ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เจ้าคณะภาค 1 (กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;สมุทรปราการ) ในฐานะเจ้าคณะปกครอง จึงมีคำสั่งแต่งตั้งพระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท ป.ธ.3 พธ.ธ.กิตติ์) รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติพระธรรมสุธีนั้น เกิด 9 มกราคม พ.ศ.2486 อายุ 75 ปี อุปสมบท 16 มิ.ย.2506 พรรษา 55 สังกัดมหานิกาย วุฒิการศึกษา น.ธ.เอก, ป.ธ.3 และ พธ.ด.(กิตติ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำแหน่งในฝ่ายปกครอง ปี 2526 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง, ปี 2535 เป็นเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง, ปี 2536 เป็นพระอุปัชฌาย์, ปี 2541 เป็นเจ้าคณะเขตบางรัก, ปี 2545 เป็นเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง, ปี 2553 เป็นรองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และล่าสุดปี 2561 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสมณศักดิ์ ปี 2507 เป็นพระเปรียญธรรม 3 ประโยค, ปี 2532 เป็นพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยเจ้าอาวาส ที่พระครูนิวิฐกิจจาภรณ์, ปี 2535 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท ในราชทินนามเดิม, 5 ธ.ค.2539 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่พระพิพัฒน์ปริยัติสุนทร, 5 ธ.ค.2545 เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชปริยัติสุนทร บวรศาสนกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี, 5 ธ.ค.2550 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวิริยาภรณ์ สุนทรศีลาจาร สุวิธานปริยัติกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี, 5 ธ.ค.2559 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมสุธี ศรีศาสนโสภณ วิมลปริยัติวิธาน บริหารศาสนกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10230</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระธรรมสุธี, พระพรหมดิลก, พระเทพสุธี, วัดสามพระยา, วัดหัวลำโพง, เงินทอนวัด, เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร, เจ้าคณะภาค 1, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0c75f1e7b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันธง! เจ้าคุณ&#039;ธงชัย-จำนงค์&#039; หนียาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ www.alittlebuddha.com &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 &amp;ndash; alittlebuddha.com ได้วิเคราะห์กรณีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 3 ชั้นพระพรหม ซึ่งถูกหมายจับในข้อหาร่วมกันฟอกเงินในคดีเงินทอนวัด โดยสามารถจับพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) หรือเจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพฯ และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ได้ ในขณะที่พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) หรือเจ้าคุณธงชัย เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส.และเจ้าคณะภาค 10 และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) หรือเจ้าคุณจำนงค์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส.และเจ้าคณะภาค 4-7 หลบหนีอยู่นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทำไมต้องหนี ตอบว่าก็เห็นๆ กันอยู่ ถ้ายังอยู่ป่านนี้ก็นุ่งกางเกงขาว-กินข้าวแดงไปแล้ว อย่าหวังจะได้เห็นดาวเห็นเดือน ขนาดพระเด็กๆ ลูกวัดสระเกศไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ยังโดนจับถอดผ้าเหลืองยัดห้องขังระนาวราวกับเด็กอนุบาล เจ้าคุณเอื้อน วัดสามพระยา เป็นถึง &amp;quot;รองสมเด็จ-เจ้าคณะ กทม.&amp;quot; ก็ไม่มีแม้แต่เวลาบอกลาใคร ไปไม่กลับ กลายเป็น &amp;quot;ทิดเจ้าคุณเอื้อน&amp;quot; ภายในพริบตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ยุทธการอันสำคัญในรอบร้อยปีนี้มีที่มาอย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบก็คงเหมือนทนายวันชัยพูดนั่นแหละ ต่อให้อีกร้อยพงศ์พร ก็ไม่มีทางคิดและทำสำเร็จ แต่ความสำเร็จนั้น เห็นได้ว่า &amp;quot;เกิดจากหลายฝ่าย&amp;quot; ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล คสช. ที่ไฟเขียวให้ปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหารตำรวจที่พร้อมจะดำเนินการตามคำสั่งของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่พอเจ้าคุณเอื้อนขึ้นรถตำรวจออกวัดสามพระยา ก็รีบเสนอ &amp;quot;ปลด 3 กรรมการ มส.&amp;quot; ต่อสมเด็จพระสังฆราช ทันที เพื่อให้ไม่มีตำแหน่งตอนไปฝากขังที่ &amp;quot;ศาลอาญา&amp;quot; ครั้นถึงศาลแล้ว อดีตกรรมการ มส. ก็ง่ายต่อการพิจารณา &amp;quot;ไม่อนุญาตให้ประกันตัว&amp;quot; เป็นไปตามเป้าหมาย คือ จับสึก ทันที ไม่มีการรอลงอาญา ก็ถือว่าจบเกม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จบไปแค่ พุทธะอิสระกับเจ้าคุณเอื้อน ส่วนเจ้าคุณจำนงค์กับเจ้าคุณธงชัยนั้นจมูกไว หรือเกลือในกรมตำรวจเป็นหนอน จึงได้กลิ่น รีบเผ่นแต่กลางดึก หาตัวไม่พบจนป่านนี้ ถามว่า สองอดีตกรรมการ มส. จะยอมเข้ามอบตัวหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบก็น่าจะเป็น ถ้าคิดมอบตัวจะหนีทำไม จริงไหม ? ทั้งสองก็คงใช้หลักการเดียวกับ &amp;quot;ธัมมชโย&amp;quot; นั่นแหละ หลงพ่อจะมอบตัวก็ต่อเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย &amp;quot;ผ้าเหลือง&amp;quot; เป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้สุดชีวิต เพราะถ้าผ้าเหลืองหลุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะหลุดไปด้วย ถึงจะบวชได้ใหม่ก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิม ยกเว้นพุทธะอิสระที่ไม่มีอะไรจะเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าคุณธงชัย วัย 62 เจ้าคุณจำนงค์ อายุ 77 แก่งัก ติดคุกคนละ 10-20 ปี ถ้าไม่ตายในคุก ก็คงคลานออกมาตาฝ้าฟาง นั่นคือสมการว่า ถ้ามอบตัวแล้วจะไหวหรือไม่ และ..ทำไมต้องหนี เมื่อหนีแล้วก็ต้องหนีให้สุดชีวิต เพราะขืนโลเลกลับเข้ามามอบตัว ก็จะหนักกว่าเจ้าคุณเอื้อนและพุทธะอิสระ ทุกอย่างมันมาไกลเกินกว่าจะกลับแล้ว เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็คง..ไปไม่กลับ !
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10094</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหม, พระพรหมดิลก, พระพรหมสิทธิ, พระพรหมเมธี, พระเถระ, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสัมพันธวงศาราม, วัดสามพระยา, เงินทอนวัด, เจ้าคุณจำนง, เจ้าคุณธงชัย, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a438e9e29a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนแจ้งข้อหา ลุ้นถกมหาเถรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; ทำสื่อรอเก้อ เลื่อนนัดแจ้งข้อกล่าวหา 7 วัดไร้กำหนด &amp;ldquo;เจ้าคุณเอื้อน&amp;rdquo; รับยังไม่มีข้อมูลจึงชี้แจงไม่ได้ แต่เลขาธิการฯ ชาวพุทธบอกแค่โยกงบ พศ.ก็รู้ไม่ได้โกง จับตา 20 เม.ย.ประชุม มส. 3 กรรมการที่มีชนักและผู้อำนวยการ พศ.จะร่วมหรือไม่ &amp;ldquo;ธิดา&amp;rdquo; โผล่ซัดรัฐบาลจ้องทำลาย ชี้เป็นเป้าที่สามหลังจาก &amp;ldquo;สมเด็จช่วง วัดธรรมกาย&amp;rdquo; เว็บอะลิตเติลบุดดาแฉครอบครัวเหวงเปิดหน้าตักวัดขุมข่ายทักษิณ&amp;nbsp;
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สื่อมวลชนจำนวนมากตามเฝ้ารอการทำข่าวตามกำหนดการที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มาแจ้งความให้ดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพิ่มเติมอีก 7 วัด หลังจากที่เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ได้แจ้งความไปแล้ว 3 วัด 4 สำนวน โดยมีพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปเกี่ยวข้อง
ต่อมา พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปปป. เผยว่า พ.ต.ท.พงศ์พรประสานขอเลื่อนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษคดีเงินทอนวัดล็อต 3 ที่เหลือ เนื่องจากติดภารกิจด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งว่า ผู้อำนวยการ พศ.ได้ขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำ โดยไม่ได้กำหนดว่าเมื่อไหร่
ขณะเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. คาดว่าจะเป็นการหารือในเรื่องดังกล่าว โดยใช้เวลาหารือกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ส่วนที่วัดสามพระยาวรวิหาร สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานเปิดประชุมเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในเขตกรุงเทพมหานคร ตามมติ มส. โดยมีพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาฯ กรรมการ มส. ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพฯ ร่วมประชุม โดยมีกำหนด 2 วัน ระหว่างวันที่ 19-20 เม.ย.
มีรายงานว่า นอกจากการประชุมประจำปีแล้ว คาดว่ายังมีการหารือกันถึงกรณีเงินทอนวัดด้วย ซึ่งน่าสนใจว่าในวันที่ 20 เม.ย.นั้น ตามกำหนดการ พ.ต.ท.พงศ์พรจะมาบรรยายเกี่ยวกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับงานการคณะสงฆ์ด้วย&amp;nbsp;
ทั้งนี้ พระพรหมดิลก เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกผู้อำนวยการ พศ.แจ้งความดำเนินคดีด้วย ทำให้มีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอสัมภาษณ์ โดยหลังฉันเพลเสร็จในเวลา 12.25 น. พระพรหมดิลกกล่าวในเรื่องนี้ว่า ข้อมูลยังไม่มี จึงยังไม่สามารถให้สัมภาษณ์ข้อมูลอะไรได้ และหากทราบข้อมูลที่ชัดเจนแล้วก็พร้อมชี้แจง
เมื่อถามว่า ได้เตรียมข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนพระปริยัติธรรมไว้หรือยัง พระพรหมดิลกระบุว่า &amp;nbsp;โรงเรียนพระปริยัติธรรมมีอยู่แล้ว ที่วัดสามพระยาฯ เป็นสำนักเรียนที่จัดอบรม จัดสอบ สำหรับนักเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็นประจำทุกปี
ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งมีพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปถูกกล่าวหาว่า ได้หารือกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ แล้ว และได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พงศ์พรดำเนินการกับข้าราชการทั้งหมด รวมถึงอดีตผู้อำนวยการ พศ.ที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบกฎหมายและแนวทางนโยบายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ไว้
ลั่นให้กระบวนยุติธรรมตัดสิน
นายสุวพันธุ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีพระผู้ใหญ่ 3 รูปที่เป็นกรรมการ มส.และถูกกล่าวหาต้องออกจากตำแหน่งหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องแยกกัน เรื่องกระบวนการยุติธรรมก็ว่าไป เรื่องคณะสงฆ์ก็อีกเรื่อง ทั้งนี้ เจตนาของทุกคนคืออยากบำรุงพระพุทธศาสนา อะไรที่ทำให้ศาสนาเจริญรุ่งเรืองได้ รัฐบาลก็ไปทางนั้น คณะสงฆ์ก็จะเดินไปทางนั้น แต่ทุกเรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ให้ดำเนินการไป ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการพระพุทธศาสนา เชื่อว่า มส.ต้องหารือกัน
เมื่อถามว่า ขณะนี้พระผู้ใหญ่หลายท่านไม่พอใจการทำหน้าที่ตรวจสอบของ พ.ต.ท.พงศ์พร จะทำให้การตรวจสอบมีอุปสรรคหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่า พศ.ทำตามอำนาจหน้าที่ ผู้อำนวยการ พศ.ไปร้องทุกข์กล่าวโทษพระผู้ใหญ่ และผู้เกี่ยวข้องตามหนังสือของผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่ส่งมา ไม่ดำเนินการก็ไม่ได้ เมื่อเรื่องเข้ากระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ตอบได้ดีที่สุด ให้เป็นไปตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายบอกว่าชอบก็ชอบ ถ้าบอกไม่ชอบก็ไม่ชอบ สังคมจะได้สบายใจ เรื่องนี้ง่ายๆ ไม่ยาก
เมื่อถามว่า หากเรื่องดังกล่าวมีพระผู้ใหญ่ทำผิดจริง ก็ไม่ละเว้นใช่หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า จะให้ตอบแบบนี้ไม่ได้ ตอบได้แต่เพียงว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เป็นไปตามข้อเท็จจริง ตามพยานหลักฐาน ให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ไป ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องล็อตใหม่อีกหรือไม่ ต้องรอการสอบสวนของตำรวจ เพราะตามข้อมูลที่มียังมีการสอบสวนเหลืออยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะมีล็อตต่อไปเมื่อไหร่ จะเป็นใครอะไรยังไงไม่ทราบรายละเอียด แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายอยากให้ดำเนินการให้รวดเร็ว ไม่อยากให้ยืดเยื้อ เราต้องมาช่วยกัน
ถามอีกว่า กังวลหรือไม่กรณีพระผู้ใหญ่วิพากษ์วิจารณ์ผู้อำนวยการ พศ.ว่าการดำเนินการตรวจสอบเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา นายสุวพันธุ์ตอบว่า ไม่เป็นไร เป็นเรื่องการสร้างการรับรู้ ทุกฝ่ายก็ทำตามหน้าที่
นายสุวพันธุ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีพระธัมมชโยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังสืบสวนหาตัวอยู่ โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ฉัตรชัยยืนยันว่า เรื่องนี้ตนเอง นายสุวพันธุ์ และ พศ. ยึดแนวทางและนโยบายที่นายกฯ เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อจิตใจของประชาชน จะทำอย่างรอบคอบระมัดระวัง มีฐานข้อมูลที่ชัดเจน มองทุกมิติ โดยเชื่อว่าหากความชัดเจนออกมาแล้ว ประชาชนจะยังมั่นคงในการนับถือพระพุทธศาสนาอยู่ เพราะคนส่วนใหญ่ในประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ในวันที่ 20 เม.ย. จะมีการประชุม มส. ซึ่งน่าจับตาว่ากรรมการ มส. 3 รูปที่ถูก พ.ต.ท.พงศ์พรแจ้งข้อกล่าวหาจะมาเข้าร่วมประชุมหรือไม่ รวมทั้งตัวของ พ.ต.ท.พงศ์พรเองจะเข้าประชุมหรือไม่
เผานายบอกแค่โยกงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ชี้แจงถึงคำกล่าวหาของ พ.ต.ท.พงศ์พรในเรื่องอาบัติปาราชิกว่า เป็นการฟ้องเรื่องของการทุจริต ซึ่งการฟ้องทุจริตคือการนำงบประมาณไปใช้ส่วนตัว แต่เท่าที่ทราบ พระเถระไม่ได้นำเงินไปใช้ส่วนตัว เพียงแต่เงินนั้นถูกนำไปใช้ผิดประเภท เช่น อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ แต่ท่านนำมาสร้างอาคารเรียนหรือกุฏิ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ข้อมูลที่ทราบมา แต่ยังไม่ยืนยัน 100% ว่าพระเถระที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหานั้น ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ พศ.ไปว่าจะนำงบมาสร้างอาคาร สร้างกุฏิ ซึ่งเจ้าหน้าที่ พศ.ก็ยืนยันว่าได้ และจะดำเนินการให้ โดยไปโยกงบอุดหนุนของโรงเรียนพระปริยัติธรรมมาให้พระเถระ โดยที่พระเถระท่านไม่ทราบว่างบมาจากส่วนใด และท่านก็ดำเนินการตามที่แจ้ง พศ.ไว้จริง โดยไม่ได้นำไปทำอย่างอื่น&amp;rdquo; นายกรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้คงเคลื่อนไหวอะไรลำบาก แต่ก็กำลังหารือกันว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาหรือไม่ และเป็นห่วงกรณีผู้อำนวยการ พศ.ไปปรับอาบัติปาราชิกกล่าวหา 3 พระเถระว่าไม่สมควรเป็นกรรมการ มส. เท่ากับว่าเป็นการไปกดดันพระอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากการปลดกรรมการ มส. เป็นพระอำนาจสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น การทำเช่นนั้น เป็นการทำเกินหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศ.
นายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย เรื่องความเข้าใจเรื่องราคา 5 มาสก หรือ 1 บาท ว่าไม่ได้ต้องการให้เป็นประเด็นโต้แย้งระหว่างชาวพุทธด้วยกัน แต่ต้องการทำความเข้าใจในประเด็นที่พอทำความเข้าใจได้ในเบื้องต้นเกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องค่าของเงินตามที่มีการพูดถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายบรรจบสรุปว่า 1 บาท หรือ 5 มาสก จึงเป็นน้ำหนักทองคำ ดังนั้น 1 บาทในปาราชิก ในตอนนี้ จึงเท่ากับราคาทองคำหนัก 1 บาท หรือตกราวเกือบ 20,000 บาทในไทย ซึ่งการชี้แจงไม่ได้ต้องการให้กระทบใครหรืออะไร เพียงเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าไว้ในเชิงวิชาการ และอาจเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีความที่กำลังดำเนินการอยู่ มิฉะนั้น ชาวพุทธเราก็จะปรับพระเป็นอาบัติปาราชิกง่ายเกินไป
ดึงพระเข้าวังวน &amp;ldquo;การเมือง&amp;rdquo;
วันเดียวกัน UDD News ได้เผยแพร่ความเห็นนางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ต่อกรณีการทุจริตเงินทอนวัด ว่าเป็นเรื่องใหญ่นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเงินทอน ถ้าจะเปรียบก็เหมือนเงินทอนคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงพัฒนาสังคมฯ และเงินทอนกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทั้ง 2 กระทรวง ตัวด้านหลักก็คือข้าราชการเป็นตัวตั้งเรื่อง ต้นเรื่องทำเรื่องสุดท้ายก็เป็นคนที่ได้ผลประโยชน์ แต่ถามว่าใน พศ. ทำไมเรื่องราวไม่ได้ดำเนินไปแบบเดียวกันเหมือนกระทรวงอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ดูเหมือนจะทำให้ข้าราชการใน พศ.บริสุทธิ์ผุดผ่องหรืออย่างไร ไม่พูดถึงเลยว่ามีความเกี่ยวข้องเกี่ยวโยงกันอย่างไร อย่าลืมว่าข้าราชการเป็นด้านหลัก พระตามวัดต่างๆ เป็นปลายเหตุทั้งนั้น การจัดการกับพระนั้นดูประหนึ่งเจตนาให้พระทั้ง 5 รูป ซึ่ง 3 ใน 5 รูปนั้นเป็นถึงพระราชาคณะเสียชื่อและถูกกล่าวหาไปก่อน หรือเป้านี้จะเป็นเป้าที่ 3 นับจาก สมเด็จช่วงมาวัดพระธรรมกาย แล้วก็มาพระราชาคณะทั้ง 3 รูป&amp;rdquo; นางธิดากล่าว และตั้งข้อสังเกตว่าการจะเจตนาหรือไม่ก็ตามที่เล่นงานสมเด็จพระราชาคณะทั้ง 3 รูป ดูประหนึ่งมีนัยทางการเมืองเรื่องของสงฆ์หรือไม่&amp;nbsp;
นางธิดากล่าวอีกว่า เอาประโยชน์ประเทศชาติ &amp;nbsp;ประชาชน และพระพุทธศาสนาเป็นหลัก อย่าเอาประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ถ้าเอาแก่นพุทธศาสนาเอาความถูกต้องเป็นหลักก็จะเดินหน้าไปได้ แต่ถ้าจงใจจะใช้วิธีการจัดการกำจัดประหนึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตแบบฆราวาส มันจะยิ่งหนักเข้าไปอีก ซึ่งปกติในทางการเมืองเราบอกว่าอย่าใช้การทหารมาจัดการกับการเมือง ตอนนี้เรามีเรื่องการสงฆ์ คุณจะเอาการทหาร คุณจะเอาการเมือง ไปจัดการเรื่องของสงฆ์ไม่ได้&amp;nbsp;
ขณะที่เว็บไซต์อะลิตเติลบุดดา โฮมเพจวัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา วิเคราะห์กรณีนางธิดาว่า ได้ยกระดับขึ้นเป็นคดีการเมืองไปแล้ว เมื่อนางธิดาได้ลุกขึ้นมาชี้หน้าทหารว่าเป็นมารผจญพระสงฆ์องค์เณร ซึ่งไร้ศาสตราอาวุธในมือ โดยก่อนหน้านี้ สามีของนางธิดา คือ นพ.เหวง โตจิราการ ได้ออกมาพูดในช่วงเหตุการณ์ทหารปิดล้อมวัดพระธรรมกายว่า วัดพระธรรมกายนั้น เป็นฐานกำลังสำคัญของคนเสื้อแดง นปช. และอดีตนายกฯ ทักษิณ การพุ่งหอกเพื่อทำลายล้างพระสงฆ์ ที่ถือว่าเป็นฐานกำลังสำคัญของฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายคนเสื้อแดง ฝ่าย นปช. ฝ่ายอดีตนายกฯ ทักษิณอย่างชัดแจ้ง และเมื่อได้ฟังนางธิดาพูดในวันนี้ ก็ครบครอบครัวได้ออกมายืนยันว่าวัดปากน้ำ-วัดพระธรรมกาย-วัดสระเกศ-วัดสามพระยา-วัดสัมพันธวงศ์ เป็นฐานกำลังของคนเสื้อแดง นปช. และอดีตนายกฯ ทักษิณโดยมิต้องแปล
&amp;ldquo;วิธีเอาการเมืองเข้าวัด หรือดึงวัดเข้าวังวนการเมือง จะแก้ปัญหาได้ไหม ก็ตอบว่าไม่รู้ เพราะไม่รู้ว่าทางรัฐบาลทหารจะเอาอย่างไร แต่ในกรณีที่ฝ่ายการเมืองได้อ้างพระทั้ง 5 วัดไปเป็นแนวร่วม ซึ่งยังไม่รู้เลยว่า ร่วมเป็นหรือร่วมตาย&amp;rdquo; เพจอะลิตเติลบุดดาระบุไว้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7460</URL_LINK>
                <HASHTAG>UDD News, คดีทุจริตเงินทอนวัด, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ, พระพรหมดิลก, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าคุณเอื้อน, โฮมเพจวัดไทยลาสเวกัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad8b623eee7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
