<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ต่อสายกษัตริย์ซาอุฯ ก่อนสหรัฐเปิดเผยรายงาน&#039;คาช็อกกี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน สนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จพระราชาธิบดีซาอุดีอาระเบียเมื่อวันพฤหัสบดี หนึ่งวันก่อนหน้าที่สหรัฐเปิดเผยรายงานข่าวกรองลับชี้ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวข้องกับการฆ่าชำแหละศพ &amp;quot;จามัล คาช็อกกี&amp;quot; นักข่าวชาวซาอุดีฯ ภายในสถานกงสุลซาอุฯ ที่ตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักเคลื่อนไหวจากองค์กรความยุติธรรมเพื่อจามัล คาช็อกกี ถือรูปนักข่าวรายนี้ ระหว่างจัดแถลงข่าวเรื่องการหายตัวไปของเขาที่ด้านหน้าสำนักงานวอชิงตันโพสต์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า เชื่อกันว่า รายงานลับที่คาดว่าจะเปิดเผยต่อสาธารณะในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ตามเวลาสหรัฐ จะระบุโดยอ้างอิงจากข่าวกรองที่รวบรวมโดยสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) และหน่วยงานจารกรรมอื่นๆ ว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ซึ่งเป็นประมุขโดยพฤตินัยของราชอาณาจักรแห่งนี้ คือผู้สั่งการให้สังหารคอลัมนิสต์วิจารณ์ราชวงศ์รายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายทรงยืนกรานปฏิเสธว่าพระองค์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ถึงแม้ว่าที่ปรึกษาใกล้ชิดของพระองค์บางคนเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตั้งใจกระชับความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย หลีกเลี่ยงการเปิดเผยรายงานฉบับนี้ หรือพาดพิงถึงเจ้าชาย แต่ขณะนี้รายงานฉบับดังกล่าวกำลังจะเปิดเผยต่อสาธารณะในช่วงยามที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้องการเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับตะวันออกกลางเสียใหม่ และนำหลักสิทธิมนุษยชนกลับมาเป็นจุดเด่นในนโยบายของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการเปิดเผยรายงาน ไบเดนได้คุยโทรศัพท์กับสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานเมื่อวันพฤหัสบดี แถลงการณ์ของทำเนียบขาวเกี่ยวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ไม่ได้เอ่ยถึงรายงานคาช็อกกี แต่ไบเดนกล่าวไว้เมื่อวันพุธว่าเขาได้อ่านแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวกล่าวว่า ไบเดนและกษัตริย์ซาอุฯ ซึ่งมีพระชนมพรรษา 85 พรรษา หารือกันเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคและประเด็นอื่นๆ โดยไบเดนกล่าวว่า เขาจะทำงานเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีแข็งแกร่งและโปร่งใสที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาช็อกกี ซึ่งเป็นนักข่าวและบรรณาธิการที่ได้รับการยอมรับนับถือ หนีจากซาอุฯ ไปใช้ชีวิตลี้ภัยในสหรัฐ เขาเขียนบทความหลายชิ้นวิจารณ์เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ซึ่งมีพระชนมายุ 35 พรรษา ก่อนที่จะโดนฆ่าตายที่สถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบูลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 นักข่าววัย 59 ปีรายนี้เดินทางจากสหรัฐไปยังสถานกงสุลแห่งนี้ตามคำแนะนำของเอกอัครราชทูตซาอุฯ ประจำสหรัฐ เพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับฮาทิซ เจนกิซ คู่หมั้นของเขาที่เป็นชาวตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานกงสุล เขาโดนฆาตกรรมแล้วชำแหละศพเพื่อกำจัดหลักฐาน โดยฝีมือของทีมสังหารที่ส่งไปจากซาอุฯ ตามคำสั่งของซาอุด อัลกาห์ตาตี ผู้ช่วยคนสนิทของเจ้าชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งเดือนหลังการฆาตกรรม รายงานวอชิงตันโพสต์ ซึ่งคาช็อกกีเป็นคอลัมนิสต์ กล่าวว่า ซีไอเอสรุปด้วยความเชื่อมั่นในระดับสูงว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดคือผู้ออกคำสั่งสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับซาอุฯ ไว้ จึงไม่กล่าวโทษอย่างเปิดเผยว่าเจ้าชายคือผู้รับผิดชอบต่อการสังหาร ทั้งที่รัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้ลงโทษผู้ที่กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของวอชิงตันโพสต์กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐมีหลักฐานสำคัญหลายชิ้นที่ชี้ไปยังเจ้าชาย หลักฐานหนึ่งคือคำสนทนาโทรศัพท์ที่เจ้าชายตรัสกับเจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน พระอนุชา ที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐ ให้ส่งตัวคาช็อกกีไปสถานกงสุลตุรกีเพื่อขอเอกสารแต่งงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีหลักฐานจากข่าวกรองตุรกีที่บันทึกเสียงการฆาตกรรมในสถานกงสุลไว้ได้ ที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นภายในและระบุตัวผู้ร่วมก่อเหตุและการติดต่อระหว่างทีมสังหารกับซาอุฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94360</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, รายงานข่าวกรอง, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5660d517ddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 23:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 23:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กษัตริย์ซาอุฯปลดเจ้าชายคุมผบ.ทหาร อ้างกวาดล้างคอร์รัปชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียมีพระบรมราชโองการปลดเจ้าชายฟาฮัด บิน ตูร์กี พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังร่วมในภารกิจต่อสู้กับกบฏฮูตีในเยเมน และยังปลดโอรสของเจ้าชายองค์นี้กับเจ้าหน้าที่อีกหลายรายที่ถูกกล่าวหาคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวทางการซาอุดีอาระเบียเมื่อวันจันทร์ที่่ผ่านมากล่าวว่า เจ้าชายฟาฮัด บิน ตูร์กี ซึ่งเป็นสมาชิกราชวงศ์ระดับสูงของซาอุฯ ถูกปลดพ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังผสมที่มีซาอุฯ เป็นผู้นำในการสู้รบกับกบฏฮูตีในเยเมน ส่วนอับดุลซิซ บิน ฟาฮัด พระโอรสในเจ้าชายฟาฮัด ถูกปลดออกจากตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอัลเจาฟ์ทางภาคเหนือของซาอุฯ และให้ทั้ง 2 พระองค์เข้าสู่กระบวนการสอบสวนในข้อหาคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พระบรมราชโองการของกษัตริย์ซัลมานยังมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างพลเรือนในสังกัดกระทรวงกลาโหมของซาอุฯ อีกหลายคนให้พ้นจากตำแหน่งและสอบสวนในคดีคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อทางการซาอุฯ รายงานว่า ผู้ดำรงตำแหน่งแทนเจ้าชายฟาฮัดคือ มุตลัก บิน ซาลิม รองผู้บัญชาการกองกำลังร่วม ตามการกราบบังคมทูลแนะนำโดยเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศปลดเชื้อพระวงศ์ระดับสูงและเจ้าหน้าที่หลายรายเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามการคอร์รัปชันในราชอาณาจักรแห่งนี้ โดยเมื่อเดือนที่แล้วผู้บัญชาการกองกำลังความมั่นคงระดับอาวุโสของซาอุฯ หลายนายโดนปลดจากตำแหน่งพร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ในข้อหารับสินบนโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมีนาคมปีนี้ กลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์กล่าวเตือนเรื่องการจับกุมเจ้าหน้าที่ซาอุฯ 298 รายสืบเนื่องจากคำกล่าวหาคอร์รัปชัน โดยหวั่นเกรงว่าคนเหล่านี้จะไม่ได้รับกระบวนการพิจารณาคดีอย่างชอบธรรม ขณะที่นักวิจารณ์หลายคนชี้ว่า การกวาดล้างคอร์รัปชันที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงเป็นผู้นำนั้น เป็นการข่มขู่และช่วงชิงอำนาจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76201</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์ซาอุฯ, ซาอุดีอาระเบีย, ปลดเจ้าชาย, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e7bb66ef95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกชาย&#039;จามัล คาช็อกกี&#039;ยกโทษให้ฆาตกรฆ่าพ่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ลูกๆ ของจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์วอชิงตันโพสต์ชาวซาอุดีอาระเบียที่มักเขียนวิจารณ์ราชวงศ์ซาอุฯ ประกาศ &amp;quot;ให้อภัย&amp;quot; ฆาตกรที่ฆ่าโหดพ่อของพวกเขาแล้ว นักวิเคราะห์ชี้จำเลย 5 คนในคดีนี้ที่ถูกพิพากษาประหารชีวิตอาจรอดตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จามัล คาช็อกกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จามัล คาช็อกกี นักข่าววงในราชวงศ์ที่ผันตัวมาวิจารณ์เจ้าซาอุดีอาระเบีย ถูกฆ่าโหดแล้วชำแหละศพภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ถึงบัดนี้ยังหาชิ้นส่วนศพของเขาไม่พบ โดยเชื่อว่าถูกทำลายสิ้นแล้ว การสอบสวนของทางการตุรกีระบุว่า ผู้ลงมือเป็นสายลับซาอุฯ 15 คนที่ถูกส่งเข้ามาปฏิบัติการ ขณะที่หน่วยข่าวกรองกลางของสหรัฐ (ซีไอเอ) และผู้แทนพิเศษขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวข้องโดยตรงกับการฆาตกรรมครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลซาอุฯ ซึ่งปฏิเสธความเกี่ยวข้องในทีแรก ยอมรับภายหลังว่าเป็นฝีมือสายลับของตนที่พลั้งมือฆ่าคอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์วัย 59 ปีที่หนีไปใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐ มีผู้เกี่ยวข้อง 11 รายถูกส่งฟ้องดำเนินคดีในศาล ส่วนใหญ่ไม่เปิดเผยชื่อ โดยเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ศาลตัดสินประหารชีวิตจำเลย 5 ราย และมี 3 รายถูกตัดสินจำคุก 24 ปี ที่เหลือพ้นผิด ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 รายที่ใกล้ชิดเจ้าชายซัลมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 ซาลาห์ คาช็อกกี ลูกชายที่เป็นตัวแทนของครอบครัวนี้ ประกาศทางทวิตเตอร์ว่า ลูกชายทุกคนของจามัล คาช็อกกี ให้อภัยและยกโทษให้ผู้ที่ฆ่าพ่อของพวกเขาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการซาอุฯ ยังไม่ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่อาจเป็นผลต่อเนื่องจากคำประกาศของลูกชายคาช็อกกีคนนี้ ซึ่งพำนักอยู่ในซาอุฯ และเคยปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องการรับเงินเพื่อไกล่เกลี่ยคดีจากรัฐบาลซาอุฯ แต่นักวิเคราะห์หลายคน รวมถึงนาบีล โนไวราห์ กล่าวว่า คำประกาศของครอบครัวนี้มีความหมายโดยปริยายว่า &amp;quot;ฆาตกรทั้งหลายจะไม่ถูกประหารชีวิต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว วอชิงตันโพสต์รายงานว่า ลูกๆ ของคาช็อกกี รวมถึงซาลาห์ได้บ้านหลายหลังที่มีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ และยังได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงจากทางการซาอุฯ เดือนละหลายพันดอลลาร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฮทิซ เจนกิซ คู่หมั้นชาวตุรกีของคาช็อกกีที่เขาเตรียมแต่งงานด้วยและเข้าไปสถานกงสุลเพื่อขอเอกสารจนโดนฆ่าตาย แสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของครอบครัวคาช็อกกี โดยกล่าวว่า ไม่มีใครมีสิทธิยกโทษให้ฆาตกร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66654</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, นักข่าวซาอุฯ, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7cd49d5199.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชธิดาอดีตกษัตริย์ซาอุฯ วอนปล่อยพ้นคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหญิงบัสมาห์ บินต์ ซาอุด พระราชธิดาพระองค์เล็กของพระราชาธิบดีซาอุด อดีตกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย ส่งสารผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดี วิงวอนสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานและเจ้าชายโมฮัมเหม็ดปล่อยพระองค์พ้นจากเรือนจำที่คุมขังโดยไม่แจ้งข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวคราวความวุ่นวายล่าสุดภายในราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียเกิดไล่หลังการล้างบางฝ่ายที่ต่อต้านเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทำให้เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ อดีตมกุฎราชกุมารซึ่งเป็นพระนัดดาของกษัตริย์ซัลมาน และเจ้าชายอาเหม็ด บิน อับดูลาซิซ อัลซาอุด ที่เป็นพระอนุชาของกษัตริย์ ถูกจับกุมคุมขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและบีบีซีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 ว่า เจ้าหญิงบัสมาห์ บินต์ ซาอุด เจ้าหญิงนักธุรกิจที่มีพระชันษา 56 ปี และเป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กของกษัตริย์ซาอุด ซึ่งครองราชย์ระหว่างปี 2496-2507 ถูกควบคุมตัวเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ก่อนหน้าที่เจ้าหญิงจะเสด็จไปรับการรักษาที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยสื่อของเยอรมนีอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดเจ้าหญิงว่า พระองค์ถูกจับกุมพร้อมกับพระธิดาองค์หนึ่งฐานต้องสงสัยว่าพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี บัญชีทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของเจ้าหญิงบัสมาห์ เผยแพร่จดหมายของพระองค์ที่มีถ้อยความว่า ขณะนี้พระองค์ถูกคุมขังที่คุกอัลฮาอีร์โดยไม่มีการตั้งข้อหาคดีอาญาหรือข้อหาใดๆ สุขภาพของพระองค์กำลังแย่ลงจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ พระองค์ไม่ได้รับการรักษาหรือแม้แต่คำตอบจดหมายที่ส่งจากคุกถึงราชสำนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ซาอุฯ ไม่เคยเปิดเผยเหตุผลที่คุมขังเจ้าหญิงบัสมาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายนี้ เจ้าหญิงซึ่งอ้างว่าพระองค์โดนลักพาตัวโดยไม่มีการอธิบายแล้วถูกจับเข้าคุก ทรงวิงวอนต่อกษัตริย์ซัลมาน พระปิตุลา และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด พระอนุชา ให้ปล่อยพระองค์พ้นจากที่คุมขัง เพราะพระองค์ไม่ได้ทำอะไรผิด และว่าสุขภาพของพระองค์อยู่ในขั้น &amp;quot;วิกฤติมาก&amp;quot; แต่จดหมายไม่ได้ระบุว่าพระองค์ประชวรด้วยโรคใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเจ้าหญิงสามารถทวีตจากภายในคุกอัลฮาอีร์ ซึ่งใช้คุมขังนักโทษการเมืองและมีการรักษาความมั่นคงอย่างแน่นหนาได้อย่างไร แต่การประกาศข่าวต่อสาธารณะแบบนี้เป็นการกระทำที่กล้าหาญผิดปกติจากสมาชิกในราชวงศ์ซาอุดีฯ ที่มีเชื้อพระวงศ์หลายพันองค์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์ซัลมาน, ซาอุดีอาระเบีย, ราชวงศ์ซาอุฯ, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, เจ้าหญิงซาอุฯ, เจ้าหญิงบัสมาห์ บินต์ ซาอุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99841947baf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 21:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุดีอาระเบียจับเจ้าชาย 3 องค์ เชื่อมีแผนจ้องยึดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ความขัดแย้งภายในราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียถูกจับตาอีกครั้ง แหล่งข่าวเผยกับเอเอฟพีว่า ราชองครักษ์จับกุมเจ้าชาย 3 พระองค์ซึ่งรวมถึงพระอนุชาและพระนัดดาของกษัตริย์ซัลมานเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากำลังวางแผนรัฐประหารยึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 14 ธันวาคม 2559&amp;nbsp; เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (ซ้าย) และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคมกล่าวว่า การจับกุมเจ้าชายที่ทรงอิทธิพลทั้ง 3 พระองค์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาส่งสัญญาณว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซึ่งเป็นประมุขของราชอาณาจักรแห่งนี้โดยพฤตินัย ทรงกระชับอำนาจของพระองค์ให้เข้มแข็งมากขึ้นด้วยการกำจัดผู้ที่อาจเป็นเสี้ยนหนามที่หลงเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของชาติอาหรับและชาติตะวันตกบอกกับเอเอฟพีว่า หน่วยราชองครักษ์จับกุมเจ้าชายอาเหม็ด บิน อับดูลาซิซ อัลซาอุด พระราชอนุชาของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ พระราชนัดดา เมื่อวันศุกร์ หลังจากทั้งสองพระองค์ถูกกล่าวหาว่ากำลังวางแผนยึดอำนาจในวงเพื่อโค่นล้มเจ้าชายโมฮัมเหม็ดลงจากบัลลังก์รัชทายาท เจ้าชายอีกพระองค์ที่โดนจับกุมด้วยคือเจ้าชายนาวาฟ บิน นาเยฟ พระอนุชาของเจ้าชายนาเยฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตะวันตกยังอ้างแหล่งข่าวภายในรัฐบาลซาอุฯ ด้วยว่า ยังมีทหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยอีกหลายคนที่ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนแผนรัฐประหารนี้ โดนจับกุมด้วย &amp;quot;ด้วยการล้างบางครั้งนี้ ก็ไม่หลงเหลือคู่แข่งที่จะมาหยุดยั้งการสืบราชสมบัติของมกุฎราชกุมาร&amp;quot; เขากล่าวกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงลงโทษพวกนักเคลื่อนไหว, นักการศาสนาที่มีชื่อเสียง, เจ้าชาย และนักธุรกิจหลายรายที่ต่อต้านพระองค์ เจ้าชายยังถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการสังหารจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์ที่วิจารณ์พระองค์ ซึ่งโดนฆ่าตายที่สถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมครั้งล่าสุดนี้ยังทำให้เกิดการคาดเดาเกี่ยวกับพระพลานามัยของกษัตริย์ซัลมานซึ่งมีพระชนมพรรษา 84 พรรษา รวมถึงข้อสงสัยว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดกำลังจะได้ขึ้นครองราชย์ในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ แต่เอเอฟพีอ้างแหล่งข่าวอีกรายที่ใกล้ชิดชนชั้นนำของซาอุฯ ว่ากษัตริย์ซัลมานยังทรงแข็งแรง และการควบคุมตัวครั้งนี้มีเจตนาเพื่อทำให้สมาชิกในราชวงศ์อยู่ในระเบียบวินัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอาทิตย์ เพื่อสยบข่าวลือ สำนักข่าวซาอุดีเพรสยังเผยแพร่ภาพถ่ายที่กษัตริย์ซัลมานทรงเป็นประธานพิธีถวายสัตย์รับตราตั้งของเอกอัครราชทูตซาอุฯ คนใหม่ประจำยูเครนและอุรุกวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ซึ่งรายงานข่าวเรื่องนี้เป็นฉบับแรก กล่าวว่า เจ้าชายอาเหม็ดและเจ้าชายนาเยฟ ซึ่งต่างเคยอยู่ในลำดับที่อาจได้สืบทอดราชบัลลังก์ อาจโดนลงโทษคุมขังตลอดชีวิตหรือถึงขั้นประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายนาเยฟเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยและเคยเป็นมกุฎราชกุมาร แต่กษัตริย์ซัลมานทรงปลดและแต่งตั้งเจ้าชายโมฮัมเหม็ดขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารแทนเมื่อปี 2560 ช่วงเวลานั้น สถานีโทรทัศน์ซาอุฯ ยังเผยแพร่ภาพที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงจุมพิตพระหัตถ์เจ้าชายนาเยฟและทรงคุกพระชงค์เบื้องหน้าพระปิตุลา เพื่อแสดงความเคารพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา สื่อตะวันตกรายงานว่า เจ้าชายนาเยฟทรงถูกกักบริเวณในตำหนัก แต่ทางการซาอุฯ ปฏิเสธข่าวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเจ้าชายอาเหม็ด ที่เชื่อว่ามีพระชันษาในวัยราว 70 ปี ภายหลังกลับจากลอนดอนมาอยู่ซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ก็ไม่ทำองค์ให้เป็นที่โดดเด่น หลังจากเคยตกเป็นข่าวตรัสถ้อยคำเหน็บแนมกษัตริย์และมกุฎราชกุมารต่อหน้าผู้ประท้วงในกรุงลอนดอน ว่ากษัตริย์และเจ้าชายทำให้ทั้งราชวงศ์เดือดร้อน เพราะนำซาอุฯ เข้าไปแทรกแซงความขัดแย้งในเยเมน แต่ต่อมาเจ้าชายอาเหม็ดชี้แจงว่าเป็นการแปลความหมายถ้อยคำของพระองค์อย่างผิดเพี้ยน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59198</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับเจ้าชาย, ซาอุดีอาระเบีย, รัฐประหาร, ราชวงศ์ซาอุฯ, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e64fc8b40420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 21:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธแฮ็กมือถือ&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตันปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่า ซาอุดีอาระเบียล้วงข้อมูลในโทรศัพท์ของเจฟฟ์ เบโซส เจ้าของวอชิงตันโพสต์ที่เคยว่าจ้างจามัล คาช็อกกี หลังจากสื่อโยงการแฮ็กผ่านข้อความในวอตส์แอพที่เขาติดต่อกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 22 มกราคมว่า การล้วงข้อมูลในโทรศัพท์ของเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบริษัทแอมะซอน เมื่อปี 2561 ทำให้ภาพและข้อความส่วนตัวของเขาถูกสื่อแทบลอยด์ในสหรัฐนำออกมาเผยแพร่ และเป็นเหตุนำไปสู่การหย่าร้างบันลือโลกระหว่างเบโซสกับภรรยาในปีถัดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอังคารหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ซึ่งเบโซสเป็นเจ้าของ รายงานว่า การสอบสวนขององค์การสหประชาชาติที่เตรียมเผยแพร่ในวันพุธจะระบุว่า โทรศัพท์มือถือของเบโซสโดนแฮ็กภายหลังเขาได้รับข้อความผ่านวอตส์แอพ จากบัญชีที่ว่ากันว่าเป็นของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนได้ข้อสรุปว่า ไม่นานหลังจากเบโซสได้รับข้อความนี้ ข้อมูลจำนวนมหาศาลก็ถูกดึงออกจากโทรศัพท์ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษก็รายงานว่า การวิเคราะห์พยานหลักฐานทางดิจิทัลชี้ว่า ข้อความเข้ารหัสจากหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดน่าจะมีไฟล์ประสงค์ร้ายที่แทรกซึมโทรศัพท์ของเบโซส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ์เดียนอ้างแหล่งข่าวหลายรายด้วยว่า เบโซสและเจ้าชายกำลังมีการแลกเปลี่ยนสื่อสารกันอย่างเป็นกันเองเมื่อไฟล์ไม่พึงประสงค์ถูกส่งเข้าเครื่องของเบโซส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเศรษฐีชาวอเมริกันรายนี้ว่าจ้างเกวิน เดอ เบกเกอร์ แอนด์แอสโซสิเอเทส มาสืบว่าเหตุใดข้อความและภาพถ่ายส่วนตัวในโทรศัพท์ของเขาจึงหลุดถึงมือของหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ เนชั่นแนลเอนไควเรอร์ ที่รายงานข่าวการคบชู้ของเขาจนนำไปสู่การหย่าร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมีนาคมปีที่แล้ว เดอ เบกเกอร์ กล่าวว่า ทีมสืบสวนและผู้เชี่ยวชาญหลายรายได้ข้อสรุปว่า ทางการซาอุฯ แฮ็กโทรศัพท์ของเบโซส แต่เขาไม่ได้เจาะจงว่าเป็นหน่วยงานหรือส่วนใดของรัฐบาลซาอุฯ ที่ทำเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตันชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้สอบสวนคำกล่าวอ้างเหล่านี้ เพื่อให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้รับการเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ เขียนคอลัมน์ให้วอชิงตันโพสต์ เขาถูกสังหารภายในสถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบุลของตุรกี ในเดือนตุลาคม ปีเดียวกับที่เกิดการแฮ็กโทรศัพท์ของเบโซส ทั้งหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) และแอกเนส คัลลามาร์ ผู้แทนพิเศษของยูเอ็น โยงว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสังหาร แต่รัฐบาลซาอุฯ ยืนกรานปฏิเสธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุดีอาระเบีย, วอชิงตันโพสต์, เจฟฟ์ เบโซส, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, แอมะซอน, แฮ็กมือถือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e2860090d435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐรวบอดีตลูกจ้างทวิตเตอร์ รับใบสั่งเจ้าซาอุฯ สปายนักวิจารณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐจับกุมอดีตลูกจ้างของบริษัททวิตเตอร์ชาวอเมริกัน 1 ราย และตั้งข้อหาเขาพร้อมกับอดีตลูกจ้างของทวิตเตอร์ชาวซาอุฯ 1 ราย และคนกลางชาวซาอุฯ อีก 1 ราย ต่อศาลรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโกเมื่อวันพุธ ฐานสอดแนมผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่วิจารณ์เจ้าซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมสหรัฐแถลงเมื่อวันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ว่าอดีตลูกจ้างของทวิตเตอร์เป็นพลเมืองชาวอเมริกัน 1 รายชื่ออาหมัด อาบูอัมโม และชาวซาอุดีอาระเบียชื่อ อาลี อัลซาบาราห์ ร่วมกับชาวซาอุดีอาระเบียอีกรายชื่ออาเหม็ด อัลมูไตรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดที่มีความเกี่ยวโยงกับราชวงศ์ซาอุฯ สอดแนมข้อมูลของผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่อยู่เบื้องหลังบัญชีทวิตเตอร์ โดยกระทำในฐานะตัวแทนของรัฐบาลซาอุฯ และราชวงศ์ซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางซานฟรานซิสโกกล่าวว่า คนเหล่านี้ได้รับคำชี้แนะจากเจ้าหน้าที่ซาอุฯ ที่ไม่เปิดเผยนามรายหนึ่ง ซึ่งทำงานให้แก่บุคคลที่อัยการใช้คำเรียกขานว่า &amp;quot;สมาชิกราชวงศ์หมายเลข 1&amp;quot; ที่วอชิงตันโพสต์รายงานว่าก็คือเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด แอนเดอร์สัน อัยการสหรัฐ กล่าวว่า ตัวแทนของซาอุฯ เหล่านี้เข้าระบบภายในของทวิตเตอร์เพื่อหาข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับบุคคลที่มีชื่อเสียงว่าวิจารณ์ต่อต้านซาอุฯ และบัญชีของผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกราว 6,000 ราย กฎหมายของสหรัฐปกป้องบริษัทสหรัฐจากการรุกล้ำของชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมายลักษณะนี้ และทางการสหรัฐจะไม่ยอมให้บริษัทสหรัฐหรือเทคโนโลยีของสหรัฐตกเป็นเครื่องมือการกดขี่ของต่างชาติที่ละเมิดกฎหมายของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาบูอัมโม ชาวอเมริกันวัย 41 ปี ถูกจับกุมที่นครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน เมื่อวันอังคาร แต่ชาวซาอุฯ อีก 2 คนหลบหนีออกนอกสหรัฐ โดยเชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ซาอุฯ ทางการสหรัฐออกหมายจับทั้งคู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ถูกเปิดเผยในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับซาอุฯ ยังคงตึงเครียด อันเป็นผลจากการฆาตกรรมทำลายศพจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ ผู้มักวิจารณ์ราชวงศ์ ภายในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อปีที่แล้ว วอชิงตันโพสต์ซึ่งคาช็อกกีเขียนคอลัมน์ให้ด้วย กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐสรุปว่าเจ้าชายซัลมานมีความเกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิดกับการฆ่าเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49782</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับอดีตลูกจ้าง, ซาอุดีอาระเบีย, ซาอุฯ, ทวิตเตอร์, สปาย, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc418492cf24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
